Masuk“เธอต้องการอะไรอีก... ตอนที่ตกลงกัน เธอจะยอมฉันทุกอย่างไม่ใช่เหรอ” แทนที่จะเป็นเสียงตวาดข่มขู่ แต่มันกลับเป็นเสียงกระซิบพร่าที่ข้างหู ปรเมศวร์หรุบตาลงต่ำซ่อนความดุดันไว้ใต้แผงขนตา พลอยนภัสสั่นสะท้านไปทั้งตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างสูงที่คุกคามเข้ามา
“เธอรู้ดีอยู่แล้ว... ว่าฉันต้องการอะไร” เขาย้ำอีกครั้ง สายตาคมกริบคู่นั้นหลอกหลอนเธอมาตลอดสามปีที่แยกจากกัน พลอยนภัสพยายามบอกตัวเองว่าเธอตัดสินใจถูกแล้วที่ทิ้งเขามา เพื่อหนีจากการควบคุมของคนที่มีฐานะต่างกันราวฟ้ากับดิน แต่ในยามค่ำคืน ความฝันกลับทรยศความจริง มันตอกย้ำว่าเธอไม่เคยลบเขาออกไปจากใจได้เลย
หลังจากถูกเธอไล่ตะเพิดออกจากหน้าห้อง ปรเมศวร์ระบายอารมณ์ด้วยวิสกี้เข้มข้นที่บาร์ชั้นล่าง คำครหาจากปากเสี่ยชัชที่ว่าเธอขายตัวยังคงบาดลึกอยู่ในใจ จนความเมามายแปรเปลี่ยนความรักให้กลายเป็นความบ้าคลั่ง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูที่หนักหน่วงทำให้พลอยนภัสต้องจำใจเปิดออก และเธอก็ต้องชะงักเมื่อพบกับร่างสูงที่คุ้นเคยในสภาพที่กลิ่นวิสกี้เข้มข้นโชยพุ่ง
“ฉันคิดว่าคุณกลับไปแล้วเสียอีก... คุณปรเมศวร์” หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่น พยายามจะปิดประตูหนีแต่ฝ่ามือหนากลับดันไว้แน่น
“ฉันมาทวงสัญญาที่เธอให้ไว้... สัญญาที่แลกกับอิสรภาพของน้องชายเธอไงพลอย”
“คุณเมามากแล้ว กลับไปพักเถอะค่ะ พรุ่งนี้ฉันมีสอนแต่เช้า” เธอพยายามอ้างเหตุผล แต่กลับถูกสายตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะแผดเผา
“สอนงั้นเหรอ? หึ... อันที่จริงมันก็คืองานของเธอไม่ใช่หรือไง งานขายตัวแลกกับเงินน่ะ!” คำดูถูกที่หลุดออกมาจากปากคนที่เคยรักที่สุดทำเอาพลอยนภัสหน้าชา ปรเมศวร์กระชากข้อมือบางให้ถลาเข้าหาอกแกร่งอย่างแรง “หรือสิ่งที่ฉันพูดมันไม่จริงล่ะ หืม์!!!”
“ถ้าคุณเลือกจะเชื่อขี้ปากคนอื่น มากกว่าสิ่งที่ฉันเป็น ฉันก็ไม่มีอะไรจะอธิบาย!” เธอตวาดกลับทั้งน้ำตา แต่เขากลับไม่ฟังซ้ำยังถือวิสาสะผลักร่างบางเข้าไปในห้องนอนแล้วล็อกประตูทันที เขาใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างตรึงไหล่เธอไว้กับผนัง กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของลมหายใจร้อนผ่าว
“คุณปรเมศวร์ อย่านะคะ... อื้อ!!”
เสียงประท้วงถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากหยักบดขยี้ลงมาบนปากอิ่มอย่างจาบจ้วง จูบของเขาเต็มไปด้วยรสขมของสุราและโทสะที่คลุ้มคลั่ง เขาบังคับให้เธอเปิดปากรับเรียวลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้ามาตักตวงอย่างเอาแต่ใจ
“อย่ามาขอร้องฉัน... เพราะสิ่งที่เธอต้องการ ฉันทำให้เธอหมดแล้ว!” เขาคำรามชิดริมฝีปากที่สั่นระริก
พลอยนภัสเบิกตากว้างด้วยความช็อก น้ำตาไหลรินอาบแก้มเมื่อรับรู้ว่าเขามองเธอเป็นเพียง ‘สินค้า’ ที่ซื้อมาด้วยราคาแพง หญิงสาวพยายามเบือนหน้าหนี แต่เขากลับซุกไซ้ใบหน้าลงไปที่ซอกคอและเนินอกอวบหยุ่นภายใต้ชุดนอนผ้าซาตินเนื้อบางเบา ความเย็นของเนื้อผ้าตัดกับความร้อนจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้บีบเค้นไปตามสัดส่วนอย่างป่าเถื่อน
สัมผัสที่รุนแรงและตามใจชอบของเขาทำให้พลอยนภัสตัวสั่นเทาจนแทบยืนไม่ไหว มันคือความอัปยศที่ปนเปไปกับความรัญจวนใจที่ร่างกายเจ้ากรรมดันตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างน่าละอาย เธอได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลพรากในอ้อมกอดของชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดั่งโลกทั้งใบ แต่ในนาทีนี้เขากลับกลายเป็นซาตานที่กำลังพรากศักดิ์ศรีของเธอไปอย่างไม่ปรานี
“เรามารื้อฟื้นอดีตของเรากันเถอะ... พลอย”
น้ำเสียงที่กระซิบชิดใบหูนั้นเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่พลอยนภัสไม่อาจต้านทาน หญิงสาวพยายามดันแผงอกแกร่งที่ร้อนดั่งไฟนั้นออกห่างอย่างสุดกำลัง
“คุณเมศวร์... ตั้งสติหน่อยเถอะค่ะ ฉันไม่อยากทำลายครอบครัวคุณ!”
“มันไม่เกี่ยวกัน!” เขาตวาดเสียงต่ำอย่างเอาแต่ใจ
“ไม่เกี่ยวยังไงคะ! ฉันไม่มีวันยอมขายตัวให้กับคนที่มีเมียแล้วเด็ดขาด!”
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันกับมิ้นเราจบกันไปนานแล้ว!” ปรเมศวร์คำรามพร่า แววตาที่จ้องมองมานั้นสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราด
“เขาซุกชู้จนมีคลิปฉาวหลุดออกมาประจานไปทั่วขนาดนั้น เธอยังจะให้ฉันโง่รั้งเขาไว้อีกเหรอ!”
พลอยนภัสชะงักไปกับความจริงที่หลุดออกมาจากปากเขา เธอเห็นรอยร้าวลึกในดวงตาคมกริบคู่นั้น ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ปรเมศวร์ก็บดจูบลงมาอีกครั้ง คราวนี้มันทั้งดูดดื่ม ล้ำลึก และเต็มไปด้วยแรงโหยหา จนร่างบางเผลอแนบชิดเข้าหาแผงอกแกร่งตามสัญชาตญาณที่คุ้นเคย
เธอเกลียดตัวเองที่เผลอลืมไปเสียสนิท... ว่าอ้อมกอดของชายคนนี้แข็งแกร่งและอบอุ่นเพียงใด ลืมไปเสียสิ้น... ว่าเพียงแค่สัมผัสแผ่วเบาของเขาก็สามารถจุดไฟในตัวเธอให้ลุกโชนขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
ความจริงแล้วเธอไม่ได้ต้องการเพียงแค่ร่างกายของเขา แต่ลึกซึ้งไปถึงก้นบึ้งของวิญญาณ พลอยนภัสยังคงโหยหาสัมผัสของเขาที่เธอทำหล่นหายไปเมื่อสามปีก่อน
ปรเมศวร์รั้งร่างบางให้เอนลงบนเตียงนุ่ม ร่างหนาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามทาบทับลงมาจนเธอแทบจมไปกับที่นอน ความร้อนจากกายชายแผ่ซ่านจนเธอหายใจติดขัด
“ได้โปรดหยุดเถอะค่ะ... คุณเมศวร์...” เธอพยายามประคองสติที่แตกกระเจิง แต่กลับได้รับเพียงเสียงครางเคร่าในลำคอของชายหนุ่มเป็นคำตอบ ฤทธิ์สุราและตัณหาทำให้เขาหูอื้ออึงจนไม่รับฟังสิ่งใด
ฝ่ามือร้อนจัดครอบครองปทุมถันคู่สวยภายใต้ชุดนอนเนื้อบาง เขาขยำเฟ้นอย่างหนักมือตามอารมณ์ดิบเถื่อนที่พุ่งพล่าน พลอยนภัสสะดุ้งตัวโยน ความซ่านสยิวแล่นปลาบไปตามไขสันหลังจนขาเรียวสั่นระริก ร่างกายของเธอช่างทรยศต่อคำด่าทอ เพราะมันกำลังตอบสนองต่อรสรักที่ป่าเถื่อนนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
“พลอย... ฉันต้องการเธอ... ต้องการแค่เธอคนเดียว” ใบหน้าคมสากซุกไซ้ลงที่ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มจนเกิดรอยรักสีแดงจัดกระจายไปทั่วผิวขาวลออ อุ้งมือใหญ่ยังคงเคล้นคลึงยอดอกแรงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ฉีดพล่าน
“พลอยเจ็บค่ะ... คุณเมศวร์ เบาหน่อย...”
เสียงประท้วงที่แสนเบาหวิวหายเข้าไปในลำคอ เมื่อปรเมศวร์ครอบครองยอดถันด้วยอุ้งปากอุ่น ลิ้นร้อนตวัดเลียและดูดดึงอย่างตะกรุมตะกราม ราวกับจะชดเชยวันเวลาสามปีที่สูญเสียไป ความอ่อนโยนที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่ดุเดือดจนแทบจะเผาไหม้คนใต้ร่าง
พลอยนภัสบิดกายเร่าด้วยความรัญจวนใจที่ปนเปไปกับความเจ็บปวดลึกๆ ในใจ เธอรู้ดีว่าเมื่อแสงตะวันของวันพรุ่งนี้มาถึง ทุกอย่างระหว่างเขาและเธอจะเปลี่ยนไปตลอดกาล แต่ในนาทีนี้... เพลิงราคะที่เขาจุดขึ้นกำลังแผดเผาให้เธอหลอมละลาย และยอมศิโรราบให้อ้อมกอดที่เธอแสนโหยหานี้อย่างสิ้นเชิง
“อย่าค่ะพี่เมศวร์... นี่มันระเบียง...” เสียงของพลอยนภัสสั่นพร่า แม้แต่เจ้าตัวยังไม่แน่ใจว่าเสียงประท้วงที่หลุดรอดริมฝีปากออกมานั้นเป็นความต้องการที่แท้จริงหรือเป็นเพียงการห้ามปรามตามสัญชาตญาณกันแน่ ลมทะเลที่พัดจัดอยู่เบื้องนอกกลับไม่ได้ช่วยให้ความร้อนระอุในกายที่กำลังถูกปลุกปั่นลดน้อยลงเลย“ไม่มีใครเห็นหรอกน่า...” ชายหนุ่มยังคงเอาแต่ใจตามประสานักรักผู้เชี่ยวชาญ เขาซุกใบหน้าลงกับผิวเนื้อนวลละเอียด ไต่นำร่องด้วยจุมพิตร้อนแรงไปตามลำคอระหง กลิ่นหอมกรุ่นจากผิวกายสาวผสานกับกลิ่นไอทะเลกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ลุกโชน พลอยนภัสพยายามยกมือขึ้นผลักไสแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่งนั้นออกอย่างอ่อนแรง ทว่าสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่กำลังลูบไล้บีบเค้นช่วงเอวคอดกิ่วกลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอละลายหายไปประดุจฟองคลื่น“ไม่เอาค่ะ... หยุดเถอะนะคะ พี่เมศวร์... เดี๋ยวก็มีคนแอบถ่ายไปลงโซเชียลกันพอดี” ถ้อยคำแกมขอร้องที่ปนเปมากับเสียงหอบสะท้านในตอนท้ายทำให้ปรเมศวร์ชะงักการกระทำลง เขาขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ เป็นการคาดโทษ ก่อนจะครางเสียงแหบพร่าในลำคอคล้ายคนเจ็บปวดนักที่ถูกขัดจังหวะกลางคัน“ต่อจากนี้... พี่จะไม
ดวงตะวันรำไรสีส้มแก่ค่อยๆ เคลื่อนคล้อยลงต่ำจนเกือบจะจมหายไปในผืนน้ำสีคราม เมื่อทุกคนขึ้นจากน้ำทะเลที่เริ่มเย็นจัด หนูนาหันกลับไปมองผืนน้ำกว้างด้วยสายตาครุ่นคิดฉงนสงสัย จนพลอยนภัสต้องเอ่ยทัก“มองอะไรเหรอคะหนูนา?”“ทำไมในทะเลไม่เห็นมีปลาซักตัวเลยล่ะคะ ไม่เหมือนในทีวีเลย” ปรเมศวร์ที่เดินตามมาหัวเราะจนเห็นฟันเรียงสวย“มีสิครับ แต่เขาอยู่ลึกๆ ไว้หนูนาโตกว่านี้อีกหน่อย ลุงจะพาไปดำน้ำดูปลาตัวเป็นๆ เลยนะ”“จริงนะค้า!” เด็กน้อยตาโตด้วยความตื่นเต้น“จริงซี” ปรเมศวร์รับคำพลางหิ้วถังของเล่น ปล่อยให้ห่วงยางอยู่ในมือพลอยนภัส ภาพของทั้งสามคนที่เดินจูงมือกันกลับที่พัก โดยมีเด็กน้อยเดินกึ่งกระโดดอยู่ตรงกลางกุมมือลุงเมศวร์และครูพลอยไว้คนละข้าง ดูไม่ต่างจากภาพครอบครัวพ่อแม่ลูกที่แสนอบอุ่นหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า กลิ่นหอมสะอาดของสบู่และแชมพูอบอวลไปทั่วห้องพัก ปรเมศวร์ในชุดลำลองสวมสบายกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายอยู่บนเตียงหนานุ่ม สายตาคมกริบที่มักจะดูเคร่งขรึมเสมอ บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนขณะทอดมองภาพตรงหน้าพลอยนภัสกำลังใช้ไดร์เป่าผมให้หนูนาอย่างเบามือ เสียงไดร์ดังหึ่งๆ สลับกับเสียงหัว
ยิ่งเห็นอาการเขินอาย ปรเมศวร์ก็ยิ่งได้ใจ เขาเริ่มแกล้งหยิบชุดที่ทวีความเซ็กซี่ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งชุดบิกินี่ตัวจิ๋วหรือวันพีซแหวกหลังลึก จนในที่สุดพลอยนภัสก็ทนไม่ไหว แจกค้อนวงโตให้เขาไปหนึ่งทีใหญ่ๆ“พี่เมศวร์! เลือกดีๆ สิคะ ชุดพวกนั้นพลอยใส่ไม่ได้หรอกค่ะ!”ชายหนุ่มหัวเราะเสียงต่ำในลำคออย่างมีความสุข แววตาที่เขาทอดมองหญิงสาวในเวลานี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนลึกซึ้งที่ซ่อนไว้ไม่มิด ปรเมศวร์เองก็แปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตน นอกจากมารดาแล้ว เขาไม่เคยเสียเวลาเลือกซื้อเสื้อผ้าหรือใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยให้ผู้หญิงคนไหนเลย แม้แต่อดีตภรรยาอย่างนิรนาทที่เขาก็ปล่อยให้เธอจัดการเองทุกอย่างแต่กับพลอยนภัส... เขากลับรู้สึกอยากเอาอกเอาใจ อยากเห็นเธอสวมชุดสวยๆ ที่เขาตั้งใจเลือกให้ด้วยมือตัวเอง ความรู้สึกปกป้องและทะนุถนอมมันเอ่อล้นจนชัดเจนขึ้นทุกทีว่า... เขาไม่ได้มองเธอเป็นเพียงแค่ครูของหลานสาวอีกต่อไป แต่เขาปรารถนาให้เธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เข้ามาเติมเต็มครอบครัวของเขาให้สมบูรณ์อย่างแท้จริงปรเมศวร์ค้นพบความจริงอย่างหนึ่งว่า การเลือกซื้อเสื้อผ้ากับผู้หญิง
บรรยากาศภายในบ้านของปรเมศวร์คึกคักและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาตั้งแต่เช้าตรู่ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามา ดูเหมือนจะสดใสกว่าทุกวันที่ผ่านมา กิจกรรมการเรียนการสอนที่เคยเคร่งครัดถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้กับทริปท่องเที่ยวทะเลหัวหินที่ทุกคนเฝ้ารอคอยหลังจากส่งปรเมศวร์ออกไปทำงาน หนูนา ตัวน้อยที่อยู่ในชุดลำลองพร้อมลุย ก็รีบจูงแขนพลอยนภัสขึ้นมาขลุกอยู่ในห้องนอนทันที กระเป๋าเดินทางใบเล็กสีหวานถูกเปิดกางหราอยู่บนเตียงกว้าง โดยมีเจ้าของกระเป๋ายืนวุ่นวายอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าไม้แกะสลักกับพี่เลี้ยง เพื่อเลือกสรรอาภรณ์ชิ้นที่สวยที่สุดสำหรับการเดินทางครั้งสำคัญนี้“เอาชุดนั้นด้วยค่า! สีชมพูๆ ที่มีโบว์ใหญ่ๆ” นิ้วเล็กป้อมชี้ไปยังชุดกระโปรงตัวเก่งที่แขวนอยู่ใกล้มือพี่เลี้ยง แววตาของเด็กน้อยเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น“แหม... ชุดนี้น่ารักเชียวค่ะหนูนา ไว้ใส่เดินเล่นบนชายหาดคู่กับคุณครูพลอยน่าจะเหมาะที่สุดเลยนะคะ” พี่เลี้ยงเอ่ยแซวพลางคลี่ชุดออกโชว์“เอาด้วย! เอาด้วย! หนูนาจะใส่คู่กับครูพลอย”พลอยนภัสยืนกอดอกยิ้มละไมมองดูภาพนั้นด้วยความเอ็นดูลึกๆ ในหัวใจ ความสดใสของ
เสียงไซเรนของรถตำรวจดังกึกก้องไปทั่วบริเวณบ้านพักตากอากาศ แรงกระแทกจากการพังประตูจู่โจมทำให้นิรนาทที่กำลังขวัญผวาถึงกับสะดุ้งสุดตัว ทันทีที่เจ้าหน้าที่บุกเข้ามาถึงห้องกักขัง ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือหญิงสาวที่นอนคุดคู้อยู่บนเตียงด้วยสภาพที่บอบช้ำอย่างหนัก เสื้อผ้าหลุดลุ่ยและตามผิวกายขาวนวลเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงจากการถูกตีตราจองอย่างป่าเถื่อนนิรนาทถูกช่วยเหลือออกมาจากขุมนรกของเสี่ยมงคลในสภาพกึ่งมีสติ แววตาที่เคยถือดีบัดนี้เลื่อนลอยและเต็มไปด้วยความหวาดระแวง เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อตรวจร่างกายและเฝ้าระวังอาการช็อกที่อาจเกิดขึ้นจากความเครียดสะสมการประชุมเครียดของปรเมศวร์สิ้นสุดลงในช่วงเวลาใกล้เลิกงาน ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องประชุม เขาก็ได้รับสายจากนายตำรวจเพื่อนสนิท“เมศวร์... เราช่วยนิรนาทออกมาได้แล้วนะ ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วก็กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล”ปรเมศวร์ยืนกำโทรศัพท์แน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองอยู่นานเพื่อจะโทรแจ้งคุณหญิงนาถลดา แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะคิดว่าตำรวจคงจัดการแล้ว สุดท้ายเยื่อใยจางๆ ในฐานะอดีตคนเคยรักก็ทำให้เขาเ
เสี่ยมงคลไม่รอช้า เขากระชากอาภรณ์ของตนทิ้งจนหมดสิ้น เผยร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจางๆ จากอดีตที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นเจ้าพ่อผู้โหดเหี้ยม เขาตามลงไปทาบทับร่างเล็กที่นอนหอบสะท้าน ก่อนจะโน้มกายลงไปฝังจมูกสูดดมกลิ่นอายสาวจากกลีบกุหลาบที่บอบช้ำจากการผ่านศึกหนักมาอย่างโชกโชนมงคลใช้ลิ้นร้อนละเลียดชิมน้ำหวานที่รินไหลออกมาจนชุ่มโชก ปลายลิ้นที่ช่ำชองสอดแทรกเข้าไปทักทายภายในโพรงเนื้อนุ่มที่เริ่มผลิบานสั่นระริกตามจังหวะการปรนเปรอที่ดุดัน มือข้างหนึ่งขยับไปบี้เค้นเกสรน้อยที่แข็งชันจนมันชูชันขานรับสัมผัสอย่างเร่าร้อน“อ๊ะๆๆ อื้อออ... พอแล้ว! อย่าพอ ฮื้อๆๆ!” นิรนาทเม้มปากแน่น พยายามกลั้นเสียงครางที่น่าอับยศสุดกำลัง ร่างกายบิดเร่าส่ายหน้าไปมาด้วยความทรมานจากการขัดแย้งระหว่างศีลธรรมที่ยังหลงเหลือกับความต้องการที่พุ่งสูงจนแทบคลั่ง ยามที่ปลายลิ้นของมงคลตวัดรัวเร็วอยู่บนจุดอ่อนไหวที่สุด“เธอยั่วฉันเองนะมิ้น... ตอนนี้จะมาร้องไห้ทำไม ในเมื่อเธอเป็นคนบอกให้ฉันทำเอง ชั้นในเธอก็ถอดเองกะมือ” มงคลเงยหน้าขึ้นจากร่องรักพลางกระซิบเสียงพร่าชิดผิวเนื้อนุ่มที่เปียกชื้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหิ







