แชร์

บทที่ 5 ไม่รักก็ปล่อยกันไป 5/1

ผู้เขียน: ปีศาจชอนซา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-18 08:04:26

            วันนี้เขมมิกาออกมาจากบ้าน เพราะเธออยากพบมาลิค เพื่อเตรียมเอกสารก่อนเดินทาง เธออยากไปเรียนต่อปริญญาเอกอีกด้วย หญิงสาวไม่อยากใช้เวลาอยู่ที่เมืองไทยอีกแล้ว เธอพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง มันคงพอทำให้เธอกับลูกได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติสุขได้                        

ทว่าในเวลานี้ปรเมศได้ผ่านมาที่ร้านอาหารพอดี เขากำมือแน่นด้วยความโกรธ ก่อนจะคิดหาทางแอบฟังคนทั้งคู่สนทนากัน เขาใช้เวลาไม่นานเครื่องดักฟังถูกนำไปวางที่โต๊ะอาหารทันที                               

เพราะชายหนุ่มรู้จักกับเจ้าของร้าน เขาแอบติดเครื่องดักฟังไว้ที่แจกันดอกไม้ ก่อนจะสั่งให้พนักงานนำไปเปลี่ยนกับอันเดิม ซึ่งเขมมิกากับมาลิคก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะคิดว่าทางร้านคงอยากสร้างบรรยากาศน่ารับประทานอาหารมากขึ้น                                                              

“ผมดีใจนะครับที่คุณเขมตัดสินใจจะไปกับผม”                             

“เขมจะรีบหาทางหย่ากับเขาให้เร็วที่สุดค่ะ”                                              

“เรื่องลูกคุณเขมไม่ต้องห่วง ผมจะทำหน้าที่พ่ออย่างเต็มความสามารถ เขาจะไม่รู้สึกขาดหายอย่างแน่นอน คุณต้องดูแลตัวเองให้ดี คนท้องเรื่องสุขภาพสำคัญมาก สุขภาพจิตก็สำคัญไม่แพ้กัน คุณจะทำอะไรก็นึกถึงเด็กในท้องให้มาก ๆ เข้าใจไหมครับ”                                                         

เขมมิกาแอบกังวลใจ เนื่องจากหญิงสาวไม่ได้รู้สึกกับชายหนุ่มมากกว่าเพื่อน แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธออกไป เพราะกลัวมาลิคจะเสียใจ ที่เขาอุตส่าห์มีน้ำใจให้เธอกับลูก                                                           

“เข้าใจค่ะ ขอบคุณนะคะ”                                                          

“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณเขม ผมเพิ่งเข้าใจการที่เราจะได้เป็นพ่อคนมันตื่นเต้นแค่ไหน” 

“เขมก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ”                                                       

บทสนทนาของคนทั้งคู่ไม่ต่างจากใบมีดกรีดลงกลางใจปรเมศ เขาเกลียดที่สุดคือเรื่องนี้ หลังจากที่มารดาของเขาถูกทำร้ายจิตใจอย่างหนัก ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะมาตกที่นั่งเดียวกับผู้ให้กำเนิด                      

“เขมมิกา! คุณต้องได้ชดใช้” เขาสบถออกมาด้วยแววตาเกรี้ยวกราด ในใจอยากประกาศออกไป ให้โลกได้รู้ถึงการกระทำของผู้เป็นภรรยา แต่เขากลับเลือกที่จะเดินเงียบ ๆ ออกมาจากตรงนั้น                       

////                                                                                           

เมื่อกลับมาบ้าน ปรเมศเอาแต่นั่งดื่มไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เขาเพิ่งเข้าใจว่าการถูกหักหลังมันเจ็บปวดแค่ไหน กว่ามารดาของเขาจะผ่านไปได้ในแต่ล่ะวันนางคงทรมาน จนถึงขั้นตรอมใจตาย                               

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ” พอเขมมิกากลับมาถึงบ้าน หญิงสาวไม่ลังเลใจ เธอรีบเดินเข้าไปหาปรเมศทันที                                                          

“ผู้หญิงอย่างคุณ ไม่น่าเชื่อว่าจะร่านได้ขนาดนี้”                            

“นี่คุณ!” หญิงสาวไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงดูถูกเธอแบบนั้น

"หยุดสร้างภาพให้ตัวเองดูดีสักทีเถอะเขมมิกา ลับหลังผมคุณกับไอ้มาลิคไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ทำไมผมจะไม่รู้"                                                

"หย่ากับฉันสิ! รออะไร" เขมมิกาพอเข้าใจแล้ว แต่เธอกลับไม่ปฏิเสธหรือคิดที่จะอธิบายอะไรเลย            

"รอให้คุณกับมันตกนรกไปพร้อมกันไง"                                        

"ป่วยก็ไปพบแพทย์ อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะเหมือนคุณ แม้แต่ศีลข้อสามยังรักษาไม่ได้"          

"คุณเองก็ไม่ได้สูงส่งไปกว่าผมนักหรอก"                                                   

 "อย่างน้อยฉันก็ไม่เคยนอกใจนอกกายคุณก็แล้วกัน”                    

“พูดไม่อายปาก คุณนี่มันหน้าด้านกว่าที่ผมคิดเอาไว้เสียอีก”         

“พรุ่งนี้เจอกันที่เขต สินสมรสฉันไม่ต้องการแม้แต่สตางค์แดงเดียว เมื่อไม่รักกันแล้วก็ปล่อยฉันไป" เธอสุดทนจึงระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างบ้าคลั่ง                                                                      

            "ฝันไปเถอะ!" แววตาของปรเมศราวกับคลื่นลูกใหญ่ซัดสาดอยู่กลางหัวใจ เป็นดั่งพายุร้ายไม่ต่างจากสินามิ ที่พร้อมโหมกระหน่ำ สร้างหายนะให้กับชีวิตของเขมมิกา                                                       

หลายวันผ่านไป                                                                                    

ในเมื่อความปรารถนาสูงสุดของอีกฝ่ายไม่ใช่ครอบครัว เธอจึงกลายเป็นคนที่เขาอยากเขี่ยทิ้งไปให้พ้นตัว เหตุผลที่ปรเมศก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ ใช้ถ้อยคำหวานหลอกล่อจนหญิงสาวตายใจ ในที่สุดเธอก็ได้ตัดสินใจแต่งานกับเขาอย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ                                               

ท้ายที่สุดแล้วความจริงก็ปรากฏขึ้น เพราะปรเมศเข้าใจผิด คิดว่าเขมิกาคือสาเหตุที่ทำให้ผู้เป็นมารดาของเขา ต้องจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้เอ่ยคำบอกลา                                                                            

“เขมท้อง!” หญิงสาวตัดสินใจพูดเรื่องทารกน้อยในครรภ์ เพราะลึก ๆ แล้วยังแอบหวังที่จะได้อยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา อารมณ์ของเขมมิกาแปรปรวน เธอเองไม่อาจควบคุมได้ บางทีก็คิดอยากอยู่ประเดี๋ยวก็อยากไป                                                                          

“กี่เดือน”                                                                                  

“หกสัปดาห์แล้วค่ะ”                                                                   

“เด็กคนนี้เป็นลูกของใคร”                                                                       

“คุณปรเมศ!” เขมมิการู้สึกผิดหวังในตัวชายหนุ่ม เขาไม่ควรตั้งคำถามนี้กับเธอ                    

“เอาเด็กนั่นออกซะ! นี่คือเงินที่ผมจะจ่ายให้กับคุณ นับจากนี้ไปเราสองคนเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าสำหรับกัน”                                    

“คุณคิดดีแล้วใช่ไหมคะ”                                                            

“ผมไม่เคยลังเลที่อยากเก็บเด็กคนนี้เอาไว้เลยสักนิด”                    

คำตอบที่ได้ทำเอาหญิงสาวพูดไม่ออก มันจุกในอกเสียจนเธอแทบเสียสติ แต่กลับมาได้เพราะทารกน้อยในครรภ์ เธอต้องปกป้องเด็กคนนี้ให้ถึงที่สุด ปรเมศจะต้องเสียใจกับถ้อยคำที่เขาพูดกับเธอในวันนี้    

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 36 ตอนพิเศษ

    หลายเดือนผ่านไป ดูเหมือนชีวิตของคนเรา มักจะเรื่องให้เซอร์ไพร์สอยู่เสมอเฉกเช่นมินดา ที่กำลังเดินเข้ามาหาชายสูงวัย พลางส่งที่ตรวจครรภ์ให้กับนายปราวิน (เมฆา) ใบหน้าของหล่อนแสดงความดีใจออกมา ราวกับแรงใจแรงกายที่ทุ่มเทลงไปบรรลุตามวัตถุประสงค์ “ท่านไม่ดีใจเหรอคะ ตอนนี้มิ้นต์ท้องได้หกสัปดาห์แล้ว ลูกของเราจะหน้าตาเหมือนใครกันนะ” หล่อนยังคงแสดงความออดอ้อน เล่นละครตามบทที่กำกับเอาไว้ “ผมว่าเด็กคนนี้หน้าตาคงเหมือนคุณมากกว่า ยังไงคงไม่มีทางเหมือนผมแน่นอน” ชายสูงวัยพูดออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเขาไม่ตื่นเต้นดีใจเลยสักนิด จนมินดาคิดว่ามันแปลก ๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาอยากมีลูกกับหล่อนจนตัวสั่น “ลูกของเราก็ต้องหน้าตาเหมือนเราสิค่ะ” “มินดาคุณแน่ใจเหรอว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของผม” “ทำไม่ท่านตั้งคำถามแบบนี้คะ มิ้นต์เสียใจนะคะ” หล่อนแสร้งทำเป็นบีบน้ำตา ทว่าอีกฝ่ายกลับมองเห็นเพียงน้ำตาจระเข้ หาความจริ

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 35 บทส่งท้าย2

    ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง เขมมิกาไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกของเขาได้เลย เธอไม่รู้ว่าหากเขาฟื้นขึ้นมา จะยังคงเป็นผู้ชายคนเดิมที่ต้องการเธอกับลูกอยู่หรือเปล่า “คุณพ่อตัวหอมจัง มิรารักคุณพ่อนะคะ แม่ล่ะ... แม่รักพ่อหรือเปล่าคะ” คำถามที่แสนธรรมดา ทว่าเขมมิกากลับรู้สึกสะเทือนใจ ความรักมันไม่เคยทำร้ายใคร การหมดรักกันต่างหากที่จ้องทำร้ายอีกฝ่าย ซึ่งสำหรับเธอมันไม่ใช่ตราบใดที่คำว่ารัก ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของเขาและเธอ “แม่ไม่เคยหมดรักพ่อเลย เคยรักยังไงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการได้เรียนรู้ที่จะรักมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ” ถ้อยคำเหล่านั้นกลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ว่านานแค่ไหนความรักที่เธอมีให้เขาก็ยังคงเดิม ///// หลังจากรับประทานมื้อเย็นเสร็จ มิราคุยกับป้าพิกุลถูกคอ เธอเรียกนางว่าคุณย่าจนหญิงสูงวัยยิ้ม

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 34 บทส่งท้าย

    หลายวันผ่านไป ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถูกส่งตัวเข้ามารักษาในโรงพยาบาลเอกชล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านมาก จึงทำให้เขมมิกากับลูกสาวเดินทางสะดวกขึ้น กลางวันทำงานกลางคืนเธอมาเฝ้าเขาไม่ห่าง ส่วนมิราบางครั้งก็ค้างกับมาลิคและเนเน่ บางทีก็อยู่เป็นเพื่อนมารดาคอยพูดให้กำลังใจ และยังเล่าเรื่องราวที่เจอมาแต่ละวันให้บิดาฟังด้วยน้ำเสียงเจี๊ยวจ๊าว ความรู้สึกของหญิงสาวเริ่มใจอ่อนยอมอภัยให้เขาแล้ว ทว่าไม่รู้อีกนานแค่ไหนศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถึงจะฟื้นสักที “คุณนทีเรื่องคดีไปถึงไหนแล้วคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มออกมาด้วยใบหน้าแฝงไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า เธอแทบหมดแรงหลังจากนายแพทย์แจ้งว่า ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศอาจหลับยาว เป็นเดือนหรือปีอยู่ที่กำลังใจหรือบางทีเขาอาจไม่ตื่นขึ้นมาเลยก็เป็นได้ “ตอนนี้รองอธิการฐานินถูกจับและริบทรัพย์สินทั้งหมด ลูกกับภรรยาของเขาอาจโดนร่างแหไปด้วย ไม่ต้องห่วงนะครับเขาถูกขังจนลืมอย่างแน่นอน” เพราะหลักฐานมัดตัว ซ้ำยังมีคดีพยา

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 33 มือปืน  

    เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศได้โผล่มาเจอทุกคน ที่กำลังนั่งพักพอดี ซึ่งทำให้เซญ่าดีใจจนยิ้มไม่หุบ “ศาสตราจารย์ไปไหนมาคะเซญ่าเป็นห่วงแทบแย่” “พอดีผมเดินไปสำรวจต้นไม้ที่เพิ่งหามาให้ชาวบ้านปลูกน่ะครับ” “ดีจังเลยค่ะ ชาวบ้านที่นี่โชคดีมากเลยนะคะ ที่มีศาสตราจารย์คอยให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูก รวมไปถึงผลไม้ทางเศรษฐกิจ” “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” คราวนี้เขาพูดพลางกวาดสายตามองหาด็อกเตอร์เขมมิกา ทว่ากลับไม่เจอแม้แต่เงาของเธอ “พักอีกสักห้านาทีนะครับ” เสียงผู้ใหญ่บ้านดังขึ้น “เดี๋ยวก่อนนะครับผู้ใหญ่ ใครเห็นด็อกเตอร์เขมมิกาบ้าง” “ผมก็เห็นเธอเดินตามมาติด ๆ นี่ครับ” “ใช่ค่ะ ด็อกเตอร์เขมมิกาเดินเป็นคนสุดท้ายแล้วเธอหายไปไหน” อาจารย์ผู้หญิงอีกคนพูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “หรือว่าเธอไปทำธุระส่วนตัว” “ถ้าไปก็ต้องบอ

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 32 เจ็บลึกสุดใจ

    “สวยไหม” “อืม... ก็สวย” “มานั่งตรงนี้สิ เดี๋ยวผมถ่ายรูปให้” “ฉันไม่ชอบถ่ายรูปค่ะ” “พูดแบบนี้คุณกำลังหึงผมอยู่หรือเปล่า” “ทำไมฉันต้องหึงคุณด้วยล่ะ ในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” “ใจแข็งจัง... อีกนานแค่ไหนคุณจะให้อภัยผม” “คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ” “ผมยินดีชดใช้ความผิดนั้นด้วยชีวิต ขอแค่คุณยอมอภัยให้ผม” “ถ้าเทียบกับมิราชีวิตของคุณไม่ได้มีค่ามากพอ” “เขม...” น้ำเสียงตัดพ้อขอความเห็นใจกลับไม่มีผลต่อเขมมิกา “ขอโทษนะคะศาสตราจารย์! ฉันไม่ใช่นักบวชที่จะปล่อยวางเรื่องราวในอดีตลงได้” “ผมเองก็ไม่ใช่นักบุญ”

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 31 จริงเป็นสิ่งไม่ตาย2

    “ผมกับเขมมิกาเป็นพี่น้องต่างบิดา ส่วนมิราคือหลานสาวที่ผมรักเหมือนลูกแท้ ๆ” “ฮะ!...” ทับทิมถึงกับพูดไม่ออก หล่อนแพ้แล้วแพ้เนเน่ทุกประตู “เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เอาผู้หญิงคนนี้ไปส่งตำรวจ” “ไม่นะ! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” “คุณเป็นคนปล่อยข่าวผมกับเน่เน่ ภรรยาของผมถูกสังคมตราหน้าว่าแย่งสามีเพื่อนตัวเอง ผมจะดำเนินคดีอย่างที่สุด ให้พ่อของคุณไปเจรจากับตำรวจที่โรงพักเองแล้วกัน” “ปล่อยฉันนะ! พี่เนเน่ช่วยฉันด้วยสิ ฉันเป็นน้องสาวของพี่นะ” เสียงของทับทิมไม่มีผลต่อความรู้สึกของเนเน่เลยสักนิด “ทุกคนจำเอาไว้ ใครก็ตามที่แตะต้องภรรยาของผมได้เจอดีแน่” คำขู่ของท่านประธานหนุ่มทำเอาพนักงานทุกคนก้มหน้าไม่กล้าสบตาคม ซึ่งพร้อมพิฆาตคนคิดร้ายภรรยาของเขา “ขอบคุณนะคะที่คุณปกป้องเนเน่” “คุณคือภรรยาของผมนะที่รัก คราวหลังไม่ต้องไปยอมใครหัดสู้กลับบ้าง ผมพร้อมเป็นแม่ทัพคอยหนุนหลังคุณตลอดเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status