登入| นารา |
“คงกำลังมามั้ง ยูนั่งรอนี่แหละ เดี๋ยวไปถามไอ้ก้องแป๊บ”
‘ก้องภพ’ คือหุ้นส่วนคนหนึ่งของคลับเดอะลักซ์แห่งนี้ เขากับเจสซี่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ จริงๆ พ่อของทั้งคู่ถือเป็นผู้มีอิทธิพลในภูเก็ต มีกิจการทั้งขาวทั้งเทามากมายหลายอย่างที่นี่
ฉันนั่งอยู่ที่ชั้นสองของคลับ ซึ่งเป็นห้องกระจกวีไอพี สามารถมองเห็นโซนชั้นล่างทั้งหมดได้เพียงแค่เปิดม่าน ฉันนั่งหันหลังให้ประตู และหันหน้าไปยังกระจกใสตรงหน้า ที่ตอนนี้ผู้คนด้านล่างกำลังดื่มกิน บ้างก็เต้นกันอย่างเมามันไปกับเพลงแดนซ์จังหวะ EDM จากดีเจชาวฝรั่งเศสที่ทางคลับจ้างมา
หมับ...ฟอด...!! เจสซี่เข้ามากอดคอฉันจากด้านหลัง พร้อมหอมแก้มอีกหนึ่งทีตามที่เธอชอบทำกับฉันตลอด พร้อมกระซิบบอกเบาๆ
“มายเลิฟลี่บันนี่ ยูต้องโน้มน้าวผู้ชายคนนี้ให้ได้นะ เดี๋ยวไอนั่งอยู่ตรงนี้เอาใจช่วย ยูเก่ง ยูทำได้อยู่แล้ว”
“…”
“เชิญค่า~”
ฉันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เอี้ยวตัวหันหลังไปดูแขกคนสำคัญของเจสซี่ที่เธอกำลังพาเดินเข้ามา
O_O
วอทเดอะ...!! ให้ตายเหอะ…โลกไม่เคยยุติธรรมกับฉันเลยจริงๆ
ชั่วขณะหนึ่งในห้วงแห่งความคิด เมื่อเห็นหน้าของคนที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง สายตาของเราที่สอดประสานกันมันเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ฉันมองตาเขา และเขาก็มองตาฉันค้างไว้อย่างนั้นหลายวินาที
“สะ...สวัสดีค่ะ” ฉันดึงสติของตัวเองกลับมา ก่อนพูดทักทายคนตรงหน้าตามมารยาท แต่แขกผู้มาใหม่กลับไม่พูด ไม่ตอบรับ ไม่มีการทักทายกลับ แต่กำลังใช้สายตาคมกริบน่ากลัวนั่นจ้องหน้าฉันอยู่
“โอเคค่ะทุกคน เจสซี่ขออนุญาตแนะนำให้รู้จักกันก่อนนะคะ”
“คุณการันต์คะ นี่นาราค่ะ หรือจะเรียกเขาว่าบันนี่ก็ได้ เป็นเพื่อนสนิทของเจสซี่เอง แล้วก็เป็นเมเนเจอร์ดูแลโรงแรมให้เจสซี่ด้วย”
“บันนี่ ดิสอีสคุณการันต์ หุ้นส่วนของคลับนี้ที่...”
“ที่ปีนึงจะแวะมาทีนึง พอดีคุณเขางานรัดตัวน่ะครับ ล่าสุดได้ข่าวว่ามีแฟน แต่ทำอีท่าไหนไม่รู้ อยู่ๆ ก็โดนแฟนทิ้ง บันนี่คิดดูดิว่าบ้างานขนาดไหน นี่ก็ว่าจะขอซื้อหุ้นคืนอยู่ เรียกตัวมายากมาก” คุณก้องภพพูดแทรกขึ้นมาแบบกวนๆ ซึ่งนั่นทำให้ฉันหน้าชา เหมือนโดนตบหน้ากลายๆ
แต่ตอนนี้ฉันว่าคุณก้องภพควรหันไปดูหน้าหุ้นส่วนของคุณก่อนดีกว่านะคะ หน้าเขาไม่รับแขกสักนิด!!
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณการันต์” ฉันเอ่ยทักทายออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้ราบเรียบเป็นปกติที่สุด แม้ในใจของฉันตอนนี้จะสั่นรัวอยู่ก็ตาม ฉันไม่รู้ว่าคุณก้องภพกับเจสซี่จะรู้ไหม ว่าแฟนของคุณการันต์คนนั้นที่ทิ้งเขาไปก็คือฉันเอง
เวลาหกเดือนที่ผ่านไป แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย เมื่อโลกเหวี่ยงให้ฉันกับเขามาเจอกันอีกครั้ง ใจที่สั่นวูบวาบ เหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มหน้า เป็นคำตอบได้อย่างดีว่าฉันยังลืมเขาไม่ได้ และหนียังไงก็เหมือนหนีกันไม่พ้นอยู่ดี ตอนนี้ที่ทำได้คือพยายามทำตัวให้ปกติที่สุดและให้ผ่านคืนนี้ไปให้ได้ก็พอ
เจสซี่ผายมือให้คุณการันต์นั่งลงตรงข้ามฉัน แต่คุณการันต์กลับอ้อมมานั่งข้างๆ ฉันแทน เธอกับก้องภพเลยต้องมานั่งที่โซฟาอีกฝั่งแบบงงๆ
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!! ใจสั่นไปหมด จะมานั่งทำไมตรงนี้นะ ใจฉันเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมาจากหน้าอกเป็นเสี่ยงๆ อยู่แล้ว!!
ระหว่างนี้พนักงานของคลับเดินเข้ามาในห้องเพื่อรับออเดอร์ คุณก้องภพสั่งอาหารสามสี่อย่างมาให้ และเริ่มต้นสั่งเครื่องดื่ม
“ของผมเอาเบอร์เบินออนเดอะร็อกซ์เหมือนเดิม ส่วนของคุณเจสซี่เอาจินโทนิกใส่น้ำแข็งเยอะๆ บันนี่ล่ะครับ…เอาอะไรดี? ก้องภพแจ้งออเดอร์แก่พนักงานในส่วนของเขากับเจสซี่ และถามฉันต่อ
“ของฉัน อะ...เอา...”
“ไวน์แดงฝรั่งเศสปี 89 ของผมยังอยู่ใช่ไหม เอามาเปิดเลย แต่ขอแก้วสองใบนะ ของผมกับคุณคนนี้” ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปากสั่งอะไร คนข้างๆ ก็ชิงสั่งตัดหน้าซะอย่างงั้น
“วะ...ไวน์เหมือนคุณการันต์ก็ได้ค่ะ” ฉันได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อนกลับไป เพราะไม่อยากให้สองคนนั้นรู้หรือสงสัยอะไรเรื่องของเรา แต่หลังจากสั่งอาหารและเครื่องดื่มเสร็จ บรรยากาศตอนนี้เริ่มมาคุ และดูอึมครึมสุดๆ ก่อนที่ตัวสร้างสีสันอย่างเจสซี่มาช่วยทำให้บรรยากาศดีขึ้นมาอีกนิดนึง
“คุณการันต์คะ วันหลังถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศ ไม่อยากพักที่บ้าน เชิญมาพักที่โรงแรมเจสซี่ก็ได้นะคะ”
“อืม...ก็ดีนะครับ เห็นก้องมันเกริ่นๆ อยู่ว่าคุณเจสซี่สนใจอยากลงทุนทำโรงแรมเพิ่ม”
“งั้นมาพักคืนนี้เลยไหมคะคุณการันต์”
“ได้แบบนั้นก็ดีเลยครับ อยากรู้เหมือนกันว่าจะพักสบายเหมือนที่ไอ้ก้องมันโม้ไว้ไหม ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศด้วย”
“เยสๆๆ” เจสซี่ทำท่าดีใจจนออกนอกหน้า แต่ฉันนี่สิ ลางสังหรณ์มันบอกว่างานใหญ่กำลังจะเข้า
“งั้นเดี๋ยวให้นาราจัดการให้นะคะ...มายเลิฟลี่บันนี่ ยูเปิดห้องสวีทให้คุณการันต์เลยนะ ไอฝากยูดูแลคุณการันต์ต่อด้วย”
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







