เข้าสู่ระบบหลังจากพยัคฆ์โทรตามผู้จัดการของผับได้ไม่นาน ประตู VIP ก็เปิดออกพร้อมสาวสวยวัยสามสิบกว่าคนหนึ่งเดินเข้ามา แล้วมานั่งลงข้างพยัคฆ์อย่างเอาใจ
“คุณพยัคฆ์ตามเชอรี่ขึ้นมามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” เชอรี่พูดขึ้นอย่างเอาใจ นาน ๆ เจ้านายจะเรียกเธอให้ขึ้นมาซะที
“เชอรี่เดียวเธอไปบอกดีเจสาวคนสวยนั้นให้ผมที ว่ามีคนสนใจ ลงเวทีแล้วขึ้นมาหาพวกผมหน่อย” พยัคฆ์หันไปพูดกับลูกน้องตัวเอง แล้วเน้นประโยค ‘มีคนสนใจ’ หันหน้ามาทางราม อย่างล้อเลียนเพื่อนเล่น เชอรี่ก็หันมองตามพยัคฆ์ ก็เข้าใจได้ทันทีว่าอะไรเป็นอะไร นาน ๆ ทีที่คุณรามเพื่อนของคุณพยัคฆ์คนนี้จะสนใจใคร น้องพะพายคนนี้ช่างโชคดีซะจริง ๆ
“อ๋อ…ได้เลยค่ะ เดียวเชอรี่จัดการให้นะคะ” เชอรี่พูดจบก็ลุกขึ้น แล้วเดินออกจากห้องไป
…ผับชั้นล่าง…
พะพายเดินลงจากเวที เพื่อเปลี่ยนให้นักร้องประจำผับได้ขึ้นไปร้องเพลงต่อ ก่อนจะเดินตรงมาที่โต๊ะของพวกเพื่อน ๆ ที่นั่งกันอยู่ข้างเวที เพื่อรอขึ้นไปเล่นอีกหนึ่งรอบ ก็เป็นการจบงานของคืนนี้แล้ว
“พะพายชุดเธอนี่มัน…ฉันรับไม่ได้วะ”
นานาพูดขึ้นอย่างเอือมระอากับชุดของเพื่อนตัวเอง เพราะสำหรับเธอคิดว่ามันโป๊มากเกินไป เพราะอย่างนี่ไงถึงมีพวกผู้ชายจ้องจะกินทุกครั้งที่มาเที่ยวด้วยกัน ดีที่ยังมีลูกไหนค่อยช่วยกันเอาไว้บ้าง ดูตอนพะพายเดินมาที่โต๊ะที่พวกเธอนั่งกันอยู่สิ พวกผู้ชายหันมองตามกันแทบทุกโต๊ะ จนตอนนี้โต๊ะเธอกลายเป็นจุดสนใจไปแล้ว
“ชุดของฉันมันทำไมคะ...คุณหนูนานา!!”
พะพายพูดถามเพื่อนสนิทกลับอย่างไม่สะทบสะท้าน พร้อมหมุนตัวให้เพื่อนดู ก่อนจะตั้งท่าโพสต์ยั่ว ๆ ให้ดูเพิ่ม นานาพูดต่อไม่ออกได้แต่มองอย่างเอือมระอา เธอพึงพูดว่าพริกไทยเพื่อนสนิทอีกคนไปเอง ว่าใ้แต่งตัวโป๊ให้มันน้อย ๆ ลงหน่อย ตอนนี้มาเจอพะพายอีกคน เธอละเหนื่อยใจกับ่พื่อนสองคนนี้จริง ๆ
“สวยดีออกนานา...แซ่บมากเพื่อนรัก จุ๊บ!”
พริกไทยพูดขึ้นพร้อมส่งจูบให้พะพายหนึ่งจูบ พะพายก็ส่งจูบตอบกลับ แล้วหัวเราะใส่กัน ทำเป็นไม่สนใจนานาที่พูดว่าเรื่องชุดของพวกเธอ เกิดมาสวยทั้งที แต่งตัวยั่วผู้ชายเล่นสักหน่อยจะเป็นไรไป สนุกดีออก
“ไม่เป็นไรหรอกน่า…นาน ๆ แต่งที” ลูกไหนพูดขึ้นพร้อมยักคิ้วให้เพื่อนทั้งสองคนอย่างรู้กัน
“จ้ะ...ตามสบายเลยค่ะคุณเพื่อน!!” นานาพูดขึ้นอย่างประชดประชันพวกเพื่อน เมื่อไม่มีใครฟังที่เธอพูดเลยสักคน นี่เธออยู่ผิดกลุ่มหรือเปล่าเนี่ย!!
“ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ “พะพาย พริกไทย ลูกไหน หัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างชอบใจที่นานาพูดว่าอะไรพวกตัวเองไม่ได้
พะพายนั่งดื่มพูดเล่นกับเพื่อน ๆ อยู่ที่โต๊ะอยู่สักพัก ก็มีพวกผู้ชายวนเวียนกันมาที่โต๊ะของเธอไม่ขาดสาย เพราะแต่ละคนทั้งสวยทั้งหล่อกันทั้งนั้น โดยเฉพาะพะพายกับพริกไทยที่แต่งตัวมาเพื่อล่อผู้ชายโดยเฉพาะ จึงมีพวกผู้ชายมาขายขนมจีบกันไม่หยุด ทั้งมาชวนดื่ม มาของเบอร์ หรือชวนไปต่อก็ยังมี แต่พวกเธอก็ปฏิเสธไปทั้งหมด เพราะเธอเป็นพวกชอบยั่วให้หลงเล่น ๆ เท่านั้น แต่จะให้ไปหลับนอนกับใครก็ไม่รู้ เพราะความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวนั้นพวกเธอไม่เอาด้วยหรอก เก็บร่างกายไว้ให้พ่อของลูกในอนาคตดีกว่า พวกเธอเป็นจำพวกชอบแต่งตัวยั่วยวนผู้ชายเล่นไปวัน ๆ ก็เท่านั้น ไม่เคยคิดใช่ร่างกายนี้เพื่อหาเงินหรือความสุขเลยสักครั้ง
“น้องพะพาย…อยู่นี่เองพี่ตามหาตั้งนาน” เสียงหวานเยิ่มของผู้จัดการสาวของผับดังขึ้น พร้อมร่างอรชรก้าวเดินมาทางโต๊ะที่พะพายกับพวกเพื่อน ๆ อยู่คุยกันอยู่
“พี่เชอรี่มีอะไรกับพะพายหรือเปล่าคะ” พะพายถามออกไปอย่างงง ๆ
“เออ...คือว่า..?” เชอรี่พอมายืนอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวรุ่นน้องกับพูดไม่ออกดั่งใจคิดขึ้นมา ได้แต่อ้ำอึ้ง อยู่นาน
“เออ...เอออะไรครับพี่…มีอะไรก็พูดมาสิครับ” ลูกไหนพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ วันนี้จะรู้เรื่องกันไม่ล่ะ
“นั้นสิคะ” สามสาวพูดออกมาพร้อมกัน
“คือ…เพื่อนของเจ้านายพี่เขาสนใจน้องพะพายนะคะ เขาให้น้องขึ้นนั่งไปคุยด้วยสักหน่อยน่ะจ้ะ”
เชอรี่พูดออกไปในที่สุด เธอแอบมองสีหน้าของพวกสาว ๆ ไปด้วย ดูแล้วเพื่อนของคุณพยัคฆ์คืนนี้หน้าจะได้กินแห้วแทนสมหวังซะแล้ว เพราะทั้งสี่คนมองหน้ากันไปมา ไม่มีปฏิกิริยาว่าจะดีใจเลยสักนิด มีแต่ความรู้สึกเบื่อหน่ายกับเรื่องพวกนี้วะมากกว่า
“พี่เชอรี่คะ…ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีเพื่อนพริกไทยไม่รับบริการเสริมของผับค่ะ”
“ใช่ค่ะ…ฝากไปบอกเพื่อนเจ้านายพี่ด้วยนะคะ ว่าพวกเราไม่ขายค่ะ”
นานาพูดเสริมพริกไทยอย่างเหลืออด ไม่ชอบเลยจริง ๆ กับพวกผู้ชายที่เห็นผู้หญิงอย่างพวกเธอเป็นแค่ของเล่นบนเตียง ใช้เงินซื้อขายกันแบบนี้ แย่ที่สุด
“อ๋อ...แล้วก็บอกไปเลยนะคะว่า ถ้ามีเงินในบัญชีไม่ถึงพันล้านเพื่อนพริกไทยไม่สนใจ” พริกไทยพูดส่งท้ายไป
“ขอโทษทีนะคะพี่เชอรี่ พี่ไปบอกเพื่อนเจ้านายพี่ที ว่าพะพายไม่สนใจ พะพายมาแค่เป็นดีเจแทนพี่มะนาวเท่านั้น อย่างอื่นพะพายไม่สนใจค่ะ” พะพายยกมือไหว้เชอรี่ เป็นการขอโทษที่ทำให้เชอรี่ต้องลำบากใจ เพราะเธอเป็นแค่คนกลางเท่านั้น
“ค่ะ.ค่ะ...งั้นพี่ไปก่อนนะคะ แต่ถ้าเปลี่ยนใจบอกพี่ได้นะ” เชอรี่พูดทิ้งท้ายไว้เสร็จ ก็เดินจากไป ในใจเธอตอนนี้มันอยู่ไม่เป็นสุขเลยจริง ๆ แล้วเธอจะไปพูดกับคนข้างบนอย่างไงดีละเนี่ย ตาย ตาย ตาย!!!
ทุก ๆ วันรามกับพะพายได้ตกลงกันว่า จะสลับเปลี่ยนกันไปส่งลูก ๆ ของตัวเองเข้านอน ตอนนี้เด็กทั้งสองโตขึ้นมากแล้ว รามเลยทำห้องแยกออกไปให้นอนอีกห้องหนึ่ง เพราะพวกเขาบอกว่าตอนนี้ตัวเองโตเป็นหนุ่มกันแล้ว บอกว่านอนคนเดียวได้แล้ว ซึ่งมันก็เป็นข่าวดีของรามมากเลยทีเดียว เพราะเขาก็ต้องการที่จะนอนกอดเมียของตัวเองได้อย่างเต็มที่เหมือนกัน พอรามได้ยินลูก ๆ พูดบอกกับเขาแบบนั้น ก็รีบจัดการทำห้องนอนใหม่ให้พวกเด็ก ๆ ทันที เพราะกลัวว่าเดียวพวกลูกชายจะเปลี่ยนใจกันขึ้นมาอีก ตอนที่ลูก ๆ นอนอยู่ด้วยนั้นไม่ใช่ว่ารามไม่ชอบ แต่บางทีเขาก็อยากมีเวลาอยู่กับพะพายสองคนบ้างก็เท่านั้น รามต้องอดอยากปากแห้งมาตลอด ตั้งแต่ที่ลูก ๆ มานอนด้วย จะมีอะไรกันทีก็ต้องรอให้พวกเขาหลับกันก่อน ไม่ก็ต้องย้ายไปนอนห้องอื่น หรือก็ต้องใช้เวลาตอนที่พวกเขาไปโรงเรียนแทน แต่ต่อไปนี้เขาก็จะได้เวลาอันแสนมีค่าของตัวเองกลับคืนมาซะที“ลูก ๆ หลับแล้วเหรอคะ” พะพายถามคนที่พึ่งเดินเข้ามาในห้องนอน“หลับแล้วครับ” รามพูดตอบคนบนเตียงออกไปเสียงเบา ก่อนจะค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนา แล้วยกแขนกอดเอวบางของคนข้าง ๆ ดึงเข้ามาหาตัวเอง จากนั้นก็ก้มหน้าซุกซอก
“ทำตามคำสั่งเสร็จแล้วครับคุณพ่อ” เด็กทั้งสองวิ่งไปหาผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่ ก่อนจะพูดขึ้นเสียงใส ตอบพ่อของตัวเองออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ที่สามารถทำตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อได้สำเร็จหลังจากนั้นรามก็พาพะพายกับลูก ๆ ออกไปกินข้าวกันที่ร้านอาหารริมทะเลแห่งหนึ่ง พอกินอิ่มทุกคนก็พากันจูงมือลูก ๆ ไปเดินเล่นแถวหาดทราย แล้วมาหยุดนั่งเล่นกันที่ใต้ร่มไม้ที่มีเก้าอี้ให้นั่ง พะพายกับลูก ๆ พากันมานั่งเล่นกองทรายอยู่ข้าง ๆ ส่วนรามเดินออกไปคุยโทรศัพท์เรื่องงานกับลูกน้องนิดหน่อย“สวัสดีครับ…มาเที่ยวกับครอบครัวเหรอครับ” เสียงของชายหนุ่มลูกครึ่งสองคนเดินเข้ามาทัก พะพายกับลูก ๆ ที่นั่งเล่นกองทรายกันอยู่“เออ…ค่ะ” พอได้ยินเสียงคน พูดพะพายกับลูก ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมามองอย่างงง ๆ “นี่น้องชายเหรอครับ…น่ารักจังเลยนะครับ” ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งลงข้าง ๆ พะพายแล้วถามขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พวกเขาทั้งสองคนออกมาเดินเล่นกันที่หาดทราย แล้วอยู่ ๆ ก็เห็นหญิงสาวคนนี้ กำลังนั่งเล่นกับพวกเด็ก ๆ อยู่ คิดว่าน่าจะเป็นพี่น้องกัน เลยอยากทำความรู้จักสักหน่อย เผื่อว่าโชคดีเธอยังโสดจะได้สานสัมพันธ์ต่อได้ เพราะหน้าตาของเธอดูตรงสเปกเขามากเ
ในช่วงปิดภาคเรียนคุณพ่อคุณแม่มักจะพาลูก ๆ ของตัวเองออกมาหาที่เที่ยวพักผ่อนนอกบ้านกัน เพื่อเป็นรางวัลให้กับลูก ๆ ที่ตั้งใจเรียน และเพื่อเป็นการเติมเต็มความรักความผูกพันภายในครอบครัวให้มีมากขึ้น วันนี้รามกับพะพายได้พาลูก ๆ ของตัวเอง ออกมาเที่ยวที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ที่นี่ถือว่าเป็นสถานที่ที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ วิวหน้าห้องพักประดับไปด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใส ที่ส่องแสงเป็นประกายเงางามไปทั่วผืนน้ำ หาดทรายสีสวยละเอียดนุ่มหน้าเดินเล่นในห้องกว้างพะพายกำลังนั่งแต่งหน้าอยู่ที่โต๊ะแป้ง ก่อนที่จะออกไปหาข้าวกินกับรามและลูก ๆ แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดชะงักไป เมื่อได้ยินเสียงของลูกชายทั้งสองของตัวเองเอ่ยพูดออกมาเสียงดังลั่นห้อง“คุณแม่ไปเปลี่ยนชุดเลยนะครับ” เสียงใสของลูกชายพูดเอ่ยขึ้นดังลั่นห้อง เมื่อเห็นชุดที่คุณแม่ของตัวเองใส่“ชุดนี้มันโป๊มากกก” ลูกชายอีกคนก็รีบพูดเสริมตามมาทันที แล้วจ้องมองไปที่ชุดเดรสที่ขาวลายดอกไม้ ที่สั้นเลยเข่าขึ้นมานิดหน่อยของคุณแม่ตัวเองอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก เด็กทั้งสองต่างพากันจ้องเขม็งดูชุดตาไม่กะพริบ ลูก ๆ ของพะพายสองคนนี้ มีนิสัยเหมือนกับคุณพ่อของตัวเองมาก คือจะไม่ชอบให้เธอแต่งต
“หม่ำ!...หม่ำ!…หม่ำ!”พอเล่นกับคุณพ่อจนเหนื่อยแล้ว ก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา เด็กน้อยทั้งสองเลยหันหน้าไปหาผู้เป็นแม่ที่อุ้มตัวเองอยู่พร้อม ๆ กัน ก่อนจะส่งเสียงร้องดังขึ้นมาอีกครั้ง มือน้อย ๆ ก็พยายามจับดึงไปที่หน้าอกของผู้เป็นแม่ไปด้วย เพื่อบอกเป็นใน ๆ ว่าตอนนี้ตัวเองเริ่มหิวแล้ว“หิวแล้วเหรอคะ” พอพะพายเห็นแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าลูก ๆ ของเธอคงจะเริ่มหิวกันแล้ว หญิงสาวก็เอ่ยพูดหยอกล้อกับลูกชายของตัวเองออกไป“เดี๋ยวพี่ลุกไปเอามาให้เองครับ…เล่นเสร็จก็กินต่อเลยนะ” รามพูดบอกพะพายออกไป แล้วยกมือจับดึงแก้มลูก ๆ เล่นอีกคนละที ก่อนจะลุกขึ้นยืนไปเอาข้าวมาให้ลูก ๆ กิน“อ้า า…หม่ำ า...อ้า า” พอเด็กทั้งสองมองเห็นผู้เป็นพ่อเดินมาพร้อมถ้วยข้าวในมือ ก็ส่งเสียงร้องออกมากันไม่หยุดรามนั่งลงพร้อมถ้วยข้าวเล็กสองถ้วย ที่พะพายได้ทำเตรียมไว้ ตอนนี้อายุของทั้งสองก็พอจะกินอาหารเหลวกันได้แล้ว ส่วนเรื่องนมรามเปลี่ยนให้ลูก ๆ ดื่มนมผงแทนนมแม่มาหลายเดือนแล้ว รามนั่งตักข้าวป้อนใส่ปากเล็กทีละคน สลับกันไปมาจนหมดถ้วย“ไงครับอร่อยไหม” รามหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดปากเล็ก ที่ตอนนี้เลอะข้าวเต็มไปหมด แล้วเอ่ยพูดถามลูกชายตัวเองอ
ในห้องนอนกว้างในยามค่ำคืนสองร่างนอนกอดกันอยู่บนเตียง คุณแม่มือใหม่ตอนนี้ได้กลับมาพัก อยู่ที่ห้องของตัวเองได้เกือบเจ็ดเดือนกว่าแล้ว พะพายกับรามรับหน้าที่เลี้ยงดูลูกกันเอง โดยไม่คิดที่จะจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยเพิ่ม เพราะตามปกติแล้วทั้งสองก็ไม่ค่อยชอบให้คนนอกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเลยคิดว่าเลี้ยงกันเองน่าจะดีกว่า แล้วอีกอย่างลูก ๆ ของพวกเขา ถือว่าเป็นเด็กเลี้ยงง่ายมาก ไม่ค่อยงอแงสักเท่าไหร่ ในตอนกลางวันพวกเพื่อน ๆ กับครอบครัวของพวกเขา ก็จะหมุนเวียนมาหากันอยู่ตลอด ส่วนรามพอทำงานเสร็จก็จะรีบมาช่วยพะพายดูแลลูก ๆ เลยทันที คุณแม่มือใหม่อย่างพะพายเลยไม่ค่อยเหนื่อยสักเท่าไหร่“อุแว้!...อุแว้!...อุแว้ ๆ” เสียงร้องของเด็กดังลั่นไปทั่วห้อง รามมือหนึ่งก็อุ้มลูกน้อยไว้แนบอก อีกมือหนึ่งก็ตบไปที่ตูดของลูกน้อยอีกคนที่นอนอยู่ไปอย่างแผ่วเบา เพื่อปลอบให้ทั้งคู่หยุดร้องงอแง“โอ้!..โอ้!...อย่าร้องนะครับเด็กดี คุณแม่ไปอาบน้ำแป๊บเดียวนะครับ” เสียงของรามนั่งปลอบลูกทั้งสองอยู่กับพื้นห้อง ทุก ๆ วันจะเป็นแบบนี้ตลอด พอพะพายไม่อยู่แค่แป๊บเดียว เด็กสองคนนี้ก็จะแข่งกันร้องขึ้นมาทันที เล่น
“ลูกชายตัวน้อยของพ่อ” เสียงของรามพูดออกมาอย่างแผ่วเบา เมื่อได้เห็นลูกชายของตัวเองแบบใกล้ ๆ ดวงตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาทันที นี่เหรอคือเจ้าตัวเล็กของเขา ที่เฝ้ารอมาเกือบเก้าเดือน พอรามได้เห็นแบบนั้นแล้วก็แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย เด็กน้อยสองคนนี้คือสายใยรักของเขากับพะพายสินะห้องพัก VIPบนเตียงกว้างของห้องพยาบาลที่พะพายนอนพักฟื้นร่างกายอยู่ ใบหน้าขาวซีดไปหมด แขนข้างหนึ่งมีแต่สายของน้ำเกลือและสายอะไรไม่รู้เต็มไปหมด ร่างเล็กตอนนี้ยังคงนอนหลับใหลเพราะฤทธิ์ของยาสลบอยู่ ตอนนี้รามได้ทำเรื่องย้ายพะพายมานอนอยู่ที่ห้อง VIP ของโรงพยาบาล เพื่อให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น พะพายต้องผ่าคลอดเลยจะต้องนอนพักที่โรงพยาบาลต่ออีกหลายวัน รามได้ให้ลูกน้องไปเอาเสื้อผ้าของตัวเองมาจากห้อง เพื่อจะได้อยู่นอนเฝ้าเมียของเขาที่นี่ได้“พี่…พี่ราม…พี่ราม” เสียงแหบแห้งของร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียง เอ่ยเรียกชื่อของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เตียงเธอออกไป แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่ได้ยินเสียงของเธอเลย พะพายพยายามที่จะส่งเสียงเรียกออกมาจนสุดเสียงแล้ว แต่ก็ดูเหมือนเสียงของเธอมันจะออกมาได้เพียงเท่านี้จริง ๆ“ครับ..พะพายตื่นแ







