로그인เหนือฟ้าลืมตาขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นอายความหอมละมุนอ่อน ๆ ของกาแฟคั่วบดที่ลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้อง แสงแดดอุ่นจัดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านสีขาวพลิ้วไหว มรสุมพายุฤดูร้อนเมื่อคืนที่ผ่านมาหายไปอย่างไร้ร่องรอย ท้องฟ้าเบื้องนอกแปรเปลี่ยนกลับมาเป็นสีฟ้าครามสดใสราวกับไม่เคยมีเรื่องราวร้ายแรงใด ๆ เกิดขึ้นมาก่อน
มันช่างผิดแผกแตกต่างจากสิ่งที่คิดอยู่ในใจเวลานี้... ที่ยังคงสับสนวุ่นวาย ไม่ต่างจากมรสุมที่ผ่านมาเลยสักนิด
เหนือฟ้าขยับกายลุกขึ้นนั่งเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าบนลาดไหล่บางมีผ้าห่มผืนหนาจัดแจงคลุม ให้อย่างเรียบร้อย และบนโต๊ะกระจกตัวกลางมีแก้วน้ำอุ่นตั้งวางสแตนบายเอาไว้ เคียงข้างกันนั้นมีแผ่นกระดาษโน้ตเล็ก ๆ แผ่นหนึ่งเขียนข้อความด้วยลายมือหวัดว่า
"ประชุมเช้าเวลา 09.00 น. นะครับคุณประธาน อย่าลืมทานมื้อเช้าด้วยล่ะ — จากคลื่นสมุทร บริการด้วยใจ"
เหนือฟ้าจ้องมองตัวอักษรบนแผ่นกระดาษนิ่งนาน ก่อนที่เรียวปากอิ่มจะยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
"แหม... แอบยืนยิ้มหวานอะไรอยู่คนเดียวงั้นเหรอครับ"
เสียงทุ้มต่ำอันแสนคุ้นเคยดังขัดจังหวะขึ้นมาจากทางด้านหลัง ส่งผลให้เหนือฟ้าสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ชายหนุ่มรีบตลบพับแผ่นกระดาษโน้ตเจ้าปัญหาซุกซ่อนลง ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตทันควัน คลื่นสมุทรยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องนอน ในมือถือแก้วกาแฟควันฉุย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ประจำตัว เด่นหราอยู่บนใบหน้า
"ผมไม่ได้ยิ้มสักหน่อย" เหนือฟ้าปฏิเสธเสียงแข็ง หน้าตาย "แต่เมื่อกี้พี่เห็นเต็มสองตาเลยนะครับ" "คุณตาฝาดไปเองมากกว่า"
"ครับ ๆ" คลื่นสมุทรหลุดหัวเราะหึในลำคอ แววตาพราวระยับ "สงสัยช่วงนี้พี่คงจะตาฝาดบ่อยเกินไป ทุกครั้งที่มองหน้าคุณเลยละมั้ง"ช่วงสายของวัน... เหนือฟ้ามีกำหนดการเข้าร่วมประชุมด่วนกับกลุ่มผู้ถือหุ้น รายใหญ่ รายใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะงานที่เขาถนัดและเชี่ยวชาญที่สุด ทั้งเรื่องตัวเลขสถิติ แผนพัฒนาธุรกิจระยะยาว และงบประมาณหมุนเวียน ทุกสิ่งทุกอย่างถูกจัดวางอยู่ในระเบียบแบบแผนที่เขาสามารถ ควบคุมทิศทางได้ทั้งหมด
มันช่างผิดกับเรื่องราวส่วนตัวของเขา... ที่เริ่มเกินการควบคุมของเขามากขึ้นทุกวัน ๆ
"คุณเหนือฟ้าครับ..." หนึ่งในคณะกรรมการผู้ถือหุ้นเอ่ยทักขึ้นมากลางปล้อง "คุณนี่เป็นผู้บริหารที่นิ่งสงบและสุขุมมากเลยนะครับ" เหนือฟ้าขยับคลี่รอยยิ้มบางเบาตามแบบแผนมารยาท ทางสังคม "ขอบคุณครับ มันเป็นนิสัยส่วนตัวของผมน่ะครับ"
"ตั้งแต่ร่วมงานกันมา ผมยังไม่เคยมีโอกาสได้เห็นคุณเหนือฟ้าหลุดหัวเราะหรือยิ้ม เลยสักครั้ง"คณะกรรมการหลายคนในห้องประชุมพากันพยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวนั้น เหนือฟ้าเพียงแต่นั่งนิ่งและส่งรอยยิ้มบาง ๆ กลับไปให้เหมือนเคย... รอยยิ้มสวมหน้ากากที่เขาเพียรทำมาตลอดทั้งชีวิต
หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมอันยาวนาน เหนือฟ้าพาเนื้อตัวเดินเลี่ยงออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ ตรงบริเวณระเบียงด้านหลังอาคารสำนักงาน กระแสลมทะเลพัดโชยมาเย็นสบายผิว ทว่าความรู้สึกบางอย่างที่หนักอึ้งกลับยังคงกดทับอยู่ภายในใจ
"แอบหนีมาหลบมุมเหงา ๆ คนเดียวอีกแล้วนะครับ"
คลื่นสมุทรเดินก้าวเท้าเข้ามายืนเคียงข้างหน้าตาเฉย ทว่าในครานี้... เหนือฟ้ากลับไม่ได้เอ่ยปากไล่
เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา"ผมไม่ได้แอบมาหลบ เหงาๆ คนเดียวซะหน่อย" "งั้นออกมาเดินทำอะไรตรงนี้ตั้งนานสองนานครับ"
"มายืนเฉย ๆ ครับ" "โอเคครับ ยืนเฉย ๆ ก็ยืนเฉย ๆ"คลื่นสมุทรพยักหน้ารับคำกวน ๆ ก่อนจะจัดแจงยืดตัวตรง แขนแนบลำตัว แล้วมายืนนิ่งทำตาปริบ ๆ เลียนแบบท่าทาง "ยืนเฉย ๆ" อยู่ข้างกายเขาจริง ๆ พฤติกรรมทะเล้นแสนตลกนั้นส่งผลให้เหนือฟ้าหลุด เสียงหัวเราะพรืดแผ่วเบาออกมาอย่างลืมตัว
คลื่นสมุทรหันขวับมามองทันที ดวงตาคู่คมทอประกายระยับราวกับจับโจรได้ "เมื่อกี้หัวเราะแล้ว! พี่ได้ยินนะ"
"ผมไม่ได้หัวเราะ" เหนือฟ้าชิงปฏิเสธ แก้มใสเริ่มขึ้นสี "หัวเราะชัด ๆ" "บอกว่าไม่ไงครับ" "หัวเราะครับ..." คลื่นสมุทรขยับตัวเข้าหา จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "น่ารักมากเลยรู้ตัวไหม" เหนือฟ้าหันไปขมวดคิ้วดุใส่ "คุณคลื่นสมุทร..." "ครับเหนือฟ้า?" "ผมเป็นผู้บริหารระดับสูงของรีสอร์ตแห่งนี้นะครับ ไม่ใช่เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล" "พี่ทราบดีครับ" "งั้นก็กรุณาเลิกพูดคำว่าน่ารักพร่ำเพรื่อใส่ผมสักทีครับ" คลื่นสมุทรฉีกยิ้มกว้างขวาง สายตาหวานเชื่อม "ก็คุณน่ารักจริง ๆ นี่ครับ จะให้พี่เลิกพูดได้ยังไง"คนทั้งคู่เงียบเสียงลงไปพักใหญ่ ทอดสายตามองดูความกว้างใหญ่ของผืนทะเลสีครามเบื้องหน้า ก่อนที่คลื่นสมุทรจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา
"พี่ขออนุญาตถามอะไรคุณสักเรื่องหนึ่งได้ไหมครับเหนือฟ้า" "เรื่องอะไรล่ะครับ" "ทำไม... คุณถึงไม่ค่อยชอบส่งรอยยิ้มให้คนอื่นเลยล่ะครับ"เหนือฟ้าชะงักนิ่งไปในทันที สายลมทะเลพัดผ่านผิวกายไปอีกระลอก ประโยคคำถามธรรมดาแสนเรียบง่าย ทว่ามันกลับตอบยากกว่าแผนงานทางธุรกิจเสียอีก
"ไม่มีเหตุผลพิเศษอะไรหรอกครับ..." เหนือฟ้าก้มหน้าลงมองต่ำ เรียวนิ้วสวยกำราวเหล็กระเบียงเอาไว้แน่นเล็กน้อย
"แค่... ตอนเด็ก ๆ พ่อของผมท่านเคยสอนเอาไว้เสมอว่า คนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำคนอื่นได้... จำเป็นต้องทำตัวให้เข้มแข็ง และเด็ดขาดที่สุด" คลื่นสมุทรนิ่งเงียบ ตั้งใจรับฟังทุกหยดคำพูด "ผู้นำห้ามร้องไห้เด็ดขาด ห้ามแสดงด้านอ่อนแอให้ใครเห็น และที่สำคัญ... ห้ามทำสิ่งใดผิดพลาดแม้แต่ปลายก้อย" เหนือฟ้าแค่นหัวเราะแผ่วเบา ทว่าแววตากลับหม่นแสงลงไร้ซึ่งความสุข "สุดท้าย... พอเติบโตขึ้นมา ผมเลยกลายเป็นคนที่จัดการกับความรู้สึกของตัวเองไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงในสถานการณ์ไหนดี"คลื่นสมุทรจ้องมองคนข้างกายด้วยความรู้สึกที่เต็มไป ด้วยความอ่อนโยนนี่เป็นครั้งแรกที่คนฟอร์มจัดยอมเปิดปาก บอกเล่าเรื่องราวในใจของตัวเองให้เขาฟังมากขนาดนี้
"แล้วถ้าเป็นตอนนี้ล่ะครับ..." คลื่นสมุทรเอ่ยถามเสียงทุ้ม "ตอนนี้... เหนือฟ้ามีความสุขบ้างไหมครับ"
เหนือฟ้านิ่งอึ้งไป คำถามนั้นช่างง่าย ทว่าเขากลับไม่ตอบออกไปได้ในทันที ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตัว มองดูรีสอร์ตอันงดงาม มองดูพนักงานที่กำลังทำงานร่วมกันด้วยรอยยิ้ม และสุดท้าย... สายตาก็บรรจบหยุดอยู่ที่ใบหน้าคมคายของผู้ชายตรงหน้า ที่ยืนเคียงข้างเขา
เหนือฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึก
"ช่วงนี้... ก็น่าจะมีความสุขเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน... นิดหน่อยครับ"คำตอบรับแสนอ้อมค้อมส่งผลให้รอยยิ้มพิมพ์ใจค่อย ๆ ผุดประกายขึ้นบนใบหน้าของคลื่นสมุทร มันเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความจริงใจและอบอุ่นซะจน เหนือฟ้าต้องรีบเบือนสายตาหนีด้วยความขัดเขิน
"ดีแล้วครับ..." คลื่นสมุทรเอ่ยกระซิบพรางเอื้อมมือไปกุมมือเอาไว้หลวม ๆ "เพราะพี่... ชอบเวลาที่เหนือฟ้ามีความสุขที่สุดเลยครับ"
หัวใจของเหนือฟ้ากลับมาเต้นระรัวและรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
อย่างไม่อาจต้านทานในเวลาเดียวกัน ณ อีกฟากฝั่งหนึ่งของรีสอร์ต
น่านน้ำ หัวหน้าแผนก Guest Experience กำลังก้าวเท้าเดินออกมาจากห้องสูทวิลล่าระดับ VIP ด้วยสภาพสีหน้าท่าทางเหนื่อยล้าอิดโรยเต็มที เหตุผลก็เพราะว่าเมื่อค่ำคืนค่ำมรสุมพายุเข้าที่ผ่านมา ชายหนุ่มมาดกวนอย่าง 'สิงหา' จัดแจงกระหน่ำโทรศัพท์สายตรงเข้าหาเขาเบ็ดเสร็จรวมแล้วถึงเจ็ดครั้งเจ็ดครา!
"คุณน่านน้ำค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" พนักงานต้อนรับหญิงคนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามาทัก
"เฮ้อ... มีอะไรอีกครับ คราวนี้ห้องคุณสิงหามีอะไรพังอีกงั้นเหรอ" "เปล่าค่ะ! แต่คุณสิงหาฝากคนจัดส่งดอกไม้ช่อโตมาให้อีกแล้วค่ะ!"น่านน้ำหลับตาลงแน่นสูดลมหายใจพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ "คราวนี้... มาอีกกี่ดอกครับ"
"เก้าสิบเก้าดอกแดงฉานไปทั่วล๊อบบี้เลยค่ะ! พร้อมกับแนบการ์ดใบนี้มาด้วยค่ะ"น่านน้ำรับแผ่นการ์ดใบเล็กมาเปิดอ่าน ก่อนที่ดวงตากลมโตจะสั่นไหวเมื่อพบข้อความสั้น ๆ แฝงความทะเล้นคลั่งรักไร้ขีดจำกัดเขียนเอาไว้ว่า
"วันที่ 17 ของการเดินหน้าจีบคุณอย่างเป็นทางการ จนถึงวันนี้... คุณน่านน้ำยังไม่คิดจะใจอ่อนให้คนหล่ออย่างผม อีกเหรอครับ? — จากสิงหา ผู้ชายที่คุณบล็อก"
ในใจของน่านน้ำนึกอยากจะหยิบเอาช่อดอกไม้ราคาแพงช่อนั้นโยนทิ้งลงทะเลให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเสียจริง ๆ ทว่าในความเป็นจริง... เรียวปากอิ่มกลับค่อย ๆ จุดประกายรอยยิ้มขำขันและเอ็นดูผุดขึ้นมาในทุก ๆ ครั้งที่ได้เห็นชื่อของผู้ชายเอาแต่ใจคนนั้น
บางครั้ง... ความรักชวนใจสั่นอาจไม่ได้ก้าวเข้ามาสั่นคลอนแปรเปลี่ยน ชีวิตของคนเราในทันทีทันใด หากแต่ฝังตัวและค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่หัวใจ... เปรียบเสมือนระลอกเกลียวคลื่นทะเลม้วนเล็กที่ซัดสาด เข้าหาฝั่งทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อรู้ตัวอีกที... พื้นที่ในหัวใจทั้งสี่ห้อง ก็ไม่หลงเหลือพื้นที่ว่างให้ใครอีกต่อไปแล้ว นอกจากเขาเพียงคนเดียวหนึ่งปีต่อมา...ณ ชายหาดผืนทรายขาวแห่งเดิม ในรีสอร์ตแห่งเดิมโครงการ ‘Sea & Soul Experience’ ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดมา บัดนี้ได้กลายสภาพเป็นหนึ่งในอภิมหาโครงการท่องเที่ยวเชิง ประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงระดับสากลที่สุดของกรุ๊ปตอนนี้ เหนือฟ้า ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ บริษัทอย่างเป็นทางการและเต็มภาคภูมิ ในขณะที่ คลื่นสมุทร ขยับตบเท้าก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย พัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยว... ต่อให้ตำแหน่งหน้าที่การงานจะขยับสูงส่งขึ้นไป มากมายเพียงใด ชายหนุ่มคนนี้ก็ยังคงเป็นผู้บริหารคนเดิมที่ โปรดปรานการถอดรองเท้าเดินทอดน่องเท้าเปล่าไปตามแนว ชายหาดในยามเย็นเหมือนวันแรกไม่มีผิดเพี้ยนในวันนี้... พื้นที่ชายหาดส่วนตัวถูกเนรมิตตกแต่งประดับประดาไปด้วย กลุ่มพรรณไม้และดอกไม้สดสีขาวบริสุทธิ์ส่งกลิ่นหอมละมุน โชยมาตามลม กระแสเสียงเครื่องดนตรีคลาสสิกเริ่ม บรรเลงขับกล่อมแผ่วเบา แขกเหรื่อและพนักงานทุกคนต่างพากันแต่งกายด้วยชุดสูท และราตรีสากลอย่างงดงามนั่นก็เพราะ... วันนี้คือวันสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขาทั้งสองคน ‘วันมงคลสมรสของเหนือฟ้าและคลื่นสมุทร’"ตื่นเต
“ปราณ”ชื่อสั้น ๆ เพียงคำเดียว หลุดออกจากปากของประธานหนุ่ม และนั่นส่งผลให้บรรยากาศแสนโรแมนติกริมชายหาดเมื่อครู่ พลันแปรเปลี่ยนดิ่งวับเข้าสู่ความตึงเครียดขึ้นมาในทันทีคลื่นสมุทรทอดสายตามองจ้องหน้าจอมือถือในมือของ เหนือฟ้า ก่อนจะลอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียด "เอาไงครับคุณเหนือฟ้า... จะกดรับสายเขาไหม?"เหนือฟ้าจดจ้องอยู่ราวสองวิ ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มรับสาย"ว่าไง..."ปลายสายเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่กระแสเสียงอันแสนคุ้นเคยจะดังสะท้อนลอดออกมา "เย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ""มีอะไร" เหนือฟ้าตัดบทเข้าประเด็นทันที"ฉันอยู่ที่รีสอทร์คุณ" ปราณเอ่ยเหนือฟ้าขมวดคิ้วมุ่นทันควัน "แล้ว?""มีของจะให้"คลื่นสมุทรที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหรี่นัยน์ตาคู่คมลงต่ำทันที บอกตามตรงว่าในเวลานี้เขาเริ่มเกิดอาการไม่ถูกชะตาและไม่ชอบใจกับประโยคคำว่า ‘มีของจะให้’ จากปากอดีตคนรักของแฟนตัวเองเอาเสียเลย"ไม่เอา" เหนือฟ้าจัดแจงปฏิเสธเสียงแข็งแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด"ใจร้าย" ปราณตัดพ้อลอย ๆ"ปราณ... ผมกำลังจะกินข้าว""งั้นเอาแบบสั้น" ปราณหลุดหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่สุด "มันเป็นของที่เกี่ยวกับพ่
ข่าวเรื่องการตกลงปลงใจเข้าพิธีวิวาห์ระหว่างท่านประธาน และท่าน ผอ. แพร่สะพัดกระจายตัวไปทั่วทั้งรีสอร์ตภายในระยะเวลาเพียงแค่ สี่นาทีถ้วน!มันเป็นความเร็วระดับสถิติโลกที่รวดเร็วยิ่งกว่าข่าวดาราตบกัน เร็วยิ่งกว่าสัญญาณเตือนภัยพายุมรสุมเข้า และที่สำคัญ... มันยังว่องไวกว่าตอนที่สิงหาเปิดฉากคุกเข่าขอน่านน้ำแต่งงานเมื่อไม่กี่วันก่อนเสียด้วยซ้ำไปเช้าวันรุ่งขึ้น คลื่นสมุทรสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาภายในโถงล็อบบี้ ส่วนกลางด้วยท่าทางสบาย ๆ ในมือถือแก้วกาแฟส่งกลิ่นหอมกรุ่น ทว่าสิ่งที่สะดุดสายตาและโดดเด่นเป็นสง่าที่สุด กลับเป็น วงแหวนเงินแท้สีขาวบริสุทธิ์ที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ของเจ้าตัว"อรุณสวัสดิ์ครับผอ.คลื่น!""ยินดีด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ!""Congratulations ค่ะคุณคลื่น! เหมาะสมกันที่สุดในโลกเลย!""อ้าว ๆๆ ว่าที่เจ้าบ่าวป้ายแดงก้าวเดินมานั่นแล้วพวกเรา!"คลื่นสมุทรถึงกับชะงักฝีเท้ากึกไปหนึ่งจังหวะ ก่อนจะเบนสายตากวาดมองดูบรรดาพนักงาน สต๊าฟ และหัวหน้าส่วนงานทั้้งแผนกที่พร้อมใจกันมายืนปักหลักส่ง รอยยิ้มพรายพิมพ์ใจสลอนรอคอยเขาอยู่ก่อนแล้ว"นี่... ทุกคนทราบเรื่องนี้กันหมดแล้วงั้นเหรอครับ?" คลื่นสมุทรเอ
"คืนนี้มีปรากฏการณ์ฝนดาวตกใหญ่ครับ"ประโยครายงานแจ้งเพื่อทราบแสนธรรมดาสามัญประโยคหนึ่ง กลับสามารถแปรเปลี่ยนสภาพให้คนทั้้งรีสอร์ตต้องวิ่งวุ่นวาย โกลาหลกันยกใหญ่ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งค่อนวัน นั่นก็เพราะทันทีที่ข่าวดังกล่าวถูกประกาศแจ้งแก่นักท่องเที่ยว แขกเหรื่อเกือบทุกคนต่างพากันแห่ติดต่อเข้ามาจับจอง กิจกรรม 'ดูดาวรับลมริมหาด' จนโควตาที่นั่งเต็มแน่นเอี๊ยดในเวลาอันรวดเร็ว"นี่คนเราเขาชื่นชอบและคลั่งการนอนดูดวงดาว กันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" ธามบ่นอุบอิบกระปอดกระแปดพลางตวัดสายตากวาดมอง ดูลิสต์รายชื่อยอดการจองห้องพักและกิจกรรมพรีเมียม"มันเป็นเรื่องของความโรแมนติกยังไงล่ะครับพี่ธาม" น่านน้ำเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม"อ๋อ... งั้นเหรอ" ธามพยักหน้ารับรู้ช้า ๆ ก่อนจะฉุกคิดหยุดชะงักกึกนิ่งไป"เดี๋ยวนะ...""มีอะไรเหรอพี่?""ถ้าอย่างนั้น... คืนนี้มันก็หมายความว่า..."สายตาของทุกคนในกลุ่มบริหารพลันพร้อมใจกันหมุนควับหัน ไปจับจ้องมองตรงไปยังบุคคลสองคนที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่กับ แท็บเล็ตตรวจงานทันทีเหนือฟ้าที่สัมผัสรับรู้ได้ถึงมวลรังสีแปลก ๆ ละสายตาขึ้นมามอง "มีอะไรกันหรือเปล่าครับทุกคน?""เปล่าครับ! ไม่มีอะไรเลยคร
หากมีใครเดินมาเอ่ยปากถามพนักงานในรีสอร์ตว่า... บุคคลใดคือผู้ที่เชี่ยวชาญในการสร้างความวุ่นวายและ หาเรื่องปวดหัวมาให้คนรอบข้างได้เก่งกาจที่สุดถ้าเป็นเมื่อก่อนในอดีต คำตอบอันดับหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นชื่อของ ‘คลื่นสมุทร’ อย่างแน่นอน... ทว่าในปัจจุบันนี้ ทัศนคติของทุกคนได้แปรเปลี่ยนไปอย่างเป็นเอกฉันท์ และพร้อมใจกันตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า“คุณสิงหา...”"ผมกำลังจะแต่งงานครับ!"ประโยคบอกเล่าสั้น ๆ ทว่าหนักแน่นดังสนั่นขึ้นมากลางห้องประชุมบริหาร ในเวลาเก้าโมงเช้าตรู่ ส่งผลลัพธ์ให้ธามที่กำลัง ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มถึงกับสำลักไอคอกแคก ปากกาในมือเกือบหล่นพื้น และทำให้เหนือฟ้าต้องยอม ละสายตาเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร"หือ?" เหนือฟ้าเลิกคิ้วสูงสิงหานั่งกอดอกยิ้มกริ่ม ใบหน้าหล่อเหลาอบอวลไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างที่สุด "ตามนั้นครับ... ผมกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์แล้ว""แล้ว... มีใครเขาถามคุณงั้นเหรอครับคุณสิงหา?" เหนือฟ้าสวนกลับหน้านิ่งครืนนนน!เสียงหัวเราะขบขันจากบรรดาหัวหน้าฝ่าย ในห้องประชุมดังขึ้นพร้อมกัน สิงหาไม่ได้มีทีท่าสะทกสะท้านคำแซะเลยแม้แต่น้อย เพราะในวันนี้เขากำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษจนผิดหูผิดตา"รอบนี
หลังจากงานประกาศผลการประเมินสิ้นสุดลง ด้วยความสำเร็จอันเกรียงไกร ทางรีสอร์ตก็ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ฉลองความสำเร็จเล็ก ๆ เป็นการภายในให้กับทีมงานเบื้องหลังผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ Sea & Soul Experience ทุกคนบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน ธาม ปลดปล่อยความเครียดทั้งหมดด้วย การดื่มเบียร์ไปรวดเดียวสามขวดรวดจนหน้าแดงก่ำ สิงหา ถึงกับเอ่ยปากประกาศกร้าวขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองทั้งทีมด้วยตัวเอง ในขณะที่ น่านน้ำ ยังคงวิ่งวุ่นวายกับการจัดแจงดูแล ความสะดวกสบายของแขกเหรื่ออย่างขยันขันแข็งส่วนทางด้านของ คลื่นสมุทร... บัดนี้เขากำลังถูกบรรดาพนักงานและสต๊าฟจากทุกภาคส่วนรุมล้อมแสดงความยินดีจนแทบจะไม่มีเวลาให้หยุดพักหายใจหายคอเลยทีเดียว"ท่านผู้อำนวยการคลื่นครับ!""ขอลายเซ็นลงบนเสื้อทีมหน่อยครับผม!""ห้ามลืมเลี้ยงฉลองพวกเราด้วยนะครับท่านผอ. คนใหม่!"กระแสเสียงแซวและแสดงความยินดีดังระงมขึ้นไม่ขาดสาย ส่งผลให้เจ้าของตำแหน่งคนใหม่ทำได้เพียงแค่หลุดหัวเราะร่วนออกมาด้วยความขัดเขิน ทว่า... ไม่ว่าตัวเขาจะกำลังยืนพูดคุย แลกเปลี่ยนบทสนทนากับใครอยู่ก็ตาม สายตาคู่คมของคลื่นสมุทรก







