LOGINหนึ่งอาทิตย์ต่อมา นีรชากลับมาที่ห้องพักอาจารย์ในวันพฤหัสบดีบ่ายสามโมงเป๊ะเหมือนเดิม เธอผลักประตูเข้าไปด้วยมือที่จับลูกบิดแน่นกว่าปกติ หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะมันในลำคอ เธอเลือกเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีครีมอ่อนที่เนื้อผ้าบางจนเห็นเงาบาง ๆ ของเสื้อชั้นในสีเนื้อ กระดุมสองเม็ดบนไม่ได้ติดเหมือนตั้งใจ ร่องอกลึกขึ้นเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในขอบเขตที่ดูไม่จงใจเกินไป กระโปรงพลีทสีน้ำเงินเข้มถูกดึงให้สั้นลงอีกนิด ขาเรียวยาวเคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะทุกก้าว
รวิศนั่งอยู่หลังโต๊ะเหมือนเคย แต่คราวนี้เขาไม่ได้ก้มหน้ากับเอกสาร เขานั่งหลังตรง มือวางบนโต๊ะทั้งสองข้าง สายตายกขึ้นมองเธอตั้งแต่ก้าวแรกที่เธอเข้ามา ไม่มีคำทักทาย แต่ดวงตาคมกริบนั้นจับจ้องเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแบบไม่ปิดบัง “นั่ง” เขาพูดสั้น ๆ เสียงทุ้มต่ำเหมือนเคย นีรชาเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ตรงข้าม ขาไขว่ห้างช้า ๆ กระโปรงพลิ้วขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่ต้นขาด้านใน เธอวางเอกสารและหนังสือเล่มหนาลงบนโต๊ะ มือเธอวางทับกันบนตักเพื่อกลบอาการสั่นเบา ๆ “หนูทำโจทย์ที่อาจารย์สั่งเสร็จแล้วค่ะ” เธอพูดเสียงนุ่ม แต่แฝงความมั่นใจมากขึ้น “หนูลองคำนวณ deadweight loss ใหม่ทั้งหมด อยากให้อาจารย์ช่วยตรวจดูหน่อยค่ะ” รวิศหยิบเอกสารขึ้นมาดู ลายมือเธอยังคงสวยงาม ตัวเลขและกราฟที่วาดด้วยมือละเอียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาอ่านช้า ๆ สายตาเลื่อนจากบรรทัดหนึ่งไปอีกบรรทัด แต่เป็นระยะที่เขายกสายตาขึ้นมองเธอตรง ๆ โดยไม่รีบหลบ นีรชารู้สึกได้ถึงสายตานั้น มันไม่ใช่การมองแบบอาจารย์กำลังตรวจงานนักศึกษาอีกต่อไป มันร้อนแรงกว่า ดุดันกว่า เธอขยับตัวเล็กน้อยเพื่อปรับท่านั่ง เนินอกเคลื่อนไหวตามการหายใจของเธอ เนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตบาง ๆ ถูไถกับผิวเธอเองจนหัวนมแข็งเป็นไตชัดเจนขึ้นผ่านเนื้อผ้า รวิศเห็น แต่เขาไม่พูดอะไร เขาวางเอกสารลง แล้วพูดเสียงต่ำ “เธอทำได้ดีขึ้นมาก” เขาพูด “การคำนวณถูกต้องเกือบหมด แต่ตรงนี้...” เขาชี้ที่จุดหนึ่งบนกราฟ “เธอยังพลาดเรื่องการกระจายภาระภาษี เธอคิดว่าภาระตกที่ผู้บริโภคทั้งหมด แต่จริง ๆ มันแบ่งกันระหว่างผู้บริโภคกับผู้ผลิต” นีรชาพยักหน้า “หนูเข้าใจแล้วค่ะ... แต่อาจารย์ช่วยอธิบายเพิ่มอีกนิดได้ไหมคะ หนูยังงงเรื่อง elasticity อยู่” รวิศลุกขึ้น เดินไปหยิบกระดานไวท์บอร์ดเล็กที่มุมห้อง แล้วเริ่มวาดกราฟใหม่ช้า ๆ นีรชาลุกขึ้นตามไปยืนข้างเขา ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อน ๆ ผสมกลิ่นกระดาษและหมึกจากตัวเขา เธอมองกราฟที่เขาวาด แต่สายตาเธอแอบเลื่อนไปมองมือใหญ่ที่ถือปากกาเคลื่อนไหวบนกระดาน นิ้วเรียวยาว เส้นเลือดที่ปูดขึ้นเล็กน้อยตามแรงกุมปากกา “ตรงนี้...” เขาพูดชี้ที่เส้นโค้ง “ถ้าความยืดหยุ่นของอุปสงค์สูง ผู้บริโภคจะแบกรับภาระภาษีน้อยลง แต่ถ้าต่ำ ผู้บริโภคจะแบกรับมากกว่า” นีรชาพยักหน้า แต่เธอขยับตัวเข้าใกล้เขาเล็กน้อยอีกครั้ง ไหล่เธอเกือบแตะแขนเขา เธอรู้สึกถึงความร้อนจากตัวเขาที่แผ่ออกมา เธอหันมองหน้าเขาใกล้ ๆ ดวงตาเธอสบตาเขาเต็ม ๆ “อาจารย์อธิบายเก่งมากเลยค่ะ” เธอพูดเบา ๆ “หนูชอบฟังอาจารย์อธิบาย... มันทำให้หนูรู้สึกว่า... ทุกอย่างชัดเจนขึ้น” รวิศหยุดเขียนปากกา สายตาเขาจับจ้องเธอครู่หนึ่ง แล้วตอบช้า ๆ “ถ้าเธอชอบฟัง... ฉันก็ยินดีอธิบายให้ฟังบ่อย ๆ” คำพูดนั้นฟังดูเป็นปกติ แต่ในน้ำเสียงของเขามีบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกว่ามันซ่อนความหมายอื่นไว้ เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มเบา ๆ เพื่อกลบรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมา หลังจากนั้น การมาหาอาจารย์รวิศของเธอก็กลายเป็นกิจวัตรทุกพฤหัสบดีบ่ายสามโมง เธอมาพร้อมเอกสาร มาพร้อมคำถาม มาพร้อมเสื้อเชิ้ตที่กระดุมหลวมขึ้นเรื่อย ๆ และกระโปรงที่สั้นลงเรื่อย ๆ โดยไม่เคยพูดตรง ๆ ว่าทำไม รวิศเองก็เริ่มรอวันพฤหัสบดีมากขึ้น เขาเริ่มจัดโต๊ะให้เรียบร้อยก่อนเวลานัด เริ่มเปิดแอร์ให้เย็นลงเล็กน้อย เริ่มมองเธอนานขึ้นทุกครั้งที่เธอนั่งลงตรงหน้าเขา สายตาเขาลอยไปที่ร่องอกที่โผล่พ้นคอเสื้อบ่อยขึ้น แต่เขายังไม่แตะต้องเธอ ไม่พูดอะไรที่เกินเลย แต่ทุกครั้งที่เธอขยับตัวใกล้เขาโดยไม่ตั้งใจ หรือเนินอกเธอถูเบา ๆ กับแขนเขาแค่เสี้ยววินาที เขาก็รู้สึกถึงไฟที่ลุกโชนขึ้นในอก และเขารู้ว่าเธอรู้สึกเหมือนกัน ความเงียบระหว่างทั้งคู่เริ่มหนักอึ้งขึ้นทุกสัปดาห์ แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมา จนกระทั่งวันพฤหัสบดีบ่ายหนึ่ง เธอมาถึงห้องเขาตอนสี่โมงกว่า ฝนตกหนักข้างนอก เสื้อเชิ้ตเธอเปียกฝนจนติดตัว เห็นเสื้อชั้นในสีดำบาง ๆ ชัดเจน เธอเดินเข้ามา หายใจหอบเล็กน้อยจากวิ่งฝน “ขอโทษค่ะอาจารย์... หนูมาช้าเพราะฝนตกหนัก” รวิศมองเธอ สายตาเขาจับจ้องเสื้อเชิ้ตเปียกที่แนบเนื้อ เนินอกขาวเนียนเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น หัวนมแข็งเป็นไตชูชันผ่านเนื้อผ้าเปียก เขาไม่หลบสายตาอีกต่อไป “เปียกหมดแล้ว” เขาพูดเสียงทุ้ม “ไปเช็ดตัวก่อน” นีรชายิ้มจาง ๆ แล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวจากชั้นวางข้างโต๊ะ เธอเช็ดผมและแขน แต่เมื่อเช็ดเนินอก ผ้าเช็ดตัวถูผ่านเนื้อผ้าเปียก เสื้อเชิ้ตแนบเนื้อมากขึ้น เธอรู้ว่าเขามองอยู่ สายตาเขาลอยลงไปช้า ๆ ที่ส่วนล่างของตัวเอง กางเกงวอร์มสีเทาเข้มที่เขาใส่ในวันสบาย ๆ เริ่มตุงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รูปทรงของส่วนแข็งใหญ่ค่อย ๆ โผล่ชัดขึ้นตามจังหวะหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เนื้อผ้าถูกดึงตึงจนเห็นเส้นโค้งและขนาดที่เด่นชัด นีรชาเห็น สายตาเธอเลื่อนลงไปจับจ้องตรงนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนรีบยกสายตาขึ้นมองหน้าเขา ใบหน้าเธอแดงระเรื่อ แต่เธอไม่พูดอะไร เธอแค่ยิ้มจาง ๆ กับตัวเองในใจ แล้วก้มลงเก็บเอกสารที่วางบนโต๊ะต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น รวิศนั่งลงช้า ๆ มือกุมขอบโต๊ะแน่นเพื่อกลบอาการที่กำลังปั่นป่วน เขาไม่พูดอะไรเช่นกัน แต่ทั้งคู่รู้ดีว่าความเงียบในห้องนี้เริ่มหนักอึ้งขึ้นกว่าที่เคยบ่ายวันศุกร์ที่ท้องฟ้าเหนือเมืองเหนือมืดครึ้ม หยาดฝนเริ่มโปรยปรายลงมากระทบหน้าต่างกระจกของห้องทำงานส่วนตัวบรรยากาศคุ้นตา เสียงเข็มนาฬิกาบนฝาผนังเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางกองสมุดตรวจคำตอบและตำราเศรษฐศาสตร์มหภาคที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ รวิศในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมคอเม็ดบน นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ สายตาคู่คมหลังกรอบแว่นสายตาจดจ้องตัวเลขคะแนนสอบมิดเทอมที่ต่ำกว่าเกณฑ์ของเหล่านักศึกษา บรรยากาศรอบกายช่างคล้ายคลึงกับเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนในเมืองหลวง... เหตุการณ์ที่เด็กสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาเปลี่ยนชีวิตเขาจนพังทลาย ก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังกังวานขึ้น รวิศขยับแว่นตาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตด้วยน้ำเสียงสุขุม “เข้ามาครับ” บานประตูไม้เปิดออกช้า ๆ ทว่าผู้ที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่ภาพจำเดิม ๆ ของเด็กสาวผู้เรียบร้อยและมีตื่นกลัว แต่เป็น ‘มนัสวี' นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ เธอมาในลุคสาวมั่นผมสั้นประบ่าทำสีประกายทองหม่น เสื้อนักศึกษาตัวสั้นและรัดติ้วจน
สายลมหนาวของจังหวัดเชียงใหม่พัดกรรโชกผ่านหน้าต่างกระจกของร้าน Rainy Corner อีกครั้ง ทว่าค่ำคืนนี้ไม่มีเสียงดนตรีแจ๊สคลอเคล้า หรือเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กสาวในชุดนักศึกษาเหมือนวันวาน มีเพียงความเงียบงันและเงาร่างของรวิศที่นั่งนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ ช่วงสามเดือนแรกหลังจากหันหลังกลับมาจากรังรักของนีรชาที่สุขุมวิท โลกของอดีตอาจารย์หนุ่มเกือบจะดิ่งลงสู่นรกอีกรอบ ความจริงที่ได้รู้ว่านีรชาแปรสภาพกลายเป็น ‘โสเภณีออนไลน์’ ในแอปสีดำอย่างเต็มใจ มันตามมาหลอกหลอนเขาในทุกค่ำคืน ชายหนุ่มปล่อยให้น้ำเมาไหลผ่านลำคอเพื่อดับความฟุ้งซ่าน บ่อยครั้งที่เขามองมือตัวเองแล้วนึกถึงรอยเข็มขัดและคราบเลือดบนตัวเธอด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่ลูกผู้ชายอย่างรวิศ... ไม่ยอมตายซากเพราะตัณหาลวงตาเป็นหนที่สอง หลังจากผ่านพ้นช่วงมืดมิดมาค่อนปี ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกแล้วตัดสินใจสะบัดโคลนตม ทิ้งไปอย่างเด็ดขาด เงินเก็บจากคาเฟ่และการสอนพิเศษออนไลน์ที่เริ่มพุ่งสูงขึ้น กลายเป็นทุนรอนให้เขาเริ่มมองหาเส้นทางทวงคืนเกียรติยศที่เคยถูกริบไปจากกรณีอื้อฉาวชู้สาวกับลูกศิ
หนึ่งปีเต็ม... ที่ชื่อของ Madam Secret หายสาบสูญไปจากระบบนิเวศอันโสมมของแอปพลิเคชันสีดำ หน้าฟีดที่เคยร้อนแรงเงียบสนิท บัญชีลับร้างไร้การเคลื่อนไหว แฟนคลับและสมาชิกกลุ่มลับนับหมื่นคนต่างพากันถอดใจและคิดว่าดาวเด่นคนนี้คงหันหลังให้วงการกามารมณ์ออนไลน์ไปอย่างถาวรแล้ว ทว่าในความเป็นจริง บาดแผลทางกายและจิตใจที่ถูกอดีตสามีสลักทิ้งไว้ในค่ำคืนนั้นต้องใช้เวลารักษาเนิ่นนาน ร่องรอยเข็มขัดจางหายไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับความหวาดกลัวที่ค่อย ๆ ถูกความขัดสนและกิเลสตัณหาทางโลกเข้ากัดกินจนเกลี้ยงเกล้า เงินในบัญชีที่ร่อยหรอและรสสวาทอันดิบเถื่อนที่ฝังลึกในกมลสัญชาตญาณ ปลุกให้เสือสาวที่เคยบาดเจ็บตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นีรชานั่งอยู่หน้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องพักขนาดย่อม นิ้วเรียวเลื่อนเมาส์เปิดไฟล์วิดีโอตัวเต็มที่เธอเคยเซฟเก็บไว้จากกล้องสมาร์ตโฟนในคืนวันศุกร์แห่งความทรงจำ... คลิปวิดีโอความยาวเกือบชั่วโมงที่บันทึกภาพตัวหญิงสาวถูกกักขัง ถูกย่ำยี และถูกลงทัณฑ์ด้วยความป่าเถื่อนของชายหนุ่มสวมหน้ากากผ้าสีดำที่ชื่อรวิศ หญิงสาวใช้เวลาตัดต่ออย
เมื่อเรือนร่างของมาดามสาวฉ่ำเยิ้มและบวมเจ่อไปด้วยไฟราคะ ชายทั้งสามคนก็ปลดเปลื้องท้อนเอ็นที่แข็งขึงเต็มที่ออกมารายล้อมรอบกายเธอ แก่นกายใหญ่โตสามแท่งปูดโป่งไปด้วยเส้นเลือดตัณหาพร้อมขย้ำเหยื่อสาว “อึก... อื้อออ!” ชายคนแรกจับแก่นกายร้อนจัดกระแทกอัดสวนเข้าใส่ปากอุ่นของนีรชา บังคับให้เธอต้องอมรูดเข้าออกสุดโคนจนน้ำตาเล็ด ขณะเดียวกัน ชายคนที่สองขยับเข้าซ้อนท้าย จับสะโพกมนผายยกขึ้นสูงในท่าคลานเข่า แล้วกดกระแทกดุ้นเอ็นขนาดใหญ่เข้าสู่ช่องทางรักที่คับแน่นจากทางด้านหลังในคราเดียว! “อ๊างงงงงง! อ๊าาา! ทั้งเสียวทั้งเจ็บ... อื้อออ!" นีรชาครางเสียงหลง แผ่นหลังบางแอ่นหยัดตามแรงกระทุ้งที่หนักหน่วง จังหวะตอกอัดดัง ตับ! ตับ! ตับ! สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วห้อง แสงไฟนีออนจับภาพมุมกว้างเห็นภาพร่างระหงถูกรุมย่ำยีอย่างสิ้นท่า ยิ่งไปกว่านั้น ชายคนที่สามยังขยับเข้ามาแทรกตรงช่องว่าง ใช้นิ้วหนาแกร่งและของเล่นบดขยี้จุดซ่อนเร้นส่วนหน้าประสานไปพร้อมกัน เป็นบทเซ็กส์หมู่ที่รุนแรงและสลับสับเปลี่ยนหน้าที่กันอย่างเป็นงาน “ซี๊ดดด... แน่นฉิบหาย...เหมื
แสงไฟสีม่วงนีออนยังคงทำหน้าที่สาดส่องความบิดเบี้ยวบนเตียงนอนหนา รวิศค่อย ๆ ถอนแก่นกายที่แข็งจัดออกจากช่องทางรักที่บวมช้ำจนขึ้นสีแดงจัด ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งช้างเตียง ลมหายใจยังคงหอบกระชั้นทว่าความดุดันและไฟโทสะที่เคยโหมกระพือกลับเริ่มมอดดับลง เหลือเพียงความเงียบงันและความจริงอันน่าสมเพชที่ปรากฏตรงหน้า เขากวาดสายตามองร่างระหงของอดีตเมียเด็กที่นอนคว่ำหน้าแน่นิ่ง มีเพียงแผ่นหลังบางที่ขยับไหวตามแรงสะอื้นไห้อย่างหนัก ข้อมือทั้งสองข้างที่ถูกพันธนาการไว้กับหัวเตียงเหล็กขึ้นรอยถลอกแดงก่ำ ที่น่าเวทนาที่สุดคือต้นขาเนียนผุดผาดที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยเข็มขัดหนาหน่วง บางจุดปริแตกจนมีหยาดเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาเป็นทางยาว นีรชาหมดสิ้นเรี่ยวแรงจะดิ้นรน หล่อนทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลทะลักออกมาจนเปียกชุ่มผ้าไหมที่พันปิดปากไว้ ความแสบร้อนจากบาดแผลทั่วเรือนร่างแล่นริ้วเข้าสู่สมองทุกครั้งที่ขยับกาย ทุกอย่างมันน่ากลัวและดิบเถื่อนจนเกินกว่าที่เด็กสาวคนหนึ่งจะรับไหว รวิศนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อได้สติ ชายหนุ่มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปแก้ปมผ้าพันคอที่มัดปิดปากเธอออกช้า
⚠️ Trigger Warning: ตอนนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Non-con (การร่วมเพศโดยไม่ยินยอม), การกักขังหน่วงเหนี่ยวด้วยกุญแจมือ และการทำร้ายร่างกาย มีการบรรยายถึงความรุนแรงอย่างชัดเจน ผู้อ่านที่ไม่สะดวกใจกับประเด็นการล่วงละเมิดและความรุนแรง กรุณาหลีกเลี่ยงการอ่านตอนนี้ค่ะ เธอถูกทอดทิ้งให้นอนคว่ำหน้าอยู่ในท่วงท่าที่น่าอัปยศ ข้อมือทั้งสองข้างยังคงถูกมัดตรึงแน่นหนาด้วยเชือกหนังกับหัวเตียงเหล็กดัด เสียดสีจนผิวเนียนขึ้นรอยแดงซ้ำ หยาดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลรินอาบสองแก้มทะลักผ่านขอบหน้ากากลูกไม้สีดำสนิทที่ยังคงสวมใส่อยู่ ความหวาดกลัวในความดิบเถื่อนของอดีตคนรักเกาะกุมจิตใจจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับกาย ไม่นานนัก เสียงฝักบัวในห้องน้ำก็เงียบลง รวิศก้าวเดินกลับออกมาในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่า สายตาคู่คมวาวโรจน์จับจ้องเรือนร่างของอดีตเมียเด็กด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและต้องการครอบครอง ชายหนุ่มเริ่มเดินสำรวจรอบห้องนอนสลัวที่ถูกย้อมด้วยแสงไฟสีม่วงนีออน เขากวาดสายตามองไปทั่วจนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้าบิวต์อิน มือหนากระชากบานป
แสงแดดยามบ่ายแก่สีส้มแดงเข้มเหมือนเลือดสดสาดทะลุผ้าม่านบางสีครีม จนห้องทำงานเล็ก ๆ ของอาจารย์รวิศถูกย้อมให้อบอวลไปด้วยโทนสีอบอุ่นราวกับห้องนี้ถูกจุดไฟด้วยราคะที่รอวันระเบิดมานาน กลิ่นกระดาษเก่าผสมหมึกพิมพ์จาง ๆ ถูกกลบมิดด้วยกลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์เข้มข้นจากตัวเขา และกลิ่นหอมหวานจาง ๆ จากร่างกายผู้หญิง
คืนวันศุกร์ที่ฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสายราวกับฟ้าจะร่ำไห้ให้โลกทั้งใบ นีรชายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูห้องทำงานของอาจารย์รวิศอีกครั้ง เวลาล่วงเลยไปเกือบเที่ยงคืนครึ่ง ตึกคณะเศรษฐศาสตร์เงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่างเป็นจังหวะเปาะแปะไม่เคยหยุดพักเธอสวมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีฟ้าอ่อนที่ชุ่มฉ
ฝนตกหนักตั้งแต่บ่ายสามโมงกว่า เม็ดฝนกระหน่ำลงบนหลังคาเหล็กของอาคารคณะเศรษฐศาสตร์จนดังก้องเหมือนเสียงกลองรัวไกล ๆ นีรชายืนหลบฝนใต้ชายคาตึกนานกว่าครึ่งชั่วโมง รองเท้าผ้าใบสีขาวเปียกชุ่มจนรู้สึกหนาวเย็นซึมขึ้นมาถึงข้อเท้า เธอมองนาฬิกาข้อมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ห้าทุ่มกว่าแล้ว แต่เธอยังไม่กล้าก้าวออกจากที่กำ
บ่ายวันพฤหัสบดีปลายภาคเรียนที่สองของปีการศึกษา รวิศนั่งหลังโต๊ะทำงานไม้สีเข้มในห้องพักอาจารย์ชั้นสาม อาคารคณะเศรษฐศาสตร์ หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับลมร้อนชื้นของกรุงเทพฯ ช่วงบ่ายสามโมงกว่า แสงแดดสีเหลืองส้มสาดลงบนกองเอกสารรายงานนักศึกษาที่เรียงซ้อนกันเป็นกองสูง เขาเลื่อนแว่นขึ้นเล็กน้อย มือขวากุมปากกาหม







