เข้าสู่ระบบฝนตกหนักตั้งแต่บ่ายสามโมงกว่า เม็ดฝนกระหน่ำลงบนหลังคาเหล็กของอาคารคณะเศรษฐศาสตร์จนดังก้องเหมือนเสียงกลองรัวไกล ๆ นีรชายืนหลบฝนใต้ชายคาตึกนานกว่าครึ่งชั่วโมง รองเท้าผ้าใบสีขาวเปียกชุ่มจนรู้สึกหนาวเย็นซึมขึ้นมาถึงข้อเท้า เธอมองนาฬิกาข้อมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ห้าทุ่มกว่าแล้ว แต่เธอยังไม่กล้าก้าวออกจากที่กำบัง เธอรู้ดีว่าห้องทำงานของอาจารย์รวิศยังเปิดไฟอยู่ชั้นสาม แสงสีเหลืองนวลลอดออกมาจากหน้าต่างบานเดียวที่ยังไม่ปิดม่าน
เธอสูดหายใจลึก กลิ่นดินเปียกผสมกลิ่นฝุ่นจากพื้นคอนกรีตโบกขึ้นจมูก เธอเดินฝ่าฝนไปที่ทางเข้าหลักของตึก ฝนสาดเข้าหน้าและไหลลงตามคอเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีครีมที่เธอเลือกมาโดยเฉพาะ เนื้อผ้าบางติดเนื้อจนเห็นเส้นโค้งของเนินอกและหัวนมที่แข็งชูชันจากความหนาว เธอไม่สนใจอีกต่อไป เธอรู้ว่าคืนนี้เธอไม่ได้มาเพื่อขอคำปรึกษาวิชาการอย่างเดียวอีกแล้ว ลิฟต์ในตึกเก่าเคลื่อนตัวช้า ๆ เสียงเฟืองดังเอี๊ยด ๆ ราวกับจะหยุดทุกชั้น นีรชายืนมองตัวเองในกระจกเงาที่มีรอยด่าง เสื้อเปียกแนบเนื้อจนเห็นสีผิวขาวนวลใต้เนื้อผ้า ผมเปียกสยายลงมาปิดแก้มข้างหนึ่ง เธอใช้มือปัดผมออก แล้วยิ้มให้ตัวเองในกระจก รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มของนักศึกษาปีสองที่กำลังมาขอคำปรึกษาจสกอาจารย์ มันเป็นรอยยิ้มของคนที่รู้ว่าตัวเองกำลังก้าวข้ามเส้นบางอย่าง ประตูห้องพักอาจารย์ชั้นสามเปิดค้างไว้เล็กน้อย แสงไฟจากโคมตั้งโต๊ะสีเหลืองนวลลอดออกมาเป็นเส้นบาง ๆ นีรชาเดินเข้าไปโดยไม่เคาะประตู เธอปิดประตูเบา ๆ จนเสียงกลอนดังกริ๊ก รวิศนั่งอยู่หลังโต๊ะเหมือนทุกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้ก้มหน้ากับเอกสาร เขานั่งหลังตรง มือวางบนโต๊ะทั้งสองข้าง สายตายกขึ้นมองเธอตั้งแต่ก้าวแรกที่เธอเข้ามา “เปียกอีกแล้ว” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ ไม่มีคำทักทาย ไม่มีคำถาม แต่คำพูดนั้นฟังดูเหมือนคำตำหนิมากกว่าความห่วงใย นีรชายืนนิ่งตรงหน้าประตู น้ำฝนหยดลงพื้นไม้เป็นจุด ๆ เล็ก ๆ เธอมองเขาแล้วตอบเบา ๆ “หนูวิ่งฝ่าฝนมาค่ะ... รายงานแก้ไขเสร็จแล้ว อยากให้อาจารย์ช่วยดูหน่อย” เธอเดินไปวางเอกสารลงบนโต๊ะ มือสั่นเล็กน้อยจากความหนาวและจากความตื่นเต้นที่กำลังก่อตัวในอก เธอรู้ว่าเสื้อเชิ้ตเปียกแนบเนื้อจนเห็นเสื้อชั้นในสีดำบาง ๆ ชัดเจน หัวนมแข็งชูชันจนเห็นเป็นจุดนูนผ่านเนื้อผ้าสองชั้น เธอไม่ยกมือขึ้นปิด ไม่ถอยหลัง เธอยืนให้เขามองเต็ม ๆ รวิศมองเธอไม่หลบ สายตาเขาลอยลงไปที่เนินอกที่ขึ้นลงตามลมหายใจถี่ของเธอ เนื้อผ้าเปียกแนบจนเห็นสีผิวและเส้นโค้งอวบอิ่มที่เคลื่อนไหวทุกครั้งที่เธอหายใจ เขาเห็นหัวนมที่แข็งเป็นไตชัดเจนผ่านเนื้อผ้า เขาไม่พูดอะไร แต่เขาลุกขึ้นช้า ๆ เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่จากชั้นวางข้างโต๊ะ แล้วยื่นให้เธอ “เช็ดตัวก่อน” เขาพูด “ไม่อย่างนั้นเธอจะเป็นหวัด” นีรชารับผ้าเช็ดตัวจากมือเขา นิ้วเธอแตะนิ้วเขาเบา ๆ โดยไม่ตั้งใจ แต่ทั้งคู่รู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่วิ่งผ่านจุดสัมผัสนั้น เธอเริ่มเช็ดผมก่อน แล้วเลื่อนลงมาเช็ดคอและไหล่ แต่เมื่อเช็ดเนินอก ผ้าเช็ดตัวถูผ่านเนื้อผ้าเปียก เสื้อเชิ้ตแนบเนื้อมากขึ้น เธอรู้ว่าเขามองอยู่ เธอเช็ดช้า ๆ จงใจให้เนินอกเคลื่อนไหวตามการถูของผ้า หัวนมถูไถกับเนื้อผ้าจนแข็งชูชันยิ่งขึ้น รวิศยืนนิ่ง มือกุมขอบโต๊ะแน่นเพื่อกลบอาการที่กำลังปั่นป่วนในอก เขาเห็นทุกอย่าง แต่เขาไม่ขยับ เขาแค่ยืนมองเธอด้วยสายตาที่ร้อนแรงขึ้นทุกวินาที นีรชาเช็ดตัวเสร็จ เธอวางผ้าเช็ดตัวลงบนโต๊ะ แล้วเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ตรงข้ามเขา ขาไขว่ห้างช้า ๆ กระโปรงพลิ้วขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนที่ยังมีหยดน้ำฝนเกาะอยู่ “อาจารย์คะ... หนูเปียกหมดแล้วจริง ๆ” เธอพูดเบา ๆ แต่เสียงนั้นแฝงความยั่วเย้า รวิศนั่งลงช้า ๆ มือเขาจับขอบโต๊ะแน่นขึ้น เขาไม่ตอบ แต่สายตาเขาจับจ้องเธอเต็ม ๆ “ฉันเห็นแล้ว” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ คำพูดนั้นทำให้อากาศในห้องร้อนขึ้นทันที นีรชาหายใจถี่ขึ้น เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย แต่แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาเธอเป็นประกาย “อาจารย์... ถ้าห้องนี้ไม่มีกล้องจริง ๆ ... อาจารย์จะทำยังไงคะ” รวิศไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขายกมือขึ้นช้า ๆ วางที่พนักเก้าอี้ข้างหลังเธอ ล้อมเธอไว้โดยไม่แตะต้องตัว “ถ้าไม่มีกล้อง... ฉันอาจจะไม่ปล่อยให้เธอเปียกอยู่อย่างเดียว” นีรชายิ้มจาง ๆ ดวงตาเธอเป็นประกาย “งั้น...หนูอยากรู้ว่าอาจารย์จะทำยังไง” ห้องเงียบลง มีแต่เสียงฝนตกหนักข้างนอก และเสียงหัวใจทั้งคู่ที่เต้นรัวไม่หยุด หลังจากนั้นไม่นาน ฝนเริ่มซา แต่ทั้งคู่ยังนั่งอยู่ตรงนั้น รวิศหยิบเอกสารของเธอขึ้นมาดูต่อ เขาอ่านช้า ๆ อธิบายจุดที่ผิดพลาดให้ฟัง แต่เสียงเขาต่ำลงเรื่อย ๆ ราวกับกำลังกลั้นอะไรบางอย่างไว้ นีรชานั่งฟัง แต่เธอขยับตัวเข้าใกล้เขาเล็กน้อย เนินอกเคลื่อนไหวตามลมหายใจ เนื้อผ้าเปียกยังแนบเนื้อจนเห็นเส้นโค้งชัดเจน เขาหยุดอธิบายครู่หนึ่ง สายตาเขาจับจ้องเธออีกครั้ง “เธอเข้าใจแล้วใช่ไหม” เขาถาม นีรชาพยักหน้า “หนูเข้าใจแล้วค่ะ... แต่อาจารย์... หนูยังมีคำถามอีกเยอะเลย” รวิศยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นรอยยิ้มนั้น “ถามมา” แต่คำถามที่เธอถามต่อไปไม่ใช่เรื่องวิชาการอีกต่อไป เธอถามเบา ๆ “อาจารย์เคย... รู้สึกอะไรแบบนี้กับนักศึกษาคนอื่นไหมคะ” รวิศนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วตอบช้า ๆ เธอไม่จำเป็นต้องอธิบายว่ากำลังหมายถึงอะไร เพราะเขารู้ “ไม่เคย” คำตอบนั้นทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้น เธอก้มหน้าลง แต่แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมองเขา “แล้ว... กับหนูล่ะคะ” รวิศไม่ตอบ แต่เขาลุกขึ้น เดินไปปิดไฟหลักในห้อง เหลือแต่แสงจากโคมตั้งโต๊ะสีเหลืองนวล ห้องมืดลงทันที แต่ยังพอเห็นกันได้ชัดเจน เขาเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้เดิม แต่คราวนี้เขาเลื่อนเก้าอี้เข้าใกล้เธอมากขึ้น “กับเธอ...” เขาพูดเสียงต่ำ “ฉันไม่อยากล้ำเส้น” นีรชาหายใจถี่ขึ้น เธอขยับตัวเข้าใกล้เขา จนขาเธอแตะขาเขาเบา ๆ ทั้งคู่เงียบไปอีกครู่ มีแต่เสียงฝนที่ยังตกไม่หยุด และเสียงหายใจของทั้งคู่ที่ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ รวิศเดินไปเปิดไฟหลักอีกครั้ง แล้วพูดเสียงปกติ “กลับหอเถอะ... ฝนหยุดแล้ว” นีรชาพยักหน้า เธอลุกขึ้น จัดเสื้อผ้า แล้วเดินออกจากห้องไป แต่ก่อนปิดประตู เธอหันกลับมามองเขา “อาทิตย์หน้าหนูจะมาอีกนะคะ... อาจารย์” รวิศพยักหน้า “ฉันรอ” ประตูปิดลง เธอเดินลงบันไดด้วยขาที่สั่นเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก เธอรู้ว่าคืนนี้เป็นจุดเปลี่ยน และเธอรู้ว่าเขาเองก็รู้เช่นกัน วันจันทร์ถัดมา นีรชาต้องเข้าเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาค 2 กับอาจารย์รวิศอีกครั้ง เธอมาถึงห้องเรียนก่อนเวลาสิบนาที นั่งแถวหน้าสุดตรงกลางห้อง ใกล้โต๊ะอาจารย์มากที่สุด เธอสวมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีขาวปกติ แต่กระดุมเม็ดบนไม่ได้ติด ร่องอกลึกเล็กน้อย กระโปรงพลีทยาวปกติ แต่เธอเลือกนั่งไขว่ห้างให้ขาเรียวยาวโผล่ออกมามากขึ้น รวิศเดินเข้ามาในห้องเรียนตอนเริ่มคาบเป๊ะ เขาแต่งตัวเรียบร้อยเหมือนทุกครั้ง เสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อน กางเกงสแลคสีดำ แว่นบางวางบนโต๊ะ เขาเริ่มสอนโดยไม่มองเธอตรง ๆ แต่เธอรู้ว่าเขารู้ว่าเธอนั่งอยู่ตรงไหน ระหว่างสอน เขาเดินไปเดินมาหน้าห้อง ทุกครั้งที่เดินผ่านหน้าเธอ สายตาเขาจะเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง แววตานั้นสั้นมาก แต่ร้อนแรงจนเธอรู้สึกเหมือนถูกไฟลวก นีรชานั่งนิ่ง แต่เธอขยับตัวเล็กน้อยทุกครั้งที่เขาผ่านหน้า เนินอกเคลื่อนไหวตามการหายใจ เนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตบาง ๆ ถูไถกับผิวเธอ รวิศเห็น แต่เขาไม่หยุดสอน เขาพูดต่อไปเรื่อย ๆ เกี่ยวกับเรื่อง elasticity และการกระจายภาระภาษี เสียงเขานิ่ง สุขุม แต่เธอรู้ว่าเขากำลังกลั้นอะไรบางอย่างไว้ กลางคาบ เขาเรียกชื่อเธอขึ้นไปตอบคำถาม “นีรชา... เธอคิดว่าการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจะทำให้เกิด deadweight loss มากน้อยแค่ไหนในตลาดที่มีความยืดหยุ่นต่ำ” นีรชาลุกขึ้นยืน ขาเรียวยาวสั่นเล็กน้อย เธอตอบคำถามได้ถูกต้อง แต่เสียงเธอสั่นนิด ๆ เพราะรู้ว่าเขากำลังมองเธอเต็ม ๆ สายตาเขาจับจ้องเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ผ่านเนินอกที่ขึ้นลงตามลมหายใจถี่ของเธอ ผ่านกระโปรงที่พลิ้วตามการยืนของเธอ เธอตอบเสร็จแล้วนั่งลง หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก เธอรู้ว่าเขากำลังมองเธออยู่แม้จะหันหลังไปเขียนกระดานแล้ว ตลอดคาบเรียนที่เหลือ ทั้งคู่ไม่สบตากันตรง ๆ แต่ทุกครั้งที่เขาหันหน้ามาห้อง สายตาเขาจะหาเธอโดยไม่รู้ตัว และทุกครั้งที่เธอขยับตัว สายตาเธอจะหาเขาโดยไม่รู้ตัว เมื่อคาบเรียนจบ นักศึกษาคนอื่น ๆ ลุกขึ้นเดินออกจากห้อง นีรชานั่งนิ่ง เธอรอจนห้องเกือบว่าง แล้วค่อยเก็บของช้า ๆ รวิศยังยืนอยู่หน้าห้อง มือกุมปากกาแน่น เขาหันมามองเธอ “อาทิตย์หน้าพฤหัสบดี... มาหาฉันเหมือนเดิม” นีรชาพยักหน้า เธอลุกขึ้น เดินออกจากห้องไป แต่ก่อนออกจากประตู เธอหันกลับมามองเขา “ค่ะอาจารย์... หนูจะไป” เธอเดินออกไป ทิ้งให้เขายืนนิ่งในห้องเรียนว่างเปล่า มือเขาจับขอบโต๊ะแน่นจนข้อนิ้วซีด เขารู้ว่าความเงียบระหว่างทั้งคู่กำลังจะแตกสลายในไม่ช้าบ่ายวันศุกร์ที่ท้องฟ้าเหนือเมืองเหนือมืดครึ้ม หยาดฝนเริ่มโปรยปรายลงมากระทบหน้าต่างกระจกของห้องทำงานส่วนตัวบรรยากาศคุ้นตา เสียงเข็มนาฬิกาบนฝาผนังเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางกองสมุดตรวจคำตอบและตำราเศรษฐศาสตร์มหภาคที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ รวิศในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมคอเม็ดบน นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ สายตาคู่คมหลังกรอบแว่นสายตาจดจ้องตัวเลขคะแนนสอบมิดเทอมที่ต่ำกว่าเกณฑ์ของเหล่านักศึกษา บรรยากาศรอบกายช่างคล้ายคลึงกับเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนในเมืองหลวง... เหตุการณ์ที่เด็กสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาเปลี่ยนชีวิตเขาจนพังทลาย ก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังกังวานขึ้น รวิศขยับแว่นตาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตด้วยน้ำเสียงสุขุม “เข้ามาครับ” บานประตูไม้เปิดออกช้า ๆ ทว่าผู้ที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่ภาพจำเดิม ๆ ของเด็กสาวผู้เรียบร้อยและมีตื่นกลัว แต่เป็น ‘มนัสวี' นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ เธอมาในลุคสาวมั่นผมสั้นประบ่าทำสีประกายทองหม่น เสื้อนักศึกษาตัวสั้นและรัดติ้วจน
สายลมหนาวของจังหวัดเชียงใหม่พัดกรรโชกผ่านหน้าต่างกระจกของร้าน Rainy Corner อีกครั้ง ทว่าค่ำคืนนี้ไม่มีเสียงดนตรีแจ๊สคลอเคล้า หรือเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กสาวในชุดนักศึกษาเหมือนวันวาน มีเพียงความเงียบงันและเงาร่างของรวิศที่นั่งนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ ช่วงสามเดือนแรกหลังจากหันหลังกลับมาจากรังรักของนีรชาที่สุขุมวิท โลกของอดีตอาจารย์หนุ่มเกือบจะดิ่งลงสู่นรกอีกรอบ ความจริงที่ได้รู้ว่านีรชาแปรสภาพกลายเป็น ‘โสเภณีออนไลน์’ ในแอปสีดำอย่างเต็มใจ มันตามมาหลอกหลอนเขาในทุกค่ำคืน ชายหนุ่มปล่อยให้น้ำเมาไหลผ่านลำคอเพื่อดับความฟุ้งซ่าน บ่อยครั้งที่เขามองมือตัวเองแล้วนึกถึงรอยเข็มขัดและคราบเลือดบนตัวเธอด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่ลูกผู้ชายอย่างรวิศ... ไม่ยอมตายซากเพราะตัณหาลวงตาเป็นหนที่สอง หลังจากผ่านพ้นช่วงมืดมิดมาค่อนปี ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกแล้วตัดสินใจสะบัดโคลนตม ทิ้งไปอย่างเด็ดขาด เงินเก็บจากคาเฟ่และการสอนพิเศษออนไลน์ที่เริ่มพุ่งสูงขึ้น กลายเป็นทุนรอนให้เขาเริ่มมองหาเส้นทางทวงคืนเกียรติยศที่เคยถูกริบไปจากกรณีอื้อฉาวชู้สาวกับลูกศิ
หนึ่งปีเต็ม... ที่ชื่อของ Madam Secret หายสาบสูญไปจากระบบนิเวศอันโสมมของแอปพลิเคชันสีดำ หน้าฟีดที่เคยร้อนแรงเงียบสนิท บัญชีลับร้างไร้การเคลื่อนไหว แฟนคลับและสมาชิกกลุ่มลับนับหมื่นคนต่างพากันถอดใจและคิดว่าดาวเด่นคนนี้คงหันหลังให้วงการกามารมณ์ออนไลน์ไปอย่างถาวรแล้ว ทว่าในความเป็นจริง บาดแผลทางกายและจิตใจที่ถูกอดีตสามีสลักทิ้งไว้ในค่ำคืนนั้นต้องใช้เวลารักษาเนิ่นนาน ร่องรอยเข็มขัดจางหายไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับความหวาดกลัวที่ค่อย ๆ ถูกความขัดสนและกิเลสตัณหาทางโลกเข้ากัดกินจนเกลี้ยงเกล้า เงินในบัญชีที่ร่อยหรอและรสสวาทอันดิบเถื่อนที่ฝังลึกในกมลสัญชาตญาณ ปลุกให้เสือสาวที่เคยบาดเจ็บตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นีรชานั่งอยู่หน้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องพักขนาดย่อม นิ้วเรียวเลื่อนเมาส์เปิดไฟล์วิดีโอตัวเต็มที่เธอเคยเซฟเก็บไว้จากกล้องสมาร์ตโฟนในคืนวันศุกร์แห่งความทรงจำ... คลิปวิดีโอความยาวเกือบชั่วโมงที่บันทึกภาพตัวหญิงสาวถูกกักขัง ถูกย่ำยี และถูกลงทัณฑ์ด้วยความป่าเถื่อนของชายหนุ่มสวมหน้ากากผ้าสีดำที่ชื่อรวิศ หญิงสาวใช้เวลาตัดต่ออย
เมื่อเรือนร่างของมาดามสาวฉ่ำเยิ้มและบวมเจ่อไปด้วยไฟราคะ ชายทั้งสามคนก็ปลดเปลื้องท้อนเอ็นที่แข็งขึงเต็มที่ออกมารายล้อมรอบกายเธอ แก่นกายใหญ่โตสามแท่งปูดโป่งไปด้วยเส้นเลือดตัณหาพร้อมขย้ำเหยื่อสาว “อึก... อื้อออ!” ชายคนแรกจับแก่นกายร้อนจัดกระแทกอัดสวนเข้าใส่ปากอุ่นของนีรชา บังคับให้เธอต้องอมรูดเข้าออกสุดโคนจนน้ำตาเล็ด ขณะเดียวกัน ชายคนที่สองขยับเข้าซ้อนท้าย จับสะโพกมนผายยกขึ้นสูงในท่าคลานเข่า แล้วกดกระแทกดุ้นเอ็นขนาดใหญ่เข้าสู่ช่องทางรักที่คับแน่นจากทางด้านหลังในคราเดียว! “อ๊างงงงงง! อ๊าาา! ทั้งเสียวทั้งเจ็บ... อื้อออ!" นีรชาครางเสียงหลง แผ่นหลังบางแอ่นหยัดตามแรงกระทุ้งที่หนักหน่วง จังหวะตอกอัดดัง ตับ! ตับ! ตับ! สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วห้อง แสงไฟนีออนจับภาพมุมกว้างเห็นภาพร่างระหงถูกรุมย่ำยีอย่างสิ้นท่า ยิ่งไปกว่านั้น ชายคนที่สามยังขยับเข้ามาแทรกตรงช่องว่าง ใช้นิ้วหนาแกร่งและของเล่นบดขยี้จุดซ่อนเร้นส่วนหน้าประสานไปพร้อมกัน เป็นบทเซ็กส์หมู่ที่รุนแรงและสลับสับเปลี่ยนหน้าที่กันอย่างเป็นงาน “ซี๊ดดด... แน่นฉิบหาย...เหมื
แสงไฟสีม่วงนีออนยังคงทำหน้าที่สาดส่องความบิดเบี้ยวบนเตียงนอนหนา รวิศค่อย ๆ ถอนแก่นกายที่แข็งจัดออกจากช่องทางรักที่บวมช้ำจนขึ้นสีแดงจัด ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งช้างเตียง ลมหายใจยังคงหอบกระชั้นทว่าความดุดันและไฟโทสะที่เคยโหมกระพือกลับเริ่มมอดดับลง เหลือเพียงความเงียบงันและความจริงอันน่าสมเพชที่ปรากฏตรงหน้า เขากวาดสายตามองร่างระหงของอดีตเมียเด็กที่นอนคว่ำหน้าแน่นิ่ง มีเพียงแผ่นหลังบางที่ขยับไหวตามแรงสะอื้นไห้อย่างหนัก ข้อมือทั้งสองข้างที่ถูกพันธนาการไว้กับหัวเตียงเหล็กขึ้นรอยถลอกแดงก่ำ ที่น่าเวทนาที่สุดคือต้นขาเนียนผุดผาดที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยเข็มขัดหนาหน่วง บางจุดปริแตกจนมีหยาดเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาเป็นทางยาว นีรชาหมดสิ้นเรี่ยวแรงจะดิ้นรน หล่อนทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลทะลักออกมาจนเปียกชุ่มผ้าไหมที่พันปิดปากไว้ ความแสบร้อนจากบาดแผลทั่วเรือนร่างแล่นริ้วเข้าสู่สมองทุกครั้งที่ขยับกาย ทุกอย่างมันน่ากลัวและดิบเถื่อนจนเกินกว่าที่เด็กสาวคนหนึ่งจะรับไหว รวิศนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อได้สติ ชายหนุ่มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปแก้ปมผ้าพันคอที่มัดปิดปากเธอออกช้า
⚠️ Trigger Warning: ตอนนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Non-con (การร่วมเพศโดยไม่ยินยอม), การกักขังหน่วงเหนี่ยวด้วยกุญแจมือ และการทำร้ายร่างกาย มีการบรรยายถึงความรุนแรงอย่างชัดเจน ผู้อ่านที่ไม่สะดวกใจกับประเด็นการล่วงละเมิดและความรุนแรง กรุณาหลีกเลี่ยงการอ่านตอนนี้ค่ะ เธอถูกทอดทิ้งให้นอนคว่ำหน้าอยู่ในท่วงท่าที่น่าอัปยศ ข้อมือทั้งสองข้างยังคงถูกมัดตรึงแน่นหนาด้วยเชือกหนังกับหัวเตียงเหล็กดัด เสียดสีจนผิวเนียนขึ้นรอยแดงซ้ำ หยาดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลรินอาบสองแก้มทะลักผ่านขอบหน้ากากลูกไม้สีดำสนิทที่ยังคงสวมใส่อยู่ ความหวาดกลัวในความดิบเถื่อนของอดีตคนรักเกาะกุมจิตใจจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับกาย ไม่นานนัก เสียงฝักบัวในห้องน้ำก็เงียบลง รวิศก้าวเดินกลับออกมาในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่า สายตาคู่คมวาวโรจน์จับจ้องเรือนร่างของอดีตเมียเด็กด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและต้องการครอบครอง ชายหนุ่มเริ่มเดินสำรวจรอบห้องนอนสลัวที่ถูกย้อมด้วยแสงไฟสีม่วงนีออน เขากวาดสายตามองไปทั่วจนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้าบิวต์อิน มือหนากระชากบานป
คืนวันศุกร์ที่ฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสายราวกับฟ้าจะร่ำไห้ให้โลกทั้งใบ นีรชายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูห้องทำงานของอาจารย์รวิศอีกครั้ง เวลาล่วงเลยไปเกือบเที่ยงคืนครึ่ง ตึกคณะเศรษฐศาสตร์เงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่างเป็นจังหวะเปาะแปะไม่เคยหยุดพักเธอสวมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีฟ้าอ่อนที่ชุ่มฉ
บ่ายวันพฤหัสบดีปลายภาคเรียนที่สองของปีการศึกษา รวิศนั่งหลังโต๊ะทำงานไม้สีเข้มในห้องพักอาจารย์ชั้นสาม อาคารคณะเศรษฐศาสตร์ หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับลมร้อนชื้นของกรุงเทพฯ ช่วงบ่ายสามโมงกว่า แสงแดดสีเหลืองส้มสาดลงบนกองเอกสารรายงานนักศึกษาที่เรียงซ้อนกันเป็นกองสูง เขาเลื่อนแว่นขึ้นเล็กน้อย มือขวากุมปากกาหม
แสงแดดยามบ่ายแก่สีส้มแดงเข้มเหมือนเลือดสดสาดทะลุผ้าม่านบางสีครีม จนห้องทำงานเล็ก ๆ ของอาจารย์รวิศถูกย้อมให้อบอวลไปด้วยโทนสีอบอุ่นราวกับห้องนี้ถูกจุดไฟด้วยราคะที่รอวันระเบิดมานาน กลิ่นกระดาษเก่าผสมหมึกพิมพ์จาง ๆ ถูกกลบมิดด้วยกลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์เข้มข้นจากตัวเขา และกลิ่นหอมหวานจาง ๆ จากร่างกายผู้หญิง
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา นีรชากลับมาที่ห้องพักอาจารย์ในวันพฤหัสบดีบ่ายสามโมงเป๊ะเหมือนเดิม เธอผลักประตูเข้าไปด้วยมือที่จับลูกบิดแน่นกว่าปกติ หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะมันในลำคอ เธอเลือกเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีครีมอ่อนที่เนื้อผ้าบางจนเห็นเงาบาง ๆ ของเสื้อชั้นในสีเนื้อ กระดุมสองเม็ดบนไม่ได้ติดเหมือนตั้งใจ







