Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2025-06-27 17:59:12

“แล้วยังไงต่อ...” ผู้เป็นพ่อกัดฟันถาม

“เรื่องลงทุนทำธุรกิจที่ผมเคยคุยกับคุณพ่อเมื่อสามวันก่อนนั่นแหละครับ... เพื่อนๆ ที่แมนเชสเตอร์รับประกันว่าธุรกิจตัวนี้มีแต่กำไรเท่านั้น... ขอแค่คุณพ่อให้ผมยืมเงินทุนซักห้าแสนปอนด์... ไม่สิ แค่สามแสนปอนด์ก็พอ... ผมรับรองว่าจะคืนเงินก้อนนี้ให้คุณพ่อภายในสองสามปีอย่างแน่นอน...” อัลเบิร์ตพยายามโน้มน้าว ในขณะที่ดวงตามีรอยขุ่นขาวของเคนเน็ธยังจ้องเขม็ง รอคอยว่าบุตรชายของเขาจะพูดอย่างไรต่อ “คุณพ่ออยากให้ผมรู้จักทำงานและรับผิดชอบตัวเองไม่ใช่เหรอครับ ผมเองก็อยากให้เจค็อบภาคภูมิใจในตัวพ่อของเขาเหมือนกัน แต่การที่จะทำอย่างนั้นได้ ผมก็ต้องการความช่วยเหลือจากคุณพ่อนะครับ...” ถึงจะอธิบายอย่างลื่นไหลคล้ายกับผ่านการท่องบทเหล่านี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่กล้าสบตากับผู้เป็นพ่อ ด้วยกลัวจะถูกอ่านไปถึงความคิดในใจ

“เฮอะ!!” มหาเศรษฐีเฒ่าแค่นหัวเราะ “ลงทุนทำธุรกิจอย่างนั้นน่ะเหรอ ธุรกิจอะไรล่ะ ไพ่ ยา หรือว่าเหล้า!... นี่แกคิดว่าฉันจะเชื่อนิทานหลอกเด็กของแกจริงๆ เหรอ!... แกเห็นฉันโง่มากขนาดนั้นเลยเหรอ อัลเบิร์ต!”

“คะ...คุณพ่อ... แต่นี่มันเป็นโอกาสที่ผมจะได้พิสูจน์ตัวเองให้คุณพ่อเห็นนะครับ ครั้งนี้ผมสัญญาว่าจะ...” อัลเบิร์ตละล่ำละลัก แต่ยังไม่ทันพูดจบเคนเน็ธก็ขัดขึ้น

“สัญญาอย่างนั้นเหรอ! แกสัญญากับฉันมาตั้งแต่ตอนที่บัญชีธนาคารของแกถูกปิด แกสัญญากับฉันตั้งแต่ตอนที่บ้านของแกถูกจำนอง แกสัญญาว่าจะเลิกสำมะเลเทเมา เลิกเข้าบ่อนไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้เป็นยังไงล่ะ!”

“แต่ผม... ผมเลิกเล่นการพนันแล้วจริงๆ นะครับ”

“ไอ้โกหก!!” เคนเน็ธตวาดลั่น “แกคิดว่าฉันไม่รู้จริงๆ เหรอว่าแกกับเมียนักร้องเอาเงินที่ฉันโอนให้ทุกอาทิตย์ไปถลุงยังไงบ้าง”

“มะ...ไม่จริงนะครับคุณพ่อ...” ชายหนุ่มพูดไม่ออก ไม่คิดว่าผู้เป็นพ่อจะถึงกับลงทุนจ้างนักสืบเอกชนให้คอยสอดส่องพฤติกรรมที่ผ่านมาของเขากับภรรยา

“หยุดพูดเถอะ!” เคนเน็ธตัดบท “ฉันไม่อยากฟังอะไรจากปากแกอีกแล้ว! ถ้าแกอยากจะได้เงินจากฉัน แกก็ต้องพิสูจน์ให้ฉันเห็นเสียก่อนว่าแกมีสติปัญญามากพอจะบริหารและรับผิดชอบชีวิตของแกเองได้”

“ผมก็กำลังพยายามอยู่นี่ยังไงล่ะครับ!” อัลเบิร์ตกระชากเสียงด้วยความหัวเสีย

“ถ้าแกกับเมียของแกรู้จักใช้จ่ายเงินที่ฉันให้ทุกๆ อาทิตย์เหมือนกับคนอื่น แกคงไม่ต้องกลับมาปั้นเรื่องหลอกฉันอย่างนี้ทุกเดือนหรอก อัลเบิร์ต... แค่นี้ก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นชัดเจนแล้วว่าแกไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย... และตราบใดที่แกกับเมียยังจมไม่ลงอยู่อย่างนี้ ฉันก็ไม่มีอะไรจะให้แกเอาไปผลาญอีกแล้ว... แกกลับไปเสียเถอะ แล้วไม่ต้องคิดจะคุยเรื่องนี้กับฉันอีก”

แม้มันไม่ใช่การปฏิเสธครั้งแรก แต่อัลเบิร์ตก็ไม่คิดว่าจะได้ฟังถ้อยคำไร้เยื่อใยถึงขนาดนี้จากปากของบิดา ความกลัดกลุ้มและหวั่นวิตกก่อขึ้นมาในหัวใจแทบจะทันที เขาจำเป็นอย่างมากที่จะต้องหาเงินก้อนใหญ่เพื่อนำไปจ่ายหนี้พนัน มันเป็นหนี้ที่ชายหนุ่มและภรรยาพยายามผัดผ่อนมานานจนไม่สามารถจะยื้อเวลาต่อไปได้อีกแล้ว และที่ยิ่งไปกว่านั้น เขากลัวว่าโรสจะทิ้งเขาไปตามคำขู่

สิบปีที่ผ่านมา อัลเบิร์ตใช้ชีวิตตัดขาดจากผู้เป็นพ่อ คนอ่อนแออย่างเขาจึงมีภรรยาสาวชาวจีนเป็นครอบครัวและเป็นที่พึ่งพิงทางใจเพียงคนเดียว จึงไม่ต้องสงสัยว่าในเวลานี้ ระหว่างเคนเน็ธกับโรส ใครจะมีความสำคัญสำหรับเขามากกว่ากัน

ยิ่งได้คิดถึงสิ่งที่มหาเศรษฐีเฒ่าทำกับเขาซึ่งเป็นบุตรชายแท้ๆ ชายหนุ่มก็ต้องขบกรามแน่น ความเคียดแค้นปะทุขึ้นในดวงตา ความจำเป็นทุกอย่างบีบคั้นให้อัลเบิร์ตบันดาลโทสะ ระเบิดน้ำเสียงใส่หน้าชายสูงวัยอย่างไม่สามารถควบคุมได้อีก

“ไอ้คนเห็นแก่ตัว! ฉันเป็นลูกของแกแท้ๆ แต่แกกลับนอนนับเงินสบายใจเฉิบอยู่คนเดียว ปล่อยให้ฉันกับเมียต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ! แกมันเห็นแก่ตัวสิ้นดี ไอ้แก่ขี้เหนียว!”

“กะ...แก ไอ้อัลเบิร์ต!...” เคนเน็ธตกตะลึง แทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าจะได้ยินคนตรงหน้าตะคอกใส่ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เขาโกรธจนสั่นไปทั้งตัว ยกมือชี้หน้าชายหนุ่ม “แกต่างหากที่เห็นแก่ตัว! เคยถามตัวเองบ้างไหมว่าฉันต้องหมดเงินไปกับไอ้คนขี้เกียจสันหลังยาวไม่รู้จักทำมาหากินอย่างแกกี่ล้านแล้ว! คนอย่างแกวันๆ ก็ดีแต่เข้าบ่อน กินเหล้าเมายาไม่เคยเปลี่ยน! จำเอาไว้ให้ดี ไอ้อัลเบิร์ต! ต่อไปนี้แกอย่าหวังเลยว่าจะได้เงินจากฉันแม้แต่เพนนีเดียว!”

อัลเบิร์ตที่ขาดสติถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ความลืมตัวทำให้ทุกอย่างดูจะเลวร้ายลงไปอีก ทางที่เหลือจึงมีแต่ดำเนินแผนการของโรสต่อไปอย่างทื่อๆ ไม่ต้องมีการหว่านล้อมหรือชักแม่น้ำใดๆ อีก

“ก็ได้! ในเมื่อแกอยากจะให้ฉันมีความรับผิดชอบ ฉันก็จะเริ่มด้วยการรับผิดชอบลูกชายของฉันเองโดยไม่ต้องพึ่งพาแก ฉันจะเอาเจค็อบกลับไปด้วย!!”

“ถุย! นี่สินะวิธีที่แกจะเอามาต่อรองขอเงินจากฉัน ไอ้บัดซบ!” ชายสูงวัยถ่มน้ำลายลงบนพื้นพรมด้วยความรังเกียจ เขาไม่เคยรู้สึกขยะแขยงและสมเพชใครมากเท่านี้มาก่อน ยิ่งไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเป็นกับบุตรชายแท้ๆ ของตัวเอง “ฉันไม่มีทางยอมปล่อยให้หลานของฉันกลับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวทรามร่วมกับพวกแกผัวเมียหรอกนะ! เจค็อบต้องอยู่กับฉันที่นี่!”

“ถ้าคุณพ่ออยากจะได้ตัวมันไว้ที่นี่ คุณพ่อก็ควรมีอะไรมาแลกเปลี่ยนกับผมบ้างสิ” เขาลดน้ำเสียงและพยายามสงบสติอารมณ์ ปฏิกิริยาของบิดาแสดงออกชัดเจนว่าสมมุติฐานของโรสถูกต้อง เคนเน็ธไม่มีทางคืนเจโคบีให้เขาอย่างแน่นอน และมันย่อมหมายความถึงเงินก้อนใหญ่ที่เขาจะสามารถเรียกร้องจากมหาเศรษฐีเฒ่า

“ฉันบอกแกแล้วไงว่าแกจะไม่มีวันได้เงินจากฉันอีก ไอ้คนหน้าด้าน!”

“ถ้าอย่างนั้นเจค็อบก็ต้องกลับลอนดอนกับผมคืนนี้”

“แกก็ลองแตะต้องตัวหลานของฉันดูสิ! ที่นี่เป็นบ้านของฉัน แกไม่มีสิทธิ์จะพาคนในบ้านฉันออกไปไปที่ไหนทั้งนั้น!”

“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ในเมื่อผมเป็นพ่อของมัน!”

“ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้!! ก่อนที่ฉันจะเรียกตำรวจมาจับแกข้อหาบุกรุก!”

“คุณพ่อไม่กล้าหรอก...”

เพล้ง!!

อัลเบิร์ตพูดไม่ทันขาดคำ ขวดวิสกี้ที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ตัวเคนเน็ธก็มีอันลอยคว้างไปยังใบหน้าของชายหนุ่ม เสียงขวดแก้วกระทบกับขอบตู้หนังสือแตกกระจาย ของเหลวสีอำพันหกนองบนพื้นพรมขนแคชเมียร์จนชุ่มโชกปะปนไปกับเศษแก้ว โชคยังดีที่เป้าหมายของชายสูงวัยยังผวาหลบไปได้ทัน ไม่อย่างนั้นศีรษะของเขาก็คงแตกไปพร้อมๆ กับขวดวิสกี้

“คุณพ่อ...” ใบหน้าของอัลเบิร์ตซีดเผือดกะทันหัน เป็นครั้งแรกที่เขาเคยเห็นบิดาโกรธจนถึงขั้นลงมือลงไม้อย่างนี้ แต่ถึงจะขี้ขลาดและรู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วนอกจากขู่กลับไปด้วยเสียงสั่นๆ “ถ้า... ถ้าคุณพ่อไม่คืนลูกชายให้ผม... ผมต่างหาก... ที่จะต้องเป็นฝ่ายดำเนินคดีกับคุณพ่อ...”

“งั้นก็เอาสิวะ ไอ้อัลเบิร์ต! ถ้าแกมีปัญญาจ้างทนายมาสู้กับฉัน ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าศาลจะตัดสินให้เด็กอยู่กับใคร ระหว่างฉันที่ดูแลเด็กมาตลอดสี่ปี กับไอ้พ่ออุบาทว์ที่คิดแต่จะเอาลูกมาขาย! ไอ้ลูกระยำ!! เอาเลยสิ ฉันท้าให้แกไปแจ้งความวันนี้เดี๋ยวนี้เลย!”

“ผะ...ผมว่าเรื่องนี้... เราคงรีบร้อนกันเกินไป... ผมผิดเองครับ คุณพ่อ ผมไม่ได้หมายความอย่างที่พูด... เรา... เราค่อยๆ ปรึกษากันอีกซักทีดีไหมครับ...”

“ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับแกอีกแล้ว! แกกลับไปซะ! ไปให้พ้นหน้าฉัน! แล้วถ้าแกยังคิดจะเอาลูกไม้น่าสมเพชอย่างนี้มาใช้กับฉัน แม้แต่เงินห้าพันปอนด์ที่แกได้อยู่ทุกๆ อาทิตย์ ฉันก็จะไม่ให้แกอีกเลย เข้าใจไหม!”

“คะ...ครับ ผม ขะ...เข้าใจแล้ว” พูดจบก็รีบจ้ำเท้า ก้าวออกไปจากห้องทำงานของผู้เป็นพ่อด้วยสีหน้าท่าทางไม่ต่างจากสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บ สิ่งเดียวที่ช่วยให้อัลเบิร์ตระบายความคับแค้นได้บ้างในเวลานี้ก็คงมีเพียงการปิดประตูกระแทกจนสุดแรงเท่านั้น

ร่างสูงและผอมเพรียวทิ้งแผ่นหลังพิงกับบานประตูไม้ ดวงตาสีเขียวจ้องเขม็งไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย ชายหนุ่มกำมือแน่น กัดฟันกรอด

โรสไม่ได้บอกเอาไว้สักนิดว่าเหตุการณ์จะออกมาในรูปแบบนี้... ตามที่คาดการณ์กันเอาไว้ เขาควรได้เงินจากไอ้แก่ขี้เหนียวกลับไปสักแสนสองแสนปอนด์ไม่ใช่หรือ...

แต่เอาเถอะ อย่างน้อยภรรยาของเขาพูดถูกเรื่องเจโคบี เห็นทีเขาคงต้องบากหน้ากลับไปขอคำปรึกษาจากภรรยาชาวจีนอีกสักครั้ง... ถ้าเธอยังไม่โกรธจนหนีออกจากบ้านไปเสียก่อน เขาเชื่อว่าโรสจะต้องมีแผนการดีๆ ที่จะจัดการกับมหาเศรษฐีเฒ่าแน่ๆ...

“คอยดูเถอะไอ้แก่เคนเน็ธ... แล้วแกจะได้เห็นว่าหมาเวลาจนตรอกน่ะ มันทำอะไรได้บ้าง!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทส่งท้าย

    ทันทีที่ประตูห้องชั้นบนสุดของตึกหน้าเปิดออก อัลเฟรโดก็ดึงแขนนรินทร์นารถซึ่งมีท่าทีไม่เต็มใจ ให้เดินตามเข้าไปจนถึงชุดโซฟาสำหรับนั่งพักผ่อนด้านใน ก่อนที่เขาจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งเป็นการบังคับกลายๆ ให้เธอนั่งตามตั้งแต่เขาพาตัวเธอและเจโคบีกลับมาถึงคฤหาสน์ทะเลทราย ชายหนุ่มก็เอาแต่นิ่งเงียบ ไม่ยอมพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว ทำให้ในใจของนรินทร์นารถเต็มไปด้วยความวิตกกังวล กลัวว่าหลังนี้เขาจะควบคุมตัวเธอเอาไว้แต่ในตึกหลังโดยไม่อนุญาตให้เจอกับเจโคบีเพื่อป้องกันไม่ให้เธอมีโอกาสพาเด็กชายหนีไปอีก“คุณอัลเฟรโดคะ...” หลังจากทิ้งตัวลงบนโซฟายาวที่อยู่เยื้องกัน ถึงจะยังหวั่นๆ กับความผิดของตัวเอง แต่หญิงสาวก็ตัดสินใจเอ่ยปาก ดีกว่าต้องทนอยู่ในบรรยากาศที่น่าอึดอัดอย่างนี้ต่อไป “ฉันรู้ว่าทำให้คุณโกรธ... แต่ว่าฉัน...” เธอเคยบอกเขาหลายครั้งแล้วว่าเธอจำเป็นต้องพาเจโคบีกลับไปคืนให้เคนเน็ธ“ฉันไม่ได้โกรธเธอ...” ชายหนุ่มพูดขัดคอด้วยน้ำเสียงที่คาดเดาไม่ถูก“แล้วคุณ... พาฉันมาที่นี่ทำไมคะ...”นรินทร์นารถไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร แต่ไม่คิดว่าอัลเฟรโดจะพาเธอขึ้นมาถึงที่นี่เพื่อลงโทษด้วยการร่วมรักอย่างโหดเหี้ยมอำมห

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 55

    “นะ...นี่ตกลงว่าจะเอายังไงกันแน่!” เขาตะคอกอย่างลืมตัว“ฉันทิ้งลูกชายเอาไว้ที่ตลาด... ให้ฉันไปรับตัวเขามาที่นี่ก่อน ไม่อย่างนั้นฉันก็ยังให้ของคุณไม่ได้หรอกค่ะ...”ดวงตาสีฟ้าจ้องเขม็งมายังใบหน้าของหญิงสาวชาวเอเชีย ตอนแรกเขาคิดว่าถ้าเธอเกิดเปลี่ยนใจอย่างกะทันหันเพราะเสียดายตุ้มหูเพชรคู่นั้นขึ้นมา เขาก็ยังพอตัดใจได้ แต่เมื่อได้เห็นสร้อยเพชรที่น่าจะหนักมากกว่าสามสิบกะรัต สตินึกคิดและความยับยั้งชั่งใจก็ขาดผึง“อย่าต่อรองกับฉันดีกว่าน่า! หรืออยากจะให้ฉันเรียกตำรวจมาก่อน หา!”กัปตันเรือสินค้าวัยกลางคนปักใจเชื่อว่านรินทร์นารถจะต้องเป็นทาสหรือไม่ก็นางบำเรอของเศรษฐีคนใดคนหนึ่งที่พยายามหลบหนีไปจากที่นี่พร้อมๆ กับของมีค่าที่เธอขโมยมา แล้วเรือของเขาก็เป็นทางเดียวที่จะช่วยเธอได้... เพราะฉะนั้น อย่างน้อยๆ เขาก็น่าจะรีดเอาเครื่องเพชรของเธอมาได้มากกว่าแค่ตุ้มหูคู่นั้น จึงเจตนาข่มขู่ให้เธอหมดทางเลือก...“ฉัน... ฉันไม่ไปกับคุณแล้ว... ฉันจะกลับไปหาเจค็อบ...” หญิงสาวละล่ำละลัก สภาพการณ์ที่เห็นทำให้เธอเกิดไม่ไว้เขาขึ้นมาหลังจากผ่านเหตุการณ์มากมาย ถูกสองกุ๊ยชาวจีนลักพาตัวมาขังบนเรือประมง ถูกคนหัวล้านท่าทาง

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 54

    ขณะที่ยืนลังเลตัดสินใจอะไรไม่ถูกอยู่นั้น จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงเอ็ดตะโรที่ท่าเรือด้านใน จึงรีบหันไปมองด้วยความตกใจ หญิงสาวพบว่าเจ้าของเสียงเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ เขากำลังยืนชี้นิ้วตวาดคนงานที่ขนลังสินค้าอะไรสักอย่างขึ้นไปบนเรือขนาดใหญ่ลำหนึ่งชายคนนั้นมีศีรษะล้านเลี่ยน หนวดเครารุงรัง ดูจากการแต่งตัวลำลองแบบชาวตะวันตกและท่าทางวางอำนาจกับเหล่าคนงานพื้นเมืองแล้ว ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเขาจะต้องเป็นกัปตันของเรือขนส่งสินค้าลำนั้นอย่างแน่นอน...ถึงแม้ว่าใบหน้าที่เธอมองเห็นจะบอกถึงความดุร้ายเจ้าอารมณ์ แต่สิ่งที่ทำให้ดวงตานรินทร์นารถต้องเบิกกว้าง หัวใจเต้นระทึก ก็คือรูปร่างหน้าตาของเขา... มันเป็นลักษณะของชาวตะวันตกอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะดวงตาสีฟ้าอมเทา ผมสีทอง หรือผิวที่กลายเป็นสีแดงจัดเพราะถูกแดดเผา...“เอ่อ... ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณพอจะพูดภาษาอังกฤษได้หรือเปล่า...” ด้วยเวลาแห่งความปลอดภัยที่มีเหลืออยู่เพียงน้อยนิด หญิงสาวไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว นอกจากเสี่ยงดวงเดินเข้าไปทักเขาตรงๆ“มีอะไร” เขาถามเธอกลับแทนคำตอบ “เห็นหรือเปล่าว่าฉันกำลังยุ่งอยู่ เธอมีธุระอะไรกับฉันก็รีบว่ามาเร็วๆ” น้ำเสียง

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 53

    “เฮ้ย! อย่ามานอนแถวนี้ ลุกออกไปเร็วๆ เข้า ลุกๆ!” เสียงโหวกเหวกโวยวายของชายแปลกหน้าชาวโมร็อกโกปลุกร่างสองร่างที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้ากระสอบผืนใหญ่ให้ตื่นขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่เขาไม่สนใจปฏิกิริยาของคนทั้งคู่ เดินเข้ามายกลังไม้เปล่าๆ สองสามใบที่ตั้งอยู่ข้างๆ เธอกลับออกไปถึงแม้จะไม่เข้าใจภาษาอาหรับที่เขาใช้ แต่ดูจากสีหน้าท่าทางของเขาเมื่อสักครู่ เธอก็รู้ว่าเขาไม่ต้องการให้เธอและเจโคบีอยู่ที่นั่นต่อนรินทร์นารถรีบประคองเด็กชายยืนขึ้น เขายังมีสีหน้างัวเงีย แต่ก็ยอมลุกเดินตามเธอออกจากซอกอาคารแคบๆ แห่งนั้นโดยดีหญิงสาวเหลือบมองชายวัยกลางคนคนเดิมวางลังไม้ลงบนพื้นแล้วปูด้วยเสื่อเก่าๆ ผืนหนึ่ง จากนั้นก็เดินเข้าไปยกเอาลังกระดาษใบใหญ่จากด้านในตัวอาคารมาวางตั้ง ก่อนที่จะหยิบอินทผลัมสุกหลายทะลายในลังออกมาวางเรียงรายบนนั้น“ยังจะมองอะไรอยู่อีก! ไปๆๆ! อย่ามายืนขวางหน้าร้าน” เขาเงยหน้าขึ้นพูดด้วยถ้อยคำที่เธอยังคงฟังไม่รู้เรื่องพลางโบกไม้โบกมือไล่ “แต่งเนื้อแต่งตัวก็ดี หอบหิ้วลูกออกมาเร่ร่อนเป็นขอทานซะได้... ไม่ไหวจริงๆ ผู้หญิงสมัยนี้...” พ่อค้าผลไม้คนเดิมบ่นไล่หลังชายคนนั้นไม่ได้แปลกใจที่เห็นเธอและเจโคบี

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 52

    เช้าตรู่วันนั้น ภายในตึกเล็กของคฤหาสน์ทะเลทรายก็เกิดความวุ่นวายโกลาหล เมื่อบุตรชายของอัลเฟรโดพบว่าน้องชายคนใหม่ของเขาเกิดหายตัวไปจากห้องอย่างลึกลับ ตอนแรกอิสซามเข้าใจว่าเด็กชายคงจะตื่นและลงไปเดินเล่นที่สวนหน้าตึก แต่เมื่อถามจากปากยามซึ่งมีหน้าที่ดูแลประตู เขาจึงรู้ว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืน“ใครบอกแกว่าเมื่อคืนนี้อัลวาโรไม่สบาย อามีน” อิสซามตะคอกใส่ยามวัยกลางคนที่กำลังยืนก้มหน้างุด ข้างๆ ยังมียามหนุ่มอีกคนซึ่งมีสีหน้าหวาดหวั่นไม่ต่างกันถึงแม้จะมีวัยแค่สิบขวบ แต่เด็กชายผิวคล้ำหน้าตาคมเข้มก็เป็นทายาทเพียงคนเดียวของพ่อค้าอาวุธสงครามผู้ทรงอิทธิพล โดยเฉพาะสติปัญญาอันเฉลียวฉลาดและบุคลิกเปี่ยมด้วยอำนาจที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากผู้เป็นพ่อ ทำให้ไม่มีใครในคฤหาสน์ของอัลเฟรโดมองเขาเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง“สะ...สาวใช้ที่ราเนียส่งมาดูแลครับ คุณอิสซาม...” อามีนตอบตะกุกตะกัก“ไอ้โง่! บอกแค่นั้นแกก็ยอมให้เข้ามาในตึกแล้วหรือไง ถ้าทำงานได้แค่นี้ฉันบอกให้พ่อเลี้ยงหมายังจะดีซะกว่า”“ไอ้หนู เอ่อ คุณอัลวาโร... หายไปอย่างนั้นเหรอครับ” อีกฝ่ายถามกลับอย่างกล้าๆ กลัวๆ“ก็ใช่น่ะสิ รอให้พ่อ

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 51

    “หนาวไหมจ๊ะ” นรินทร์นารถกระซิบถามเจ้าของร่างน้อยๆ ที่เดินอยู่เคียงข้างเด็กชายส่ายหน้าแทนคำตอบ แต่การที่เขาคอยเป่าลมหายใจใส่อุ้งมือทั้งสองข้างตลอดเวลามันก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่าเจโคบีไม่ต้องการให้เธอเป็นห่วงจริงอยู่ที่ทาร์ฟายาเป็นเมืองท่าติดทะเล ได้รับอิทธิพลจากลมทะเลในตอนกลางวัน ทำให้มีอุณหภูมิเย็นสบายตลอดทั้งปี แต่สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังคงรายล้อมไปด้วยทะเลทราย เมื่อถึงเวลากลางคืนอากาศจึงเย็นจัดเนื่องจากพื้นที่ที่เป็นทรายจะไม่สามารถกักเก็บความร้อนเอาไว้ได้เหมือนพื้นดินหญิงสาวเปลื้องผ้าคลุมบนศีรษะ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าเขาก่อนจะห่มผ้าผืนนั้นให้“ผมไม่หนาวหรอกฮะ... นีนาเอาเก็บไว้ห่มเองเถอะ...” ปากบอกอย่างนั้นแต่ฟันกระทบกันเสียงดังกึกกักพี่เลี้ยงสาวไม่ฟังคำพูดของเขา กระชับผืนผ้าให้แน่นแล้วยัดชายทั้งสองข้างใส่ไว้ในมือน้อยๆ“ห่มเอาไว้ จะได้ไม่เป็นหวัด...” ยกมือขึ้นหยิกแก้มของเขาเบาๆ “เจค็อบเหนื่อยหรือยัง... อดทนอีกหน่อยนะจ๊ะ อีกไม่นานก็จะถึงในเมืองแล้ว...”“ทำไมเราไม่ไปตามถนนล่ะฮะ... ตอนที่มากับพวกโจรสลัดเราไม่เห็นต้องเดินบนทรายอย่างนี้เลย...”เจโคบีหันไปมองรอบๆ ตัวที่มีแต่ผืนทรายก

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 8

    “ลักพาตัว...” อัลเบิร์ตทวนคำอย่างไม่เข้าใจ “ลักมันมาทำไม... ก็คุณบอกเองว่าเราแค่ขู่พ่อเท่านั้นไม่ใช่เหรอ จะลักมันมาเพิ่มความลำบากให้เราอีกทำไม...”“โอ๊ย! ทำไมผัวฉันถึงได้โง่เป็นควายอย่างนี้นะ” ผู้เป็นภรรยาตวาดด้วยอารมณ์สุดที่จะทนไหว “ถ้าไม่ลักมันมาเรียกค่าไถ่ ไอ้แก่ตายซากนั่นมันจะยอมจ่ายเงินให้เราห

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 7

    เคนเน็ธ ชาร์ลสตัน ยืนเหม่อมองร่างของเด็กน้อยในชุดนอนที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง ในอ้อมแขนเล็กๆ ของเขากอดเจ้างูทะเล หรือเรือบังคับวิทยุลำใหญ่ที่เพิ่งได้รับเป็นของขวัญเมื่อเช้านี้เอาไว้แน่น เสียงหายใจของเจโคบีเป็นจังหวะแผ่วเบาสม่ำเสมอ ภาพที่มองเห็นทำให้มหาเศรษฐีผู้สูงวัยต้องอดยิ้มไม่ได้ยิ่งโลกของผู้ใ

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 5

    นรินทร์นารถ ปิยบุตร ชาร์ลสตัน นึกถึงเมื่อแปดปีก่อน ในวันแรกที่เธอได้พบกับบิดาบุญธรรม ผู้ที่เธอไม่กล้าอาจเอื้อมแม้แต่จะเรียกเขาว่าพ่อเธอเป็นแค่เด็กสาวที่ติดตามนงนุช มารดาม่ายชาวไทยมาทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาดในบริษัท ชาร์ลสตัน เทรดอิน คอร์ปอเรชั่น ของตระกูลชาร์ลสตัน... แม้จะเป็นแค่ลูกจ้างระดับล่าง

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 4

    “ลมแรงขึ้นทุกทีแล้ว ตากลมนานๆ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา ปู่ว่าเรากลับไปที่บ้านกันดีกว่า” เคนเน็ธพยายามชักจูงให้หลานชายลืมเรื่องที่เขาพูดไปเสีย“จริงด้วยสิฮะ ป่านนี้นีนาคงรอนานแล้วล่ะ” เจโคบีพูดพลางกระชับนิ้วมือเล็กๆ เข้ากับฝ่ามือหยาบย่นตามกาลเวลาของเคนเน็ธ ก่อนจะออกแรงดึงให้ร่างสูงใหญ่ที่นั่งยองๆ อยู่ลุกข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status