登入| นารา |
“ไง ยัยตัวแสบ!!”
นี่คงเป็นคำทักทายกันอย่างเป็นทางการสินะ ระหว่างนั้นมือข้างหนึ่งของเขาก็ยกขึ้นมาลูบหัวฉันอย่างแผ่วเบา
“สบายดีไหม”
แค่ประโยคทักทายโง่ๆ แค่เขาลูบหัว แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ฮึบไว้นารา อย่าแสดงความอ่อนแอออกมานะเว้ยแก!!
“ผอมลงไปเยอะเลยนะ ทำงานอยู่ที่นี่เหนื่อยไหม”
ฮึบที่สองเริ่มต้นขึ้น อย่านะ...อย่าร้องนะ เขาก็แค่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ อย่ามโน อย่าคิดไปเอง จำที่ตัดสินใจทิ้งเขามาไม่ได้เหรอว่าเพราะอะไร!!
“ผมเป็นห่วงคุณมากนะรู้ไหม”
ฮึบที่สามเริ่มจะเอาไม่อยู่ น้ำในตาเริ่มไหลรื้นขึ้นคลอเบ้า ถ้ากะพริบตา มันจะหยดแหมะออกมาแน่ๆ
“ไม่มีคุณอยู่ใกล้ๆ ใจผมแทบจะขาด”
แค่นั้นแหละ ฮึบไม่ไหวจริงๆ น้ำตาที่กลั้นไว้มันไหลทะลักล้นเอ่อออกมาอาบสองแก้ม เพราะลึกๆ ในใจฉันก็รู้สึกไม่ต่างจากเขาเลย ที่ฉันคิดว่ามันดีขึ้น ที่ฉันคิดว่าฉันทำได้ ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย ฉันแค่คิดไปเองทั้งนั้น
คนด้านหน้านั่งลงแล้วดึงตัวฉันกระชับเข้าสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นที่คุ้นเคย ความคิดถึงมันห้ามกันไม่ไหวจริงๆ
ฉันร้องไห้ออกมาโฮใหญ่ และถ้าฉันตาไม่ฝาด น้ำตาจากคนที่กอดฉันก็ไหลลงมามากมายไม่แพ้กัน ความคิดถึงที่โหยหามันอยู่แค่ตรงหน้านี้เอง
“นารารู้ไหม มันยากมากๆ นะ ที่ผมจะผ่านแต่ละวันที่ไม่มีคุณมาได้น่ะ”
ฉันรับรู้ความรู้สึกที่อัดอั้นในใจของคนตรงหน้าดี เพราะฉันก็แทบจะไม่ต่างกัน เรากอดกันร้องไห้อยู่พักใหญ่ ใจฉันคิดไปต่างๆ นานา อยากกลับไปแต่ก็กลัวการเริ่มต้นใหม่ อยากกลับไปแต่เรื่องที่พ่อฉันเคยทำไว้ก็แสนจะน่าอับอาย
กว่าจะรู้ตัวเรียกสติตัวเองกลับมาได้ ก็ตอนรับรู้ถึงสัมผัสของลิ้นร้อนจากคนตรงหน้าที่เกี่ยวกระหวัดอยู่ในโพรงปาก จูบที่แผ่วเบาแต่หนักหน่วงเปลี่ยนให้อารมณ์ตอนนี้กลับกลายเป็นความเสียวซ่านเข้ามาแทนที่
“อื้อ ฉะ...ฉันขอเวลาหน่อยได้ไหม” ฉันดึงปากตัวเองออกพร้อมผลักอกแกร่งนั้นออกไปให้พ้นตัว
“ผมมีเวลาให้คุณเสมอ...นารา ขอแค่อย่าทิ้งผมไปอีก”
“ฉะ...ฉันกลัว” ฉันบอกความรู้สึกในใจออกไป ก่อนคนตรงหน้าจับประคองใบหน้าฉันไว้ด้วยสองมือของเขา
“เอาที่คุณพร้อมนะ ไม่ต้องรีบตัดสินใจ...แต่ตอนนี้ผมขอจูบมัดจำเอาไว้ก่อนได้ไหมครับ” เขาถามฉันแต่ไม่ยอมรอคำตอบ ก่อนขยับใบหน้าเข้ามาชิดใกล้ แล้วเลื่อนปากหยักสวยของเขาประกบจูบฉันทันที
ลมหายใจร้อนกับกลิ่นไวน์จางๆ ยิ่งเป็นตัวเพิ่มเชื้อไฟให้ลุกโชนขึ้นไปอีก ปากเราสองคนขยับบดเบียดกันและกันด้วยความรู้สึกโหยหา ก่อนที่ลิ้นร้อนจะล่วงล้ำเข้ามาในโพรงปาก ดูดดึงแลกเปลี่ยนความชื้นแฉะระหว่างกัน ราวกับคนกระหายน้ำท่ามกลางผืนดินที่แห้งเหือด
“อื้อ~ อืม~”
คนตรงหน้าผละปากออกเพื่อสูดอากาศเข้าไปก่อนจะขาดใจตายกันทั้งคู่ มือหนานุ่มเลื่อนมาจับที่ท้ายทอย ลูบวนตามไรผมแล้วขยำกลุ่มผมกลุ่มหนึ่งเบาๆ พลันเลื่อนปากพรมจูบทั่วทั้งซอกหู ขบเม้มเบาๆ ตรงติ่งหู สลับกับใช้ลิ้นแหย่เข้ามาเลียวนในนั้น เสียวสยิวจนตัวสั่นเทิ้ม
ร่างกายฉันไม่สามารถห้ามได้อีกต่อไป ฉันโน้มตัวเข้าใกล้ และเริ่มพรมจูบทั่วทั้งซอกคอของอีกคน
อึก!! ซี้ด~ สะ...สยิว!! ไม่รู้ตอนไหนที่มือปลาหมึกของคนตรงหน้าถูวนเข้ากับตุ่มไตตรงยอดอกของฉัน เดรสคอกว้างตัวนี้ช่วยแหวกทางให้มือเขาเข้าไปคลึงเคล้นหน้าอกทรงโตอย่างง่ายดาย
ฉันปล่อยใจให้หลงระเริงกับรสสัมผัสที่โหยหาอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนได้ยินเสียงใครบางคนเคาะห้อง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก…!!
แต่นั่นไม่ช่วยให้เขาหยุดมอบความสุขให้ฉันเลย เขาทำไปเรื่อยๆ จนเสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง
“ยะ...หยุดก่อนค่ะ” ฉันผลักตัวเขาออก ก่อนลุกขึ้นยืนเดินไปเปิดประตู
“บันนี่ ยูล็อกห้องทำไม”
“เอ่อ~ อะ…อ๋อ พอดีเมื่อกี้มีคนเข้าห้องผิดสองสามที คุณการันต์เลยล็อกน่ะ”
“แน่ใจนะ”
“ยูไปถามเขาเองเลยปะ ยูคิดว่าไอจะไปทำอะไรเขารึไง”
“ก็ไม่แน่ เขาออกจะหล่อล่ำแฮนด์ซั่มขนาดนั้น เป็นไอ…ไอก็ทำนะ หึๆ”
“พอเลยๆ ยัยหื่น แล้วนี่จะกลับรึยังล่ะ”
“โนว ไอจะไปต่อกับคริสโตเฟอร์”
“ทิ้งกันกลางทางตลอด”
“ไหน…ใครทิ้ง ไม่มี้~ คุณการันต์คะ เดี๋ยวเจสซี่ขอฝากบันนี่กลับโรงแรมด้วยเลยได้ไหม ไหนๆ คุณการันต์ก็จะพักที่โรงแรมอยู่แล้ว”
“ได้สิครับ งั้นเดี๋ยวผมพาคุณบันนี่คนนี้กลับไปเอง ไม่ต้องห่วง”
“แต๊งกิ้วมากค่ะ ขออย่างเดียว อย่าขย้ำบันนี่ของเจสซี่ไปซะก่อนนะคะ คนนี้เราหวงกันมาก”
“เจส!!”
“โอเค ซียูค่ะทุกคน บัย” เจสซี่โบกมือหย็อยๆ พูดด้วยจริตสาวมั่นตามสไตล์ของเธอ ก่อนหยิบกระเป๋าคลัชแบรนด์หรูหนีบไว้ตรงซอกรักแร้ แล้วหันหลังเดินสับเท้าออกไป
“นาราอยากกลับรึยัง...หรืออยากไปหาอะไรกินก่อนไหม”
“เอ่อ...กลับเลยก็ได้ค่ะ ดิฉันต้องไปจัดการห้องพักให้คุณอีก”
“ไม่น่ารักเลย ไหนเรียกแทนตัวเองใหม่ซิ”
“เอ่อ...นะ…นารา”
“ดีมากครับคนดี” เขาพูดพลางจับจูงมือพาฉันเดินออกมาจากห้อง พร้อมกับขโมยหอมแก้มฉันอีกฟอดใหญ่
ฮือ~ ฉันจะทำยังไงดี ฉันยังไม่อยากกลับไปหาเขาตอนนี้ ฉันยังไม่พร้อม แต่มันก็ห้ามใจตัวเองไม่ไหวจริงๆ!!
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







