LOGIN@คอนโดคีย์
แกร๊ก! คีย์เปิดประตูเข้ามาในห้อง แล้วรีบสาวเท้าเดินดุ่มดุ่มเข้าไปด้านในทันที เขาไม่ได้ยินเสียงใดๆเล็ดลอดออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว ราวกับว่าไร้ร้างซึ่งคนอาศัยอยู่ "นุ่มนิ่ม" ชายหนุ่มเอ่ยเรียกชื่อของหญิงสาวตัวเล็กด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับสักคำกลับมา ผ่านหูทั้งสองข้างของเขาเลย "ยัยเตี้ยหายไปไหนวะ" คีย์บ่นพึมพำอยู่เพียงคนเดียว ในขณะที่สายตาคมทั้งสองของเขากำลังสาดส่องมองหาร่างเล็กเจ้าของฉายานี้ ซึ่งเขาเพิ่งจะตั้งให้อยู่ เมื่อเดินเข้าไปเรื่อยๆจนถึงห้องนอน ก็ปรากฏว่าเจอคนตัวเล็กกำลังหลับใหลอยู่ในห้วงภวังค์ของนิทราบนเตียงขนาดใหญ่ "นุ่มนิ่ม" ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ร่างเล็กของหญิงสาว พร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงห้วนห้วน "นี่เธอ!" มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมลงไปเขย่าไหล่ของหญิงสาว แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมานั่นก็คือไอความร้อนจากร่างกายของเธอ "เห้ย! เป็นไข้หรอวะ" มือหนาของชายหนุ่มเลื่อนขึ้นไปทาบบนหน้าผากของหญิงสาวด้วยความที่อดเป็นห่วงไม่ได้ อุณหภูมิจากร่างกายของคนตัวเล็กตอนนี้ร้อนจี๋ แทบจะทอดไข่สุกอยู่แล้วเชียว "นี่นุ่มนิ่ม! นี่เธอ" ชายหนุ่มเรียกชื่อหญิงสาวอย่างร้อนรน เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องจับต้นชนปลายอย่างไร ตั้งแต่จำความได้ก็ไม่เคยต้องลงมือทำอะไรเองแบบนี้เลยสักครั้งเดียว "กูเป็นหมอเฉพาะทางด้านหัวใจ ไม่ใช่หมอรักษาไข้นะเว้ย" เขาถอนหายใจฟึดฟัด ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องน้า แล้วรีบควานหาผ้าเช็ดตัว พร้อมด้วยกะละมังใส่น้ำเดินเข้ามายังเตียงนอนทันที "เอ่อ...ฉันจะเช็ดตัวให้เธอแล้วนะนุ่มนิ่ม" ชายหนุ่มพูดเองเออเอง แล้วนั่งลงบนเตียงนุ่มก่อนที่จะประคองตัวของหญิงสาวให้นอนแหงนหน้าขึ้น เพื่อความสะดวกในการเช็ดเนื้อตัว "ไปทำอะไรมาตัวถึงร้อนจี๋แบบนี้" ปากก็พูดบ่นอยู่ร่ำไป มือของเขาก็ยังคงดำเนินการเช็ดซับไอความร้อนจากบริเวณร่างกายและใบหน้าของหญิงสาว "อื้อ!" เสียงครางอู้อี้ดังมาจากภายในลำคอของหญิงสาว ที่ซึ่งเปล่งเสียงเล็ดลอดออกมาให้คนตรงหน้าได้ยินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ริมฝีปากอวบอิ่มของหล่อนซีดเซียวราวกับคนคล้ายจะเป็นลม "คงจะหนาวมากเลยสินะ" เขาสังเกตเห็นใบหน้าและร่างกายของหญิงสาวสั่นงกงก คาดว่าคงจะเกิดจากพิษไข้ มือหนาของเขารีบหยิบกะละมังวางบนเคาน์เตอร์ข้างหัวเตียง ก่อนที่จะเดินไปหายาสามัญประจำบ้านซึ่งอยู่ในลิ้นชัก พอจะช่วยแก้ขัดในยามนี้ได้ "ไม่สิ ต้องทานข้าวก่อนทานยา" ชายหนุ่มชะงักมองถุงยาที่อยู่ในมือของตนเอง แล้วเดินเข้าไปในห้องครัว รีบจัดสรรหาของมาทำข้าวต้มให้กับหญิงสาวได้รับประทานรองท้องก่อนจะกินยา 30 นาทีผ่านไป "นุ่มนิ่ม ลุกขึ้นมาทานข้าวก่อนนะ ประเดี๋ยวจะได้ทานยา" ชายหนุ่มยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างเตียงนอนพร้อมกับในมือที่ถือถาดข้าวต้มหมูสับเอ่ยเรียกชื่อของร่างเล็กที่นอนหลับใหลอยู่ คนตัวเล็กค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมากุมขมับของตัวเองอย่างอัตโนมัติ อาการปวดหัวโลดเเล่นเข้าไปในศีรษะของเธอ ทำให้แทบจะไม่สามารถประคองร่างกายของตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งตรงได้ "เดี๋ยวฉันช่วย" คีย์เอ่ยบอกคนตรงหน้า แล้วเอื้อมมือไปวางถาดข้าวต้มหมูสับไว้บนเคาน์เตอร์ ก่อนที่จะมานั่งแทรกด้านหลังของหญิงสาวแล้วช่วยจับร่างกายของเธอให้พิงกับพนักหัวเตียง "นั่งไหวมั้ย?" คนตัวเล็กหันมาพยักหน้าให้กับชายหนุ่ม เป็นเชิงตอบรับในคำถามของเขา "อะ" ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบถ้วยพลาสติกมาถือไว้เสมอหน้าท้อง แล้วค่อยๆช้อนข้าวต้มด้านใน หยิบยกขึ้นมาเป่าไล่ความร้อนออกไปอย่างละเมียดละไม "ขอบคุณนะ" นุ่มนิ่มเอ่ยบอกคีย์ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะใช้ปากบวบอิ่มของตัวเองครอบเอาข้าวต้มจากช้อนที่เขาป้อนให้กลืนลงไปสู่ลำคอระหง หลังจากนั้นชายหนุ่มก็นั่งป้อนข้าวต้มให้แก่หญิงสาว จนเกือบจะหมดถ้วย แล้วจัดเตรียมหยูกยาให้แก่เธอรับประทานชำเลาพิษไข้ "เดี๋ยวเธอนอนหลับสักชั่วโมงสองชั่วโมง ตื่นขึ้นมาอาการปวดหัวก็คงจะทุเลาลงบ้าง แต่ถ้าเธอยังไม่หาย เราก็ค่อยไปโรงพยาบาลกัน" ชายหนุ่มเอ่ยบอกแก่หญิงสาว ในขณะที่ตนกำลังเก็บถ้วยชามไปไว้ยังห้องครัว "หนูต้องขอบคุณคุณอีกครั้งนะคะ" คีย์พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินออกไปจากเตียงเพื่อให้คนตัวเล็กได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ มือหนาควานหาโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋ากางเกง แล้วใช้นิ้วเรียวเลื่อนไปเลื่อนมาอย่างชำนาญ เพื่อกดโทรหาคนทางปลายสาย 📞พี่แก้ว (สวัสดีค่ะคุณหมอ มีอะไรหรือเปล่าคะ) แก้วพยาบาลหน้าห้องของชายหนุ่มเอ่ยถามเขาอย่างแปลกใจ เพราะบ่อยครั้งที่ผู้เป็นหมอจะยอมลงทุนกดเบอร์โทรหาหล่อน (เอ่อ..เคสผ่าตัดของผมวันนี้ มีอีกหรือเปล่าครับ) คีย์ถามไปยังปลายสายที่แง่หูฟังเขาอยู่อย่างใจจดใจจ่อ เพราะผู้หญิงคนที่ชื่อแก้ว มิใช่เป็นเพียงพยาบาลหน้าห้องอย่างเดียว แต่หล่อนคล้ายจะจัดการเรื่องตารางเวรของชายหนุ่มเสียด้วย (วันนี้มีเคสผ่าตัดของคุณกมลทิพย์ ตอนบ่ายสองโมงตรงหนะค่ะ) แก้วเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วตอบกลับมาหลังจากที่เปิดแฟ้มตารางเวรของชายหนุ่มดูเรียบร้อยแล้ว (เคสนี้เขาเจาะจงว่าหมอผ่าตัดจะต้องเป็นผมหรือเปล่าครับ) คีย์ถามย้อนกลับไปอีกรอบหนึ่ง (ไม่ค่ะคุณหมอ แต่ว่ามันเป็นตารางเวรของหมอเฉยๆค่ะ) พี่แก้วตอบกลับมา ถึงแม้ว่าลึกๆของหล่อนนั้นจะเก็บซ่อนความรู้สึกที่อดสงสัยในตัวของหมอหนุ่มไม่ได้ก็ตาม (งั้นผมฝากเคสนี้ให้หมอกวางช่วยดูแลแทนนะครับ พี่แก้วช่วยบอกเธอด้วยว่าผมติดธุระสำคัญจริงๆไม่สามารถกลับไปทันผ่าตัดได้ ไว้ประเดี๋ยวเคสผ่าตัดของเธอเคสหน้า ผมจะเป็นคนดูแลแทนเอง ) และนี่คือความประสงค์ของชายหนุ่มที่โทรหาพยาบาลสาวในวันนี้ ถึงแม้ว่าการผ่าตัดจะสำคัญและทำเงินมูลค่าให้แก่โรงพยาบาลอย่างมากมายมหาศาลก็จริง แต่เขาก็ไม่สามารถอดเป็นห่วงหญิงสาวที่กำลังนอนซม ป่วยไข้อยู่บนเตียงในขณะนี้ได้ (ค่ะคุณหมอ เดี๋ยวพี่จะเรียนให้หมอกวางทราบ แต่คาดว่าหมอกวางก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรคุณคีย์สบายใจได้ค่ะ) (ครับ ฝากด้วยนะครับพี่แก้ว) พูดจบชายหนุ่มก็เลื่อนนิ้วเรียวของตัวเองขึ้นมากดวางสายทันที ก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอกริมระเบียง แล้วหยิบบุหรี่มวนนึงขึ้นมาสูบ "อื้ออ นะ..หนาว อื้ออ" น้ำเสียงสั่นเครือแลดูแผ่วเบาของคนตัวเล็กเล็ดลอดออกมาทางผนังด้านนอก ทำให้อีกคนหนึ่งที่กำลังยืนสูบบุหรี่อย่างสบายใจอยู่ริมระเบียงได้ยินเข้า ทำเอาเขากระสับกระส่ายใช่ย่อยเลยทีเดียว จึงรีบทิ้งมวนบุหรี่ลงในถังขยะแล้วเดินเข้าไปเพื่อดูอาการเจ้าของเสียงทันที "นุ่มนิ่ม นุ่มนิ่ม เธอเป็นอะไรหรือเปล่า" ชายหนุ่มยืนกอดอกมอง หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกหลายอย่างปนเปกัน ใจหนึ่งเขาก็อยากจะลงไปกอดเธอ อีกใจหนึ่งก็อยากจะทำด้านชาราวกับว่าไม่รู้สึกรู้สาแต่อย่างใด "นะ..หนาว นะ..หนาว" หญิงสาวขดตัวคู้แทบ จะเป็นเลข 8 ร่างกายของเธอสั่นงกงกด้วยความหนาว น้ำเสียงอันน้อยนิดดังออกมาจากลำคอ "นอนนะ นุ่มนิ่มนอน" ชายหนุ่มตัดสินใจนั่งลงบนหัวเตียงนอน พร้อมกับใช้มือโอบกอดร่างกายของหญิงสาวขึ้นมาแนบบนอกแกร่งของตนเอง "อื้ออ นะ..หนาว" เขากระชับกอดให้แน่นกว่าเดิม มือหนาของเขาลูบไล้ผมยาวสลวยอย่างเอ็นดู สองสายตาคมจับจ้องใบหน้างดงามของคนตัวเล็กอย่างไม่ปกปิด ราวกับว่าเธอมีเวทมนตร์สะกดบางอย่าง ทำให้เขาหลงใหลแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนกับผู้หญิงคนไหนทั้งสิ้น สายตาของเขาที่มองเธอนั้นมันอบอวลไปด้วยความรักความเอ็นดู เพียงแต่ยังมีกำแพงหินสูงๆที่กีดกั้นระหว่างสองคนอยู่เท่านั้นเอง "อื้ออ อื้อ" ใบหน้าเเน่งน้อยซบลงบนแผงอกแกร่ง ทำให้หัวใจของคนร่างหนาพองโตขึ้นกว่าเก่า เต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ แทบจะทะลุออกมาจากเนื้อหนังมังสาเสียให้ได้ "หลับแล้วหรอนุ่มนิ่ม.." ชายหนุ่มเอ่ยถามคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ใบหน้าของเขาค่อยๆแหงนลงมามอง ใบหน้าของคนตัวเล็กอย่างช้าๆ "อย่านะไอ้คีย์ เด็กนี่ไม่ใช่สเปคมึงสักหน่อย" ชายหนุ่มบ่นพึมพำอยู่คนเดียว เขาขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันอย่างไม่ใคร่จะสบอารมณ์ในความรู้สึกของตนเองสักเท่าไร "เอ๊ะ..หรือจะใช่" เขาก้มหน้าลงมองหญิงสาวอีกครั้งหนึ่ง แล้วแหงนขึ้นไปพูดสนทนากับตัวเองต่อเขาไม่รู้ว่าความรู้สึกต่อหญิงสาวในตอนนี้ มันเป็นความรู้สึกแบบไหนกันแน่ รู้เพียงแค่มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน "แม่..หนูคิดถึงแม่จังเลยค่ะ แม่ ฮึก.." เสียงของคนตัวเล็กละเมอร้องเรียกหาผู้เป็นมารดา รู้สึกได้ถึงความโหยหาแลเจ็บปวดพร้อมพร้อมในเวลาเดียวกัน "แม่คะ..แม่อย่าทิ้งหนูไป แม่ขา" คนตัวเล็กพูดในขณะที่เปลือกตาของตนเองยังคงปิดสนิทแน่น "เธอเจออะไรมากันแน่นุ่มนิ่ม" คิ้วหนาของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันอย่างอัตโนมัติ "แม่.." น้ำเสียงของคนตัวเล็กเริ่มแผ่วเบาและเงียบหายไปในที่สุด เช่นเดียวกับคนตัวโตที่นั่งมองหน้าของคนตัวเล็ก จนตนเองก็หลับใหลตามๆกันไป"ไม่ว่านุ่มนิ่มไปทำผิดอะไรมา ขอให้หนูรู้ไว้เสมอนะ ว่าพี่พร้อมจะให้อภัยทุกๆเรื่องโดยไม่มีข้อกังขาใดๆเลย" ชายหนุ่มเลื่อนมือหนาไปจับสองมือเล็กของหญิงสาวขึ้นมาตั้งเสมออกแกร่ง พร้อมกับกดริมฝีปากจุมพิตอย่างนุ่มนวล คำพูดสองแง่สองง่ามของชายหนุ่ม ทำให้อีกฝ่ายเริ่มจะหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะไม่รู้แน่ชัดว่าเขาต้องการที่จะสื่อถึงเรื่องใดกันแน่?"........" หญิงสาวเงียบสตั้นไปชั่วครู่ พลางเลี่ยงสายตาเบี่ยงเบนความสนใจไปทางอื่น เธอไม่กล้าสบมองประสานกับใบหน้าหล่อเหลาในตอนนี้เสียเลยเพราะมันดูมีเลศนัยน์อะไรบางอย่างแฝงซ่อนอยู่ภายใต้ตาดำสนิทคู่นั้น"นุ่มนิ่มรู้มั้ย ว่าทั้งชีวิตของพี่ตอนนี้ มีแค่นุ่มนิ่มที่เป็นความสุขเพียงสิ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง พี่ก็จะรักและเทิดทูนนุ่มนิ่มให้เป็นที่หนึ่งในใจเสมอ" สองมือหนาเลื่อนขึ้นไปประคับประคองใบหน้างดงามของหญิงสาวให้หันมาตรงเสมอกับใบหน้าหล่อเหลาของเขา"ค่ะ หนูก็รักพี่เหมือนกัน" หญิงสาวตอบกลับด้วยเสียงสั่นเครือ ในสมองของเธอตอนนี้มีแต่ความกลุ้มใจหว่านล้อมเต็มไปหมด'หรือว่าเขาจะรู้เรื่องของเราแล้วนะ! แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน ในเมื่อเรื่องนี้ไม่มีใครรู้นอกจากฉั
"ชอบสิคะ ชอบมากๆเลย" ปลายจมูกโด่งซอกไซร้ลำคอระหงของเรือนร่างเล็กอย่างหลงใหล ก่อนที่จะฝังรอยจุมพิตหนักๆลงบนสองแก้มนุ่มยุ่นด้วยความหมั่นเขี้ยว "พูดแล้วนะคะว่าชอบ อย่ามาเปลี่ยนใจทีหลังก็แล้วกัน" นุ่มนิ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้าหวานไม่มีรอยยิ้มล้อเล่นแม้แต่นิดเดียว "พี่ไม่มีวันเปลี่ยนใจอะไรง่ายๆหรอก" มือหนาเลื่อนไปจับปลายคางของหญิงสาวให้เชิดเงยขึ้น 2 สายตาแหลมคมสบประสานกันกับสายตาของเธออย่างตั้งใจ "วันหนึ่งพี่อาจจะเกลียดหนู จนไม่อยากมองหน้าเลยก็ได้นะคะ" น้ำเสียงนุ่มนวลเปล่งออกมาจากริมฝีปากสีชมพูอ่อน แต่ทว่ากลับแฝงความนัยน์ลึกซึ้ง ภายในดวงตาคู่นั้นลึกล้ำเกินกว่าที่เขาจะสามารถคาดเดาได้ ถ้าคำพูดเชิงนี้มาจากปากของคนอื่นเขาก็คงจะรู้สึกเฉยๆ แต่เมื่อออกจากปากของหญิงที่ตนรัก เขากลับรู้สึกราวกับว่ามีมือปริศนาของใครสักคนมาบีบก้อนเนื้อหัวใจจนปวดหน่วงอย่างบอกไม่ถูก "ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะคะ?" ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามอย่างเคลือบแคลงสงสัย"อนาคตของเรามันไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อวานยังรักกันหวานฉ่ำน้ำตาลเรียกพี่ แต่พอมาวันนี้อาจจะแตกหัก ร้าวฉาน จนถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติด" น้ำเสียงฉะฉาน ยกข้อเท็จจริงของส
"เอ๋... ถ้าคิดแบบนี้เนี่ยใครกันน๊าที่เป็นเมียน้อย?" ใบหน้าสะสวยฉีกยิ้มหวานส่งให้กับคนเบื้องหน้าตอบกลับไป"อีนุ่มนิ่ม!!!" ออมสินลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับนุ่มนิ่ม นัยน์ตาคมมีไฟความโกรธขึ้งจ้องมองอย่างเอาเรื่อง เธอหน้าแดงแจ๋ โมโหจนตัวสั่น อยากจะพุ่งเข้าไปตบคนตรงหน้าให้เลือดกลบปากเลยทีเดียว"เรียกน้องทำไมหรอคะ" ดวงตาดำสนิทจ้องมองสีหน้าร้อนรนของออมสินอย่างพึงพอใจ ก่อนที่จะหย่อนก้นล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวโปรดของสามี พร้อมกับยกขาเรียวขึ้นมาไขว่ห้าง สองมือเล็กเลื่อนไปลูบไล้พนักตั้งแขนทั้งสองข้าง แสดงตัวราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ"แกมันร้ายกว่าที่ฉันคิดจริงๆ! ต่อหน้าคีย์ ทำใสซื่อไร้เดียงสา แต่พอลับหลังก็เปิดเผยธาตุแท้ความเป็นตัวตนออกมาสินะ แกมันก็อยากได้ผู้ชายไม่ต่างจากฉันนั่นแหละ!!" ออมสินตะคอกด้วยความโมโหออกมาอย่างเกรี้ยวกราด เสียงแหลมปรี๊ดของเธอที่เปล่งดังสนั่นไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมสีขาวนี่ แก้วหูแทบจะแตกเธอนะหรือ? จะยอมให้เด็กกะโปโลไร้หัวนอนปลายเท้าจากที่ไหนก็ไม่รู้มาชุบมือเปิบบ่อเงินบ่อทองของตระกูลไปได้ง่ายๆ ทั้งๆที่หล่อนและครอบครัวอุตส่าห์ดั้นด้นพยายามกันมาตั้งหลายปี!!"ไม่เหมือนกันสิ เพราะฉ
หลายวันผ่านไป ทั้งสองคนก็ได้จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ถือได้ว่านี่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวที่จะผูกมัดคนสองคนเข้าด้วยกัน เพียงแต่มันมิได้เที่ยงแท้หรือยั่งยืนเท่ากับ "ความรัก" "วันนี้ไม่มีเรียน ไปโรงพยาบาลกับพี่นะคะ" ชายหนุ่มที่กำลังยืนแต่งกาย อยู่หน้ากระจกบานใหญ่เอ่ยพูดขึ้น หลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองก็แน่นแฟ้น มีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้นโดยเฉพาะเรื่องเซ็กส์ ไม่มีคืนไหนที่เขาจะยอมปล่อยให้ร่างเล็กได้นอนเต็มอิ่มเลย เว้นเสียแต่ว่าเธอเป็นวันนั้นของเดือน "ไปทำไมหรอคะ?" หญิงสาวเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย ขณะที่ตนเองนั้นกำลังนั่งอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ แล้วรีบก้าวขาเรียวลุกขึ้นยืนด้วยความสูงเต็มที่ พร้อมกับเดินตรงไปหาอีกฝ่าย สองแขนเล็กสวมกอดแผ่นหลังหนาจากด้านหลัง ดวงหน้างดงามซบลงอย่างแนบเนื้อสนิทชิดเชื้อ "ก็ไม่อยากห่างเมียนี่คะ" น้ำเสียงสุภาพหวานหยาดย้อยเปล่งออกมาจากปากของชายหนุ่ม ภายในแววตาของเขาที่มองใบหน้าสวยสะพรั่งผ่านกระจกบานใหญ่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ "ปากหวานจริงๆเลยนะคะ มิน่าล่ะสาวๆถึงได้ ติดกันตรึมขนาดนี้" เธอชักสีหน้าพูดด้วยน้ำเสียงแง่งอน
#NC20+#เด็กๆ ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีควรได้รับคำแนะนำ อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเด็ดขาดนะคะ แต่งขึ้นเพื่ออรรถรสในการอ่านนิยายเท่านั้น!!!"ใครมันจะไปรู้เล่า ดูซิเราใสซื่อจะตาย" มือหนาดึงจมูกของคนตัวเล็กด้วยความหมั่นเขี้ยว พร้อมกับฝังรอยจูบบนแก้มนุ่มหยุ่นทั้งสองข้าง "งั้นเราสองคนก็จดทะเบียนสมรสกันสิคะ" นุ่มนิ่มพูดจบ ก็ประกบริมฝีปากเข้าที่ริมฝีปากของชายหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง ดวงตาร้อนแรงของเขาจับจ้องใบหน้างดงามอย่างเสน่หา ตอนนี้ไม่ว่าเธอจะพูดหรือชักนำไปทางใด เขาก็ยินดีเออออเชื่อฟังอย่างเต็มใจ "จดทะเบียนสมรสงั้นหรอ?" เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอยู่ในลำคอระหง สัมผัสอันนุ่มนวลละมุนละไมจากฝ่ามือเล็กของหญิงสาวลูบไล้แผงอกแกร่งกำยำไล่ไปเรื่อยๆจนถึงบ่า "ถึงหนูจะไม่เข้าใจในความหมายที่พ่อของพี่คีย์พูด แต่ถ้าดูจากน้ำเสียงและแววตาที่ท่านมองหนูแล้ว มันมีแต่ความรังเกียจเดียดฉันท์ ซึ่งท่านก็คงจะไม่ชอบหนู ใช่มั้ยคะ?" เธอเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย แววตาของเธอที่แหงนขึ้นมามองใบหน้าของคนตัวเล็กแดงก่ำคล้ายคนกำลังจะร้องไห้ "อย่าร้องนะคะคนดี อย่าร้อง" คีย์พูดกล่อมนุ่มนิ่มด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับใช้แขนแกร่ง
#NC20+#เด็กๆ ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีควรได้รับคำแนะนำ อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเด็ดขาดนะคะ แต่งขึ้นเพื่ออรรถรสในการอ่านนิยายเท่านั้น!!!"อื้ออ!" นุ่มนิ่มร้องครวญครางเสียงกระเซ่า เมื่อได้รับสัมผัสเย็นช่ำจากอุ้งปากของคนด้านบน ที่กำลังดูดคลึง คลอเคลียอยู่กับเต้าอกคู่งามทั้งสองข้างของตนแผล่บๆ!ลิ้นร้อนตวัดบนยอดปทุมถันสีชมพูอ่อนด้วยความหมั่นเขี้ยว เขาเผลอขบเม้มเนินเนื้อขาวนวลอย่างแรงจนเกิดเป็นรอยจ้ำแดง ทำให้เจ้าของภูเขาสองยอดร้องสะดุ้งโหยง พร้อมกับนิ่วหน้าออกมา"อ๊ะ! เจ็บ" นุ่มนิ่มเลยลองทักท้วง เมื่อเห็นว่าเขาชักจะทำรุนแรงเกินไปแล้ว"เจ็บหรอ พี่ขอโทษนะ" ทุกครั้งที่เขาแทนสรรพนามเรียกชื่อตัวเองด้วยคำว่า 'พี่' ก็ทำให้หัวใจดวงน้อยที่อยู่ใต้เนินภูเขาใหญ่เต้นระรัวราวกับตีกลองชุด"ไม่เป็นไรค่ะ" ใบหน้าเล็กขยับศีรษะส่ายไปมาเบาๆ ริมฝีปากนะของคนตัวโตกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนที่จะไล่ลิ้นร้ายเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆจนถึงเนินโหนกอวบอูม"สวย สวยมาก" มือหนาดันขาเรียวทั้งสองข้างให้ตั้งชันเข่าขึ้นเป็นตัวM แล้วเกร็งลิ้นสากเข้าหากันจนตั้งแข็ง แหย่ในรูรักที่เริ่มจะมีน้ำหล่อลื่นไหลออกมาเปียกแชะแผล่บๆ! แผล่บๆ!"อื้อ







