เข้าสู่ระบบคืนวันศุกร์ที่ฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสายราวกับฟ้าจะร่ำไห้ให้โลกทั้งใบ นีรชายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูห้องทำงานของอาจารย์รวิศอีกครั้ง เวลาล่วงเลยไปเกือบเที่ยงคืนครึ่ง ตึกคณะเศรษฐศาสตร์เงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่างเป็นจังหวะเปาะแปะไม่เคยหยุดพัก
เธอสวมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีฟ้าอ่อนที่ชุ่มฉ่ำน้ำฝนตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากหอพัก เนื้อผ้าบางเบาแนบสนิทกับผิวกายจนเผยให้เห็นเรือนร่างอ่อนนุ่มใต้ชั้นผ้า เงาราง ๆ ของเสื้อชั้นในลูกไม้สีครีมจางปรากฏชัดเจนราวกับภาพวาดน้ำหมึกจาง ๆ บนกระดาษเปียก กระโปรงพลีทสีน้ำเงินเข้มเปียกชุ่มจนพลิ้วแนบติดขาเรียวยาว ผมยาวดำขลับเปียกสยายปกคลุมไหล่ทั้งสองข้าง หยดน้ำเย็นเฉียบไหลเอื่อยตามแนวคอขาวผ่อง เลื่อนลงสู่ร่องอกที่ลึกและอวบอิ่ม ราวกับสายน้ำค่อย ๆ ขีดเขียนเส้นโค้งอันเย้ายวนลงบนผืนผ้าเปียก แท้จริงแล้ว นีรชาไม่ใช่นักศึกษาสาวธรรมดาที่ต้องรีบกลับหอหลังเลิกเรียนทุกวัน เธอรับหน้าที่เป็น ‘เพื่อนเที่ยว’ มาเกือบปีกว่าแล้ว งานส่วนใหญ่เกิดขึ้นยามค่ำคืนหลังเลิกเรียน ดินเนอร์ใต้แสงเทียน นั่งจิบไวน์ในบาร์หรู หรือเพียงแค่คุยเล่นเบา ๆ กับลูกค้าที่จ่ายค่าตอบแทนสูงส่ง เธอเลือกช่วงเวลาดึก ๆ เพื่อไม่ให้กระทบตารางเรียน แต่เงินที่ได้ส่งไปช่วยค่ารักษาพยาบาลของแม่ที่ป่วยเรื้อรัง และเลี้ยงน้องสาวที่ยังเรียนมัธยมปลายอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง คืนนี้ ทว่า เธอไม่ได้มาด้วยหน้าที่นั้น เธอมาหาอาจารย์รวิศด้วยใจที่รู้ดีว่าการก้าวข้ามธรณีประตูไม้บานนี้ในยามดึกเช่นนี้ มันมิใช่เพียงการขอคำแนะนำวิชาการอีกต่อไป นีรชาเคาะประตูเบา ๆ สองครั้ง แล้วผลักเข้าไปโดยไม่รอเสียงอนุญาต ประตูเปิดค้างไว้เล็กน้อยเหมือนเคย แสงจากโคมตั้งโต๊ะสีเหลืองนวลสาดส่องลงพื้นไม้เป็นวงกลมอบอุ่น รวิศนั่งนิ่งหลังโต๊ะทำงาน มิได้ก้มหน้ากับกองเอกสารเช่นทุกครั้ง เขานั่งหลังตรง มือทั้งสองวางราบบนโต๊ะ สายตาคมกริบยกขึ้นจับจ้องเธอตั้งแต่ก้าวแรกที่เท้าเล็ก ๆ ก้าวข้ามธรณีประตู “ฝนยังตกหนักอยู่” เสียงเขาทุ้มต่ำนุ่มนวล คล้ายคำพูดธรรมดา แต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ไม่อาจปกปิดได้หมด นีรชาปิดประตูช้า ๆ จนกลอนดังกริ๊กแผ่วเบา เธอยืนนิ่งตรงนั้น น้ำฝนจากเสื้อผ้าและผมยังคงหยดลงพื้นไม้เป็นจุดเล็ก ๆ กระจายเป็นวงกว้าง เธอมองตรงไปยังเขา แล้วตอบเสียงนุ่มนวลราวสายลม “หนูวิ่งฝ่าฝนมาอีกแล้วค่ะ… รายงานฉบับที่อาจารย์ให้แก้เมื่อวันจันทร์ หนูทำเสร็จแล้วค่ะ อยากรบกวนอาจารย์ช่วยดูให้อีกสักครั้งได้ไหมคะ” เธอก้าวเดินไปข้างหน้า วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ทั้งจากความหนาวเย็นซึมลึกถึงกระดูก และจากคลื่นอารมณ์ที่กำลังก่อตัวรุนแรงในอก เธอยืนตรงให้เขามองเต็มตา ไม่หลบ ไม่เก้อเขิน เสื้อเชิ้ตเปียกชุ่มแนบเนื้อจนเห็นลายลูกไม้ของเสื้อชั้นในสีครีมจางชัดเจน หัวนมที่แข็งชูชันเพราะความเย็นกดทิ่มเนื้อผ้าสองชั้น เป็นจุดนูนเล็ก ๆ ที่ไม่อาจปกปิดได้ เธอปล่อยให้สายตาเขาสำรวจทุกเส้นสายนั้นอย่างไม่ขัดขืน ราวกับเชิญชวนให้เขาดื่มด่ำกับภาพตรงหน้าอย่างไม่ต้องอาย และในห้องที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงฝนกับลมหายใจของทั้งคู่ที่เริ่มถี่ขึ้นเรื่อย ๆ รวิศจ้องเธอไม่วางตา สายตาคมกริบของเขาค่อย ๆ เลื่อนต่ำลง ไปหยุดที่เนินอกอวบอิ่มซึ่งกำลังพองรับและยุบตัวตามลมหายใจที่กระชั้นกระชิด เนื้อผ้าชุ่มน้ำฝนแนบสนิทกับผิวจนแทบโปร่งใส เผยให้เห็นสีเนื้อนวลระเรื่อและส่วนโค้งที่สั่นไหวทุกครั้งที่เธอสูดหายใจ เขามองเห็นจุดเล็ก ๆ ที่แข็งชูชันกดทิ่มเนื้อผ้าอย่างชัดเจน ไม่มีอะไรปิดบังอีกต่อไป เขาไม่เอ่ยคำใด เงียบงันแต่เต็มไปด้วยความกดดัน เขาลุกขึ้นช้า ๆ ราวกับกลัวว่าจะทำลายความตึงเครียดอันละเอียดอ่อนในอากาศ เดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่สีครีมจากชั้นวาง แล้วยื่นให้เธอ “เช็ดตัวซะก่อน” เสียงเขาต่ำนุ่ม แต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ไม่อาจปิดบัง "ตากฝนบ่อย ๆ ไม่ดี จะไม่สบาย" นีรชายื่นมือรับ ปลายนิ้วเย็นเฉียบของเธอสัมผัสหลังมืออุ่น ๆ ของเขาเพียงชั่วครู่ ราวกับมีสายฟ้าช็อตเบา ๆ วิ่งผ่านจุดนั้น ทั้งคู่รู้สึกได้ชัดเจน เธอเริ่มจากผมก่อน ปลายผ้าถูไล้เส้นผมเปียกชุ่ม แล้วเลื่อนลงมาที่ซอกคอ ไหล่ และเนินอก ทุกการเคลื่อนไหวของเธอช้าและตั้งใจ ผ้าขนหนูถูผ่านเนื้อผ้าเปียกจนเสื้อเชิ้ตยิ่งแนบชิด ร่างกายเธอเหมือนถูกเน้นให้เด่นชัดยิ่งขึ้น หัวนมที่แข็งเป็นไตถูไถกับผ้าทุกครั้งที่เธอขยับแขน เกิดเป็นระลอกเล็ก ๆ ที่ทำให้ร่างกายเธอสั่นระริก เธอรู้ว่าเขากำลังมอง และเธอจงใจให้เนินอกโยกไหวตามจังหวะนั้นต่อไป รวิศยืนนิ่งราวรูปปั้น แอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ มือทั้งสองกุมขอบโต๊ะแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว เขาไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว แต่ดวงตาคู่นั้นร้อนระอุขึ้นทุกขณะ ราวกับกำลังกลืนกินภาพตรงหน้าทีละส่วน เมื่อเช็ดตัวเสร็จ นีรชาวางผ้าลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา แล้วเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามเขา ขาเรียวยาวไขว่ห้างช้า ๆ กระโปรงพลิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นต้นขาขาวนวลที่ยังมีเม็ดน้ำฝนเกาะเป็นหยดเล็ก ๆ ระยิบระยับ “อาจารย์คะ… หนูเปียกไปทั้งตัวจริง ๆ” เสียงเธอเบา แต่นุ่มนวลราวน้ำผึ้งหยดช้า ๆ แฝงความยั่วยวนที่ไม่อาจปฏิเสธ รวิศค่อย ๆ นั่งลง มือยังจับขอบโต๊ะแน่นกว่าเดิม เขาไม่ตอบทันที เพียงแค่จ้องเธอด้วยสายตาที่หนักอึ้งจนอากาศในห้องเหมือนจะหนืดช้าลง “อืม...” เขาพูดสั้น ๆ เสียงทุ้มต่ำจนสะท้อนก้องในอกเธอ คำสั้น ๆ ประโยคนั้นกลับจุดไฟให้ห้องทั้งห้องร้อนวูบวาบขึ้นมาทันใด นีรชาหายใจถี่ขึ้น เธอก้มหน้าลงครู่หนึ่ง ปลายผมเปียกหยดน้ำลงบนตัก แล้วเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวาววับ “ถ้าห้องนี้ไม่มีกล้องจริง ๆ … อาจารย์จะทำอะไรกับหนูคะ” รวิศไม่ตอบด้วยถ้อยคำ เขาลุกขึ้น เดินเข้าใกล้เธอทีละก้าว จนเหลือเพียงระยะที่ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันได้ เขายกมือวางบนพนักเก้าอี้ด้านหลังเธอ ล้อมรอบตัวเธอไว้โดยไม่แตะต้องตัวเธอ “ถ้าไม่มีกล้อง…” เสียงเขากระซิบต่ำ “ฉันคงไม่ปล่อยให้เธอเปียกแค่ข้างนอก” นีรชายิ้มบาง ๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ “หนูอยากรู้… ว่าอาจารย์จะทำอะไรไงคะ” รวิศก้มลงช้า ๆ ใบหน้าใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนจากผิวเขา หยุดห่างจากริมฝีปากเธอเพียงเสี้ยวมิลลิเมตร ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันเบา ๆ “เธอแน่ใจเหรอ..” เขากระซิบ “ว่าอยากรู้จริง ๆ” นีรชาไม่ตอบ เธอขยับหน้าเข้าไปเล็กน้อย ริมฝีปากนุ่มกระทบกันเบา ๆ เป็นจูบแรกที่แผ่วเบาแต่ร้อนแรงราวไฟปะทุ รวิศตอบรับทันที มือข้างหนึ่งประคองท้ายทอยเธอ ลิ้นสอดเข้าไปช้า ๆ แต่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ นีรชาครางแผ่วในลำคอ มือจิกเสื้อเขาแน่นราวกลัวเขาจะหายไป จูบนั้นยืดยาว ลึกซึ้ง และเปียกชื้นกว่าที่ทั้งคู่คาด จนเมื่อแยกออก เธอหอบหายใจ มองเขาด้วยดวงตาที่พร่ามัว “อาจารย์… นี่มัน…” รวิศยกนิ้วโป้งลูบคางเธอเบา ๆ บังคับให้เธอมองตาตรง ๆ “ผิด” เขาพูดเสียงแหบพร่า “แบบนี้มันผิด เธอรู้ใช่ไหม” นีรชาไม่พูดอะไร เธอขยับตัวเข้าใกล้ จูบเขาอีกครั้ง คราวนี้ดุเดือดกว่าเดิม มือเลื่อนลงโอบเอวเขา ดึงร่างสูงใหญ่ให้แนบชิดจนอกอวบอิ่มของเธอกดทับอกกว้างของเขาผ่านผ้าเปียกชุ่ม รวิศจูบตอบแรงขึ้น ลิ้นพันกันอย่างหิวกระหาย มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังเธอ ลงไปที่เอว แล้วเลื่อนขึ้นมาประคองเนินอกผ่านเนื้อผ้า เขาไม่รีบร้อน ไม่ถลก ไม่บีบแน่น เพียงแค่ลูบไล้วนไปมาจนเธอตัวสั่น ครางอู้อี้ในปากเขา ทั้งคู่หยุดลง หายใจถี่รัว มองตากันใกล้จนเห็นเงาสะท้อนของกันและกัน “อาจารย์คะ… หนู…” รวิศจับไหล่เธอเบา ๆ ถอยออกเล็กน้อย ราวกับพยายามควบคุมตัวเองครั้งสุดท้าย “คืนนี้… กลับไปก่อน” เสียงเขาสั่นแผ่ว “กลับไปคิดทบทวนดี ๆ ถ้าเธอยังอยากเดินต่อ… มาหาฉันอีกครั้ง อาทิตย์หน้า” นีรชาพยักหน้านิ่ง ๆ ดวงตายังคงวาววับ เธอลุกขึ้น จัดกระโปรงและเสื้อให้เข้าที่ แล้วเดินไปที่ประตู ก่อนจะหันกลับมามองเขาอีกครั้ง “อาทิตย์หน้าหนูจะมาค่ะ… อาจารย์” รวิศพยักหน้ารับ “อืม” ประตูปิดลง เธอก้าวลงบันไดด้วยขาที่แทบจะทรุด หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก เธอรู้ดีว่าคืนนี้ได้จุดไฟบางอย่างที่ไม่อาจดับลงได้อีก และจากแววตาของเขา เธอมั่นใจว่า… เขาก็รู้เช่นกันบ่ายวันศุกร์ที่ท้องฟ้าเหนือเมืองเหนือมืดครึ้ม หยาดฝนเริ่มโปรยปรายลงมากระทบหน้าต่างกระจกของห้องทำงานส่วนตัวบรรยากาศคุ้นตา เสียงเข็มนาฬิกาบนฝาผนังเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางกองสมุดตรวจคำตอบและตำราเศรษฐศาสตร์มหภาคที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ รวิศในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมคอเม็ดบน นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ สายตาคู่คมหลังกรอบแว่นสายตาจดจ้องตัวเลขคะแนนสอบมิดเทอมที่ต่ำกว่าเกณฑ์ของเหล่านักศึกษา บรรยากาศรอบกายช่างคล้ายคลึงกับเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนในเมืองหลวง... เหตุการณ์ที่เด็กสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาเปลี่ยนชีวิตเขาจนพังทลาย ก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังกังวานขึ้น รวิศขยับแว่นตาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตด้วยน้ำเสียงสุขุม “เข้ามาครับ” บานประตูไม้เปิดออกช้า ๆ ทว่าผู้ที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่ภาพจำเดิม ๆ ของเด็กสาวผู้เรียบร้อยและมีตื่นกลัว แต่เป็น ‘มนัสวี' นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ เธอมาในลุคสาวมั่นผมสั้นประบ่าทำสีประกายทองหม่น เสื้อนักศึกษาตัวสั้นและรัดติ้วจน
สายลมหนาวของจังหวัดเชียงใหม่พัดกรรโชกผ่านหน้าต่างกระจกของร้าน Rainy Corner อีกครั้ง ทว่าค่ำคืนนี้ไม่มีเสียงดนตรีแจ๊สคลอเคล้า หรือเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กสาวในชุดนักศึกษาเหมือนวันวาน มีเพียงความเงียบงันและเงาร่างของรวิศที่นั่งนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ ช่วงสามเดือนแรกหลังจากหันหลังกลับมาจากรังรักของนีรชาที่สุขุมวิท โลกของอดีตอาจารย์หนุ่มเกือบจะดิ่งลงสู่นรกอีกรอบ ความจริงที่ได้รู้ว่านีรชาแปรสภาพกลายเป็น ‘โสเภณีออนไลน์’ ในแอปสีดำอย่างเต็มใจ มันตามมาหลอกหลอนเขาในทุกค่ำคืน ชายหนุ่มปล่อยให้น้ำเมาไหลผ่านลำคอเพื่อดับความฟุ้งซ่าน บ่อยครั้งที่เขามองมือตัวเองแล้วนึกถึงรอยเข็มขัดและคราบเลือดบนตัวเธอด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่ลูกผู้ชายอย่างรวิศ... ไม่ยอมตายซากเพราะตัณหาลวงตาเป็นหนที่สอง หลังจากผ่านพ้นช่วงมืดมิดมาค่อนปี ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกแล้วตัดสินใจสะบัดโคลนตม ทิ้งไปอย่างเด็ดขาด เงินเก็บจากคาเฟ่และการสอนพิเศษออนไลน์ที่เริ่มพุ่งสูงขึ้น กลายเป็นทุนรอนให้เขาเริ่มมองหาเส้นทางทวงคืนเกียรติยศที่เคยถูกริบไปจากกรณีอื้อฉาวชู้สาวกับลูกศิ
หนึ่งปีเต็ม... ที่ชื่อของ Madam Secret หายสาบสูญไปจากระบบนิเวศอันโสมมของแอปพลิเคชันสีดำ หน้าฟีดที่เคยร้อนแรงเงียบสนิท บัญชีลับร้างไร้การเคลื่อนไหว แฟนคลับและสมาชิกกลุ่มลับนับหมื่นคนต่างพากันถอดใจและคิดว่าดาวเด่นคนนี้คงหันหลังให้วงการกามารมณ์ออนไลน์ไปอย่างถาวรแล้ว ทว่าในความเป็นจริง บาดแผลทางกายและจิตใจที่ถูกอดีตสามีสลักทิ้งไว้ในค่ำคืนนั้นต้องใช้เวลารักษาเนิ่นนาน ร่องรอยเข็มขัดจางหายไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับความหวาดกลัวที่ค่อย ๆ ถูกความขัดสนและกิเลสตัณหาทางโลกเข้ากัดกินจนเกลี้ยงเกล้า เงินในบัญชีที่ร่อยหรอและรสสวาทอันดิบเถื่อนที่ฝังลึกในกมลสัญชาตญาณ ปลุกให้เสือสาวที่เคยบาดเจ็บตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นีรชานั่งอยู่หน้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องพักขนาดย่อม นิ้วเรียวเลื่อนเมาส์เปิดไฟล์วิดีโอตัวเต็มที่เธอเคยเซฟเก็บไว้จากกล้องสมาร์ตโฟนในคืนวันศุกร์แห่งความทรงจำ... คลิปวิดีโอความยาวเกือบชั่วโมงที่บันทึกภาพตัวหญิงสาวถูกกักขัง ถูกย่ำยี และถูกลงทัณฑ์ด้วยความป่าเถื่อนของชายหนุ่มสวมหน้ากากผ้าสีดำที่ชื่อรวิศ หญิงสาวใช้เวลาตัดต่ออย
เมื่อเรือนร่างของมาดามสาวฉ่ำเยิ้มและบวมเจ่อไปด้วยไฟราคะ ชายทั้งสามคนก็ปลดเปลื้องท้อนเอ็นที่แข็งขึงเต็มที่ออกมารายล้อมรอบกายเธอ แก่นกายใหญ่โตสามแท่งปูดโป่งไปด้วยเส้นเลือดตัณหาพร้อมขย้ำเหยื่อสาว “อึก... อื้อออ!” ชายคนแรกจับแก่นกายร้อนจัดกระแทกอัดสวนเข้าใส่ปากอุ่นของนีรชา บังคับให้เธอต้องอมรูดเข้าออกสุดโคนจนน้ำตาเล็ด ขณะเดียวกัน ชายคนที่สองขยับเข้าซ้อนท้าย จับสะโพกมนผายยกขึ้นสูงในท่าคลานเข่า แล้วกดกระแทกดุ้นเอ็นขนาดใหญ่เข้าสู่ช่องทางรักที่คับแน่นจากทางด้านหลังในคราเดียว! “อ๊างงงงงง! อ๊าาา! ทั้งเสียวทั้งเจ็บ... อื้อออ!" นีรชาครางเสียงหลง แผ่นหลังบางแอ่นหยัดตามแรงกระทุ้งที่หนักหน่วง จังหวะตอกอัดดัง ตับ! ตับ! ตับ! สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วห้อง แสงไฟนีออนจับภาพมุมกว้างเห็นภาพร่างระหงถูกรุมย่ำยีอย่างสิ้นท่า ยิ่งไปกว่านั้น ชายคนที่สามยังขยับเข้ามาแทรกตรงช่องว่าง ใช้นิ้วหนาแกร่งและของเล่นบดขยี้จุดซ่อนเร้นส่วนหน้าประสานไปพร้อมกัน เป็นบทเซ็กส์หมู่ที่รุนแรงและสลับสับเปลี่ยนหน้าที่กันอย่างเป็นงาน “ซี๊ดดด... แน่นฉิบหาย...เหมื
แสงไฟสีม่วงนีออนยังคงทำหน้าที่สาดส่องความบิดเบี้ยวบนเตียงนอนหนา รวิศค่อย ๆ ถอนแก่นกายที่แข็งจัดออกจากช่องทางรักที่บวมช้ำจนขึ้นสีแดงจัด ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งช้างเตียง ลมหายใจยังคงหอบกระชั้นทว่าความดุดันและไฟโทสะที่เคยโหมกระพือกลับเริ่มมอดดับลง เหลือเพียงความเงียบงันและความจริงอันน่าสมเพชที่ปรากฏตรงหน้า เขากวาดสายตามองร่างระหงของอดีตเมียเด็กที่นอนคว่ำหน้าแน่นิ่ง มีเพียงแผ่นหลังบางที่ขยับไหวตามแรงสะอื้นไห้อย่างหนัก ข้อมือทั้งสองข้างที่ถูกพันธนาการไว้กับหัวเตียงเหล็กขึ้นรอยถลอกแดงก่ำ ที่น่าเวทนาที่สุดคือต้นขาเนียนผุดผาดที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยเข็มขัดหนาหน่วง บางจุดปริแตกจนมีหยาดเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาเป็นทางยาว นีรชาหมดสิ้นเรี่ยวแรงจะดิ้นรน หล่อนทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลทะลักออกมาจนเปียกชุ่มผ้าไหมที่พันปิดปากไว้ ความแสบร้อนจากบาดแผลทั่วเรือนร่างแล่นริ้วเข้าสู่สมองทุกครั้งที่ขยับกาย ทุกอย่างมันน่ากลัวและดิบเถื่อนจนเกินกว่าที่เด็กสาวคนหนึ่งจะรับไหว รวิศนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อได้สติ ชายหนุ่มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปแก้ปมผ้าพันคอที่มัดปิดปากเธอออกช้า
⚠️ Trigger Warning: ตอนนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Non-con (การร่วมเพศโดยไม่ยินยอม), การกักขังหน่วงเหนี่ยวด้วยกุญแจมือ และการทำร้ายร่างกาย มีการบรรยายถึงความรุนแรงอย่างชัดเจน ผู้อ่านที่ไม่สะดวกใจกับประเด็นการล่วงละเมิดและความรุนแรง กรุณาหลีกเลี่ยงการอ่านตอนนี้ค่ะ เธอถูกทอดทิ้งให้นอนคว่ำหน้าอยู่ในท่วงท่าที่น่าอัปยศ ข้อมือทั้งสองข้างยังคงถูกมัดตรึงแน่นหนาด้วยเชือกหนังกับหัวเตียงเหล็กดัด เสียดสีจนผิวเนียนขึ้นรอยแดงซ้ำ หยาดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลรินอาบสองแก้มทะลักผ่านขอบหน้ากากลูกไม้สีดำสนิทที่ยังคงสวมใส่อยู่ ความหวาดกลัวในความดิบเถื่อนของอดีตคนรักเกาะกุมจิตใจจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับกาย ไม่นานนัก เสียงฝักบัวในห้องน้ำก็เงียบลง รวิศก้าวเดินกลับออกมาในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่า สายตาคู่คมวาวโรจน์จับจ้องเรือนร่างของอดีตเมียเด็กด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและต้องการครอบครอง ชายหนุ่มเริ่มเดินสำรวจรอบห้องนอนสลัวที่ถูกย้อมด้วยแสงไฟสีม่วงนีออน เขากวาดสายตามองไปทั่วจนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้าบิวต์อิน มือหนากระชากบานป
แสงแดดยามบ่ายแก่สีส้มแดงเข้มเหมือนเลือดสดสาดทะลุผ้าม่านบางสีครีม จนห้องทำงานเล็ก ๆ ของอาจารย์รวิศถูกย้อมให้อบอวลไปด้วยโทนสีอบอุ่นราวกับห้องนี้ถูกจุดไฟด้วยราคะที่รอวันระเบิดมานาน กลิ่นกระดาษเก่าผสมหมึกพิมพ์จาง ๆ ถูกกลบมิดด้วยกลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์เข้มข้นจากตัวเขา และกลิ่นหอมหวานจาง ๆ จากร่างกายผู้หญิง
ฝนตกหนักตั้งแต่บ่ายสามโมงกว่า เม็ดฝนกระหน่ำลงบนหลังคาเหล็กของอาคารคณะเศรษฐศาสตร์จนดังก้องเหมือนเสียงกลองรัวไกล ๆ นีรชายืนหลบฝนใต้ชายคาตึกนานกว่าครึ่งชั่วโมง รองเท้าผ้าใบสีขาวเปียกชุ่มจนรู้สึกหนาวเย็นซึมขึ้นมาถึงข้อเท้า เธอมองนาฬิกาข้อมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ห้าทุ่มกว่าแล้ว แต่เธอยังไม่กล้าก้าวออกจากที่กำ
บ่ายวันพฤหัสบดีปลายภาคเรียนที่สองของปีการศึกษา รวิศนั่งหลังโต๊ะทำงานไม้สีเข้มในห้องพักอาจารย์ชั้นสาม อาคารคณะเศรษฐศาสตร์ หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับลมร้อนชื้นของกรุงเทพฯ ช่วงบ่ายสามโมงกว่า แสงแดดสีเหลืองส้มสาดลงบนกองเอกสารรายงานนักศึกษาที่เรียงซ้อนกันเป็นกองสูง เขาเลื่อนแว่นขึ้นเล็กน้อย มือขวากุมปากกาหม
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา นีรชากลับมาที่ห้องพักอาจารย์ในวันพฤหัสบดีบ่ายสามโมงเป๊ะเหมือนเดิม เธอผลักประตูเข้าไปด้วยมือที่จับลูกบิดแน่นกว่าปกติ หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะมันในลำคอ เธอเลือกเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีครีมอ่อนที่เนื้อผ้าบางจนเห็นเงาบาง ๆ ของเสื้อชั้นในสีเนื้อ กระดุมสองเม็ดบนไม่ได้ติดเหมือนตั้งใจ







