Share

บทที่10 มารยาหญิง

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-18 08:08:33

ในเวลานี้ญานินกำลังกำลังพยายามหลอกล่อให้ศาสตราจารย์หนุ่มดื่มน้ำเมาในแก้ว หลังจากหล่อนใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนให้เขาพามาส่งถึงห้อง จากนั้นก็เริ่มดำเนินการตามแผนทันที                                      

“ผมต้องรีบกลับ พอดีมีธุระสำคัญกับนที”                                    

            “ทำไมเหรอคะ ดื่มกับญาแค่แก้วสองแก้วไม่ได้เลยรึไง ไหนบอกจะตามใจญายังไงล่ะคะ” หล่อนยังคงคะยั้นคะยอ ที่จะให้เขาดื่มให้ได้        

“ผมดื่มได้ แต่ตอนนี้มันดึกแล้ว ผมอยากให้อาจารย์ได้พักผ่อนนอนดึกเดี๋ยวแก่เร็วนะครับ” เขาแสร้งพูดเป็นทำนองห่วงใจหล่อน ซึ่งอีกฝ่ายดูพึงพอใจ ถึงกับบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย

            “พูดแบบนี้ญาก็เขินแย่สิค่ะ” คราวนี้หล่อนพูดพลางเดินอ้อมมานั่งข้าง ๆ ชายตัวโต ในมือยังคงไม่ยอมปล่อยวางแก้วน้ำเมาง่าย ๆ หล่อนส่งให้กับเขาด้วยแววตายั่วยวนสุดฤทธิ์สุดเดช                    

“ผมดื่มเยอะไม่ได้นะครับ ต้องกลับแล้วจริง ๆ”                              

“แค่แก้วเดียวก็พอค่ะ”                                                                

ในที่สุดเขาก็ยอมคว้าแก้วน้ำเมามาดื่ม เพื่อตัดรำคาญหล่อน ซึ่งศาสตราจารย์หนุ่มรู้ทั้งรู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกต้อนให้จนมุม เพราะในแก้วนั้นมีสิ่งแปลกปลอมผสมอยู่ อีกไม่นานมันคงออกฤทธิ์                     

“งานหมั้นของเรา ญาอยากจัดที่ทะเลได้ไหมคะ”                           

“ตอนนี้ผมยังไม่ได้นึกถึงเรื่องนั้นเลยครับ”                                    

“ไม่เป็นไรค่ะ เพราะถึงยังไงศาสตราจารย์ก็ต้องหมั้นและแต่งงานกับญาอยู่แล้ว” หล่อนพูดพลางโน้มตัวเข้ามานั่งบนตักของชายตัวโต มือของหล่อนวางแหมะลงที่แผ่นอกของเขา ก่อนจะใช้ปลายนิ้วแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ด                                                                               

ในเวลานี้ศาสตราจารย์หนุ่มเริ่มสัมผัสได้ถึงความร้อน ซึ่งส่งผลให้เรือนกายของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ประหนึ่งกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางอุณหภูมิร้อนอบอ้าว ทั้งที่ห้องนี้มีเครื่องปรับอากาศอยู่ในระดับองศาเย็นฉ่ำ ชวนให้หนาวสะท้าน ทว่าเขากลับร้อนจนเหงื่อแตกพล่า                                          

“ปล่อยผม!” น้ำเสียงแหบพร่าดังขึ้น ขณะที่ลมหายใจของเขาหอบเหนื่อย เหมือนคนกำลังสู้กับความปรารถนาของเรือนกาย ที่มันกำลังพลุ่งพล่านยากที่จะต้านทานได้                                                     

“ให้ญาช่วยนะคะ” หล่อนพยายามเข้าหาชายตัวโตอีกครั้ง หวังที่จะรวบหัวรวบหางเขาให้ได้เสียแต่คืนนี้ ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมร่วมมือ เพราะประสบการณ์สอนให้เขารู้จักการเอาตัวรอดจากมารยาหญิง    

“ปล่อยผม”                                                                               

“ศาสตราจารย์อย่าดื้อสิค่ะ” ญานินยังคงไม่ลดละความพยายาม บวกกับแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป ส่งผลให้เลือดลมในกายสูบฉีดฉีด                       

หมับ!! มือแกร่งคว้าเอวคอดเข้าหา พลางมองไปยังดวงหน้างามของหล่อนด้วยความสิเน่หา เขาคาดไม่ถึงว่ายาจะออกฤทธิ์เร็วและแรงขนาดนี้                                                                                          

“จูบญาสิค่ะ... ศาสตราจารย์ต้องการอะไร ญาให้ได้ทุกอย่างเลยนะคะ” มือเรียวเริ่มรุกรานสอดไปใต้ชายเสื้อของศาสตราจารย์หนุ่ม                    

“อืม...” เขาแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง สมองกำลังสั่งการให้เขาจูบหล่อน ทว่าหัวใจกลับพยายามต่อต้านด้วยความทรมาน เขาใช้ความอดทนอย่างหนัก เพื่อสลัดความกำหนัดให้ผ่านพ้นไป                          

“มิรา! มิรา... มิรา” เขาเอ่ยชื่อหนูน้อยออกมาราวกับเธอคือยาแก้พิษ ในความคิดของเขามีแต่ภาพของมิราผุดขึ้นมาเต็มไปหมด                       

เมื่อศาสตราจารย์หนุ่มนึกถึงเด็กคนหนึ่งที่กำลังวิ่งเล่นอยู่หน้าบ้าน ใบหน้าของหนูน้อยกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ ส่งผลให้ชายตัวโตผละหล่อนออก เขารอดพ้นจากการถูกญานินคุกคามทันที                        

“ใครคือมิรา... ศาสตราจารย์! โธ่เว้ย!” หล่อนกำมือแน่น พลางตะเบ็งเสียงออกมาด้วยความโกรธ ทว่าศาสตราจารย์หนุ่มกลับไม่สนใจ เขารีบเดินแกมวิ่งออกไปจากห้องของญานินทันที                                 

“เกิดอะไรขึ้นครับบอส ทำไมวิ่งหน้าตั้งมาแบบนี้”                          

“ออกรถเร็ว! ญานินตั้งใจจะวางยาฉันน่ะสิ ร้อนมากทำไมแอร์ไม่เย็นเลย” นทีรีบทำตามคำสั่งเจ้านายทันที เพราะกลัวญานินจะตามมาราวี                   

“ไม่เย็นได้ไง ผมจะแข็งตายอยู่แล้วเนี่ย”                                       

“ฉันไม่น่าดื่มเลย อ้า... อืมแย่จัง”                                              

“อย่า! อย่ามองผมแบบนี้ ยังไงผมก็ช่วยบอสไม่ได้หรอก รู้ทั้งรู้ว่าเธอใส่ยาลงไปทำไมบอสถึงดื่ม”           

“ก็เธอรบเร้าฉันน่ะ”                                                                                

“ปฏิเสธได้นี่ครับบอส!”                                                              

“ฉันรำคาญก็เลยยกมาดื่มหมดแก้ว ตอนนี้ไม่ไหวแล้วขับเร็วหน่อยสิ!”                                

ในเวลานี้ศาสตราจารย์หนุ่มกำลังพยายามอดทนอดกลั้น ให้กับความปรารถนาที่มันพลุ่งพล่าน หลายปีที่เขมมิกาเดินออกไปจากชีวิตของเขา ใครจะรู้ว่าผู้ชายอย่างศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศไม่เคยแตะต้องผู้หญิงคนไหนเลย เขายอมรับว่าอดีตภรรยามีอิทธิพลต่อหัวใจ จนไม่อาจหาใครมาแทนที่เธอได้           

“ท่าทางบอสจะไม่ไหว ให้ผมโทรเรียกสาวสวยสักคนสองคนให้เอาไหมครับ” นทียิ้มเยาะเย้ยอีกฝ่ายด้วยท่าทีหมั่นไส้                                         

“นายอยากตายหรือไง แค่นี้ฉันทนได้รีบหน่อยอยากแช่น้ำเย็นเต็มทีแล้ว... อืม” ปากก็พูดว่าไม่ต้องการ ทว่าชุดที่สวมใส่กลับถูกถอดออกทีละชิ้น จนเหลือแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียว                                   

“อดทนอีกนิดเดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้วครับ เอานี่ดื่มน้ำเย็นเยอะ ๆ ครับ” นทีส่งขวดน้ำให้กับเจ้านายของเขา แต่ใบหน้ากลับยกยิ้มให้กับความปรารถนาของอีกฝ่าย เมื่อผู้ช่วยคนสนิทเชื่อว่านายผู้หญิงของบ้านศิระเมฆาต้องเป็นเขมมิกาคนเดียวเท่านั้น                                                     

“แม่ง! ฉันจะทนไม่ไหวแล้วเนี่ย”                                                  

“ใครใช้ให้บอสเชื่อเธอล่ะครับ อ้อ... ผมมีเรื่องของคุณเขมมิกาจะรายงานให้บอสทราบ”        

“ว่ามาสิ... เดี๋ยว! จอดรถก่อนไม่ไหวแล้ว” คราวนี้เขาลงไปพร้อมขวดน้ำ ก่อนจะล้างหน้าแล้วราดไปทั้งตัว เพื่อบรรเทาความปรารถนาที่มันทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ                                                            

“ไหวไหมครับบอส” นทีเอ่ยถามออกไปอีกครั้งหลังจากศาสตราจารย์หนุ่มขึ้นมานั่งบนรถ      

“ไม่ไหวแล้ว อืม... ฉันต้องผ่านมันไปให้ได้ออกรถได้แล้ว”              

รถยนต์คันหรูแล่นออกไปด้วยความเร็วสูง ค่ำคืนนี้ศาสตราจารย์หนุ่มคงต้องช่วยตัวเอง กว่ายานั่นจะหมดฤทธิ์เขาคงทรมานน่าดู นั่นมันก็เป็นสิ่งที่เขาต้องยอมรับ แต่อย่างน้อยผู้ชายอย่างศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศ ก็ยังคงมีความอดทนเลือกที่จะทรมานตัวเอง มากกว่าไปคว้าเอาผู้หญิงคนอื่นมาแทนที่อดีตภรรยาของเขา                                                        

เช้าของวันใหม่.....                                                                                 

ชายหนุ่มผู้ที่มีใบหน้าหล่อเหลา แต่แววตาของเขากลับแฝงไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวด ภาพถ่ายของผู้เป็นมารดากำลังส่งสายตาจับจ้องมาที่ชายตัวโต ประหนึ่งอ้อนวอนขอร้องให้เขาแก้แค้นให้เธอ      

“ผมขอโทษนะครับแม่ ผมลืมเขมไม่ได้จริง ๆ สิ่งที่พี่สาวของเธอทำไว้กับแม่ ผมจะชดเชยให้แม่เองครับ ผู้หญิงคนนั้นต้องได้รับกรรมอย่างสาสม” น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงความเจ็บปวด หลังจากผู้หญิงสองคนที่เขารักสุดหัวใจจากไปไกลแสนไกล                                                

ถึงแม้เขมมิกาจะกลับมา แต่ช่วงเวลาของการจากเป็นมันยิ่งทรมาน เพราะเขาไม่อาจตามไปดูแลเธอได้ ระยะเวลาที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เริ่มต้นด้วยรักและผูกพัน แต่เขากลับตอบแทนเธอด้วยความเย็นชา           

“ผมตามหาบอสตั้งนาน ที่แท้ก็มาอยู่ห้องคุณท่านนี้เอง”                

“มีอะไร” เขาพูดพลางละสายตาจากภาพถ่ายของมารดา ก่อนจะหันมาจั้องหน้านทีเขม็ง      

“เรื่องคุณเขมมิกากับเด็กคนนั้นครับ”                                           

“ทำไม... มีความคืบหน้าหรือยัง”                                                 

“มาลิคเป็นคนรับรองบุตร แสดงว่าเด็กคนนั้นน่าจะเป็นลูกของเขาหรือบอสคิดว่ายังไงครับ”   

“ก็นั่นสินะ! ฉันรู้อยู่แล้วทำไมต้องพิสูจน์อะไรอีก ช่างเถอะไม่ว่ายังไงฉันกับเขมมิกาก็คงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่อีกแล้ว”                                  

“แต่ผมแปลกใจ ถ้าหากคุณเขมมีความสัมพันธ์กับคุณมาลิคจริง แล้วคุณเนเน่ล่ะ” นทีแอบสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างมาลิคกับเนเน่ เพราะคนทั้งคู่อยู่บ้านเดียวกัน ทว่าเขมมิกากับลูกนั้นก็อยู่กันแค่สองคน มันย้อนแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น                                                                     

“ช่างเถอะเรื่องนั้นพักไว้ก่อน เรื่องรองอธิการฐานินไปถึงไหนแล้ว”   

“ผมคิดว่าโครงการที่ท่านรองอธิการฐานินกำลังรับผิดชอบนั้น มีหลายสิ่งผิดปกติ ทั้งราคาอุปกรณ์ก่อสร้างและค่าแรง ทุกอย่างน่าจะเตรียมการเอาไว้อย่างดี”                                                

“โครงสร้างของอาคารถ้าหากไม่ได้มาตรฐาน บริษัทของเราก็จะไม่ได้รับความเชื่อถือจากลูกค้า แสดงว่าเขาต้องการมัดมือชกให้ฉันยอมจำนนต่อการหมั้นหมายสินะ”                                                        

“ไม่ต้องห่วงครับ คนของเราฝีมือเหนือชั้นกว่าตั้งเยอะ ผมไม่ทำให้บอสผิดหวังหรอกครับ”     

“ขอบใจนายมาก”                                                                     

“ถ้าหัวใจมันเรียกร้องก็อย่าปิดกั้น บอสควรเปิดประตูต้อนรับคุณเขมมิกาอีกครั้ง”                             

“เธอเป็นภรรยาของไอ้มาลิคไปแล้ว ฉันไม่อยากแย่งคนรักของใคร”                         

“ก็เลยเก็บความรู้สึกนั้นไว้ช้ำใจอยู่ฝ่ายเดียว”                                

“ใครบอก ฉันก็แค่อยากชดเชยคืนให้เธอ ไม่ได้แปลว่าฉันต้องกลับไปคบกับเธอสักหน่อย”     

“แค่รับรองบุตรก็ไม่ได้หมายความว่าคุณเขมมิกากับผู้ชายคนนั้นต้องเป็นสามีภรรยากันนี่ครับ ฝากไว้ให้คิดผมไปทำงานก่อนนะครับบอส”                     

นทีพูดทิ้งท้ายเป็นปริศนาไว้ให้อีกฝ่ายได้คิด เพราะเขาแอบไปรู้เรื่องราวของเขมมิกามาจากนักสืบ แต่ยังไม่ได้แจ้งรายละเอียดทั้งหมดให้กับศาสตราจารย์หนุ่มทราบ เพราะนทีอยากแน่ใจกว่านี้เสียก่อน ซึ่งคงใช้เวลาอีกไม่นานความจริงทั้งหมดต้องกระจ่างอย่างแน่นอน     

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 36 ตอนพิเศษ

    หลายเดือนผ่านไป ดูเหมือนชีวิตของคนเรา มักจะเรื่องให้เซอร์ไพร์สอยู่เสมอเฉกเช่นมินดา ที่กำลังเดินเข้ามาหาชายสูงวัย พลางส่งที่ตรวจครรภ์ให้กับนายปราวิน (เมฆา) ใบหน้าของหล่อนแสดงความดีใจออกมา ราวกับแรงใจแรงกายที่ทุ่มเทลงไปบรรลุตามวัตถุประสงค์ “ท่านไม่ดีใจเหรอคะ ตอนนี้มิ้นต์ท้องได้หกสัปดาห์แล้ว ลูกของเราจะหน้าตาเหมือนใครกันนะ” หล่อนยังคงแสดงความออดอ้อน เล่นละครตามบทที่กำกับเอาไว้ “ผมว่าเด็กคนนี้หน้าตาคงเหมือนคุณมากกว่า ยังไงคงไม่มีทางเหมือนผมแน่นอน” ชายสูงวัยพูดออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเขาไม่ตื่นเต้นดีใจเลยสักนิด จนมินดาคิดว่ามันแปลก ๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาอยากมีลูกกับหล่อนจนตัวสั่น “ลูกของเราก็ต้องหน้าตาเหมือนเราสิค่ะ” “มินดาคุณแน่ใจเหรอว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของผม” “ทำไม่ท่านตั้งคำถามแบบนี้คะ มิ้นต์เสียใจนะคะ” หล่อนแสร้งทำเป็นบีบน้ำตา ทว่าอีกฝ่ายกลับมองเห็นเพียงน้ำตาจระเข้ หาความจริ

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 35 บทส่งท้าย2

    ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง เขมมิกาไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกของเขาได้เลย เธอไม่รู้ว่าหากเขาฟื้นขึ้นมา จะยังคงเป็นผู้ชายคนเดิมที่ต้องการเธอกับลูกอยู่หรือเปล่า “คุณพ่อตัวหอมจัง มิรารักคุณพ่อนะคะ แม่ล่ะ... แม่รักพ่อหรือเปล่าคะ” คำถามที่แสนธรรมดา ทว่าเขมมิกากลับรู้สึกสะเทือนใจ ความรักมันไม่เคยทำร้ายใคร การหมดรักกันต่างหากที่จ้องทำร้ายอีกฝ่าย ซึ่งสำหรับเธอมันไม่ใช่ตราบใดที่คำว่ารัก ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของเขาและเธอ “แม่ไม่เคยหมดรักพ่อเลย เคยรักยังไงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการได้เรียนรู้ที่จะรักมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ” ถ้อยคำเหล่านั้นกลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ว่านานแค่ไหนความรักที่เธอมีให้เขาก็ยังคงเดิม ///// หลังจากรับประทานมื้อเย็นเสร็จ มิราคุยกับป้าพิกุลถูกคอ เธอเรียกนางว่าคุณย่าจนหญิงสูงวัยยิ้ม

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 34 บทส่งท้าย

    หลายวันผ่านไป ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถูกส่งตัวเข้ามารักษาในโรงพยาบาลเอกชล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านมาก จึงทำให้เขมมิกากับลูกสาวเดินทางสะดวกขึ้น กลางวันทำงานกลางคืนเธอมาเฝ้าเขาไม่ห่าง ส่วนมิราบางครั้งก็ค้างกับมาลิคและเนเน่ บางทีก็อยู่เป็นเพื่อนมารดาคอยพูดให้กำลังใจ และยังเล่าเรื่องราวที่เจอมาแต่ละวันให้บิดาฟังด้วยน้ำเสียงเจี๊ยวจ๊าว ความรู้สึกของหญิงสาวเริ่มใจอ่อนยอมอภัยให้เขาแล้ว ทว่าไม่รู้อีกนานแค่ไหนศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถึงจะฟื้นสักที “คุณนทีเรื่องคดีไปถึงไหนแล้วคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มออกมาด้วยใบหน้าแฝงไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า เธอแทบหมดแรงหลังจากนายแพทย์แจ้งว่า ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศอาจหลับยาว เป็นเดือนหรือปีอยู่ที่กำลังใจหรือบางทีเขาอาจไม่ตื่นขึ้นมาเลยก็เป็นได้ “ตอนนี้รองอธิการฐานินถูกจับและริบทรัพย์สินทั้งหมด ลูกกับภรรยาของเขาอาจโดนร่างแหไปด้วย ไม่ต้องห่วงนะครับเขาถูกขังจนลืมอย่างแน่นอน” เพราะหลักฐานมัดตัว ซ้ำยังมีคดีพยา

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 33 มือปืน  

    เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศได้โผล่มาเจอทุกคน ที่กำลังนั่งพักพอดี ซึ่งทำให้เซญ่าดีใจจนยิ้มไม่หุบ “ศาสตราจารย์ไปไหนมาคะเซญ่าเป็นห่วงแทบแย่” “พอดีผมเดินไปสำรวจต้นไม้ที่เพิ่งหามาให้ชาวบ้านปลูกน่ะครับ” “ดีจังเลยค่ะ ชาวบ้านที่นี่โชคดีมากเลยนะคะ ที่มีศาสตราจารย์คอยให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูก รวมไปถึงผลไม้ทางเศรษฐกิจ” “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” คราวนี้เขาพูดพลางกวาดสายตามองหาด็อกเตอร์เขมมิกา ทว่ากลับไม่เจอแม้แต่เงาของเธอ “พักอีกสักห้านาทีนะครับ” เสียงผู้ใหญ่บ้านดังขึ้น “เดี๋ยวก่อนนะครับผู้ใหญ่ ใครเห็นด็อกเตอร์เขมมิกาบ้าง” “ผมก็เห็นเธอเดินตามมาติด ๆ นี่ครับ” “ใช่ค่ะ ด็อกเตอร์เขมมิกาเดินเป็นคนสุดท้ายแล้วเธอหายไปไหน” อาจารย์ผู้หญิงอีกคนพูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “หรือว่าเธอไปทำธุระส่วนตัว” “ถ้าไปก็ต้องบอ

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 32 เจ็บลึกสุดใจ

    “สวยไหม” “อืม... ก็สวย” “มานั่งตรงนี้สิ เดี๋ยวผมถ่ายรูปให้” “ฉันไม่ชอบถ่ายรูปค่ะ” “พูดแบบนี้คุณกำลังหึงผมอยู่หรือเปล่า” “ทำไมฉันต้องหึงคุณด้วยล่ะ ในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” “ใจแข็งจัง... อีกนานแค่ไหนคุณจะให้อภัยผม” “คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ” “ผมยินดีชดใช้ความผิดนั้นด้วยชีวิต ขอแค่คุณยอมอภัยให้ผม” “ถ้าเทียบกับมิราชีวิตของคุณไม่ได้มีค่ามากพอ” “เขม...” น้ำเสียงตัดพ้อขอความเห็นใจกลับไม่มีผลต่อเขมมิกา “ขอโทษนะคะศาสตราจารย์! ฉันไม่ใช่นักบวชที่จะปล่อยวางเรื่องราวในอดีตลงได้” “ผมเองก็ไม่ใช่นักบุญ”

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 31 จริงเป็นสิ่งไม่ตาย2

    “ผมกับเขมมิกาเป็นพี่น้องต่างบิดา ส่วนมิราคือหลานสาวที่ผมรักเหมือนลูกแท้ ๆ” “ฮะ!...” ทับทิมถึงกับพูดไม่ออก หล่อนแพ้แล้วแพ้เนเน่ทุกประตู “เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เอาผู้หญิงคนนี้ไปส่งตำรวจ” “ไม่นะ! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” “คุณเป็นคนปล่อยข่าวผมกับเน่เน่ ภรรยาของผมถูกสังคมตราหน้าว่าแย่งสามีเพื่อนตัวเอง ผมจะดำเนินคดีอย่างที่สุด ให้พ่อของคุณไปเจรจากับตำรวจที่โรงพักเองแล้วกัน” “ปล่อยฉันนะ! พี่เนเน่ช่วยฉันด้วยสิ ฉันเป็นน้องสาวของพี่นะ” เสียงของทับทิมไม่มีผลต่อความรู้สึกของเนเน่เลยสักนิด “ทุกคนจำเอาไว้ ใครก็ตามที่แตะต้องภรรยาของผมได้เจอดีแน่” คำขู่ของท่านประธานหนุ่มทำเอาพนักงานทุกคนก้มหน้าไม่กล้าสบตาคม ซึ่งพร้อมพิฆาตคนคิดร้ายภรรยาของเขา “ขอบคุณนะคะที่คุณปกป้องเนเน่” “คุณคือภรรยาของผมนะที่รัก คราวหลังไม่ต้องไปยอมใครหัดสู้กลับบ้าง ผมพร้อมเป็นแม่ทัพคอยหนุนหลังคุณตลอดเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status