เข้าสู่ระบบเมื่อสัมผัสได้ถึงความรำคาญในน้ำเสียงของฉัน ดวงตาของกู้หลานซินก็แดงก่ำ สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด“ที่รัก ฉันยอมรับว่าตอนที่อยู่กับสวีเฉิน ฉันไม่รู้จักรักษาขอบเขตที่เหมาะสม ขอโทษนะ ฉันผิดไปแล้ว!”“แต่ฉันสาบานได้ว่า ตลอดมาตั้งแต่ต้น คนเดียวที่อยู่ในหัวใจของฉันมีแค่คุณ คุณเชื่อฉันได้ไหม?”พูดตามตรง นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นกู้หลานซินยอมลดตัวถึงขนาดนี้แต่ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้วตั้งแต่ครั้งที่เธอพลาดวันเกิดของฉันอีกครั้งเพราะสวีเฉิน ทุกอย่างระหว่างเราก็จบลงอย่างสิ้นเชิงแล้วฉันเหลือบมองใบหน้าซีดเซียวของเธอ ก่อนจะเชิญเธอเข้ามาในบ้าน แล้วรินน้ำอุ่นให้หนึ่งแก้วกู้หลานซินมองแก้วน้ำอุ่นตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้ามามองฉันด้วยความตื่นเต้นเธอคิดว่าฉันใจอ่อนลงแล้วแต่ฉันกลับทำลายความฝันของเธออย่างไม่ปรานี“อย่าเข้าใจผิด ผมแค่กลัวว่าคุณจะเป็นลมอยู่หน้าบ้านผม แล้วพ่อแม่คุณจะมาหาเรื่องผมอีก”“คุณก็รู้ดีว่าแม่คุณน่ารำคาญแค่ไหน”แววตาของเธอหม่นลงในทันทีแต่ฉันไม่ได้หยุดแค่นั้น ยังคงพูดต่อว่า“คุณเคยบอกว่า ถ้าแยกกันอยู่หนึ่งสัปดาห์ก็ถือว่าเลิกกัน เพราะอย่างนั้น ทุกครั้งที่เราทะเลาะกัน ไม่ว่า
แต่ทุกครั้งก็มีเหตุให้พลาด จนสุดท้ายก็ไม่เคยได้ไปสักครั้งแต่เพียงสวีเฉินพูดขึ้นมาลอย ๆ ว่าอยากไปดูงานที่ชุนเฉิงสักครั้งเดือนถัดมา เธอก็ได้รับโปรเจกต์ในชุนเฉิงจริง ๆ แล้วพาอีกฝ่ายบินไปชุนเฉิงด้วยกู้หลานซินเคยพูดกับฉันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ว่าระหว่างเธอกับสวีเฉินไม่เคยทำอะไรที่ผิดต่อฉันฉันเชื่อแต่ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ใจของเธอเปลี่ยนไปนานแล้วยิ่งไปกว่านั้น การนอกใจทางใจยังน่าชิงชังกว่าการนอกใจทางกายเสียอีกโชคดีที่ฉันยังรู้ตัวได้ทันเวลาเมื่อยืนอยู่ริมทะเลที่เคยวาดฝันไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆนี่คือกลิ่นอายของทะเล และยิ่งกว่านั้นคือกลิ่นอายของอิสรภาพหลังส่งข้อความบอกเพื่อนว่าฉันปลอดภัยแล้ว เพื่อนก็โทรมาทันที“ไปเที่ยวทะเลสนุกไหม?”ฉันตอบกลับไปแทบจะโดยไม่ต้องคิด"สนุกสุด ๆ เลย"ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงอึกอักของเพื่อนจะดังขึ้น“ระหว่างนายกับกู้หลานซิน... ไม่มีโอกาสกลับมาคืนดีกันอีกแล้วจริง ๆ เหรอ?”พอได้ยินคำถามนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของฉันก็จางลงเล็กน้อย“ถ้าเป็นคนอื่นถามก็ยังพอว่า แต่นายทำไมถึงถามแบบนี้ด้วย?”เพื่อนรีบอธิบายทันที“
“เมิ่งฉี”น้ำเสียงของเธอฟังไม่ออกว่ากำลังรู้สึกอะไร“เรามาคุยกันเถอะ”ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อย“ถ้าเป็นเรื่องหย่า คุณคุยกับทนายของผมได้เลย แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่น ผมคิดว่าระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว”พูดจบ ฉันก็ไม่หันไปมองเธออีก ก่อนจะเดินตรงไปข้างหน้ากู้หลานซินคว้าข้อมือฉันไว้“เมิ่งฉี เลิกทำแบบนี้ได้แล้ว”มาถึงตอนนี้แล้ว เธอก็ยังคิดว่าฉันแค่กำลังงอนเธออยู่ฉันหันกลับไปมองเธอด้วยรอยยิ้มที่คล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม“กู้หลานซิน เราคบกันมาเจ็ดปี แต่งงานกันมาสามปี แต่ดูเหมือนคุณจะไม่เคยเข้าใจผมเลย”“ผมไม่ใช่คุณ ที่เอะอะก็เอาเรื่องหย่ามาพูด”เธออ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็พูดเพียงว่า“ที่รัก เราแยกห้องกันมาครึ่งเดือนแล้ว กลับมาคืนดีกันนะ”“ฉันรู้ว่าคุณไม่สบายใจเรื่องสวีเฉิน ฉันไล่เขาออกแล้ว แบบนี้คุณคงพอใจแล้วใช่ไหม”ฉันหัวเราะเบา ๆ“ผมไม่มีอะไรต้องไม่พอใจ เพราะพวกคุณจะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับผมอีกแล้ว”“คุณเองก็รู้ว่าเราแยกห้องกันมาครึ่งเดือนแล้ว ตามกฎที่คุณเป็นคนตั้ง เราหย่ากันไปแล้วสองครั้ง”“เพราะงั้นคุณกู้ จะทำอะไรก็ไปทำเถอะ อย่ามาหาผมอีก”สิ่งที่ควรพูด ฉันก็พู
แม้ว่าฉันจะลบทุกคนที่เกี่ยวข้องกับกู้หลานซินออกไปจนหมดแล้วแต่รูปที่เธอพาสวีเฉินไปร่วมงานเลี้ยงก็ยังถูกคนที่มีเจตนาแอบแฝงส่งมายังโทรศัพท์ของฉัน[เมิ่งฉี พวกเราทุกคนต่างก็เห็นอยู่กับตาว่านายรักกู้หลานซินมากแค่ไหน นายจะยอมยกเธอให้คนอื่นจริง ๆ เหรอ?][เลิกดื้อรั้นได้แล้ว ไม่อย่างนั้นนายจะต้องเสียใจจริง ๆ]ฉันลบทั้งรูปและข้อความทิ้งด้วยสีหน้าเรียบเฉยฉันรักกู้หลานซินมานานถึงแปดปีเต็ม สุดท้ายกลับต้องพบจุดจบเช่นนี้ถ้าถามว่าฉันยอมรับได้ไหม?ก็คงยังค้างคาใจอยู่บ้างตอนที่เห็นกู้หลานซินกับสวีเฉินยืนคล้องแขนกัน หัวใจของฉันก็ยังเจ็บแปลบขึ้นมาเล็กน้อยแต่ความค้างคาใจและความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่อาจสั่นคลอนความมุ่งมั่นที่จะหย่าของฉันได้เลยเวลาเป็นยารักษาทุกสิ่งที่ดีที่สุดฉันเชื่อว่าขอแค่ให้เวลากับตัวเองอีกสักหน่อย ฉันจะปล่อยวางกู้หลานซินได้อย่างแท้จริงแต่ถ้าฉันยังปล่อยให้ตัวเองรักกู้หลานซินอย่างไร้ศักดิ์ศรีต่อไปสุดท้ายฉันคงกลายเป็นสามีที่เอาแต่ตัดพ้อ โทษฟ้าโทษดินทุกวันฉันไม่อยากเห็นตัวเองกลายเป็นแบบนั้นเลยในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้นเป็นสายจากบริษัทที่ฉันไปสัมภาษณ์ง
เมื่อเห็นสีหน้าของกู้หลานซินเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ผู้ช่วยก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น“คุณกู้ นอกจากซื้อของขวัญกับจองร้านอาหารแล้ว จะซื้อช่อดอกไม้ให้คุณเมิ่งสักช่อไหมครับ? คุณเมิ่งชอบกุหลาบแดงที่สุด”ผู้ช่วยเสนออย่างใส่ใจวินาทีถัดมา กู้หลานซินก็กระชากคอเสื้อของเขาไว้ทันที“เอกสารฉบับนี้ เมิ่งฉีเอามาส่งด้วยตัวเองเหรอ?”ผู้ช่วยตกใจจนรีบส่ายหน้ารัว“เปล่าครับ คุณเมิ่งฝากพนักงานขนส่งนำมาส่งครับ”“มีอะไรหรือเปล่าครับ? เอกสารมีปัญหาอะไรเหรอครับ? ให้ผมช่วย...”ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ กู้หลานซินก็ปล่อยมือจากคอเสื้อของเขา ก่อนจะตวาดเสียงต่ำด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“ออกไป!”แต่ยังไม่ทันที่ผู้ช่วยจะเดินออกจากห้องทำงาน กู้หลานซินก็เรียกเขาไว้“เดี๋ยวก่อน ขอยืมมือถือนายหน่อย”เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกไปยังหมายเลขที่จำได้ขึ้นใจโทรศัพท์ดังอยู่นานกว่าจะมีคนรับสายเสียงที่คุ้นเคยดังเข้าหูเธอ“ผู้ช่วยหลิว มีอะไรหรือเปล่า?”ลมหายใจของกู้หลานซินสะดุด หัวใจพลันสั่นไหวตามไปด้วยเธออยากเอ่ยคำขอโทษ อยากเป็นฝ่ายยอมก่อนแต่เธอกลับวางศักดิ์ศรีที่ยึดถืออยู่ไม่ลง พอเปิดปากก็พูดว่า“เมิ่งฉี คุณท
“ไม่มีที่ไปงั้นเหรอ? ไม่มีเสื้อผ้าจะเปลี่ยนงั้นเหรอ?”“หรือว่าโรงแรมกับห้างสรรพสินค้าทั้งเมืองจิงปิดกิจการกันหมดแล้ว? ถึงได้บีบให้นายต้องวิ่งมาถึงบ้านของภรรยาคนอื่น แถมยังเปลือยท่อนบนแบบนี้อีก?”สีหน้าของสวีเฉินแข็งค้าง พูดโต้แย้งฉันไม่ออก ได้แต่หันไปมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างกายด้วยท่าทางน่าสงสาร“เมิ่งฉี...”ฉันไม่เปิดโอกาสให้กู้หลานซินได้เอ่ยปากเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะขัดจังหวะเธอทันที“คุณก็หุบปากไปเถอะ ผมไม่อยากฟังคุณพูด”พูดจบ ฉันก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกสามวันผ่านไปในพริบตา ไม่นานก็ถึงกำหนดหนึ่งสัปดาห์ที่กู้หลานซินเคยพูดไว้ตลอดทั้งวัน โทรศัพท์ของฉันดังไม่หยุดทั้งหมดเป็นข้อความจากเพื่อนที่เป็นเพื่อนร่วมกันของฉันกับกู้หลานซิน[พี่เมิ่ง ยังงอนคุณกู้อยู่อีกเหรอ? จริง ๆ คุณกู้เป็นคนปากแข็งแต่ใจอ่อน ตอนนี้เธอหายโกรธพี่แล้ว แค่พี่พูดดี ๆ ง้อเธอสักหน่อย เรื่องนี้ก็จบแล้ว][พี่ครับ พี่กู้ย้ายสวีเฉินไปแผนกอื่นแล้วนะ ถ้าพี่ยังเอาเรื่องไม่เลิก ก็เกินไปจริง ๆ!][วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วนะ เมิ่งฉี เลิกฝืนได้แล้ว ผู้หญิงที่ดีอย่างหลานซิน ต่อให้ถือโคมไฟเดินหาก็ยังหาไม่ได้ ถ้าพี่







