Short
แสงจันทร์กระจ่างใส ทว่ามิเคยสาดส่องผู้หวนคืน

แสงจันทร์กระจ่างใส ทว่ามิเคยสาดส่องผู้หวนคืน

By:  หรงเซิงCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
17Chapters
31views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ฤดูร้อนปี พ.ศ. 2528 หลังจากน้ำท่วมลดลง หลินชิงเหลียนก็จัดงานศพให้กับเสี่ยวหม่านลูกสาวที่เพิ่งอายุครบหนึ่งขวบเพียงลำพังอย่างเงียบๆ และเรียบง่าย นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา คนทั้งเขตบ้านพักครอบครัวเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็พบว่าเธอเปลี่ยนไป ตอนเช้า เธอไม่ซักเครื่องแบบของฉินเฟิงจนสะอาดเอี่ยมอ่อง แล้วนำไปแขวนไว้ใต้ชายคาบ้านทุกวันอีกแล้ว ตอนเที่ยง เธอไม่ใช้เวลาสองชั่วโมงในการตุ๋นน้ำซุป แล้วเอาไปส่งให้ฉินเฟิงบำรุงร่างกายที่สถานีตำรวจอีกแล้ว ตอนกลางคืน เธอไม่มานั่งอยู่ใต้แสงไฟ คอยเย็บปะซ่อมแซมเสื้อผ้าให้ฉินเฟิงไปพลาง นั่งรอเขากลับบ้านอย่างร้อนใจไปพลางอีกแล้ว เธอไม่คาดหวังที่จะได้พูดคุยกับเขาให้มากขึ้นอีกสักสองสามประโยค และไม่คอยกระตือรือร้นที่จะแบ่งปันเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันให้เขาฟังอีกต่อไป กระทั่งตอนที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนต้องเข้ารับการผ่าตัดและนอนโรงพยาบาล ตอนที่หมอบอกให้เธอแจ้งญาติ เธอกลับพูดเพียงแค่ว่าไม่มีญาติ จากนั้นก็ใช้มือที่ถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉานเซ็นใบยินยอมรับการผ่าตัด หลังจากนั้น เธอก็นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอย่างเงียบๆ เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยไม่ได้แจ้งให้ฉินเฟิงรู้เลยแม้แต่คำเดียว วันที่ออกจากโรงพยาบาล ฉินเฟิงที่เพิ่งรู้ข่าวก็รีบร้อนรุดมาที่โรงพยาบาล

View More

Chapter 1

บทที่ 1

ชายหนุ่มสวมเครื่องแบบตำรวจสีเขียวขี้ม้าสุดเนี้ยบ ซึ่งยิ่งขับให้เขาที่หล่อเหลาอยู่แล้วดูองอาจผ่าเผยมากยิ่งขึ้น ทว่าหากมองดูดีๆ จะเห็นไรหนวดเขียวครึ้มตรงปลายคางและเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำในดวงตา เป็นความเหนื่อยล้าที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

“เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ยอมบอกฉันล่ะ”

สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย น้ำเสียงเจือความตำหนิ เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอแล้วย่อตัวลงนั่งยองๆ อย่างเป็นธรรมชาติ เตรียมจะใส่รองเท้าให้เธอ

ทว่าเท้าของหลินชิงเหลียนกลับหดหนี หลบเลี่ยงการสัมผัสจากเขา

เมื่อคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ฉินเฟิงก็ขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับแววตาของหลินชิงเหลียนที่ราบเรียบราวกับน้ำนิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก งานของนายสำคัญกว่า”

น้ำเสียงของเธอราบเรียบมาก เธอสวมรองเท้าแล้วลุกขึ้นยืนตรง ดึงใบรายงานการออกจากโรงพยาบาลมาถือไว้แล้วเดินออกไป

ฉินเฟิงมองแผ่นหลังที่ดูซูบผอมลงไปไม่น้อยของเธอ จู่ๆ หัวใจก็ถูกความรู้สึกกระวนกระวายใจบางอย่างเกาะกุม

เขารู้สึกแค่เพียงว่า หลินชิงเหลียน... เหมือนจะมีตรงไหนไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

เขาเดินตามออกไป มองดูหลินชิงเหลียนจัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาลด้วยตัวเอง เดินไปรับยาที่ช่องจ่ายยา แล้วก็เดินไปรอรถที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงพยาบาล

ทั้งที่เขาก็ยืนอยู่ข้างหลังเธอแท้ๆ แต่เธอกลับไม่หันมาออดอ้อนเขา ไม่บ่นว่าเขามาสายอีกต่อไป หรือแม้กระทั่งไม่ซบลงในอ้อมอกแล้วลูบไล้ไรหนวดของเขาเหมือนเมื่อก่อน พร้อมกับคอยกำชับให้เขาพักผ่อนเยอะๆ อย่าโหมงานหนักจนร่างกายทรุดโทรม

จู่ๆ ในใจของฉินเฟิงก็ตีรวนไปด้วยความหงุดหงิดและกระวนกระวาย เขาก้าวเข้าไปคว้าข้อมือของหลินชิงเหลียนเอาไว้ เม้มริมฝีปากแน่น เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม “นี่เธอกำลังโกรธเรื่องอุบัติเหตุรถชนหรอ หรือว่าโกรธเรื่องของเสี่ยวหม่าน…”

“ไม่ได้โกรธเรื่องไหนทั้งนั้นแหละ” หลินชิงเหลียนพูดแทรกขึ้น เธอค่อยๆ ดึงมือออก น้ำเสียงราบเรียบจนเกือบจะเย็นชา “ฉินเฟิง เรื่องที่ผ่านไปแล้ว ฉันไม่อยากพูดถึงมันอีก”

ฝ่ามือว่างเปล่าอีกครั้ง ฉินเฟิงร้อนรนยื่นมือไปคว้าจับเธอไว้ “แล้วทำไมเธอถึง…”

รถเมล์มาถึงป้ายพอดี

หลินชิงเหลียนไม่แม้แต่จะปรายตามองเขาอีก เธอหันหลังก้าวขึ้นรถไปอย่างไม่ลังเล เดินตามกระแสคนเข้าไปยืนอยู่ตรงกลางรถ

ฉินเฟิงเม้มปากเดินตามขึ้นไป เขาเบียดเข้าไปยืนอยู่ข้างหลังเธอ ใช้เรือนร่างสูงใหญ่ช่วยกันผู้คนรอบข้างออกไปให้พ้นจากตัวเธอ

หลินชิงเหลียนมองดูทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่เคลื่อนถอยหลังไปเรื่อยๆ สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของฉินเฟิงจากแผ่นหลัง ความคิดล่องลอยกลับไปเมื่อห้าปีก่อน ตอนที่เธอได้เจอกับฉินเฟิงเป็นครั้งแรก

วันนั้นหน่วยศิลปากรหยุดพักผ่อน เธอถือตั๋วปันส่วนผ้าที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบไว้ เดินไปที่ร้านสหกรณ์เพื่อซื้อกระโปรงคอลเลกชันใหม่ล่าสุด

ตอนที่เดินไปถึงหน้าประตูร้านสหกรณ์ จู่ๆ บนถนนก็มีคนตะโกนให้ช่วยจับโจร ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังแตกตื่น ผู้ชายในชุดเครื่องแบบตำรวจคนหนึ่งก็กระโดดเตะสกัดผู้ชายที่กำลังวิ่งหนีจนล้มคว่ำ แล้วพุ่งเข้าชาร์จจับกุมตัวไว้อย่างรวดเร็ว

จังหวะที่เขาเงยหน้าขึ้นมา ความดุดันในแววตาของเขาทำเอาหลินชิงเหลียนตกใจจนยืนแข็งทื่ออยู่กับที่

ตอนนั้นเธอรู้สึกแค่ว่า “ตำรวจคนนี้ดุจัง น่ากลัวชะมัด” แต่กลับจดจำคิ้วและดวงตาคู่นั้นของเขาเอาไว้จนขึ้นใจ

ตอนที่เจอกันครั้งที่สอง ฉินเฟิงปีนขึ้นไปบนหลังคาเพื่อช่วยเหลือเด็กผู้หญิงในชุมชนที่ติดอยู่ข้างบน ตอนที่พลัดตกลงมา เขาเอาตัวบังเด็กผู้หญิงไว้ในอ้อมกอดแน่น

วันนั้นแขนของเขามีเลือดไหลอาบ แต่เขากลับลูบหัวเด็กผู้หญิงคนนั้นพร้อมกับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ในแววตามีประกายสว่างไสว หลินชิงเหลียนที่ยืนมุงดูอยู่ข้างๆ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งบีต

การพบกันครั้งที่สาม คือตอนที่ตัวแทนหน่วยศิลปากรไปจัดการแสดงเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจที่สถานีตำรวจ

เธอกำลังเต้นรำอยู่บนเวที ส่วนฉินเฟิงอยู่ข้างล่างเวที สายตาของเขาจดจ่ออยู่แต่กับเธอ ตอนที่สบตากัน หลินชิงเหลียนหัวใจเต้นรัว ใบหูแดงเถือก

หลังจากวันนั้น หลินชิงเหลียนก็สืบจนรู้มาว่าฉินเฟิงกำลังดูตัวหาคู่ เธอจึงไปขอร้องคุณอาผู้หญิงที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานยุติธรรมเหมือนกันให้ช่วยเป็นแม่สื่อให้

วันที่ไปดูตัว ฉินเฟิงนั่งอยู่ตรงข้ามเธอ น้ำเสียงของเขาจริงจังและจริงใจ “สหายหลินครับ ลักษณะงานของผมมันค่อนข้างพิเศษ ปกติก็ยุ่งมากๆ ด้วย สำหรับเรื่องครอบครัวแล้ว ผมอาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง คุณจะรังเกียจไหมครับ”

“ฉันไม่รังเกียจค่ะ!” หลินชิงเหลียนตอบกลับอย่างหนักแน่นเด็ดขาด ทั้งที่ใบหูยังแดงก่ำ

ฉินเฟิงพยักหน้า “ผมจะดูแลคุณให้ดีครับ”

หลังจากแต่งงานกัน ฉินเฟิงก็ดีกับเธอมากจริงๆ แต่เขาก็ยุ่งมากเช่นกัน

หลินชิงเหลียนต้องจัดการงานบ้านอยู่คนเดียว ทั้งถ่านรังผึ้งที่บ้านหมด หลอดไฟเสีย หลังคารั่ว ฉินเฟิงมักจะปลีกตัวกลับมาจัดการให้ไม่ทันเวลาอยู่เสมอ เธอจึงได้แต่ถกแขนเสื้อขึ้น แล้วหัดซ่อมแซมทำนู่นทำนี่ด้วยตัวเอง

ฉินเฟิงเป็นคนมีน้ำใจ พวกสวัสดิการเงินอุดหนุนต่างๆ ที่หน่วยงานแจกให้ เขามักจะเอาไปให้เพื่อนบ้านในชุมชนที่เดือดร้อนกว่าเสมอ หลินชิงเหลียนเองก็คอยสนับสนุน ไม่เคยปริปากบ่นเลยสักคำ

เดือนที่เธอคลอดลูก ฉินเฟิงถูกยืมตัวไปช่วยไขคดีสำคัญที่เมืองข้างๆ กว่าเขาจะกลับมา เธอก็หมดช่วงอยู่ไฟหลังคลอดพอดี

เธอมองดูเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำในดวงตาของเขา กับความรู้สึกผิดที่ปิดบังเอาไว้ไม่มิด เธอทำเพียงแค่กดข่มทุกความรู้สึกในใจเอาไว้ และไม่ด่าว่าเขาสักคำ

วันนั้น ฉินเฟิงกอดเธอเอาไว้แน่น บอกว่าจะพยายามหาเวลาให้ครอบครัวมากกว่านี้

แต่เขาก็ผิดคำพูด

เขายุ่งมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหน่วยงานส่งลูกศิษย์มาให้เขาคนหนึ่ง

ตำรวจหญิงที่ชื่อสวี่เซี่ยงหลานคนนั้น มักจะเรียกเขาด้วยเสียงหวานเจี๊ยบว่า “อาจารย์คะ” อยู่เสมอ จากนั้นก็ทำพังครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อเรื่องครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อให้ฉินเฟิงคอยตามเช็ดตามล้างให้

ส่วนฉินเฟิง จากที่ตอนแรกเวลาพูดถึงเธอมักจะรำคาญใจ จนสุดท้ายแววตากลับเจือไปด้วยรอยยิ้มและความเอ็นดูโดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวเลยสักนิด

หลินชิงเหลียนเคยร้องไห้โวยวายกับเขาเพราะเรื่องนี้ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการตำหนิอย่างไม่เข้าใจครั้งแล้วครั้งเล่าของเขา

“ชิงเหลียน เธอคือสหายร่วมรบ คือเพื่อนร่วมงาน คือพี่น้องของฉัน ระหว่างเราไม่มีความสัมพันธ์สกปรกโสมมแบบนั้นเด็ดขาด ฉันไม่มีวันหักหลังเธอ เธอเลิกทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผลสักทีได้ไหม?”

จนกระทั่งเมื่อครึ่งเดือนก่อน ตอนที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ฉินเฟิงอพยพประชาชน แต่หลินชิงเหลียนกับลูกสาววัยหนึ่งขวบกลับถูกเขาทิ้งไว้เป็นคนสุดท้าย

เธอกอดลูกสาวเอาไว้ยืนอยู่บนหลังคา รอคอยความช่วยเหลืออย่างร้อนใจ

แต่ในตอนที่ฉินเฟิงกำลังจะฝ่ากระแสน้ำมาหาเธอ เด็กผู้ชายที่เพิ่งรอดชีวิตดันตกลงไปในน้ำ สวี่เซี่ยงหลานกระโดดลงไปช่วย แต่กลับเป็นตะคริวอยู่ในน้ำ

ในช่วงเวลาเป็นเวลาตาย ฉินเฟิงกลับไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาหันหัวเรือกลับไปช่วยสวี่เซี่ยงหลานทันที

และในวินาทีนั้นเอง คลื่นลูกใหญ่ก็ซัดเข้ามา หลินชิงเหลียนกับลูกสาวถูกกระแสน้ำพัดกลืนหายไป พอเธอฟื้นขึ้นมา ลูกสาววัยหนึ่งขวบก็หมดลมหายใจไปเสียแล้ว

แต่ที่นอกห้อง ฉินเฟิงกลับกำลังปลอบโยนสวี่เซี่ยงหลานที่กำลังโทษตัวเองอย่างหนัก “อย่าร้องไห้เลย เธอไม่ผิดหรอก เรื่องนี้เธอไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น เธอไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดกับเรื่องนี้เลยนะ”

วินาทีนั้น หลินชิงเหลียนก็หัวเราะออกมา หัวเราะจนตัวสั่นเทิ้ม น้ำตาร่วงหล่นลงมาอย่างบ้าคลั่ง

เธอนั่งนิ่งเป็นหินอยู่ทั้งคืน จากนั้นก็สอดใบหย่าปะปนไปกับใบยินยอมการเผาศพของเสี่ยวหม่าน เพื่อให้ฉินเฟิงเซ็นชื่อ

วันที่จัดงานศพลูกสาว ฉินเฟิงปรากฏตัวแค่แป๊บเดียว ก็ถูกสวี่เซี่ยงหลานรีบร้อนตามตัวไปอีกแล้ว

ส่วนหลินชิงเหลียน หลังจากที่เขาจากไป เธอทำเรื่องสองเรื่อง

เรื่องที่หนึ่ง เธอไปที่สำนักงานเขตเพื่อยื่นใบหย่า ขออนุมัติการหย่าร้าง

เรื่องที่สอง เธอยื่นเรื่องกับหน่วยศิลปากรเพื่อขอรับทุนไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มอสโก เป็นเวลาสามปี

รอให้ทั้งสองเรื่องนี้อนุมัติผ่านเมื่อไหร่ เธอจะจากฉินเฟิงไปทันที จากบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่มาตลอดห้าปีหลังนี้ไปตลอดกาล

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
17 Chapters
บทที่ 1
ชายหนุ่มสวมเครื่องแบบตำรวจสีเขียวขี้ม้าสุดเนี้ยบ ซึ่งยิ่งขับให้เขาที่หล่อเหลาอยู่แล้วดูองอาจผ่าเผยมากยิ่งขึ้น ทว่าหากมองดูดีๆ จะเห็นไรหนวดเขียวครึ้มตรงปลายคางและเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำในดวงตา เป็นความเหนื่อยล้าที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า“เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ยอมบอกฉันล่ะ”สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย น้ำเสียงเจือความตำหนิ เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอแล้วย่อตัวลงนั่งยองๆ อย่างเป็นธรรมชาติ เตรียมจะใส่รองเท้าให้เธอทว่าเท้าของหลินชิงเหลียนกลับหดหนี หลบเลี่ยงการสัมผัสจากเขาเมื่อคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ฉินเฟิงก็ขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับแววตาของหลินชิงเหลียนที่ราบเรียบราวกับน้ำนิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก งานของนายสำคัญกว่า”น้ำเสียงของเธอราบเรียบมาก เธอสวมรองเท้าแล้วลุกขึ้นยืนตรง ดึงใบรายงานการออกจากโรงพยาบาลมาถือไว้แล้วเดินออกไปฉินเฟิงมองแผ่นหลังที่ดูซูบผอมลงไปไม่น้อยของเธอ จู่ๆ หัวใจก็ถูกความรู้สึกกระวนกระวายใจบางอย่างเกาะกุมเขารู้สึกแค่เพียงว่า หลินชิงเหลียน... เหมือนจะมีตรงไหนไม่เหมือนเดิมอีกแล้วเขาเดินตามออกไป มองดูหลินชิงเหลียนจัดการเรื่อ
Read more
บทที่ 2
รถเมล์โยกเยกไปมาจนกระทั่งจอดเทียบป้ายตลอดทาง ฉินเฟิงพยายามจะคุยกับหลินชิงเหลียนหลายครั้ง แต่ก็ถูกเธอพูดแทรกด้วยความเย็นชาตลอดพอถึงบ้าน หลินชิงเหลียนก็เดินตรงดิ่งกลับเข้าห้องไปทันทีมือของฉินเฟิงที่ยื่นออกไปคว้าได้เพียงความว่างเปล่าอีกครั้ง ความหงุดหงิดตีตื้นขึ้นมาในใจ สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ บ้าน ทว่าจู่ๆ ก็ต้องชะงักงันตรงมุมห้อง เสื้อผ้าสกปรกที่เขาถอดทิ้งไว้อย่างรีบร้อนตอนออกจากบ้านเมื่อสัปดาห์ก่อนยังคงวางอยู่ที่เดิม แก้วน้ำที่ดื่มแล้ว หรือแม้แต่มีดโกนหนวดที่วางทิ้งไว้ลวกๆ ก็ยังไม่ได้ถูกนำไปล้างทำความสะอาด ในขณะที่ข้าวของทุกชิ้นของหลินชิงเหลียนกลับสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย ช่างแตกต่างกับข้าวของที่วางระเกะระกะของเขาอย่างสิ้นเชิงราวกับว่า… เป็นเส้นแบ่งเขตแดนที่ขีดเอาไว้อย่างชัดเจนไฟโกรธไร้ที่มาที่ไปโหมกระหน่ำเข้ามา ฉินเฟิงผลักประตูห้องนอนเข้าไป แต่กลับพบว่าบนผนัง รูปงานแต่งที่หลินชิงเหลียนมักจะเช็ดถูจนสะอาดเอี่ยมไร้ฝุ่นอยู่เสมอ ตอนนี้กลับเหลือเพียงแค่กรอบรูปเปล่าๆหัวใจของฉินเฟิงกระตุกวูบ “รูปแต่งงานล่ะ?”เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาที่ยังคงเย็นชาของหลินชิงเหลียน เขาก็ไม่
Read more
บทที่ 3
มีดของชายคนนั้นจ่อเข้าที่คอของหลินชิงเหลียนในฉับพลันปืนของฉินเฟิงเล็งไปที่หัวของชายคนนั้น แววตาแฝงความเย็นชาและเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด “ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!”ชายคนนั้นหัวเราะร่าอย่างกำเริบเสิบสาน พอออกแรงที่มือ เลือดสดๆ ก็ไหลรินไปตามลำคอขาวผ่องของหลินชิงเหลียน “ฉินเฟิง แน่จริงแกก็ยิงฉันให้ตายตอนนี้เลยสิ! ต่อให้ฉันต้องตาย ฉันก็จะลากคนไปลงนรกด้วย! ฉันจะให้แกได้ลิ้มรสความเจ็บปวดของคำว่าบ้านแตกสาแหรกขาดบ้าง!”หลินชิงเหลียนเจ็บจนหน้าซีดเผือด เหงื่อเย็นเฉียบไหลหยดไปตามพวงแก้ม แต่เธอกลับกัดฟันหลุบตาลง ไม่ยอมเผยสีหน้าอ่อนแอออกมาให้เห็นแม้แต่น้อยฉินเฟิงแววตาดุดันเยียบเย็น “ปล่อยคนซะ แกมีเงื่อนไขอะไรก็เสนอมาได้เลย”“พวกแกวางปืนลงก่อน จากนั้นก็…”ชายคนนั้นหัวเราะอย่างเหิมเกริมและชั่วร้าย “ฉันจะให้แก ฉินเฟิง คุกเข่าอ้อนวอนฉัน!”ฉินเฟิงเม้มริมฝีปากแน่น นิ้วที่กำปืนเกร็งแน่นขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็ค่อยๆ ลดมือลง เขาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ตกลง”ขนตาของหลินชิงเหลียนสั่นระริก เธอช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อเห็นเพียงเขายอมโยนปืนทิ้งลงบนพื้นอย่างว่าง่าย จากนั้นก็ค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าสอง
Read more
บทที่ 4
หัวใจของหลินชิงเหลียนคล้ายถูกเข็มทิ่มแทงไปหนึ่งทีสวี่เซี่ยงหลานซ่อนมือไว้ข้างหลัง “ไม่เป็นไรหรอกค่ะอาจารย์ พี่สะใภ้กำลังโมโหอยู่นี่คะ ฉันหนังหนาเนื้อหยาบ ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ”“อธิบายมา!” ฉินเฟิงมองหลินชิงเหลียนด้วยแววตาที่กดข่มไฟโกรธเอาไว้เขาถึงกับไม่ยอมเอ่ยปากถามเธอสักคำ ก็หลงเชื่อคำพูดลอยๆ ของสวี่เซี่ยงหลานไปแล้ว และปักใจเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเธอหลินชิงเหลียนจ้องหน้าเขาเขม็ง “ฉินเฟิง ถ้านายบอกว่า วันที่เกิดน้ำท่วม สวี่เซี่ยงหลานไม่ได้เป็นตะคริวเลยสักนิด หรือแม้กระทั่งปืนที่เธอยิงเมื่อวาน เธอก็จงใจยิงให้พลาด นายจะเชื่อไหมล่ะ?”“หลินชิงเหลียน” ฉินเฟิงกำหมัดแน่น “เธอจะแต่งเรื่องทั้งที ก็หัดแต่งให้มันดูเนียนกว่านี้หน่อยได้ไหม!”แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “ฉันรู้ว่าเธอโกรธฉันเรื่องของเสี่ยวหม่านมาตลอด แต่นี่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้เธอมาพาลใส่ ใส่ร้าย และทำร้ายคนอื่นนะ!”เขาไม่เชื่อเธอหลินชิงเหลียนมองดูผู้ชายตรงหน้าที่คอยปกป้องสวี่เซี่ยงหลานไว้ข้างหลังอย่างแน่นหนา จู่ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกินเธอไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขา จึงตัดสินใจหลับตาลง ไม่มองหน้าเขาอีก
Read more
บทที่ 5
วันรุ่งขึ้น หลินชิงเหลียนอาศัยช่วงพักกลางวัน ไปซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันที่ห้างสรรพสินค้า เพื่อเตรียมนำไปใช้ที่มอสโกเดินดูของไปได้ครึ่งทาง จู่ๆ เธอก็พบว่าฉินเฟิงกำลังยืนเป็นเพื่อนสวี่เซี่ยงหลานอยู่ในโซนเสื้อผ้าสตรี สวี่เซี่ยงหลานลองสวมชุดกระโปรงสีแดงสดใส โดยมีฉินเฟิงมองดูด้วยสายตาชื่นชมเธอดึงสายตากลับมาเตรียมจะเดินหนี แต่สวี่เซี่ยงหลานกลับตาไวหันมาเห็นเธอเข้าเสียก่อน “พี่สะใภ้!”ฉินเฟิงหันมามองตามเสียง แววตาวูบไหวด้วยความประหม่าเล็กน้อย แต่ก็ยังรีบก้าวเดินเข้ามา แล้วดึงตัวเธอเข้าไปหาสวี่เซี่ยงหลานหมุนตัวโชว์ต่อหน้าหลินชิงเหลียน แววตาเต็มไปด้วยความท้าทายและมุ่งร้าย “ชุดสีแดงที่พี่เฟิงเลือกให้ฉัน สวยไหมคะ?”ฉินเฟิงรีบอ้าปากอธิบาย “ชิงเหลียน คือชุดนี้มัน…”“ไม่ต้องอธิบายหรอก” หลินชิงเหลียนพูดแทรกเขา “ฉันไม่ได้สนใจ ฉันมีธุระ ขอตัวก่อนนะ”เธอหันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงของหักร้าวดังมาจากเหนือศีรษะหลินชิงเหลียนเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นคานไม้เก่าๆ บนเพดานหลุดร่วงลงมา และกำลังพุ่งหล่นลงมาตรงจุดที่พวกเขาสามคนยืนอยู่อย่างจัง!“ระวัง!”ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้คนรอ
Read more
บทที่ 6
หลินชิงเหลียนขมวดคิ้ว “เธอกำลังพูดเรื่องอะไร?”สวี่เซี่ยงหลานพุ่งพรวดเข้ามา รอยฝ่ามือบนใบหน้าแดงเถือก ใต้ตายังมีคราบน้ำตาเกาะอยู่ “พี่สะใภ้ ทำไมพี่ถึงต้องฉวยโอกาสตอนที่อาจารย์ไปเข้าห้องน้ำเผาเอกสารทิ้งด้วย พี่รู้ไหมว่าเพื่อคดีนี้ ขนาดตอนที่อาจารย์นอนอยู่โรงพยาบาลก็ยังไม่ได้พักผ่อนเลย เอาแต่ตามหาเบาะแสมาตลอด”“ในแฟ้มคดีมีภาพสเกตช์ของคนร้ายอยู่ พี่รู้ไหมว่ามันเป็นเบาะแสที่สำคัญมากขนาดไหน!”“ฉันไม่ได้ทำ” หลินชิงเหลียนแววตาเย็นเยียบ “สวี่เซี่ยงหลาน ฉันอยู่ในห้องตลอดไม่ได้ออกไปไหนเลย เธอกำลังใส่ร้ายฉัน…”“นี่เธอจะบอกว่าเซี่ยงหลานเผาแฟ้มคดีเองเพื่อใส่ร้ายเธองั้นหรอ?”ฉินเฟิงน้ำเสียงเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เธอรู้บ้างไหมว่าเซี่ยงหลานทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายให้คดีนี้ไปมากแค่ไหน เธออดหลับอดนอนอยู่ที่สถานีติดต่อกันตั้งหลายวัน ก็เพื่อที่จะลากตัวคนร้ายออกมาให้ได้เร็วๆ!”“หลินชิงเหลียน ฉันรู้ว่าเธอเก็บเอาเรื่องของเซี่ยงหลานมาคิดเล็กคิดน้อยตลอด แถมยังโทษฉันเรื่องเสี่ยวหม่านมาตลอดด้วย แต่เธอไม่ควรเอาความปลอดภัยของสังคมมาล้อเล่นนะ!”หลินชิงเหลียนสะท้านไปทั้งร่าง เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา แวว
Read more
บทที่ 7
หลินชิงเหลียนดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง เธอกัดมือของผู้ชายคนที่ปิดปากเธอไว้เพื่อร้องขอความช่วยเหลือ แต่เสียงร้องนั้นกลับถูกกลืนหายไปท่ามกลางสายฝนชายคนนั้นทาบทับลงบนร่างของเธอ อุดปากเธอไว้ แล้วใช้เชือกมัดเธอเอาไว้เขากระชากฉีกเสื้อผ้าของเธออย่างบ้าคลั่ง ข้างมือยังมีเครื่องมืออย่างมีดและขวานวางอยู่น้ำฝนสาดกระหน่ำใส่ดวงตาของหลินชิงเหลียนอย่างหนักหน่วง เธอพยายามลืมตามองผู้ชายที่มีแววตากระหายเลือดตรงหน้าอย่างยากลำบาก ในใจเต็มไปด้วยความสิ้นหวังเธอรู้ดีว่าตัวเองกำลังจะถูกย่ำยี และหลังจากนั้นก็ต้องตายแต่เธอไม่ยินยอม เธอเพิ่งจะตัดสินใจก้าวออกมาจากชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลว เธอกำลังเตรียมตัวเริ่มต้นชีวิตใหม่ เธอไม่ยอมตายไปแบบนี้หรอกนะหลินชิงเหลียนดิ้นรนอย่างสุดชีวิต ชายคนนั้นกดร่างเธอเอาไว้ ฝ่ามือและหมัดกระหน่ำฟาดลงบนตัวเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างโหดเหี้ยมมุมปากของหลินชิงเหลียนมีเลือดรินไหล เธอมองดูผู้ชายคนนั้นถอดกางเกงออกด้วยความสิ้นหวัง…และในตอนนั้นเอง เสียงปืนก็ดังขึ้นจากที่ไกลๆการกระทำของชายคนนั้นชะงักไป วินาทีต่อมา ในแววตาของเขาก็วูบผ่านความเหี้ยมโหด เขาคว้าขวานขึ้นมาแล้วสับลงบนหัวของห
Read more
บทที่ 8
ในห้องประชุมของสถานีตำรวจ ฉินเฟิงและเพื่อนร่วมงานที่ร่วมไขคดีในครั้งนี้ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน กำลังรับมอบรางวัลและให้สัมภาษณ์ไมโครโฟนของนักข่าวถูกยื่นไปตรงหน้าของฉินเฟิง “ผู้กองฉินคะ การที่สามารถจับกุมคนร้ายในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องได้รวดเร็วขนาดนี้ ไม่ทราบว่าคุณมีอะไรอยากจะกล่าวบ้างไหมคะ?”ฉินเฟิงเงียบไปหลายวินาที “ที่สามารถจับกุมคนร้ายได้เร็วขนาดนี้ในครั้งนี้ นอกจากจะต้องขอบคุณความทุ่มเทและหยาดเหงื่อแรงกายของทีมงานแล้ว ยังต้องขอขอบคุณภรรยาของผมเป็นพิเศษด้วยครับ เป็นเพราะเธอยอมเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตราย ถึงได้ช่วยป้องกันไม่ให้มีเหยื่อรายต่อไปเกิดขึ้น”ตอนที่พูดประโยคนี้ โทรศัพท์ในห้องทำงานของฉินเฟิงก็ดังขึ้นหลายรอบ แต่กลับไม่มีใครสังเกตเห็นพอพิธีมอบรางวัลจบลง ฉินเฟิงก็ถือเหรียญรางวัลแล้วก้าวยาวๆ เดินออกไปข้างนอกทันทีสวี่เซี่ยงหลานดึงแขนเสื้อของเขาเอาไว้ “อาจารย์คะ ครั้งนี้ไขคดีใหญ่ได้ขนาดนี้ พวกเราไปจัดงานเลี้ยงฉลองให้ชื่นใจกันหน่อยดีไหมคะ!”เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ในทีมก็ส่งเสียงเชียร์สนับสนุน ทุกคนล้วนหน้าตาเบิกบานไปด้วยความภาคภูมิใจแต่ฉินเฟิงกลับขมวดคิ้ว ในหัวของเขาเต็มไปด้วยภ
Read more
บทที่ 9
จากนั้น ฉินเฟิงก็ถอดหมวกตำรวจออก แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงโค้งงอลงเล็กน้อยชายหนุ่มค่อยๆ ก้มศีรษะที่เคยเชิดสูงมาตลอดลง ฝังดวงตาทั้งสองข้างลงในฝ่ามือ ของเหลวอุ่นๆ ร่วงหล่นลงบนฝ่ามือหลินชิงเหลียน หย่ากับเขาแล้วเธอไม่เอาเขาแล้วเธอ วางแผนเอาไว้ล่วงหน้าแล้วความตระหนักรู้นี้ราวกับแมลงมีพิษที่ชอนไชไปทุกอณู กัดกินหัวใจของเขาอย่างบ้าคลั่ง นำมาซึ่งความเจ็บปวดที่แสนสาหัสและต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนเขาลุกพรวดขึ้นมาอีกครั้ง คว้าหมวกตำรวจมาสวม แล้วก้าวเดินออกไปอย่างหนักแน่นฉินเฟิงขับรถมาที่สำนักงานเขต และได้รับใบหย่ามาเขามองเจ้าหน้าที่ตรงหน้า เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “สหายครับ สหายหลินมาทำเรื่องขอหย่าตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ แล้วตอนนั้น... สภาพของเธอเป็นยังไงบ้างครับ?”เจ้าหน้าที่นึกย้อนไปครู่หนึ่ง “ฉันค่อนข้างประทับใจสหายหลินเลยค่ะ เธอมาเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ตอนนั้นเธอใส่ชุดสีดำ ที่แขนติดดอกไม้สีขาว ตาบวมเป่งเพราะร้องไห้ น่าจะ... มีญาติเสียชีวิตน่ะค่ะ”ฉินเฟิงนึกถึงวันฝังศพของเสี่ยวหม่านขึ้นมาทันที วันนั้นเธอสวมชุดสีดำ ติดดอกไม้สีขาว เอาแต่ร้องไห้อยู่หน้าป้ายวิญญาณของเสี่ยวหม่าน น้ำตาไหลรินไ
Read more
บทที่ 10
“วิ้ง” เสียงดังขึ้นในหัว สมองของฉินเฟิงขาวโพลนไปหมดเขามองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ “คุณบอกว่า เธอไปไหนนะครับ?”หัวหน้าเจียงยังคงไร้ซึ่งสีหน้าใดๆ “มอสโก ชิงเหลียนเป็นคนยื่นเรื่องขอไปเอง”เธอชะงักไปครู่หนึ่ง มองดูสภาพจิตใจที่แตกสลายของฉินเฟิง รอยยิ้มมุมปากเย็นชา “ผู้กองฉิน ตอนที่ชิงเหลียนยื่นเรื่อง ท่าทีของเธอเด็ดเดี่ยวมาก เธอบอกว่าไม่อยากอยู่ที่สถานที่ที่เต็มไปด้วยความเสียใจแห่งนี้อีกแล้ว ฉันคิดว่า เธอคงไม่อยากเห็นหน้าคุณแล้วล่ะ”ไม่อยากเห็นหน้าเขา!คำพูดสั้นๆ ไม่กี่คำ ราวกับมีดสั้นอาบน้ำแข็ง ที่แทงทะลุเข้ากลางอกของฉินเฟิงอย่างจัง เจ็บปวดจนแม้แต่ลมหายใจก็ยังสั่นสะท้าน“ผู้กองฉิน กลับไปเถอะค่ะ”เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก้าวเข้ามา ฉินเฟิงหน้าซีดเผือด หันหลังเดินจากไปเขานั่งอยู่ในรถ มือสั่นเทาขณะจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบมวนหนึ่งมองดูประตูใหญ่ของหน่วยศิลปากร ภาพการเดตครั้งแรกของพวกเขาสองคนหลังจากการดูตัวก็สว่างวาบขึ้นมาในหัววันนั้น เขาขอลาหยุด พากันไปดูหนัง แล้วก็ไปกินข้าวที่ร้านอาหารของรัฐ ไปซื้อของที่ร้านสหกรณ์ สุดท้ายเขาก็ขับรถมาส่งเธอที่หน่วยศิลปากรตอนที่ลงจากรถ จู่ๆ เธอก็
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status