Masukณ. บ้านตระกูล จาง
บรรยากาศช่วงเช้าในฤดูหนาวของวันนี้อากาศค่อนข้างเย็นและมีลมแรงมากกว่าปกติทั่วบริเวณรอบบ้านของตระกูลจางที่มีแต่ต้นไม้ใหญ่ทำให้ลมแรงมากกว่าปกติเป็นสองเท่า
" เฮีย!! ลื่อเอารถอั้วไปขับเหรอ?? "
" ........... "
หยุน ไม่ยอมตอบคำถามของหญิงสาว เขายังคงก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟาใหญ่กลางห้องนั่งเล่นเหมือนเดิม ลี่หลินชักเริ่มโมโห เธอเดินตรงเข้าไปหาก่อนจะกระชากโทรศัพท์ของเขา
" เฮ้ย!! เอาคืนมา!! "
" ตอบมาดิ!!! เฮียเอารถอั้วไปชนมาเหรอว่ะ "
ชายหนุ่มกระโดดตามมือเล็กของหญิงสาวที่ชูโทรศัพท์ขึ้นเหนือหัว เสียงใสเริ่มแข็งกระด้างเมื่ออีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจ
" เอ่อ! อั้วเอารถของลื่อไปชนมาพอใจยังอ่ะ!! "
" ได้!! "
ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความโกรธ รถที่พ่อของเธอซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดถูกเอาไปชนจนด้านหน้าเละไม่เป็นท่า เธอเดินหันหลังให้กับชายหนุ่มเพื่อตั้งสติก่อนจะหันกลับมายื่นโทรศัพท์คืนให้
" เอาไป!! "
ตุ๊บ เพล้ง!
ในจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังยื่นมือมารับโทรศัพท์ มือเล็กของลี่หลินก็ชูขึ้นเต็มความสูงก่อนจะปล่อยโทรศัพท์ทันทีทำให้โทรศัพท์เครื่องหรูของ หยุน ตกแตกกระจายเต็มพื้น
" ไอ้หลิน!!! "
" เป็นไง...ของรักพังไปต่อหน้าแบบนี้...รู้สึกยังไง "
" มันจะมากไปนะเว้ยไอ้หลิน "
" มันน้อยไปด้วยซ้ำ....อั้วไม่ได้อนุญาตให้เฮียเอารถไปขับด้วยซ้ำ "
เสียงของทั้งสองที่ทะเลาะกันดังขึ้นไปถึงชั้นสองของบ้าน ทำให้ชายสูงวัยประมุขของตระกูลต้องเดินออกมาดู เขายื่นหน้าลงมาจากระเบียงก็พบกับชายหญิงคู่นึงกำลังยื่นโต้เถียงกัน บนพื้นพบโทรศัพท์เครื่องหรูแตกกระจายอยู่เกลื่อนพื้น
"นี่มันอะไรกัน....ลื่อสองคนทะเลาะอะไรกันอีก "
" แปะ!! เฮียเอารถอั้วไปชน!! จะรับผิดชอบยังไง "
ชายสูงวัยเดินลงมาจากชั้นสองด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์กับภาพตรงหน้าซะเท่าไร เขาเดินตรงมาประจันหน้ากับลูกชายและหลานสาวพร้อมกับกวาดสายตามองไปที่พื้นอีกครั้ง
" เอาไป! "
" อะไรแปะ "
จางเฉินยื่นกุญแจรถหรูให้กับลี่หลิน หญิงสาวชะงักเล็กน้อยก่อนจะสบตากับชายสูงวัยตรงหน้าอย่างสงสัย ' มาไม้ไหนของเขาว่ะ ' ดวงตาคู่สวยจับจ้องสองพ่อลูกสลับกันไปด้วยความแปลกใจและไม่ไว้ใจเป็นอย่างมาก
" ป๊า!! นั้นมันรถอั้วนะ "
" แล้วไงว่ะ!!! ลื่อเอารถอีไปขับจนเสียหายก็ต้องรับผิดชอบอย่างที่อีว่า "
ชายหนุ่มโวยวายขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นกุญแจรถหรูคันที่เขาอยากได้ ดวงตาคมจับจ้องหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่พอใจ ลี่หลินเองก็เชิดหน้าใส่เขาอย่างเยาะเย้ยก่อนจะยื่นมือไปหยิบกุญแจจากจางเฉิน
" งั้นหลินเอาไปขับนะ....ถ้าไม่ชอบจะเอามาคืน "
" ตามสบาย!! "
หญิงสาวรับกุญแจมา ใบหน้าหวานยิ้มอย่างพอใจ เรียวขาทั้งสองกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปแต่ก็ชะงักเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไปที่โซฟา มือเล็กเอื้อมลงไปหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเอง เธอเงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มเยาะเย้ยชายหนุ่มอีกครั้งแล้วเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป
" ป๊า!!! ทำไมต้องยอมอีอยู่เลย....อั้วเป็นลูกลื่อนะ "
" อย่าพูดจาไร้สาระแล้วก็เลิกครวญครางได้แล้ว ขึ้นไปแต่งตัวแล้วออกไปข้างนอกกับอั้ว "
จางเฉินส่งสายตาแข็งใส่ลูกชาย หยุน ไม่สามารถต่อต้านพ่อของเขาได้รีบเดินขึ้นชั้นสองอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าเขาจะไม่พอใจก็ตาม
' หึ! โดนตามใจจนนิสัยเสีย ' เธอสบถออกมาเบาๆ มือเล็กควงกุญแจรถหรูเดินออกมายังโรงรถอย่างอารมณ์ดี
' รุ่นใหม่ซะด้วย ' รถหรูสปอร์ตสีแดงสดจอดอยู่ในโรงรถส่วนของกระจกอย่างเป็นส่วนตัว มือเล็กกดเปิดประตูกระจกก่อนจะเข้าไปสำรวจบริเวณรอบๆ
' เปย์เก่งจังนะแปะ...ขอลองระบบกันชนซะหน่อย ' ลี่หลินเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับ มือเล็กดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดอย่างเรียบร้อยก่อนจะจับกระชับพวงมาลัย
บรึ้นๆ!
เสียงรถร้องคำรามอยู่ภายในโรงรถกระจกทำให้เสียงดังกึกก้องไปทั่ว หยุน เมื่อได้ยินเสียงเขารีบพุ่งตัวออกมาดูทันทีใบหน้าหล่อแสดงอาการเสียดายอย่างเห็นได้ชัด รถคันหรูแล่นออกจากบ้านอย่างรวดเร็วก่อนจะเบรกกะทันหัน
เอี๊ยดดดด!
' ใครวะ ' ลี่หลินสบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อจู่ๆ ก็มีรถแท็กซี่คันนึงพุ่งมาก่อนจะหยุดตรงประตูหน้าบ้านแบบกะทันหันเช่นกัน
" คุณหิรัญ!! "
" ........... "
ชายหนุ่มใส่เสื้อแขนยาวสีขาวคอเต่ากางเกงขายาวสีดำสวมทับด้วยเสื้อโค้ตสีดำและรองเท้าผ้าใบสีขาวกำลังก้าวลงมาจากแท็กซี่ หญิงสาวเรียกผู้ชายตรงหน้าด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เธอเดินตรงไปหาแท็กซี่ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปในตัวรถแล้วพูดอะไรบางอย่างกับคนขับ
" หลิน~ "
" ยังไม่กลับไทยอีกเหรอ "
" ยัง...ว่าจะพาหลินกลับไปด้วย ^ _ ^ "
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้หญิงสาวถึงกับเดินขึ้นรถทันที ชายหนุ่มรีบเดินไปอีกฝั่งก่อนจะก้าวขึ้นรถตามลี่หลิน
" มาหาป๊าเหรอ "
" ครับ "
" ป๊าอยู่ที่บริษัทแล้ว "
" หลินก็ไปส่งผมซิ "
เสียงทุ้มอ้อนวอนใบหน้าหล่อหยาดเยิ้มอย่างมีความสุข มือหนาดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดเพื่อความปลอดภัยเพราะรู้ว่าคนตัวเล็กขับรถเร็วมากแค่ไหน หญิงสาวที่กำลังจะเตรียมตัวออกรถก็ต้องชะงักอีกครั้งเพราะเสียงเคาะกระจกที่ดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก!
มือเล็กกดเปิดกระจกรถทันทีเมื่อเห็นหน้าของคนที่มาเคาะเรียก ใบหน้าหวานถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะหันขึ้นไปสบตากับชายหนุ่ม
" อะไรอีกเฮีย!? "
" เปล่า! ป๊าให้มาถามว่ากลับกี่โมง "
คำถามที่แปลกของชายหนุ่มทำให้ลี่หลินถึงกับหันหน้าไปมองกับหิรัญที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ เขาส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้หญิงสาวก่อนที่เธอจะหันกลับมาหาหยุนที่ยืนรอคำตอบอยู่
" ห้าโมงมั้ง.....ออกไปได้แล้ว "
" โอเค! รีบกลับบ้านละ "
รอยยิ้มอย่างมีเลศนัยถูกส่งมาให้ทั้งสองก่อนจะเดินออกไปจากตัวรถ มือเล็กกดปิดกระจกก่อนจะเหยียบคันเร่งออกไป
" คุณว่า.....เฮียหยุนจะมีแผนอะไรไหม "
" ทำไมถามแบบนั้น "
ลี่หลินไม่ได้ขับรถเร็วเหมือนครั้งแรกที่เจอกับหิรัญ เธอรู้ว่าชายหนุ่มกลัวเลยลดความเร็วของรถลง เขามองหน้าหญิงสาวอย่างสงสัยกับคำถามที่เธอตั้ง
" ปกติสองพ่อลูกไม่เคยถามอะไรแบบนี้ไง....รู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ "
" อย่าคิดมากสิ....เขาสองคนคงอยากทำตัวดีขึ้น "
' ผมยื่นมือไปขยี้ผมของหลินเบาๆ ก่อนจะบีบจมูกเล็กของเธออย่างหยอกเย้าเพื่อให้หายเครียด ' หญิงสาวย่นจมูกลงก่อนจะชำเลืองสายตามองเขาแล้วส่งยิ้มแห้งๆ กลับไป
ฟอด!
" คุณหิรัญ!! "
" ^ _ ^ "
จู่ๆ เขาก็หอมแก้มของเธออย่างรวดเร็ว หญิงสาวที่ไม่ได้ตั้งตัวตกใจเป็นอย่างมาก มือเล็กรีบประคองพวงมาลัยให้นิ่งอีกครั้งก่อนส่งเสียงดุใส่คนข้างๆ
" หอมจัง! "
" หลินขับรถอยู่...คุณอย่าพึ่งแกล้งซิ..คุณหิรัญ!!! "
ชายหนุ่มยื่นหน้ามาใกล้ๆกับใบหูของเธอก่อนจะงับเบาๆเธอย่นคอลงอย่างอัตโนมัติก่อนจะส่งเสียงดุเขาอีกรอบ ' ฉันรู้จุดอ่อนของเธอแล้วเสร็จฉันแน่ 'รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้ว่าใบหูคือจุดอ่อนของเธอ
" ได้! คุณจะเอาอย่างนี้ใช่ไหม "
" หลิน! อย่าขับเร็ว!! "
ใบหน้าหวานหันมามองชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ อย่างคาดโทษ มือเล็กกระชับพวงมาลัยก่อนจะส่งแรงทั้งหมดไปที่คันเร่งเมื่อรถคันหรูแล่นออกมาจากโซนชุมชนเข้าสู่ถนนที่สามารถทำความเร็วได้
บรึ้น!
มือหนาคว้าที่จับไว้แน่นหลังแกร่งนั่งติดเบาะทันทีส่วนมืออีกข้างจิกเข้ากับเบาะอย่างแน่นหนา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของหญิงสาวปรากฏขึ้นก่อนจะหันมามองชายหนุ่มอย่างเยาะเย้ย
" หลิน~ ไม่แกล้งแล้วครับ "
" หึ! "
หิรัญนั่งนิ่งตัวเกร็งไปหมด เขานั่งหลับตาเพราะไม่กล้ามองถนนที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว คนตัวเล็กแค่นหัวเราะออกมาอย่างผู้ชนะ เธอค่อยๆ ลดความเร็วของรถลงก่อนจะตีไฟเข้าจอดข้างทาง
" คุณหิรัญ ลืมตาได้แล้ว...หลินไม่แกล้งแล้ว "
" ............ "
มือเล็กประคองใบหน้าหล่อที่ซีดเซียวก่อนที่ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก็พบว่าหญิงสาวกำลังส่งยิ้มมาให้เขา เธอลดมือแล้วกำลังจะหันตัวกลับไปที่เดิมแต่ก็ถูกมือหนากระชากแขนอย่างแรง
" อือออ "
เขากระชากแขนของเธอแล้วดึงตัวเข้ามาจูบอย่างรวดเร็วมือหนาล็อกต้นคอของเธอเพราะลี่หลินพยายามบิดตัวหนี มือเล็กดันตัวของเขาออกอย่างสุดแรง
ปัก!
" คุณหิรัญ!! "
" โทษฐานที่เธอแกล้งฉันแรงมาก "
" คุณก็แกล้งหลินเหมือนกันนั่นแหละ "
" งั้นจูบนี้ก็หายกัน "
เสียงถอนจูบของทั้งคู่ดังขึ้นเพราะอีกฝ่ายพยายามรั้งไม่ยอมถอนจูบออก มือเล็กฟาดลงที่ต้นแขนของชายหนุ่มอย่างแรงแต่เขากลับยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจมือหนายื่นมาลูบศีรษะของหญิงสาวอย่างแผ่วเบาก่อนที่ลี่หลินจะขับรถไปส่งชายหนุ่มที่บริษัท จาง คอร์ปอเรชั่น ส่วนเธอก็ไปตามนัดของเพื่อน
บรรยากาศเงียบสงัดเมื่อทุกคนแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนไม่ต่างจากเจ้าของบ้าน หิรัญและหมอทิมพากันพยุงร่างกายกลับขึ้นมาที่ห้องของตัวเองด้วยความยากลำบากเพราะอาการเมาหนักไม่ต่างกันแต่เหมือนคนที่จะยังพอมีสติอยู่บ้างก็คงเป็นหมอทิม" ไอ้รัญ! แล้วบอกจะไม่ดื่มเยอะไง "" หื้ม! ไม่ได้ขนาดนั้น....ปล่อยๆ กูกลับห้องเองได้ "เสียงทุ้มแหบพูดกับเพื่อนอย่างแผ่วเบามือหนาตบหน้าอกแกร่งของทิมเบาๆก่อนจะดันตัวออกจากเขาแล้วเปิดประตูเข้าห้องนอนของตัวเองอีกฝ่ายถอนหายใจเบาๆก่อนจะเดินออกไปอีกทางเพื่อกลับห้องแกร๊ก!!ความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ภายในห้องนอนปะทะเข้ากับร่างกายกำยำเมื่อชายหนุ่มย่างก้าวเข้าไป มือหนาปลดเสื้อผ้าออกทุกชิ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงแช่น้ำในอ่างขนาดใหญ่ที่ถูกเตรียมเอาไว้แล้ว หิรัญใช้อาบน้ำไม่นานเขาก็เดินออกจากห้องโดยมีแต่กางเกงบ็อกเซอร์เท่านั้นที่ปกปิดท่อนล่างไว้ร่างกายกำยำค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปด้านในผ้าห่มผืนใหญ่อย่างเบามากที่สุด
ในที่สุดก็มาถึงวันที่รอคอยหลังจากเรียนจบมานานวันรับปริญญาก็มาถึง ชุดครุยถูกหยิบขึ้นมาสวมใส่ให้ลี่หลินอย่างเรียบร้อยใบหน้าหล่อระบายยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจเมื่อได้เป็นคนสวมใส่ชุดอันมีเกียรติให้แก่หญิงสาว" ขอบคุณนะคะ "" มีของขวัญให้ด้วยนะ.....อยากให้หลินเป็นคนแรกก่อนจะไปรับดอกไม้จากคนอื่น "ลี่หลินหันกลับมาส่งยิ้มให้ชายหนุ่มพร้อมกับน้ำเสียงที่ออดอ้อน หิรัญกุมมือของเธอเอาไว้แน่น ดวงตาคมหยาดเยิ้มยังคงมองใบหน้าสวยหวานอย่างภาคภูมิใจก่อนที่เขาจะค่อยๆ ล้วงมือเอาไปหยิบบางอย่างภายในเสื้อสูท" สั่งทำเลยนะ.....ชอบไหม "" ชอบค่ะ มันสวยมากเลย "สร้อยข้อมือขนาดเล็กจี้ตัวอักษรLHซ้อนด้วยรูปหัวใจตรงกลางฝังเพชรมากกว่าสองร้อยเม็ดถูกสวมใส่ให้กับหญิงสาว ลี่หลินระบายยิ้มอย่างชอบใจกับของขวัญที่หิรัญมอบให้เธอ ชายหนุ่มส่งยิ้มกลับมาพร้อมกับดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด" สวัสดีครับป๋า "" อื้อ "เสียงทุ้มของจินและเต๋า
" ป๋า! หลินอยากกลับบ้านแล้ว "" ไอ้หมอยังไม่อนุญาตเลย....ให้หายดีกว่านี้ก่อนตกลงไหม "ท่าทีงอแงออดอ้อนของคนตัวเล็กหิรัญถึงกับระบายยิ้มออกมาอย่างชอบใจมันทำให้เขารู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มหายดีแล้ว ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าสวยหวานของเธอก่อนจะป้อนผลไม้ของโปรด" หมดจานเดี๋ยวพากลับเลย ตกลงไหม "" หลอกล่อเป็นเด็กเลยนะ "ลี่หลินเอาแต่จ้องหน้าของหิรัญไม่ยอมทานผลไม้ที่เขาป้อนให้ ใบหน้าสวยมุ่ยลงด้านความเบื่อหน่ายกับการอยู่ที่โรงพยาบาล เสียงทุ้มอ่อนลงออดอ้อนหญิงสาวอีกครั้งจนคนตัวเล็กยอมทาน" ก็เมียป๋ายังเด็กอยู่ไงครับ "" อื้อป๋า~ "หิรัญหันไปวางจานผลไม้ลงที่โต๊ะข้างๆ เตียงก่อนจะหันกลับมาเห็นสีหน้าที่ยังคงงอนชายหนุ่ม มือหนาหยิกแก้มทั้งสองข้างของเธออย่างมันเขี้ยวก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงจูบที่หน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบาก๊อก ก๊อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ทั้งสองที่กำลังหยอกล้อกันอยู่รีบหันไปทางป
หิรัญเดินเข้ามายังท่าเรือร้างด้วยท่าทางมาดนิ่งดวงตาคมแผ่รังสีอาฆาตมองไปรอบๆ อย่างไม่สามารถคาดเดาได้ถึงแม้ว่าเขาจะอ่อนเพลียเป็นอย่างมากก็ตาม มือหนาถือปืนกระบอกสีดำเอาไว้แน่นเดินเข้ายังตึกร้างอย่างช้าๆแปะ แปะ!!เสียงตบมือแบบเยาะเย้ยดังขึ้น ดวงตาคมจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาเย้ยหยัน คินส์ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างช้าๆ เดินเข้ามาประจันกับหิรัญอย่างไม่กลัวสองหนุ่มมองหน้ากันอย่างไม่ยอม คินส์แค่นเสียงออกมาอย่างชอบใจมือหนายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก่อนจะโน้มตัวลงเอ่ยชมอีกฝ่าย" มาตรงเวลาดี "" หลินอยู่ไหน "ชายหนุ่มไม่ได้สนว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรเขาเอ่ยถามหาหญิงสาวทันที ก่อนจะเห็นเดชาเดินออกมาพร้อมกับปืนที่จ่อศีรษะของลี่หลินเอาไว้คินส์แค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจเดินเข้าไปหาผู้เป็นพ่อแบบนิ่งๆแกร๊ก" หยุดอยู่ตรงนั้น...ถ้าไม่อยากให้เมียมึงตาย....แล้วก็วางปืนลงด้วย "หิรัญกำลังจะพุ่งตัวหาคนรักแต่ก็ต้องชะงักเมื่ออีกฝ่ายปลดเซฟตี้ขอ
เสียงเด็กๆเริ่มดังงอแงมากขึ้นใบบัวและดวงดาวพยายามปลอบขวัญเด็กให้เงียบลงพร้อมช่วยกันแก้มัดให้เด็กๆคนอื่นๆมีเพียงลี่หลินและเด็กผู้ชายอีกสองสามที่โตกว่ากำลังช่วยกันพยายามหาทางออก" พี่! พวกเราจะเอายังไงกันดี....มันไม่มีช่องว่างให้หนีเลย "" พี่ครับ! ตรงนี้เราน่าจะออกไปได้นะครับ "เสียงเล็กของสองเด็กชายทำให้ลี่หลินหันมามองทั้งสองคนด้วยความเอ็นดู หญิงสาวนั่งย่อตัวลงลูบศีรษะของเด็กทั้งสองอย่างอ่อนโยนก่อนที่ดวงดาวและใบบัวจะเดินเข้ามาส่งยิ้มอ่อนๆให้เด็กชายสองคนเล็กน้อย" นี่ครับ! ตรงนี้ "" ...... "นิ้วเล็กๆชี้ขึ้นไปที่ช่องหน้าตาด้านบนที่มีแสงไฟจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาก่อนจะหันมาบอกสามสาวอย่างไร้เดียงสา ลี่หลินยิ้มให้เด็กชายเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆหาทางปืนลังไม้ขึ้นไปด้านบน" คุณหลินระวังตกนะคะ "" ช้าๆ ค่ะ ข้างบนเป็นยังไงบ้างคะ "ดวงดาวพยุงตัวของลี่หลินลงจากลังไม้มากมายที่วางกองอยู่ท่วมหัวเสียงใสเ
ณ.ลานบรรจุตู้บริษัทXXในเครือของอัครกาญบริเวณที่ดินอันโล่งกว้างมีตู้คอนเทนเนอร์มากมายหลากหลายวางเรียงรายรอรถเข้ามาเอาตู้ออกไปส่งยังท่าเรือและบริษัทต่างๆ ข้างกันมีลานตู้เปล่าที่กำลังรอการบรรจุสินค้า" ไหนพ่อบอกว่า...ให้ผมพาหลินมาแค่เอามาตกลงเรื่องธุรกิจกับป๋าหิรัญไม่ใช่หรอแล้วนี่มันอะไร "" หึ! ธุรกิจสะอาดกูไม่สนแล้ว....ลูกค้าทางจีนอยากได้แบบนี้...มันราคางาม "เสียงโวยวายของครามดังลั่นไปทั่วห้องสำนักงานเมื่อรู้ว่าผู้เป็นพ่ออย่างเดชาจะเอาเพื่อนสาวของเขามาขายรวมกับเด็กคนอื่นๆ ที่ถูกหลอกมาจากสถานที่เด็กกำพร้า ชายหนุ่มแทบทรุดลงพื้นเมื่อได้ยินเสียงทุ้มพูดออกมาอย่างบ้าคลั่ง" ผมจะไม่ยอมให้พ่อทำแบบนี้อีก "" ไอ้คราม....มึงอย่าเยอะ....กูบอกแล้วใช่ไหมว่าให้นึกถึงครอบครัวเป็นหลัก "คินส์ลุกพรวดขึ้นจากโซฟากำลังจะออกจากห้องแต่ก็ถูกมือหนาของคินส์พี่ชายคว้าเอาไว้เสียงทุ้มพูดข่มขู่น้องชายเอาไว้ ชายหนุ่มนิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะสะบัดตัวออกอย่างแรง เขาเดินออกจากห้องสำ
หลังจากเกิดเรื่องในครั้งนั้นหิรัญก็ยอมไม่ปล่อยให้ลี่หลินไปไหนคนเดียวอีกเลยถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะไม่ได้ไปด้วยแต่เขาก็ให้ลูกน้องตามประกบทุกฝีก้าวห้ามให้หญิงสาวคาดสายตาไปได้เพราะกลัวว่าคนของอัครกาญจะทำอะไรในสิ่งที่เขาคาดไม่คิดก็เป็นได้" หลิน! ไปคลับกัน "" คิดยังไง.....ชวนออกไปข้าง
รถคันหรูแล่นเข้ามาในบริเวณบ้านด้วยความเร็ว ลี่หลินที่ได้ยินเสียงของรถยนต์ที่คุ้นเคยดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟาตัวใหญ่วิ่งออกมารอชายหนุ่มที่ห้องโถงอย่างรวดเร็ว ใบหน้าสวยแตกตื่นยืนลุ้นรอฟังข่าวจากเขา" หลิน!! "" ป๋า! เป็นยังไงบ้างคะ.....เจ็บตรงไหนไหม.....
เมืองซัวเถาณ.บ้านตระกูลหยวนห้องทำงานขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามเครื่องทองและเครื่องปั้นดินเผาราคาแพงมากมายถูกจัดวางอัดแน่นเต็มตู้โชว์ ชายสูงวัยนั่งจิบกาแฟอยู่บนโต๊ะทำงานอย่างสบายใจ ดวงตาคมไล่มองหุ้นของบริษัทจางที่กำลัง
ณ.บ้านกิติกร รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาในบริเวณบ้านอย่างรวดเร็วตรงเข้าไปยังโรงจอดรถที่อยู่ไม่ไกลจากตัวบ้าน มือหนาที่เต็มไปด้วยรอบเหี่ยวย่นเปิดประตูรถพร้อมโยนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ให้แก่ชายหนุ่มชุดดำที่เดินมาประกอบ ดวงตาคมมองเข้าไปในบ้านก่อนจะเดินก้าวเข้







