LOGINเห็นเธอสั่นกลัวผมก็ยิ่งได้ใจ ผมพลิกร่างเธอขึ้นมาจากโต๊ะอาหาร พลางยกสองขาเรียวขึ้นและดันให้เธอนั่งบนโต๊ะ โดยมีผมแทรกตัวอยู่ตรงกลางระหว่างขาของเธอ ผมจับขาเรียวงามกางออกกว้าง พลางแนบลำกายที่กำลังแข็งตึงในเป้ากางเกง ถูไปถูมากับอูมเนื้อนาง ที่ถูกห่อด้วยชั้นในสีขาวตัวน้อย ยัยนั่นถึงกับนั่งหน้าแดง หล่อนคงทำตัวไม่ถูก คงไม่คิดว่าผมจะกล้าทำอะไรแบบนี้
"เป็นไงครับพี่สาว เจอหนอนน้อยของผมไปนิดเดียว เสียวยันติ่งเลยไหม" ดวงตากลมโตจ้องผมในระยะประชิด เมื่อผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอจนแทบจะพูดชิดริมฝีปาก "จำเอาไว้ให้ขึ้นใจ ว่าคนอย่างผมไม่ใช่คนที่พี่จะมาล้อเล่นด้วยเป็นเด็กๆ" "เฮือก! คุณโช!" ผมแกล้งกระแทกเป้าแข็งกระทบไปกับเนื้ออวบอูมของเธอเน้นๆ จนเธอถึงกับสะดุ้งนั่งหลับหูหลับตาแถมยังสั่นไปทั้งตัว ผมถอยออกมาและแสยะยิ้มอย่างรู้สึกสะใจ ยิ่งเมื่อผมก้มลงไปกระซิบข้างใบหูของเธอ ตัวเธอก็ยิ่งสั่นเทิ้มไปกว่าเดิมอีก "อยากลองของจริงวันไหน ขอให้บอก" "บะ...บ้า! ถอยไปนะ!" เธอผลักอกผมให้ออกห่าง ก่อนจะรีบลงจากโต๊ะอาหาร แต่คงเพราะแข้งขาที่ยังสั่น ยัยนั่นถึงร่วงลงมาจนผมต้องรีบคว้าขึ้นมากอดพยุงไว้ ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาของผมโดยบังเอิญ แพรขนตาหนายาวดำขับ บวกกับดวงตากลมสวยทำให้หัวใจของผมอยู่ๆ ก็เต้นแรงขึ้นมา แถมร่างบางในอ้อมกอดที่ผมกอดเต็มๆ ครั้งแรก ก็นุ่มนิ่มสมชื่อเจ้าของเสียด้วย และยังมีกลิ่นอ่อนๆ ที่ผ่อนคลายและหอมกรุ่นลอยออกมาจากตัวเธออีก ผมจำต้องรีบผลักร่างบางให้ออกห่าง เพราะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเผลอคิดเรื่องไม่ดีกับเธอไปแล้ว "ผมไปเรียนก่อนนะ เก็บจานให้ด้วย" เพื่อหลบสายตาหวานของเธอ ผมเลือกที่จะออกจากคอนโดไปทันที โดยไม่หยุดหันไปมองเธออีก ยิ่งนับวันยิ่งเข้าใกล้ยัยนี่ไม่ได้เลยจริงๆ ผมนั่งมองควันบุหรี่สีจางที่ลอยขึ้นเป็นสาย ด้วยใบหน้าเครียดจัด ก่อนจะยกก้นบุหรี่ขึ้นมาคาบและสูบอัดเอากลุ่มควันเข้าไปข้างใน เพื่อดับความเครียดเคร่งที่กำลังสุมหัวตัวเองอยู่ จากนั้นก็ผ่อนลมหายใจและพ่นควันสีจางออกมาสู่กลางอากาศเป็นระยะ "มึงอย่ามานั่งทำหน้าเครียดในร้านนะไอ้โช เห็นหน้าอันหดหู่ของมึงแล้วอารมณ์หื่นกูไม่ขึ้นว่ะ เสียอารมณ์ชิบหาย เดี๋ยวลูกค้าก็หายหมด...เจ๊งกันพอดี ผับนี้กูยิ่งขัดแข้งขัดขากับพ่ออยู่" เบตงเพื่อนรักและเพื่อนร่วมธุรกิจของผมเอ่ยขึ้น เมื่อมันเห็นใบหน้าอมทุกข์ของผม เหตุการณ์ที่ผมเผลอไปสบตากับยัยสาวใช้ในวันนั้น มันทำให้ผมหงุดหงิดใจจนถึงวันนี้ "ก็กูเครียดอ่า...กูไม่รู้ว่าทำไมถึงไปคิดอะไรแปลกๆ กับยัยนั่นได้" "ฮั่นแน่! กูว่ามึงหลงเสน่ห์เจ๊นุ่มนิ่มเข้าแล้วอะดิ" "อย่าพูดบ้าๆ นะไอ้ตงกูไม่ตลกนะ" "ทำไมวะ เจ๊นุ่มนิ่มก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนี่หว่า เป็นดาวคณะเลยนะเว้ย ถ้าพี่เขาอยากมึงก็เขี่ยๆ ให้เขาหน่อย" "เขี่ยอะไรวะ?" เบตงยกนิ้วกลางให้ผม ก่อนจะกระดิกนิ้วยิกๆ พลางยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ยิ่งทำให้ผมเครียดเข้าไปอีก "ไอ้ใจบาป! คิดได้นะมึง" "มึงจะเครียดทำไม ลองดูก็ไม่เสียหายนี่ เชื่อกู...ถ้าหล่อนไม่เล่นด้วยก็แค่แยกย้าย" "มึงนี่...วันๆ ก็คิดถึงแต่เรื่องอย่างว่า ผลกำไรของร้านเนี่ยได้ดูบ้างรึเปล่า ถ้าร้านเจ๊งขึ้นมากูไม่ลงทุนช่วยนะบอกไว้ก่อน" ผมขู่มัน หมั่นไส้ที่มันทำเป็นมารู้ใจคนอื่นดีกว่าเจ้าของ ทั้งที่ความเป็นจริงร้านนี้มันเป็นตัวตั้งตัวตี ไม่รู้ว่าพ่อแม่มันมีปัญหาอะไรกับมันหรือเปล่า ถึงได้ปล่อยให้มันมาคุมร้านเอง แบบไม่ให้เงินลงทุนสักบาท จนมันต้องบากหน้ามาพึ่งผมแบบนี้ ทั้งที่เราต่างก็เรียนกันอยู่แท้ๆ จะประคับประครองร้านไปตลอดรอดฝั่งหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่ผมก็ยอมวัดใจกับมัน ทั้งที่ผมเองก็ยังต้องพึ่งใบบุญพ่อแม่ แต่พ่อแม่มันนี่สิ ทำไมไม่ยอมรับในสิ่งที่ลูกชอบบ้าง แต่ก็อย่างว่าผมก็ไม่ได้รู้จักพ่อแม่ไอ้ตงเลย แต่ผมกับยอมลงทุนร่วมธุรกิจขัดใจพ่อแม่ร่วมกับมัน ทั้งที่ไม่รู้ชะตากรรมของธุรกิจเลย ร้านเหล้าที่ตั้งอยู่ใต้โรงแรมหรู หมาแมวที่ไหนจะกล้าเข้ามาเที่ยวกัน แต่นั่นมันก็ไม่สำคัญเท่าความแน่นแฟ้นของคำว่ามิตรภาพหรอก ผมรักและเชื่อใจเพื่อนเสมอ เจ๊งก็เจ๊งด้วยกัน รวยก็รวยด้วยกันแค่นั้น ต่อให้ผมไม่รู้จักหัวนอนปลายเท่ามันก็เถอะ "โชกุน...มึงเชื่อกูดิ" "ไม่ต้องมายุ่งกับกูเลย" "เอางี้...มึงเอาโทรศัพท์มา" ผมไม่ทันเอ่ยอนุญาต ไอ้เพื่อนเวรก็เอื้อมมาดึงโทรศัพท์ไปจากผมทันที แล้วมันก็กดอะไรยิกๆ ในโทรศัพท์ของผม ก่อนจะยื่นมาให้ผมดู "อะไรของมึง" "งานเขียนสุดเร่าร้อนของนักเขียนนามปากกา มังกรพ่นพิษ มึงลองไปอ่านดู แม่ง!...นางเอกเป็นสาวรุ่นพี่เยดุชิบหาย พระเอกกูแทบจะคลานลงเตียง เอาไปอ่านแล้วมึงก็ลองจินตนาการเสียงครางเหมือนพระเอกกูดูนะ" "ทำไมต้องครางวะ" "ไอ้นี่...ถ้ามึงครางชื่อใครแล้วมึงเสร็จไวนะ แม่ง! คนนั้นแหละเด็ด" "ไอ้บ้า! กูต้องเคร่งเครียดขนาดนั้นด้วยเหรอวะ" "เออ...หน้ามึงอ่ะเครียดมากตอนนี้ เอาไปลองดูเชื่อกู เดี๋ยวกูทำให้ดู...พี่นุ่มนิ่มครับ ออส์ ซี๊ด! เนื้อตัวพี่ นุ่มนิ่มสมชื่อจังเลยครับ อาส์ " ไอ้เบตงทำท่าทางให้ผมดู มันน่าถีบมากกว่าน่าใคร่ซะอีก ขอคำปรึกษาอะไรจากมันไม่เคยได้เลยจริงๆ หรือผมต้องเชื่อมันจริงๆ วะเนี่ย ผมได้แต่เถียงกับตัวเองอยู่ในใจผมสวมชุดครุยสีดำแถบคาดสีผ้า แบบฉบับนิสิตคณะบริหารตามระเบียบเป๊ะ หนึ่งปีเต็มที่ผมอดทนกัดฟันเรียนให้จบ เพื่อเตรียมไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ นับตั้งแต่ผมแต่งงานเข้ามาเป็นลูกเขยท่านเจ้าสัว ชีวิตของผมก็มีคนวางแผนจัดการให้เรียบร้อยเสร็จสรรพ มีตำแหน่งใหญ่ว่างรอรับโดยไม่ต้องดิ้นรนสร้างเอง อันที่จริงพ่อแม่ผมก็รวยในระดับหนึ่ง แต่การได้พ่อตารวยกว่านี่ มันช่างเหนือความคาดหมาย ผมใช้แค่ความสามารถก็เพียงพอ เพราะทุนทรัพย์มีพ่อตาลงทุนรอไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็อยู่ที่ว่า ผมจะมีน้ำยาพอไหม“จบแล้วโว้ย!!!”ไอ้ตงตะโกนออกมาสุดเสียง เมื่อเรายืนถ่ายรูปด้วยกันที่หน้าคณะ“จบสักที ต่อไปก็ไปต่อเมืองนอก”“เหอะ เชิญมึงเลย กูไม่เอาด้วยหรอก กูขอเรียนรู้จากประสบการณ์และความผิดพลาดของตัวเองนี่แหละ งานบริหารยกให้มึงเลย”“แล้วมึงไม่คิดจะกลับไปช่วยพ่อกับพี่มึงบ้างเหรอ ทุกวันนี้กูกับพี่นุ่มนิ่มวิ่งไปวิ่งมาสองบ้านแทบไม่ได้หยุดพักเลยนะเว้ย! มึงจะเห็นแก่ตัวเกินไปแล้วไอ้ตง”“นี่ด่าในฐานะพี่เขยใช่ไหม เป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะมึง”“กูมีเมีย อีกหน่อยก็มีลูก ต้องคิดได้แล้วป่ะ แล้วมึงอ่า...เมื่อไหร่จะคิดได้”“เฮ้อ! ช่างหัวกูเถอะ”“
ชุดลูกไม้สีขาวผ่องตัดกับสีผิวขาวอมชมพูของพี่นุ่มนิ่ม จนดูโดดเด่นและสง่างามเป็นอย่างมาก ก่อนนี้ผมเคยแอบชื่นชมคนรัก ว่าเธอสวยและสง่าสมกับฐานะลูกสาวเจ้าสัวท่าเรือ และสิ่งที่ผมคิดไม่เกินจริงเลย ยิ่งตอนนี้ที่รักของผม ยิ่งสวยและสง่าสมฐานะมาก ค่ำคืนนี้ผมกลายเป็นบุคคลน่าอิจฉาไปโดยปริยาย เพราะเจ้าสาวของผมสวยสง่ามาก ราวเจ้าหญิงในนิยายก็ไม่ปานผมนั่งมองคนรักอยู่ที่หน้าเวทีหลังจากที่ทำพิธีวางสินสอดเสร็จ พิธีกรก็ประกาศให้เจ้าสาวออกมาได้ พี่นุ่มนิ่มเดินเข้ามาในงานช้าๆ โดยมีคุณป๋าของเธอเดินควงมา คุณแม่ถึงกับรีบตบบ่าผมรัวๆ เมื่อกลั้นความปลื้มปีติเอาไว้ไม่ไหว เพราะสะใภ้คนนี้แม่ผมตั้งใจล็อกไว้ให้ผมมาก พอสมปรารถนา แม่ก็ถึงกับน้ำหูน้ำตาไหลเลยทีเดียว"หนูนุ่มนิ่มของแม่สวยมาก"เห่อลูกสะใภ้ที่หนึ่งก็แม่ผมนี่แหละ ตั้งแต่เปิดตัวเป็นลูกสะใภ้ แม่ผมกับพี่นุ่มนิ่มก็เอาอกเอาใจกันเป็นพิเศษ จยผมนี่กลายเป็นหมาหัวเน่าไปเลย"ใจเย็นๆ ครับแม่ ตอนนี้ผมก็ตื่นเต้นไม่ต่างจากแม่หรอกครับ""แม่ดีใจมากเลยโชกุน แม่กล้าพูดตรงนี้เลยว่า สมบัติทั้งหมดที่แม่มี แม่ยกให้ลูกกับหนูนุ่มนิ่มหมดเลย ขอแค่รีบมีหลานให้แม่อุ้มเร็วๆ พอ""วันนี้พึ
แม่เจ้า...ฉันไม่คิดไม่ฝัน ว่าวันนี้จะมาถึง วันที่ฉันจะถูกทะลวงร่องรักพร้อมกันทั้งสองร่อง เคยเห็นแต่ในคลิปหนังเสียวที่เขาใช้ Sex toy เวอร์ชันสอดพร้อมกันสองรู้ และตอนนี้คุณโชก็ดันอยากจะลองมันซะงั้น เขาเอาดิลโด้ค่อยๆ ยัดเข้าไปในร่องหลังของฉัน ความแปลกใหม่ทำให้ฉันสะดุ้งจนหดรัดท่อนซิลิโคนนั้นแน่น แต่สิ่งแปลกปลอมที่ทิ่มแทงอยู่ร่องหลัง กลับคับแน่นจนกดโดนจุดกระสันของฉันอย่างแปลกประหลาดใจ จนนาทีที่คุณโชยัดดุ้นกายของเขาผ่านห่วงซิลิโคนที่เป็นตัวเชื่อมเข้ามาในร่องหน้าของฉัน มันยิ่งทำให้ฉันเสียวซ่านจนเผลอตอดรัดลำเลาเขาแน่น จนคนที่กำลังค่อยๆ ขยับโยกกายแกร่ง คำรามออกมาอย่างสุดจะทนไหว"อาาาา! แน่นโคตรๆ เสียวดีจริงๆ ผมจะขยับแล้วนะครับ ทูนหัว! ""อ๊า! คุณโชขา อ๊า! เสียวค่ะที่รัก อื้อ! อ๊ะอ๊ะอ๊ะ อ๊า! "ร่างฉันเริ่มสั่นคลอนไปทั้งตัว เมื่อเขากระแทกร่างแกร่งเข้ามารัวๆ จนร่องรักที่ถูกแทงควบคู่ของฉันบีบอัดอย่างทนความเสียวซ่านไม่ไหว จนต้องร้องครวญครางเพื่อขอให้เขาหยุด เพราะฉันรับความเสียวสุดๆ พร้อมกันทั้งสองทางไม่ได้"คุณโชขา ฮื่อๆ พี่ไม่ไหวค่ะ คุณโช! อ๊าย! คุณโช! พี่ไม่ไหวจริง ขอร้อง...อ๊า! "เหมือนคุณโชจะเห
ฉันออกแรงขยำลำเลาและเคล้าคลึงอยู่พักใหญ่ จนท่อนกายของเขาแข็งขืนตื่นเต็มที่ ฉันจึงจัดการปลดเปลื้องชุดเดรสสุดเซ็กซี่ออกจากกาย ก่อนจะคลานขึ้นไปนอนหงายบนโซฟา ขาเรียวหนึ่งข้างของฉัน ยกชันและพาดไปกับพนักโซฟา ในขณะที่อีกข้างก็กางอ้าออกกว้าง พลางหย่อนลงด้านข้าง ศีรษะของฉันหนุนราบไปกับหมอนอิง เพื่อพยุงร่างเอาไว้ ในขณะที่ขาเรียวทั้งสองกำลังกางกว้างอวดโชว์ร่องรัญจวนอย่างเชิญชวนคนตรงหน้าฉันแอบเห็นว่าที่สามี กลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ พลางจับจ้องมองมาที่ร่องกายสีชมพูของฉัน ฉันจึงจับของเล่นอันจิ๋วที่กำลังสั่น สอดและยัดมันเข้าไปในร่องชมพูบอบบาง"อ๊าาาา! ฮื่อ! "ฉันกดรีโมทบังคับมันให้โลดแล่นไปมาในโพรงสวาทอย่างซ่านเสียว จนคนที่เหลียวมองเริ่มจะยืนต่อไม่ไหว ร่างกำยำปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากตัวอย่างเร็วไว ก่อนจะย่างกายโทงๆ มาหาฉันที่กำลังนอนสั่นสะท้านอยู่บนโซฟา"คุณโชขา! จูบพี่หน่อยสิที่รัก อ๊า! อ๊า! "คุณโชก้มลงมามองหน้าฉัน ทั้งที่ลมหายใจกำลังติดขัด เขาหายใจแรงมาก จนลมหายใจอุ่นเป่ารดโดนยอดอกของฉัน ยิ่งสร้างความเสียวซ่านจนฉันต้องอ้าขากว้าง เพื่อรับตัวเขาที่ทาบทับลงมา คุณโชป้อนจูบให้ฉัน พลางขยับถูท่อนลำไปกับเนิน
(นุ่มนิ่ม : บันทึกรักของสาวใช้)ฉันตกหลุมรักหนุ่มน้อยรุ่นน้องที่อายุอ่อนกว่าถึง 4ปี ทันทีที่รู้ว่าเขาเป็น 1ในคนที่ฉันต้องเลือกมาเป็นสามี เพียงเห็นประวัติและรูปถ่ายของใบหน้าหล่อเหลา ก็ทำเอาติ่งกระสันของฉันสั่นระริกและเสียวซ่านไปทั่วทั้งภายใน ความเร่าร้อนในกายทำให้ฉันอดทนรอไม่ได้ จึงตัดสินใจขอความร่วมมือกับคุณแม่ของว่าที่สามี จนฉันได้มีโอกาสเข้าไปใกล้ชิดกับเขา ด้วยการปลอมตัวไปเป็นสาวใช้ แต่หนุ่มน้อยก็เล่นตัวซะเหลือเกิน จนฉันต้องงัด 108กลยุทธ์ ฉบับสาวขี้อ่อยออกมายั่วยวน และตอนนี้ฉันก็ได้เขามาครอบครองในฐานะสามีสมใจแล้ววันนี้คือวันจบการศึกษาของฉัน ซึ่งผู้ใหญ่จะให้เราแต่งงานกันทันทีที่ฉันเรียนจบ และฤกษ์ยามก็ถูกกำหนดเอาไว้แล้วอีก 30วันหลังจากนี้ วันนี้เรามีงานปาร์ตี้เล็กๆ ที่บ้านของฉันเพื่อฉลองการเรียนจบของฉัน และหลังจากที่งานเลิกและแขกคนสนิทต่างกลับกันหมดแล้ว ฉันก็แอบเข้ามาร่ำลาอุปกรณ์สร้างความเสียวซ่านในห้องสะสมอย่างอาลัยอาวรณ์"โอ้โห...นี่แอบมีเป็นห้องแบบนี้เลยเหรอครับ ผมชักจะน้อยใจแล้วสิ"เขาคงตามหาฉันทั่วบ้านแล้ว ถึงได้รู้ว่าฉันอยู่ในห้องนี้ ทั้งที่ฉันไม่เคยบอกเขา ตั้งแต่เขาเข้ามาอยู่บ
"เฮียโช"ขณะที่พวกผมกำลังคุยกันเรื่อยเปื่อย ก็มีแขกมาเยือนถึงถิ่น ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โดยมีพี่นุ่มนิ่มกอดแขนผมเอาไว้ และคนที่มาเยือนก็ไม่ใช่ใคร ก็คือไอ้คนที่ประเคนส้นตีนใส่ผมนั่นเอง"มึงจะเอาอะไรอีก มึงไม่จบเหรอ""ผมมาขอโทษเฮียครับ"เสียงอ้อแอ้ทำให้ผมใจอ่อนยวบ ไม่ใชเพราะมันเสียทีเดียว แต่เป็นสาวน้อยที่หลบอยู่ด้านหลังมัน คนที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นเหตุของเรื่อง ผมนั่งลงที่เดิม พี่นุ่มนิ่มและไอ้ตงก็นั่งตาม"นั่งสิ หรือจะยืนค้ำหัวกูอยู่อย่างนั้น"เด็กนั่นเดินมานั่งลงก่อนจะนิ่วหน้า เพราะอาการก็สาหัสไม่แพ้กัน"ผมขอโทษเฮียนะครับที่เข้าใจผิด ผม...""หูหนวกตาบอดชั่วขณะเพราะแรงหึงหวง" ผมตอบแทนมัน"ครับ" มันยอมรับสั้นๆ แมนๆ"เออ...กูเข้าใจ กูก็เคยเป็นมาก่อน แต่ก็ควรมีสติมากกว่านี้ ไม่ใช่มาถึงก็ซัดแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย""น้องดาขอโทษค่ะ น้องดาเองก็ผิด ที่เข้าใจทุกอย่างผิดไป จนมันเกิดเรื่อง"น้องดาเอ่ยขึ้น ใบหน้าแสดงออกถึงความรู้สึกผิดชัดเจน จนผมเองยังนึกสาสาร เธอคงรักเจ้าเด็กนี่เข้าแล้วเต็มๆ"พี่ถามนะ หึงกันไปมาเนี่ย รู้ใจกันและกันรึยังว่าอีกฝ่ายก็รักไม่แพ้กัน"ทั้งสองส่ายหน้า จนผมต้องเอามือมากุมขมับ







