登入| นารา |
“งั้นเดี๋ยวให้นาราจัดการให้นะคะ...มายเลิฟลี่บันนี่ ยูเปิดห้องสวีทให้คุณการันต์เลยนะ ไอฝากยูดูแลคุณการันต์ต่อด้วย”
นั่นไง คิดไว้ไม่มีผิด เจสซี่ส่งสายตาพิฆาตมาทางฉัน รู้กันว่าสายตาแบบนี้คือห้ามเถียง ห้ามบิดพลิ้ว ต้องทำตามคำสั่งคุณนายเจสซี่เท่านั้น ฉันมันก็แค่ลูกจ้าง จะเถียงอะไรเธอได้ล่ะ เลยได้แต่พยักพเยิดหน้าแบบไม่ค่อยเต็มใจมากเท่าไรกลับไป
“ส่วนเรื่องลงทุน ค่อยให้คุณบันนี่ไปคุยกับผมพรุ่งนี้ละกันครับ” คนข้างๆ ยิ้มให้เจสซี่ก่อนหันมายิ้มให้ฉันพร้อมมือที่ยกขึ้นมาแตะที่แขน
ฮือ~ ฉันขอหายตัวไปที่ไหนก็ได้ตอนนี้เลยได้ไหม ไม่อยากอยู่แล้ว มันไม่ไหว ใจมันทั้งสั่นทั้งเจ็บไปหมด แทบจะไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว
กว่าชั่วโมงที่สามคนนั้นนั่งคุยกันอย่างออกรสออกชาติ จะมีก็แต่ฉันที่นั่งเงียบ ถามคำตอบคำ ไม่ใช่เพราะไม่อยากคุย เพราะอย่างที่รู้นิสัยฉันคือพูดมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ที่ไม่กล้าคุยเพราะกลัวจะหลุดมากกว่า
ในระหว่างนั้น คุณก้องภพเดินไปที่แผงไฟตรงประตูแล้วหยิบรีโมทปรับแสงไฟลง จนตอนนี้ความสว่างในห้องเริ่มลดลง เอาง่ายๆ เรียกว่ามืดเหอะ มีแต่แสงเลเซอร์และแสงจากดิสโก้บอลจากด้านนอกที่ส่องเข้ามาเป็นระยะเท่านั้น
O_O
หมับ!! คนข้างๆ ขยับตัวเข้ามานั่งชิดกับฉันแบบไม่มีช่องว่างหลงเหลือ ทั้งๆ ที่โซฟาก็ออกจะกว้างขวาง ฉันรู้สึกได้ถึงมือปลาหมึกที่เริ่มสอดเข้ามาในชุดเดรสเว้าหลังสีฟ้าพาสเทลของฉันจากด้านหลัง แล้วโอบเข้าที่เอวอย่างที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว
ตึกตัก ตึกตัก!! หัวใจน่าจะเต้นเกินร้อยยี่สิบครั้งต่อนาทีแล้วแน่ๆ ร่างกายตอนนี้เริ่มร้อนผ่าวและเสียววูบวาบไปทั่วทั้งท้องน้อย ผีเสื้อหลายล้านตัวที่หายไปนานกลับมาเยี่ยมเยือนเพื่อนเก่าอีกครั้ง
ส่วนอีกสองคนด้านหน้าฉันตอนนี้ พวกเขาไม่ได้สนใจฉันกับคุณการันต์เลย คนหนึ่งกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับมือถือตรงหน้า ไม่แฟนก็กิ๊กชัวร์แบบนี้ ส่วนอีกคนก็บ้าพลังเต้นยักแย่ยักยันอยู่คนเดียวที่หน้ากระจกใสตามเสียงเพลงที่ ‘คริสโตเฟอร์’ ดีเจสุดหล่อชาวฝรั่งเศสคนนั้นกำลังเปิดอยู่
“ฟอด~ เจอตัวแล้ว อย่าคิดว่าจะหนีผมไปได้อีกนะ” คนข้างๆ ขโมยหอมแก้มฉันไปหนึ่งที พร้อมกระซิบบอกเบาๆ ข้างหู ใจที่สั่นหวามไหวและความเสียวซ่านที่เริ่มไหลบ่าเข้าปะทะร่างกาย จังหวะนี้ใครสักคนควรต้องเรียกรถพยาบาลให้สแตนด์บายรอฉันแล้วแหละ…หัวใจถีบเร็ว ฉันกำลังจะช็อกตายค่ะ!!
ไอ้คุณการันต์บ้า อย่ามาทำหน้าหล่อ อย่ามาทำหื่น อย่ามาเล่นกับใจนาราแบบนี้ได้ไหม!?
ไวกว่าความคิด มือคนข้างๆ ที่จับอยู่ตรงแผ่นหลัง เริ่มลูบไล้ไปมาอย่างแผ่วเบา แค่สัมผัสแรกที่มือของเขาแตะโดนตัว เหมือนคลื่นไฟฟ้าช็อตแปล๊บตรงจุดนั้น เข้าใจคำว่าแตะตัวกันแล้วมันสปาร์คก็วันนี้แหละ
ฉันนั่งตัวเกร็งไม่ไหวติง มองไปที่สองคนข้างหน้า ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหันมาสนใจเราสองคนเลย
หวืด…หมับ!! มือปลาหมึกย้ายที่จากแผ่นหลังเลื่อนเอวบางลงไปแถวสะโพก บีบคลึงอยู่อย่างนั้น จนอารมณ์มันฟุ้งซ่านแทบจะไม่ไหว
“ผมคิดถึงคุณนะครับ...นารา”
ไอ้คุณการันต์บ้า!! ได้โปรดอย่ามาทำแบบนี้กับฉันเลย แค่ประโยคนี้ประโยคเดียวก็ทำให้ฉันแทบละลาย ไหนจะเสียงกระซิบแหบพร่าแผ่วเบานั่นอีก ที่ทำให้ฉันขนลุกซู่ขึ้นมาทันที ยอมรับเลยว่าผู้ชายคนนี้มีอิทธิพลกับใจฉันเอามากๆ แกะยังไงก็เอาไม่ออกสักที
ฉันได้แต่กระดกไวน์เข้าไปแก้เก้อ เอาจริงๆ ตั้งแต่คุณการันต์เดินเข้ามาในห้องนี้ นับประโยคที่ฉันคุยกับเขาได้เลย ไม่เกินห้าประโยคแน่นอน ที่ทำปากหนัก ก็เพราะกลัวใจตัวเองนี่แหละ
“ทุกคนคะ เจสขอตัวไปแดนซ์ข้างล่างดีกว่า ทุกคนไม่เอ็นจอยกับเจสเลย บันนี่ ไอฝากยูดูแลคุณการันต์ด้วยนะ”
ดะ…เดี๋ยว เจส ยูอย่าทิ้งไอไว้!! ฉันตะโกนบอกเธอในใจ
“เจส เดี๋ยวลงไปด้วย มีเรื่องจะคุยกับคริสโตเฟอร์หน่อย” ก้องภพหันไปคุยกับเจสซี่ ก่อนจะหันหน้ากลับมาคุยกับคุณการันต์ต่อ
“อ้อ...ไอ้คุณการันต์ กูฝากบันนี่ด้วย มึงห้ามทำอะไรเธอเด็ดขาด กูกับเจสซี่หวงมาก มึงเข้าใจไหม!?”
ฉันเหลือบไปมองหน้าคนข้างๆ มุมปากกระตุกยิ้ม พลางโบกไม้โบกมือให้สองคนนั้นรีบเดินออกไป
เสร็จโจรแน่ๆ แบบนี้…โจรที่ว่าคือคุณการันต์นี่แหละ!!
หลังจากประตูปิด คุณการันต์ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปใส่รหัสล็อกประตูไว้ ก่อนกดปุ่มรีโมทเพื่อให้ห้องเข้าสู่โหมดกันเสียงจากด้านนอก แล้วเดินกลับมายังโซฟาที่ฉันนั่งอยู่
ตึก ตึก ตึก…!! หัวใจเต้นแรงถีบตัวถี่เร็ว ในระหว่างที่เขาโน้มตัวลงมาคร่อมตัวฉัน แล้วยื่นแขนแกร่งทั้งสองค้ำยันกับพนักพิงโซฟาไว้
“ไง ยัยตัวแสบ!!”
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







