Masuk“คุณเขมเป็นไงบ้างคะ”
“สงสัยเขมพักผ่อนไม่เพียงพอค่ะ ป้ายกข้าวต้มออกไปด้วยนะคะ พอดีเขมไม่ชอบกินข้าวต้มปลาแล้วค่ะ ขอโทษป้าด้วยนะคะอุตส่าห์ตั้งใจทำมาให้เขม”
“คุณเขมคือคุณผู้หญิงของบ้านหลังนี้ ป้าเองก็รักคุณเขมไม่ต่างจากคุณปรเมศ คุณเขมไม่ต้องเกรงใจนะคะ ไม่กินก็ไม่เป็นเป็นไรพักผ่อนเถอะค่ะป้าไม่กวนแล้ว”
“ป้าค่ะ เอ่อ... ผู้หญิงคนนั้น เข้ามาอยู่ในบ้านกี่วันแล้วคะ”
“คุณญานินเธอเป็นอาจารย์เพิ่งย้ายมาเมื่อเช้า เพราะหาบ้านเช่ายังไม่ได้ อีกไม่กี่วันคงย้ายออกไปแล้วค่ะ”
“เธอจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหนก็ไม่เกี่ยวกับเขมหรอกค่ะ เขมขอตัวงีบสักพักนะคะป้า”
“พักผ่อนเถอะค่ะ ป้าไม่กวนแล้ว” ป้าพิกุลถือถาดอาหารเดินออกไปจากห้อง พลางนึกถึงอาการของเขมมิกา ข้าวต้มปลาที่หญิงสาวเคยโปรดปราน วันนี้กลับเหม็นจนอาเจียน อาการแบบนี้ไม่ต่างจากคนกำลังตั้งครรภ์
“คุณปรเมศ”
“มีอะไรเหรอครับป้า” ชายหนุ่มละสายตาจากจอโน้ตบุ๊ก พลางเงยหน้าขึ้นมองป้าพิกุล ขณะเดียวกันญานินเองก็หันไปมองแม่บ้านเช่นกัน
“ไม่มีอะไรค่ะ พอดีคุณเขมทานอะไรไม่ได้ แม้แต่ข้าวต้มปลาป้าก็เลยจะยกไปเก็บ ขอตัวนะคะ”
“หึ! เรียกร้องความสนใจสิไม่ว่า” เขาสบถออกมาด้วยแววตาเกรี้ยวกราดวางอำนาจอยู่ในที
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เปล่าครับ เชิญอาจารย์ตามสบายนะครับ พอดีผมมีธุระต้องจัดการนิดหน่อย”
“อ้อ... ได้ค่ะ”
ปรเมศเดินออกมาจากห้องนั่งเล่น ก่อนออกไปจากบ้านเขาตัดสินใจเดินขึ้นไปบนห้องของเขมมิกาอีกครั้ง
หญิงสาวกินยาแล้วหลับไป เธอไม่รู้ว่าใครบางคนกำลังจ้องตาเป็นมัน จากนั้นปรเมศได้นั่งลงข้าง ๆ หญิงสาว แววตาของเขาเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม
“คุณเองก็เปลี่ยนไป ทำไมชอบทำให้ผมโกรธจัง คำพูดประชดประชันพวกนั้นไปขุดเอามาจากไหนเหรอ เวลาคุณอยู่นิ่ง ๆ หลับแบบนี้น่ารักมากเลยรู้ไหมเขมมิกา”
ชายหนุ่มพูดพลางเอื้อมมือไปแตะศีรษะเธอเบา ๆ ซึ่งหญิงสาวไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด เธอหลับลึกเสียจนปรเมศอดที่จะขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยไม่ได้
“เราไม่ได้นอนด้วยกันแบบนี้นานแค่ไหนแล้วนะ” เขาคว้าเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอด พลางจุมพิตลงไปยังต้นแขนหญิงสาวเบา ๆ
หญิงสาวสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายอันคุ้นเคย เธอจึงแสร้งทำเป็นหลับลึก เพราะโหยหาอ้อมกอดนี้มาเป็นเนิ่นนาน พักหลังมานี้เขามักจะนอนกับเธอ เพียงเพราะต้องการหาความสุขจากเรือนกายของเธอ พอเขาได้มันไปก็กลับไปนอนอีกห้องทุกครั้ง วนเวียนอยู่แบบนี้เนิ่นนานจนหญิงสาวท้อใจ
เมื่อปรเมศกับญานินมีความสนิทสนมกัน จนเขมมิกาคิดว่าคนทั้งคู่คงมีความสัมพันธ์มากกว่าเพื่อนร่วมงาน จึงทำให้เธอตัดสินใจที่จะเดินออกมาจากบ้านศิระเมฆาได้ง่ายขึ้น
หลายเดือนผ่านไป ดูเหมือนชีวิตของคนเรา มักจะเรื่องให้เซอร์ไพร์สอยู่เสมอเฉกเช่นมินดา ที่กำลังเดินเข้ามาหาชายสูงวัย พลางส่งที่ตรวจครรภ์ให้กับนายปราวิน (เมฆา) ใบหน้าของหล่อนแสดงความดีใจออกมา ราวกับแรงใจแรงกายที่ทุ่มเทลงไปบรรลุตามวัตถุประสงค์ “ท่านไม่ดีใจเหรอคะ ตอนนี้มิ้นต์ท้องได้หกสัปดาห์แล้ว ลูกของเราจะหน้าตาเหมือนใครกันนะ” หล่อนยังคงแสดงความออดอ้อน เล่นละครตามบทที่กำกับเอาไว้ “ผมว่าเด็กคนนี้หน้าตาคงเหมือนคุณมากกว่า ยังไงคงไม่มีทางเหมือนผมแน่นอน” ชายสูงวัยพูดออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเขาไม่ตื่นเต้นดีใจเลยสักนิด จนมินดาคิดว่ามันแปลก ๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาอยากมีลูกกับหล่อนจนตัวสั่น “ลูกของเราก็ต้องหน้าตาเหมือนเราสิค่ะ” “มินดาคุณแน่ใจเหรอว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของผม” “ทำไม่ท่านตั้งคำถามแบบนี้คะ มิ้นต์เสียใจนะคะ” หล่อนแสร้งทำเป็นบีบน้ำตา ทว่าอีกฝ่ายกลับมองเห็นเพียงน้ำตาจระเข้ หาความจริ
ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง เขมมิกาไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกของเขาได้เลย เธอไม่รู้ว่าหากเขาฟื้นขึ้นมา จะยังคงเป็นผู้ชายคนเดิมที่ต้องการเธอกับลูกอยู่หรือเปล่า “คุณพ่อตัวหอมจัง มิรารักคุณพ่อนะคะ แม่ล่ะ... แม่รักพ่อหรือเปล่าคะ” คำถามที่แสนธรรมดา ทว่าเขมมิกากลับรู้สึกสะเทือนใจ ความรักมันไม่เคยทำร้ายใคร การหมดรักกันต่างหากที่จ้องทำร้ายอีกฝ่าย ซึ่งสำหรับเธอมันไม่ใช่ตราบใดที่คำว่ารัก ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของเขาและเธอ “แม่ไม่เคยหมดรักพ่อเลย เคยรักยังไงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการได้เรียนรู้ที่จะรักมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ” ถ้อยคำเหล่านั้นกลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ว่านานแค่ไหนความรักที่เธอมีให้เขาก็ยังคงเดิม ///// หลังจากรับประทานมื้อเย็นเสร็จ มิราคุยกับป้าพิกุลถูกคอ เธอเรียกนางว่าคุณย่าจนหญิงสูงวัยยิ้ม
หลายวันผ่านไป ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถูกส่งตัวเข้ามารักษาในโรงพยาบาลเอกชล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านมาก จึงทำให้เขมมิกากับลูกสาวเดินทางสะดวกขึ้น กลางวันทำงานกลางคืนเธอมาเฝ้าเขาไม่ห่าง ส่วนมิราบางครั้งก็ค้างกับมาลิคและเนเน่ บางทีก็อยู่เป็นเพื่อนมารดาคอยพูดให้กำลังใจ และยังเล่าเรื่องราวที่เจอมาแต่ละวันให้บิดาฟังด้วยน้ำเสียงเจี๊ยวจ๊าว ความรู้สึกของหญิงสาวเริ่มใจอ่อนยอมอภัยให้เขาแล้ว ทว่าไม่รู้อีกนานแค่ไหนศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถึงจะฟื้นสักที “คุณนทีเรื่องคดีไปถึงไหนแล้วคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มออกมาด้วยใบหน้าแฝงไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า เธอแทบหมดแรงหลังจากนายแพทย์แจ้งว่า ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศอาจหลับยาว เป็นเดือนหรือปีอยู่ที่กำลังใจหรือบางทีเขาอาจไม่ตื่นขึ้นมาเลยก็เป็นได้ “ตอนนี้รองอธิการฐานินถูกจับและริบทรัพย์สินทั้งหมด ลูกกับภรรยาของเขาอาจโดนร่างแหไปด้วย ไม่ต้องห่วงนะครับเขาถูกขังจนลืมอย่างแน่นอน” เพราะหลักฐานมัดตัว ซ้ำยังมีคดีพยา
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศได้โผล่มาเจอทุกคน ที่กำลังนั่งพักพอดี ซึ่งทำให้เซญ่าดีใจจนยิ้มไม่หุบ “ศาสตราจารย์ไปไหนมาคะเซญ่าเป็นห่วงแทบแย่” “พอดีผมเดินไปสำรวจต้นไม้ที่เพิ่งหามาให้ชาวบ้านปลูกน่ะครับ” “ดีจังเลยค่ะ ชาวบ้านที่นี่โชคดีมากเลยนะคะ ที่มีศาสตราจารย์คอยให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูก รวมไปถึงผลไม้ทางเศรษฐกิจ” “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” คราวนี้เขาพูดพลางกวาดสายตามองหาด็อกเตอร์เขมมิกา ทว่ากลับไม่เจอแม้แต่เงาของเธอ “พักอีกสักห้านาทีนะครับ” เสียงผู้ใหญ่บ้านดังขึ้น “เดี๋ยวก่อนนะครับผู้ใหญ่ ใครเห็นด็อกเตอร์เขมมิกาบ้าง” “ผมก็เห็นเธอเดินตามมาติด ๆ นี่ครับ” “ใช่ค่ะ ด็อกเตอร์เขมมิกาเดินเป็นคนสุดท้ายแล้วเธอหายไปไหน” อาจารย์ผู้หญิงอีกคนพูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “หรือว่าเธอไปทำธุระส่วนตัว” “ถ้าไปก็ต้องบอ
“สวยไหม” “อืม... ก็สวย” “มานั่งตรงนี้สิ เดี๋ยวผมถ่ายรูปให้” “ฉันไม่ชอบถ่ายรูปค่ะ” “พูดแบบนี้คุณกำลังหึงผมอยู่หรือเปล่า” “ทำไมฉันต้องหึงคุณด้วยล่ะ ในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” “ใจแข็งจัง... อีกนานแค่ไหนคุณจะให้อภัยผม” “คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ” “ผมยินดีชดใช้ความผิดนั้นด้วยชีวิต ขอแค่คุณยอมอภัยให้ผม” “ถ้าเทียบกับมิราชีวิตของคุณไม่ได้มีค่ามากพอ” “เขม...” น้ำเสียงตัดพ้อขอความเห็นใจกลับไม่มีผลต่อเขมมิกา “ขอโทษนะคะศาสตราจารย์! ฉันไม่ใช่นักบวชที่จะปล่อยวางเรื่องราวในอดีตลงได้” “ผมเองก็ไม่ใช่นักบุญ”
“ผมกับเขมมิกาเป็นพี่น้องต่างบิดา ส่วนมิราคือหลานสาวที่ผมรักเหมือนลูกแท้ ๆ” “ฮะ!...” ทับทิมถึงกับพูดไม่ออก หล่อนแพ้แล้วแพ้เนเน่ทุกประตู “เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เอาผู้หญิงคนนี้ไปส่งตำรวจ” “ไม่นะ! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” “คุณเป็นคนปล่อยข่าวผมกับเน่เน่ ภรรยาของผมถูกสังคมตราหน้าว่าแย่งสามีเพื่อนตัวเอง ผมจะดำเนินคดีอย่างที่สุด ให้พ่อของคุณไปเจรจากับตำรวจที่โรงพักเองแล้วกัน” “ปล่อยฉันนะ! พี่เนเน่ช่วยฉันด้วยสิ ฉันเป็นน้องสาวของพี่นะ” เสียงของทับทิมไม่มีผลต่อความรู้สึกของเนเน่เลยสักนิด “ทุกคนจำเอาไว้ ใครก็ตามที่แตะต้องภรรยาของผมได้เจอดีแน่” คำขู่ของท่านประธานหนุ่มทำเอาพนักงานทุกคนก้มหน้าไม่กล้าสบตาคม ซึ่งพร้อมพิฆาตคนคิดร้ายภรรยาของเขา “ขอบคุณนะคะที่คุณปกป้องเนเน่” “คุณคือภรรยาของผมนะที่รัก คราวหลังไม่ต้องไปยอมใครหัดสู้กลับบ้าง ผมพร้อมเป็นแม่ทัพคอยหนุนหลังคุณตลอดเ







