LOGINบทที่3
จูบ 18+
วันนี้เป็นวันที่สองหมอประจำตระกูลปิติภัทรไพศาลต้องเดินทางกลับมาประเทศไทยในช่วงบ่ายแต่ใจ๋ใจ๋เธอยังเคลียร์งานไม่เสร็จทำให้เธอต้องเร่งรีบให้เร็วที่สุดจนคุณแม่น่านน้ำเปิดประตูเข้ามาหาลูกสาวบุญธรรมพร้อมรอยยิ้มที่สดใสท่านยังแข็งแรงแถมความสวยของท่านก็ไม่เคยลดลงเลย
"หนูใจ๋จะไปรับน้องกับแม่ไหมรู้สึกว่าอีกไม่ถึงชั่วโมงเครื่องน่าจะ landing แล้วนะลูก"
"ไปค่ะคุณแม่หนูใจ๋ทำงานเสร็จพอดีเลยแล้วคุณพ่อล่ะคะจะไปด้วยกันไหม"
"คุณพ่อติดเคสจ้ะลูกไว้เจอกันที่บ้านเลยเราก็กลับกันเลยดีกว่าเดี๋ยวลุงกวินมาจัดการงานตรงนี้ต่อเอง^^"
"ค่ะคุณแม่"
ใจ๋ใจ๋ขับรถสปอร์ตหรูมายังสนามบินตรงประตูผู้โดยสารขาเข้าไม่นานชายหนุ่มร่างสูงผิวขาวใบหน้าหล่อเหลาอย่างกับพระเอกซีรีส์เกาหลีก็เดินเคียงคู่กันมา ศิลารีบวิ่งมาสวมกอดผู้เป็นแม่ด้วยความคิดถึงส่วนพี่ชายของเขาอย่างศรุตยืนอยู่ตรงหน้าหนูใจ๋มือหนึ่งจับกระเป๋าอีกมือหนึ่งล้วงกระเป๋าสายตาจดจ้องมองไปที่ดวงตาคู่นั้นก่อนจะยิ้มมุมปากให้กับเธอ
"พี่สาวผมกลับมาแล้วนะครับ" เสียงทะเล้นของศิลาทำให้ศรุตหมั่นไส้เขาแอบเบะปากมองบนเมื่อเห็นน้องชายคนรองสวมกอดแฟนสาวของเขา
"คิดถึงจังเลยศิลา วันนี้คุณย่าทำเมนูโปรดไว้ให้พวกเราทุกคนด้วยนะเดี๋ยวบ้านคุณย่าเดือนกับคุณย่าดาวก็จะมาด้วยงานปาร์ตี้ใหญ่เลยล่ะ^^"
"โอเคเลย แม่ครับผมมีของฝากมาให้ทุกคนด้วยนะไว้ถึงบ้านผมจะแจกให้ทุกคนเลย"
"อะไรก็ได้นะศิลาแต่ไม่ขอไม่เอาหลานนะจ๊ะ"
"ฮ่าๆๆ ไม่มีทางครับคุณแม่ผมเนี่ยไปเรียนจริงๆ ถึงจะเจ้าชู้ไปบ้างแต่ไม่มีใครได้เห็นขาอ่อนผมง่ายๆ หรอก^^"
ศรุตส่ายหน้าไปมาเขามองไปที่มือของหนูใจ๋พอเห็นกุญแจรถจึงดึงกุญแจรถเพื่อที่เขาจะได้ขับเอง น่านน้ำนั่งด้านหลังคู่กับลูกชายส่วนหนูใจ๋นั่งข้างคนขับ ไม่มีใครเห็นเลยว่านายแพทย์ศรุตส่งอะไรบางอย่างโดยการวางไว้บนตักของหนูใจ๋ ของชิ้นนั้นคงเป็นของที่มีคุณค่ากับหนูใจ๋มากเพราะเธอรีบเก็บมันเข้ากระเป๋าก่อนจะหันไปมองคนขับที่ทำหน้านิ่งไม่สนใจทุกคนในรถเลย
กลับมาถึงบ้านสองหนุ่มก็รีบเข้าไปกอดผู้ใหญ่ในบ้านทุกคนโดยเฉพาะคุณหมอศิลาที่เอาแต่ออดอ้อนคุณย่าจนหมอศรุตอดไม่ได้ที่จะหยิบหมอนพิงฟาดหัวเข้าเต็มแรง
ใจ๋ใจ๋ยกจานผลไม้จากสวนที่ถูกส่งตรงมาจากจันทบุรีเพื่อต้อนรับคุณหมอประจำตระกูล เธอวางมันลงพร้อมกับนั่งลงที่โซฟาทุกคนกำลังพูดคุยสอบถามเรื่องราวต่างๆ จากคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนอย่างนายแพทย์ศิลา ปิติภัทรไพศาลส่วนคุณหมอศรุตเขาได้แต่ขยับไปนั่งใกล้ชิดกับคนของใจที่เอาแต่นั่งยิ้มจนตาหยี
"ศรุตเป็นยังไงบ้างเพลียไหม"
"นอนบนเครื่องมาแล้วไม่เพลียหรอก... วันนั้นเพลียกว่าเยอะ"
หนูใจ๋รีบยกมือขึ้นปิดแก้มหน้าใบหน้าของเธอร้อนผ่าวกับคำพูดของเขาน้ำเสียงและสีหน้าของศรุตในวันนั้นยังตาตึงอยู่ในใจเธอไม่หาย
"แล้วนี่มินตราไปไหนครับ?" คุณหมอศิลาเอ่ยถามพร้อมกับมองขึ้นไปบนบ้าน
"ตอนนี้มินตราเข้าไปดูแลโมเดลลิ่งแล้วล่ะศิลาเห็นว่าช่วงนี้มีโปรเจกต์เกี่ยวกับเครื่องดื่มสุขภาพต้องหานายแบบด้วยแต่ยังไม่เจอใครถูกใจเลยสักคน" หนูใจ๋เป็นฝ่ายตอบแทนทุกคนเพราะเธอกับมินตราสนิทกันมากโตมาด้วยกันนอนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก
"จะไปหาทำไมผมนี่แหละหล่อที่สุดแล้ว" ศิลาทำท่ายกยิ้มมุมปากแต่ดูเหมือนทุกคนจะส่ายหน้าเขาจึงทำได้แค่หยิบผลไม้ในจานขึ้นมาทาน
"มินตราไม่อยากทำงานร่วมกับคนในบ้านขนาดพี่เสนอชื่อเราสองคนไปแล้วแต่มินตรากับยกมือปฏิเสธ"
"น้องมีอคติกับหมอคงจะเบื่อที่หันไปทางไหนก็เจอแต่หมอปล่อยเถอะสักวันได้สามีเป็นหมอแม่จะขำให้"
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานของตนเองรอจังหวะที่ทุกคนเผลอเขาก็เดินขึ้นมาหาหนูใจ๋บนห้องสองมือที่ล้วงกระเป๋าเพื่อเก็บความประหม่าของตนเองสายตาพยายามเก็บอารมณ์บางอย่างเอาไว้
เพียงแค่ขาของเขาก้าวเข้ามาในห้องของเธอสายตาก็กวาดมองไปรอบ ๆ ทุกอย่างยังเหมือนเดิมน้ำหอมกลิ่นเดิมรูปบนหัวเตียงก็ยังเป็นรูปที่ถ่ายคู่กับเขาในวันที่เธอเรียนจบ
"เข้ามาห้องพี่มีอะไรหรือเปล่าศรุต" หนูใจ๋เอ่ยถามขณะที่เธอเดินออกมาจากห้องน้ำแต่ไม่ทันที่เธอจะระวังตัวศรุตก็ก้าวขาเข้ามาประชิดตัวเธอพร้อมจับสองแขนของเธอยกขึ้นเหนือหัวริมฝีปากประกบจูบเธออย่างเร่าร้อนความคิดถึงความโหยหาเหมือนถูกแสดงออกมากับรสจูบครั้งนี้
"อื๊ออ~"
จ๊วบ~ จ๊วบ~ จ๊วบ~
"คิดถึง -__-!"
"ฮะๆๆ ทำไมทำหน้านิ่งแบบนี้ล่ะคิดถึงก็ยิ้มให้พี่ดูหน่อยได้ไหมทำหน้าเหมือนคนอมทุกข์แบบนี้พี่ไม่รู้ว่าศรุตคิดถึงพี่จริงหรือเปล่า^^"
พูดจบเขาก็ป้อนจูบเธออีกครั้ง ก่อนจะใช้มืออีกข้างดันประตูห้องของเธอให้ปิดลงเขาพาหนูใจ๋มานอนที่เตียงโดยที่ริมฝีปากของเขาและเธอไม่หลุดออกจากกัน
"อืออ~ ศรุตวันนี้คนเยอะนะพี่ว่าเรื่องนี้เอาไว้ก่อนดีไหม"
"อืม... ผมขอใช้ปากให้พี่ได้ไหม"
หนูใจ๋ไม่ทันที่จะตอบมือหนาก็สอดเข้าไปในกระโปรงพร้อมใช้นิ้วเกี่ยวกับกางเกงตัวน้อยไปไว้ด้านข้างนิ้วยาวของเขาทำงานทันทีโดยไม่ดีรออะไรทั้งนั้น
"ไม่ค่อยได้ช่วยตัวเองหรือไงแน่นเชียว"
"คนลามกพี่เขินนะ!"
บทที่ 53ตอนพิเศษ เจ้านายกับน้องคนนั้นในช่วงวันหยุดยาวของนักศึกษาแพทย์อย่างเจ้านายเขาเลือกที่จะเที่ยวพักผ่อนอยู่ที่อเมริกาวันนี้เขามานั่งอยู่ที่สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์คนิวยอร์ก ที่นี่เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในนิวยอร์กที่นี่มีสวนสัตว์ โรงละครกลางแจ้ง ลานน้ำพุ สนามกอล์ฟเป็นที่เที่ยวเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจโดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้อากาศค่อนข้างเย็นสบายอุณหภูมิอยู่ที่ 10-18 องศาใบไม้ต่างพร้อมใจกันเปลี่ยนสีช่างเป็นภาพที่สวยงามจนนักศึกษาแพทย์อย่างเจ้านายอดที่จะถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ได้ในขณะที่เขารัวชัตเตอร์อยู่นั้นภาพในเฟรมก็ทำให้เขาต้องหยุดชะงักเมื่อเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยืนถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสีก่อนจะเดินหายเข้าไปในกลุ่มผู้คนมากมายสองขาที่ยืนอยู่กับที่ก็เผลอก้าวตามไปอย่างไม่รู้ตัวเจ้านายเดินมาเรื่อย ๆ จนเห็นแผ่นหลังของผู้หญิงคนนั้นจู่ ๆ เขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้สติของตัวเองกลับมาทำไมเขาต้องสนใจว่าเธอเป็นใครแล้วทำไมเขาต้องเดินตามเธอมาขนาดนี้เมื่อคิดได้เจ้านายก็หันหลังเดินกลับไปตามทางที่เขาเดินมาเมื่อครู่วันนี้ทั้งวันเจ้านายเดินเล่นอยู่แถว ๆ สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์คจนตะวันใกล้จะตกดินเข
บทที่52เปียโนสวยแซ่บกับมินนี่สุดเรียบร้อยมินนี่กับเปียโนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยคณะบริหารธุรกิจด้วยกันทั้งสองเป็นเพื่อนรักเรียนอยู่คณะเดียวกันและยังอยู่กลุ่มเดียวกันอีกแต่นิสัยและไลฟ์สไตล์ของทั้งสองต่างกันสุดขั้วคนนึงสวยแซ่บส่วนอีกคนก็เรียบร้อยเพราะเป็นลูกคุณหนู ส่วนตอนนี้เจ้านายก็ย้ายไปเรียนที่อเมริกาเรียบร้อยแล้วนาน ๆ ถึงจะได้คุยกันแต่ก็ยังติดต่อทักหากันอยู่ตลอด"มินนี่ได้โปรดล่ะเธอช่วยทำอะไรให้มันกระฉับกระเฉงหน่อยได้ไหมเดินขึ้นตึกเรียนชั้น 4 นะ" เปียโนหันไปบ่นลูกพี่ลูกน้องของตนเองมินนี่เป็นคนทำอะไรเชื่องช้าแต่ก็ไม่คิดว่าจะช้าขนาดนี้"ฉันก็รีบที่สุดแล้วเปียโนคราวหลังเธอก็ตื่นให้มันเช้า ๆ หน่อยสิ""แรงมากเธอกล้าว่าฉันตื่นสายงั้นเหรอ""ก็ฉันพูดจริง ๆ เธอตื่นสายทำให้มาเรียนสาย ถ้ามาเช้ากว่านี้ป่านนี้คงนั่งรออาจารย์สบาย ๆ แล้ว"มินนี่รีบเดินนำขึ้นไปถึงเปียโนจะขี้หงุดหงิดแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะโกรธหรือว่าอะไรมินนี่ทั้งนั้นเพราะทั้งสองโตมาด้วยกันจึงรู้นิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี นี่แค่เรียนปี 1 เปียโนก็สร้างวีรกรรมมากมายรุ่นพี่คนไหนไม่พอใจหรือแขวะว่าเธอ เธอจะไม่เดินหนีเหมือนที่มิเท้าเอวนี่ทำแต่เธ
บทที่ 51เจ้านายกับรุ่นน้องคนนั้นหลายปีผ่านไปตอนนี้เจ้านายกำลังเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ในงานปัจฉิมนิเทศของวันนี้เขาเดินตรงไปหาเพื่อนอย่างคิวที่กำลังคุยกับรุ่นน้องสาว ๆ อยู่ใต้ต้นจามจุรีและหนึ่งในนั้นก็คือเด็กผู้หญิงที่เคยตามเอาขนมมาให้เขาแต่หลังจากที่ถูกเขาต่อว่าเธอก็ถอยห่างไม่มายุ่งวุ่นวายกับเขาอีกเลย"ไงครับว่าที่นายแพทย์สุดหล่อมาร่ำลาน้อง ๆ หน่อยสิน้อง ๆ ครับเดี๋ยวไอ้เจ้านายเพื่อนของพี่มันจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศแล้วนะ""จริงเหรอคะน่าอิจฉาจังเลยได้ไปต่างประเทศด้วยยินดีด้วยนะคะพี่เจ้านายแบบนี้พี่ต้องไปหลายปีเลยใช่ไหม" รุ่นน้องเอ่ยถามทุกคนต่างเห็นเจ้านายเป็นไอดอลทั้งนั้นเขาเป็นคนดังของโรงเรียนจนทำให้สาว ๆ ในโรงเรียนรวมถึงสาว ๆ ต่างโรงเรียนตบตีกันเพื่อแย่งเขาแต่เขาไม่เคยสนใจใครเลยวัน ๆ เอาแต่สิงอยู่ในห้องสมุด"ก็หลายปีอยู่""ถ้าอย่างนั้นพวกพี่ไปก่อนนะครับน้อง ๆ พอดีวันนี้พี่มีนัดปาร์ตี้เลี้ยงส่งวันที่ห้องดนตรีใครว่างก็ไปได้นะ"ทั้งคุณครูและเพื่อน ๆ ต่างจัดงานเลี้ยงส่งให้นักเรียนดีเด่นอย่างเจ้านายเพราะเขาเป็นคนเดียวที่ได้ไปเรียนต่อต่างประเทศโดยไม่ได้ใช้ทุนของโรงเรียนเลยเพราะเขายอมเสียสล
บทที่ 50 คุณหนูมินนี่กับงานวงการบันเทิงมาทางฝั่งของคุณหมอทิวไผ่และมินตราทั้งสองยังคงถือคติมีลูกคนเดียวนี่แหละสบายใจสุดแล้ว วันนี้คุณหนูมินนี่ได้มาเป็นนางแบบโลชั่นทาผิวสูตรน้ำนมกว่าจะถ่ายงานเสร็จก็ปาไปเกือบ 2 ทุ่มคุณหมอทิวไผ่จึงมานั่งรอลูกสาวที่กองถ่ายโดยมีมินตราคอยดูเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมของลูกสาวด้วยตนเอง"คุณแม่คะเราจะเดินทางไปจันทบุรีคืนนี้เลยหรือคะ?" "ใช่แล้วลูกส่วนเดือนหน้าเราค่อยบินไปเชียงใหม่กันตอนนี้เราต้องไปดูแลกิจการที่จันทบุรีได้ข่าวว่าทุเรียนกำลังได้ที่เลยนะ""งั้นเราไปกันเลยค่ะขอพูดถึงทุเรียนมินนี่รู้สึกหิวมากอยากได้กลิ่นหอม ๆ ของมันแล้วค่ะ^^"สองแม่ลูกชอบทานทุเรียนเป็นชีวิตจิตใจส่วนคุณพ่อทิวไผ่นั้นขอส่ายหน้าอย่างเดียวระหว่างขับรถมินนี่ก็พูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่เพื่ออยู่เป็นเพื่อนพวกท่านแต่จู่ ๆ เสียงของเธอก็เงียบไปคุณหมอทิวไผ่มองกระจกหลังเห็นลูกสาวคนสวยนอนหลับปุ๋ยไปแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายรูปลูกสาวเอาไว้ลงหน้า facebook ขำ ๆ"ดูแล้วลูกสาวของเราไม่มีทางเป็นหมอแน่นอนคุณว่าไหม?" คุณหมอทิวไผ่หันมามองภรรยาของตนเอง"แน่นอนอยู่แล้วล่ะลูกเหมือนฉันมากยังไงก็ไม
บทที่ 49เปียโนไม่อยากเป็นเด็กวัดวันนี้คุณหมอศิลากับคุณหมอปุ้มปุ้ยมีประชุมทำให้เธอต้องฝากลูกสาวกับลูกชายเอาไว้กับคุณตาปริญญ์แค่บอกว่าจะฝากลูกเอาไว้คุณตาปริญญ์ก็รีบขับรถมารับหลานทั้งสองตั้งแต่เช้ายิ่งช่วงปิดเทอมแบบนี้สถานที่ที่เหมาะที่สุดจะเป็นที่ไหนได้ถ้าไม่ใช่ วัด "คุณตาขาอีกแล้วนะคะตอนนี้เปียโนอายุ 15 โตเป็นสาวสวยมากแต่เปียโนต้องมาทำความสะอาดวัดถ้าคุณพ่อรู้คุณพ่อคงบ่นหูชา" เจ้าหนูเปียโนนึกถึงตัวเองในวัย 5 ขวบช่วงนั้นเธอเรียนอนุบาลคุณตาปริญญ์สอนแต่สิ่งดี ๆ ยามที่เธอกลับมาจากโรงเรียนคุณตามักจะถามว่าเธอได้อะไรกลับมาบ้างและสิ่งที่เธอได้มามันไม่ใช่ความรู้แต่มันคือดินสอ สีเทียน ยางลบแม้กระทั่งลิปสติกสีแดงของคุณครูเธอก็หยิบใส่กระเป๋ากลับมา'วันนี้หนูได้ลิปสติกสีแดงมาฝากคุณแม่ด้วยค่ะพอดีว่าคุณครูเผลอหนูเลยหยิบใส่กระเป๋ามาด้วย'หลังจากวันนั้นปริญญ์จึงถูกอบรมสั่งสอนโดยลูกสาวของตนเองและลูกชายที่เข้ามาสมทบ สอนหลานแบบนั้นมันไม่ได้แทนที่จะสอนสิ่งดี ๆ กับสอนให้หลานเป็นมิจฉาชีพตั้งแต่เด็กปริมในวัย 9 ขวบเริ่มรู้ประสีประสา มีเพื่อนเป็นเด็กวัดอนาคตยังไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรตอนนี้คบเด็กวัดเป็นเพื่อนสบา
บทที่ 48เจ้านายวัยขบเผาะเวลาผ่านไปหลายปีตอนนี้เด็ก ๆ ทุกคนกำลังเรียนมัธยมคุณหมอศรุตมีลูกสาวอีก 1 คน ชื่อว่าน้องจ๊ะจ๋าตอนนี้จ๊ะจ๋าอายุ 10 ขวบแล้ว ส่วนเจ้านายอายุ 15 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นม 3 ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมสองพี่น้องกำลังเรียนซัมเมอร์ทั้งสองคนเรียนเก่งหัวไวซึ่งเจ้านายก็เอนไปทางคุณหมอมีความคิดที่อยากเป็นคุณหมอตั้งแต่เด็กคุณหมอศรุตจึงโล่งใจอย่างน้อยลูกก็เดินตามความฝันของครอบครัวส่วนจ๊ะจ๋าลึก ๆ เธอก็อยากเป็นคุณหมอแต่ก็ชอบเรื่องบริหารไม่ต่างกันอนาคตไม่แน่ไม่นอนอยากจะเป็นอะไรหนูใจ๋ก็ไม่ว่าเธอตามใจและเข้าใจลูกทั้งสองคนเป็นอย่างดีซึ่งคุณหมอศรุตก็ยอมปล่อยวางเขาเคารพการตัดสินใจของลูกแล้ว"คุณพ่อครับพรุ่งนี้ผมขอไปเตะบอลกับเพื่อนนะครับอาจจะกลับสัก 21:00 น คุณพ่อสะดวกไปรับผมไหมครับ""ได้ครับเดี๋ยว 21:00 น เข้าไปรับแล้วไปเตะบอลกันที่ไหน""สนามหญ้าเทียมใกล้ ๆ โรงเรียนครับตอนแรกจะใช้สนามของโรงเรียนแต่เผอิญโรงเรียนเตรียมจัดงานต้อนรับผู้อำนวยการคนใหม่เลยต้องใช้สถานที่""แล้วเรื่องเรียนซัมเมอร์เป็นยังไงบ้างมีปัญหาอะไรหรือเปล่า" "เรื่องเรียนไม่มีปัญหาอะไรครับคุณพ่อ"สองพ่อลูกคุยกันถึงเรื่องเรีย
บทที่13สารภาพวันนี้คุณหมอศรุตเริ่มมีอาการแปลก ๆ เพราะน้องชายกำลังจะหมั้นแต่ตัวเองนั้นยังไม่มีวี่แววและท่าทีที่หนูใจ๋จะยอมเปิดตัวเลย อาการของเขาที่มันเสียสมาธิทุก ๆ อย่างแม้แต่ตอนอ่านหนังสือเขาก็ถอนหายใจทิ้งเป็นว่าเล่นจนคุณปู่และคุณพ่อชำเลืองมองเป็นระยะปกติแล้วศรุตเป็นคนที่มีสมาธิเด็ดเดี่ยวไม่เคยเ
บทที่12ปุ้มปุ้ยโดนจับหมั้นหลังจากที่หมอศรุตกลับมาถึงบ้านเขาก็เห็นครอบครัวของอาจารย์แพทย์เดินทางมาที่บ้านด้วยไม่เห็นคุณพ่อบอกว่าวันนี้จะมีแขกแต่คนที่เดินลงจากรถของเขานี่สิแทบจะไม่มองหน้าใครเลย"มาก็ดีแล้วพ่อมีเรื่องจะคุยด้วย" คุณหมอศรัณย์กวักมือเรียกลูกชายทั้งสองคนให้มานั่งเหล่าแม่บ้านที่แอบมองกัน
บทที่11หายนะNCคุณหมอศิลาจัดการสาวสวยที่เขาพามาด้วยเธอเองก็ตอบสนองเขาทุกอย่างไม่ว่าจะจูบปากแลกลิ้นแม้กระทั่งอมแท่งร้อนของเขาเธอก็ทำให้เขาถูกอกถูกใจ เธอดูสดใหม่แกะกล่องแต่ก็มีความมั่นใจตัวเองสูง"ครั้งแรกก็จะขึ้นพี่เลยหรือคะหนูจ๋า~""คนอย่างหนูไม่เคยก้มหัวให้ใครค่ะ~"ปึก!คุณหมอศิลาสัมผัสได้ถึงอะไร
บทที่10คุณหมอกินดุ NC"อ๊าาา~""พี่อยากกินน้ำอีกขอพี่กินน้ำของศรุตได้ไหมคะ~""ก็กินไปสิ จะกินทั้งคืนผมก็ไม่ได้ว่าอะไร อ่าา~"ปากเล็ก ๆ เริ่มทำหน้าที่อย่างหนักหน่วงเธอดูดแท่งร้อนของหมอศรุตหวังจะกินน้ำปรารถนาของเขาสายตาของศรุตจ้องมองคนตัวเล็กที่ทำหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดีไม่ว่าเธอจะก้มหรือเงยหน้าใ





![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

