Masuk"คุณเหนือฟ้าครับ"
"ครับ"
"วันพรุ่งนี้... พอจะมีเวลาว่างไหมครับ"
เหนือฟ้าเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโน้ตบุ๊ก ทอดสายตามองผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่จู่ ๆ ก็มายืนกอดอกส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่หน้าห้องทำงาน
"ไม่ว่างครับ" เหนือฟ้าตอบเสียงเรียบก่อนทำท่าจะก้มลงทำงานต่อ คลื่นสมุทรพยักหน้ารับคำหน้าตาเฉย ราวกับคาดเดาคำตอบปัดปฏิเสธนี้เอาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว "โอเคครับ งั้นวันมะรืนล่ะ"
"..." เหนือฟ้านิ่งไปสามวินาที "ไม่ว่างครับ"
"งั้นสัปดาห์หน้า"
"..."
"ไม่ว่างครับ"
"งั้นเดือนหน้าเลยเป็นไง"
เหนือฟ้าถอนหายใจยาว วางปากกาในมือลงบนโต๊ะทำงานช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาคู่คมตรง ๆ "คุณจะเอาอะไรจากผมกันแน่" คลื่นสมุทรจุดยิ้มกว้างขวางทันทีอย่างผู้ชนะ เหมือนกำลังรอคอยให้เขาเอ่ยประโยคนี้ออกมาอยู่พอดี "ผมจะพาคุณไปเที่ยวพักผ่อนครับ"
"ไม่ไป"
"คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำนะว่าผมจะพาไปที่ไหน"
"ต่อให้รู้หรือไม่รู้... ผมก็ไม่ไปครับ งานผมเยอะมาก" "เสียใจด้วยนะครับคุณประธาน เพราะรอบนี้ผมจัดแจงจองทุกอย่างเอาไว้หมดเรียบร้อยแล้ว" "..." เหนือฟ้าขมวดคิ้ว "คุณไม่มีสิทธิ์มาทึกทักอะไรตามใจชอบแบบนี้นะครับ"
"มีสิทธิ์สิครับ" คลื่นสมุทรยักไหล่น้อย ๆ แววตาเจ้าเล่ห์พราวระยับ
"ก็รอบนี้... ผมใช้ชื่อและหมายเลขบัตรของคุณประธานเป็นคนจองเองทั้งหมดเลยนี่ครับ"
เหนือฟ้าสำลักน้ำกาแฟทันทีเกือบจะพ่นออก
เช้าวันรุ่งขึ้น...
เหนือฟ้ารู้สึกตัวและเรียกรวมสติอีกที ตัวเขาก็มายืนงง ๆ อยู่บนเรือสปีดโบ๊ตลำหรูท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มเสียแล้ว สายลมทะเลพัดแรงจนกลุ่มเส้นผมกระจัดกระจาย ท้องฟ้าเบื้องบนสว่างไสวสดใสไร้เมฆหมอก ส่วนไอ้คนจอมวางแผนที่นั่งเบียดกายอยู่เคียงข้างกลับ ดูอารมณ์ดีจนเกินเหตุฉีกยิ้มกว้างไม่หุบ
"ถามจริง ๆ เถอะครับ... พฤติกรรมมัดมือชกแบบนี้ ในทางกฎหมายเขาเรียกว่าการลักพาตัวหรือเปล่าครับ" เหนือฟ้าเอ่ยแกล้งประชด
"ในทางกฎหมายพี่ไม่รู้ครับ... แต่ในทางพฤตินัย เขาเรียกว่าการพาคนรักไปพักผ่อนครับ" คลื่นสมุทรหันมาสบตา
"คุณทำงานหนักติดต่อกันมาสิบเจ็ดวันเต็ม ๆ โดยไม่มีวันหยุดเลยนะครับ"
"..." เหนือฟ้าชะงักไปเล็กน้อย
"คุณรู้ได้ยังไง"
"ก็เพราะว่า... ผมคอยนั่งนับสถิติและมองดูคุณอยู่ตลอดเวลาไงครับ"
เหนือฟ้าลอบระบายลมหายใจยาวเหยียดออกมา เขาแอบนึกเกลียดความเอาใจใส่ที่อีกฝ่ายมักจะคอย จดจำรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับตัวเขาในทุกเรื่อง และที่นึกเกลียดตัวเองยิ่งกว่า... คือการเขาเริ่มยินดีและคุ้นชินกับความอบอุ่นแบบนี้ไปเสียแล้ว
เรือสปีดโบ๊ตแล่นออกจากบริเวณหน้า รีสอร์ตมาได้ราว ๆ สี่สิบนาที ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงและจอดสนิทเทียบท่า ณ เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ที่นี่ไม่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน ไม่มีร้านค้าขายของเสียงดัง และที่สำคัญคือไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือคอยรบกวนใจ หลงเหลือเพียงผืนน้ำทะเลใสราวกับกระจกแก้วสลับเฉดสี และผืนหาดทรายขาวเนียนละเอียดที่ทอดยาวสุดสายตา
เหนือฟ้าทอดสายตามองทัศนียภาพรอบตัวด้วยความเงียบงัน ดวงตากลมโตสั่นไหวระยับด้วยความทึ่ง
"งดงามถูกใจไหมครับ" คลื่นสมุทรเอ่ยถามแผ่วเบาข้างหู
"อืม... สวยมากครับ"
คำตอบรับสั้น ๆ เรียบง่าย ทว่าสำหรับคนปากแข็งและฟอร์มจัดอย่างเหนือฟ้าแล้ว การเอ่ยปากชื่นชมขนาดนี้ถือว่าเป็นคำชมขั้นสูงสุดยอดแล้ว
คนทั้งคู่พากันก้าวขาเดินทอดน่องเลียบชายหาดขาวไปเรื่อย ๆ อย่างเชื่องช้า โดยไม่มีใครเอ่ยปากพูดจาอะไรออกมาทำลายความเงียบ มีเพียงเสียงเกลียวคลื่นทะเลซัดสาดกระทบฝั่งดังคลอ เป็นจังหวะ และสายลมพัดโชยมา เหนือฟ้ารู้สึกถึงความแปลกประหลาดในใจ... มันแปลกมากที่ในเวลานี้เขากลับไม่ได้นึกถึงภาระหน้าที่การงาน ไม่คิดอยากจะเปิดเช็กอีเมล และไม่ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่องดูในทุก ๆ ห้านาทีเหมือนอย่างที่เคยเป็น ราวกับโลกทั้งใบที่เคยหมุนเร็วจนน่าอึดอัด... ได้หยุดหมุนลงชั่วคราวช้า ๆ
"รู้สึกยังไงบ้างครับ" คลื่นสมุทรเอ่ยถามทำลายความเงียบ "เรื่องอะไรครับ" "การลองใช้ชีวิตแบบไม่คิดเรื่องงานดูบ้างน่ะครับ" เหนือฟ้าหลุดเสียงหัวเราะใสแผ่วเบา
"อืม... รู้สึกทรมานใจแปลก ๆ ครับ" คลื่นสมุทรหลุดหัวเราะร่าตามทันที
"ผมว่าไม่จริงหรอกครับคุณประธาน"
"ทำไมจะไมจริงล่ะครับ"
"ก็เพราะว่า... ในตอนนี้คุณกำลังยิ้ม สดใสที่สุดออกมาให้ผมเห็นอยู่ยังไงล่ะครับ"
เหนือฟ้าชะงัก ก่อนจะรีบหุบยิ้มกว้างๆของตัวเองลงทำหน้านิ่งทันควัน ส่วนคลื่นสมุทรหัวเราะหึ ๆ จนลาดไหล่หนาสั่นโยนด้วยความเอ็นดู
ช่วงบ่ายคล้อย... ทั้งคู่พากันย้ายมานั่งพักผ่อนอยู่ใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ ริมชายหาด กระแสลมทะเลยังคงพัดโชยมาให้ความรู้สึกดี เหนือฟ้าทอดสายตามองเส้นขอบฟ้าที่ตัดกับผืนน้ำอยู่เงียบ ๆ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากถามคำถามบางอย่างออกไป
"คุณคลื่นสมุทรครับ... ในชีวิตของคุณ คุณเคยนึกหวาดกลัวอะไรบ้างไหมครับ" คลื่นสมุทรเบนใบหน้าคมกลับมามอง "เรื่องอะไรล่ะครับ" "ความผิดหวัง... หรือการสูญเสีย"
คำถามที่จริงจังแฝงความหม่นหมองส่งผลให้คลื่นสมุทร นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มทอดสายตามองเกลียวคลื่นเบื้องหน้าก่อนจะ คลี่ยิ้มบาง ๆ
"เคยสิครับ... มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ก็ต้องเคยผ่านความรู้สึกหวาดกลัวความผิดหวังมาด้วยกันทั้งนั้นแหละครับ"
"แล้ว... คุณจัดการกับความกลัวพวกนั้นยังไงเหรอครับ" "ก็แค่... ทำความเข้าใจและยอมรับความจริงว่าเรื่องเฮงซวย พวกนั้นมันสามารถเกิดขึ้นในชีวิตเราได้ทุกเมื่อครับ" คลื่นสมุทรตอบด้วยกระแสเสียงนุ่มนวล "แต่มันไม่ได้แปลว่าความผิดพลาดครั้งเดียว จะทำให้เราต้องหยุดก้าวเดินและเลิกใช้ชีวิตที่เหลือนี่ครับ"
เหนือฟ้านั่งฟังคำกล่าวนั้นเงียบ ๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในใจคล้ายจะผ่อนคลายลง
"แล้วสำหรับคุณล่ะครับเหนือฟ้า..." คลื่นสมุทรเอ่ยถามกลับ "คุณล่ะ... หวาดกลัวสิ่งใดมากที่สุดในชีวิต" เหนือฟ้าก้มลงมองปลายเท้าของตัวเองนิ่งนานกว่าปกติ ก่อนจะกระซิบตอบเสียงแผ่ว
"กลัว... ความผิดพลาดครับ"
"เพราะอะไรครับ"
"เพราะสำหรับผมแล้ว... ผมไม่มีสิทธิ์ผิดครับ"
คำสารภาพนั้นช่างเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม ทว่าคลื่นสมุทรกลับได้ยินชัดเจนทุกหยดคำพูด และนี่ถือเป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่เขาเข้าใจความรู้สึกลึก ๆ อย่างถ่องแท้ว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงดูเหนื่อยล้าตลอดเวลา ทำไมถึงกลายเป็นคนไม่ชอบส่งรอยยิ้ม และทำไมต้องเพียรสร้างกำแพงทิฐิสูงชันขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง
เพราะชีวิตที่ผ่านมาของเหนือฟ้า... ถูกโอบล้อมและกดทับด้วยความคาดหวังอันมหาศาลจาก ทุกคนรอบข้างมาตลอดชีวิตนั่นเอง
คลื่นสมุทรขยับร่างกายหนาเขยิบเข้าไปชิดใกล้อีกนิด... ไม่ได้มากจนเกินพอดีทว่าก็ใกล้พอที่จะทำให้เหนือฟ้ารับรู้ได้ว่ายังมีเขาอยู่ตรงนี้เสมอ
"คุณเหนือฟ้าครับ"
"ครับ?"
"คุณรู้ไหมครับ... ว่าสำหรับผมแล้วน่ะ" คลื่นสมุทรคลี่ยิ้มละมุน สายตาคู่คมฉายประกายความอ่อนโยนลึกซึ้งอย่างที่ไม่คิด จะปิดบังความรู้สึกอีกต่อไป "เหนือฟ้าไม่จำเป็นต้องทำตัวเก่งกาจและสมบูรณ์แบบ ตลอดเวลาก็ได้นะครับ"
เหนือฟ้านิ่งอึ้งไป สายลมทะเลยังคงพัดโชยผ่านผิวเนื้อ ทว่าก้อนเนื้ออกซ้ายกลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาดล้ำ
"ไม่จำเป็นต้องทำตัวเข้มแข็งตลอดเวลา... และคุณก็ไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้เอาไว้บนบ่าเพียงคนเดียว"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัวอีกหน ทว่าในคราวนี้... มันกลับไม่ได้ให้ความรู้สึกอึดอัดหรือน่าอับอายเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม มันกลับให้ความรู้สึกที่แสนจะสบายใจ ผ่อนคลาย ราวกับพาเนื้อตัวก้าวเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด พื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องฝืนพยายามทำตัวเป็นใครเพื่อเอาใจคนอื่น
เหนือฟ้าเผลอคลี่ยิ้มกว้างขวางออกมาจากหัวใจโดยไม่รู้ตัว... และในครั้งนี้ เขาเลือกที่จะปล่อยมันไว้ และไม่คิดที่จะรีบซ่อนเร้นรอยยิ้มนี้จากสายตาของ คลื่นสมุทรอีกต่อไป
คลื่นสมุทรจ้องมองภาพความงดงามตรงหน้าพลอยคลี่ยิ้มตาม เพราะในวินาทีนี้เขารู้แจ้งแก่ใจแล้วว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคน... มันไม่ใช่แค่ความชอบพอธรรมดา ไม่ใช่แค่แรงดึงดูดทางกาย ทว่ามันกำลังแปรเปลี่ยนถักทอกลายเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้ง เกินกว่าจะถอนตัวได้เสียแล้ว
ขากลับ...
เหนือฟ้าเผลอหลับสนิทไปบนเบาะนั่งของเรือสปีดโบ๊ต เนื่องจากความเย็นของลมทะเลและสภาวะความเหนื่อยล้า สะสมจากงาน หัวของเหนือฟ้าค่อย ๆ เอนเอียงลงมาซบพิงลงบนลาดไหล่ของคนข้างกายโดยไม่รู้ตัว
คลื่นสมุทรเบนสายตามองใบหน้าหวานของคนข้างๆ ชายหนุ่มคลี่ยิ้มละมุน นัยน์ตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความทะนุถนอม ชายหนุ่มจัดแจงประคองและปล่อยให้เหนือฟ้านอนซบพิงไหล่ของเขาอยู่อย่างนั้นตลอดเส้นทางการเดินทางกลับรีสอร์ต โดยไม่คิดที่จะขยับเนื้อตัวหนีเลยแม้แต่น้อย
เพราะบางที... ต่อให้เป็นคนที่ทำตัวเข้มแข็งขนาดไหนล่ะก็ ลึก ๆ ในใจ... ก็คงแค่ต้องการ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ สักแห่ง... คอยโอบอุ้มเยียวยาหัวใจก็เท่านั้นเอง
และดูเหมือนว่าในเวลานี้... เหนือฟ้ากำลังเริ่มต้นเปิดใจมองผู้ชายที่ชื่อคลื่นสมุทร... ให้กลายมาเป็นพื้นที่ปลอดภัยส่วนตัวในชีวิตของเขาเสียแล้วสิ
หนึ่งปีต่อมา...ณ ชายหาดผืนทรายขาวแห่งเดิม ในรีสอร์ตแห่งเดิมโครงการ ‘Sea & Soul Experience’ ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดมา บัดนี้ได้กลายสภาพเป็นหนึ่งในอภิมหาโครงการท่องเที่ยวเชิง ประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงระดับสากลที่สุดของกรุ๊ปตอนนี้ เหนือฟ้า ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ บริษัทอย่างเป็นทางการและเต็มภาคภูมิ ในขณะที่ คลื่นสมุทร ขยับตบเท้าก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย พัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยว... ต่อให้ตำแหน่งหน้าที่การงานจะขยับสูงส่งขึ้นไป มากมายเพียงใด ชายหนุ่มคนนี้ก็ยังคงเป็นผู้บริหารคนเดิมที่ โปรดปรานการถอดรองเท้าเดินทอดน่องเท้าเปล่าไปตามแนว ชายหาดในยามเย็นเหมือนวันแรกไม่มีผิดเพี้ยนในวันนี้... พื้นที่ชายหาดส่วนตัวถูกเนรมิตตกแต่งประดับประดาไปด้วย กลุ่มพรรณไม้และดอกไม้สดสีขาวบริสุทธิ์ส่งกลิ่นหอมละมุน โชยมาตามลม กระแสเสียงเครื่องดนตรีคลาสสิกเริ่ม บรรเลงขับกล่อมแผ่วเบา แขกเหรื่อและพนักงานทุกคนต่างพากันแต่งกายด้วยชุดสูท และราตรีสากลอย่างงดงามนั่นก็เพราะ... วันนี้คือวันสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขาทั้งสองคน ‘วันมงคลสมรสของเหนือฟ้าและคลื่นสมุทร’"ตื่นเต
“ปราณ”ชื่อสั้น ๆ เพียงคำเดียว หลุดออกจากปากของประธานหนุ่ม และนั่นส่งผลให้บรรยากาศแสนโรแมนติกริมชายหาดเมื่อครู่ พลันแปรเปลี่ยนดิ่งวับเข้าสู่ความตึงเครียดขึ้นมาในทันทีคลื่นสมุทรทอดสายตามองจ้องหน้าจอมือถือในมือของ เหนือฟ้า ก่อนจะลอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียด "เอาไงครับคุณเหนือฟ้า... จะกดรับสายเขาไหม?"เหนือฟ้าจดจ้องอยู่ราวสองวิ ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มรับสาย"ว่าไง..."ปลายสายเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่กระแสเสียงอันแสนคุ้นเคยจะดังสะท้อนลอดออกมา "เย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ""มีอะไร" เหนือฟ้าตัดบทเข้าประเด็นทันที"ฉันอยู่ที่รีสอทร์คุณ" ปราณเอ่ยเหนือฟ้าขมวดคิ้วมุ่นทันควัน "แล้ว?""มีของจะให้"คลื่นสมุทรที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหรี่นัยน์ตาคู่คมลงต่ำทันที บอกตามตรงว่าในเวลานี้เขาเริ่มเกิดอาการไม่ถูกชะตาและไม่ชอบใจกับประโยคคำว่า ‘มีของจะให้’ จากปากอดีตคนรักของแฟนตัวเองเอาเสียเลย"ไม่เอา" เหนือฟ้าจัดแจงปฏิเสธเสียงแข็งแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด"ใจร้าย" ปราณตัดพ้อลอย ๆ"ปราณ... ผมกำลังจะกินข้าว""งั้นเอาแบบสั้น" ปราณหลุดหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่สุด "มันเป็นของที่เกี่ยวกับพ่
ข่าวเรื่องการตกลงปลงใจเข้าพิธีวิวาห์ระหว่างท่านประธาน และท่าน ผอ. แพร่สะพัดกระจายตัวไปทั่วทั้งรีสอร์ตภายในระยะเวลาเพียงแค่ สี่นาทีถ้วน!มันเป็นความเร็วระดับสถิติโลกที่รวดเร็วยิ่งกว่าข่าวดาราตบกัน เร็วยิ่งกว่าสัญญาณเตือนภัยพายุมรสุมเข้า และที่สำคัญ... มันยังว่องไวกว่าตอนที่สิงหาเปิดฉากคุกเข่าขอน่านน้ำแต่งงานเมื่อไม่กี่วันก่อนเสียด้วยซ้ำไปเช้าวันรุ่งขึ้น คลื่นสมุทรสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาภายในโถงล็อบบี้ ส่วนกลางด้วยท่าทางสบาย ๆ ในมือถือแก้วกาแฟส่งกลิ่นหอมกรุ่น ทว่าสิ่งที่สะดุดสายตาและโดดเด่นเป็นสง่าที่สุด กลับเป็น วงแหวนเงินแท้สีขาวบริสุทธิ์ที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ของเจ้าตัว"อรุณสวัสดิ์ครับผอ.คลื่น!""ยินดีด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ!""Congratulations ค่ะคุณคลื่น! เหมาะสมกันที่สุดในโลกเลย!""อ้าว ๆๆ ว่าที่เจ้าบ่าวป้ายแดงก้าวเดินมานั่นแล้วพวกเรา!"คลื่นสมุทรถึงกับชะงักฝีเท้ากึกไปหนึ่งจังหวะ ก่อนจะเบนสายตากวาดมองดูบรรดาพนักงาน สต๊าฟ และหัวหน้าส่วนงานทั้้งแผนกที่พร้อมใจกันมายืนปักหลักส่ง รอยยิ้มพรายพิมพ์ใจสลอนรอคอยเขาอยู่ก่อนแล้ว"นี่... ทุกคนทราบเรื่องนี้กันหมดแล้วงั้นเหรอครับ?" คลื่นสมุทรเอ
"คืนนี้มีปรากฏการณ์ฝนดาวตกใหญ่ครับ"ประโยครายงานแจ้งเพื่อทราบแสนธรรมดาสามัญประโยคหนึ่ง กลับสามารถแปรเปลี่ยนสภาพให้คนทั้้งรีสอร์ตต้องวิ่งวุ่นวาย โกลาหลกันยกใหญ่ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งค่อนวัน นั่นก็เพราะทันทีที่ข่าวดังกล่าวถูกประกาศแจ้งแก่นักท่องเที่ยว แขกเหรื่อเกือบทุกคนต่างพากันแห่ติดต่อเข้ามาจับจอง กิจกรรม 'ดูดาวรับลมริมหาด' จนโควตาที่นั่งเต็มแน่นเอี๊ยดในเวลาอันรวดเร็ว"นี่คนเราเขาชื่นชอบและคลั่งการนอนดูดวงดาว กันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" ธามบ่นอุบอิบกระปอดกระแปดพลางตวัดสายตากวาดมอง ดูลิสต์รายชื่อยอดการจองห้องพักและกิจกรรมพรีเมียม"มันเป็นเรื่องของความโรแมนติกยังไงล่ะครับพี่ธาม" น่านน้ำเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม"อ๋อ... งั้นเหรอ" ธามพยักหน้ารับรู้ช้า ๆ ก่อนจะฉุกคิดหยุดชะงักกึกนิ่งไป"เดี๋ยวนะ...""มีอะไรเหรอพี่?""ถ้าอย่างนั้น... คืนนี้มันก็หมายความว่า..."สายตาของทุกคนในกลุ่มบริหารพลันพร้อมใจกันหมุนควับหัน ไปจับจ้องมองตรงไปยังบุคคลสองคนที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่กับ แท็บเล็ตตรวจงานทันทีเหนือฟ้าที่สัมผัสรับรู้ได้ถึงมวลรังสีแปลก ๆ ละสายตาขึ้นมามอง "มีอะไรกันหรือเปล่าครับทุกคน?""เปล่าครับ! ไม่มีอะไรเลยคร
หากมีใครเดินมาเอ่ยปากถามพนักงานในรีสอร์ตว่า... บุคคลใดคือผู้ที่เชี่ยวชาญในการสร้างความวุ่นวายและ หาเรื่องปวดหัวมาให้คนรอบข้างได้เก่งกาจที่สุดถ้าเป็นเมื่อก่อนในอดีต คำตอบอันดับหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นชื่อของ ‘คลื่นสมุทร’ อย่างแน่นอน... ทว่าในปัจจุบันนี้ ทัศนคติของทุกคนได้แปรเปลี่ยนไปอย่างเป็นเอกฉันท์ และพร้อมใจกันตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า“คุณสิงหา...”"ผมกำลังจะแต่งงานครับ!"ประโยคบอกเล่าสั้น ๆ ทว่าหนักแน่นดังสนั่นขึ้นมากลางห้องประชุมบริหาร ในเวลาเก้าโมงเช้าตรู่ ส่งผลลัพธ์ให้ธามที่กำลัง ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มถึงกับสำลักไอคอกแคก ปากกาในมือเกือบหล่นพื้น และทำให้เหนือฟ้าต้องยอม ละสายตาเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร"หือ?" เหนือฟ้าเลิกคิ้วสูงสิงหานั่งกอดอกยิ้มกริ่ม ใบหน้าหล่อเหลาอบอวลไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างที่สุด "ตามนั้นครับ... ผมกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์แล้ว""แล้ว... มีใครเขาถามคุณงั้นเหรอครับคุณสิงหา?" เหนือฟ้าสวนกลับหน้านิ่งครืนนนน!เสียงหัวเราะขบขันจากบรรดาหัวหน้าฝ่าย ในห้องประชุมดังขึ้นพร้อมกัน สิงหาไม่ได้มีทีท่าสะทกสะท้านคำแซะเลยแม้แต่น้อย เพราะในวันนี้เขากำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษจนผิดหูผิดตา"รอบนี
หลังจากงานประกาศผลการประเมินสิ้นสุดลง ด้วยความสำเร็จอันเกรียงไกร ทางรีสอร์ตก็ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ฉลองความสำเร็จเล็ก ๆ เป็นการภายในให้กับทีมงานเบื้องหลังผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ Sea & Soul Experience ทุกคนบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน ธาม ปลดปล่อยความเครียดทั้งหมดด้วย การดื่มเบียร์ไปรวดเดียวสามขวดรวดจนหน้าแดงก่ำ สิงหา ถึงกับเอ่ยปากประกาศกร้าวขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองทั้งทีมด้วยตัวเอง ในขณะที่ น่านน้ำ ยังคงวิ่งวุ่นวายกับการจัดแจงดูแล ความสะดวกสบายของแขกเหรื่ออย่างขยันขันแข็งส่วนทางด้านของ คลื่นสมุทร... บัดนี้เขากำลังถูกบรรดาพนักงานและสต๊าฟจากทุกภาคส่วนรุมล้อมแสดงความยินดีจนแทบจะไม่มีเวลาให้หยุดพักหายใจหายคอเลยทีเดียว"ท่านผู้อำนวยการคลื่นครับ!""ขอลายเซ็นลงบนเสื้อทีมหน่อยครับผม!""ห้ามลืมเลี้ยงฉลองพวกเราด้วยนะครับท่านผอ. คนใหม่!"กระแสเสียงแซวและแสดงความยินดีดังระงมขึ้นไม่ขาดสาย ส่งผลให้เจ้าของตำแหน่งคนใหม่ทำได้เพียงแค่หลุดหัวเราะร่วนออกมาด้วยความขัดเขิน ทว่า... ไม่ว่าตัวเขาจะกำลังยืนพูดคุย แลกเปลี่ยนบทสนทนากับใครอยู่ก็ตาม สายตาคู่คมของคลื่นสมุทรก







