LOGINแสงแดดยามบ่ายแก่สีส้มแดงเข้มเหมือนเลือดสดสาดทะลุผ้าม่านบางสีครีม จนห้องทำงานเล็ก ๆ ของอาจารย์รวิศถูกย้อมให้อบอวลไปด้วยโทนสีอบอุ่นราวกับห้องนี้ถูกจุดไฟด้วยราคะที่รอวันระเบิดมานาน กลิ่นกระดาษเก่าผสมหมึกพิมพ์จาง ๆ ถูกกลบมิดด้วยกลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์เข้มข้นจากตัวเขา และกลิ่นหอมหวานจาง ๆ จากร่างกายผู้หญิงที่กำลังจะเข้ามา กลิ่นที่ทำให้อากาศในห้องเย็นฉ่ำจากแอร์ระดับต่ำสุดกลับร้อนระอุขึ้นมาทันที
รวิศนั่งนิ่งหลังโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้ม มือทั้งสองวางห่างกันพอดีราวกับกำลังรอสัญญาณ เขาไม่ได้ก้มหน้ากับกองเอกสารเหมือนทุกครั้ง ดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่ประตูไม้สีเข้ม ริมฝีปากเม้มบาง ๆ แต่หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะตุบ ๆ ใต้ซี่โครง เขารู้ดีว่าเธอกำลังจะมา และครั้งนี้ไม่ใช่การมาเพื่อ “ปรึกษางานวิชาการ” อีกต่อไป เสียงส้นรองเท้าดังก๊อกแก๊กแผ่วเบาจากทางเดินด้านนอก หยุดชะงักหน้าประตู แล้วประตูก็ถูกผลักเปิดช้า ๆ เสียงบานพับดังครืดเบา ๆ นีรชาก้าวเข้ามา ร่างบางในชุดนักศึกษาที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นเครื่องยั่วเย้า เสื้อเชิ้ตสีขาวบางจนเกือบโปร่งแสง กระดุมเม็ดบนสุดถึงเม็ดที่สามถูกปลดออกตั้งแต่เธอเดินออกจากหอพัก เปิดเผยร่องอกลึกอวบอิ่มที่ขึ้นลงตามลมหายใจถี่รัว เนินอกขาวนวลสะท้อนแสงแดดยามเย็นราวกับถูกชโลมด้วยน้ำมันหอมระเหย กระโปรงพลีทสีน้ำเงินเข้มถูกดึงขึ้นสูงผิดปกติ จนเห็นต้นขาขาวเนียนเรียวยาวเกือบครึ่งต้นขา ขอบผ้าลูกไม้สีดำบางเฉียบโผล่พ้นขอบกระโปรงเล็กน้อย ผมยาวสีน้ำตาลเข้มถูกรวบหลวม ๆ ด้วยกิ๊บสีดำ ปลายผมบางส่วนหลุดร่วงลงมาปกคลุมไหล่ขวา ใบหน้าน่ารักใส ๆ แต่ดวงตาคู่โตเปียกชุ่มไปด้วยความหิวโหยที่ซ่อนไว้ลึก ๆ เธอหันหลังปิดประตูช้า ๆ มือเล็กเรียวเลื่อนกลอนลง เสียงกริ๊กดังชัดเจนในความเงียบ ห้องนี้กลายเป็นโลกส่วนตัวของทั้งคู่ทันที เธอหันกลับมามองเขา ดวงตาเธอสั่นไหวเล็กน้อย แต่ปากเม้มแน่นราวกับกลั้นคำพูดที่อยากจะหลุดออกมา “หนูมาแล้วค่ะอาจารย์...” เสียงนุ่มพร่า สั่นเล็กน้อยจากความตื่นเต้นที่กดทับอยู่ในอก “วันนี้... หนูไม่ได้มาส่งรายงานอย่างเดียว” รวิศลุกขึ้นช้า ๆ ทุกการเคลื่อนไหวเหมือนเสือที่รู้ว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้น เขาเดินไปที่ประตู ล็อกกลอนชั้นในอีกชั้น เสียงโลหะกระทบกันดังก้องในหูทั้งคู่ราวกับนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศ เขาหันกลับ สายตาร้อนแรงจนนีรชารู้สึกเหมือนผิวหนังถูกไฟลน “ฉันไม่ต้องถามว่าเธอแน่ใจไหม” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำจนสั่นสะเทือนกระดูกสันหลังเธอ “เพราะฉันเห็นในตาเธอแล้ว... เธออยากให้ฉันทำลายเธอทั้งตัว ใช่ไหม” นีรชากลืนน้ำลายเอื๊อก ริมฝีปากล่างสั่นเล็กน้อย เธอก้าวเข้าไปหาเขา ขาเรียวยาวก้าวยาวแต่แผ่วเบา กระโปรงพลิ้วไหวตามจังหวะ เผยให้เห็นผ้าลูกไม้สีดำที่แนบสนิทกับร่องเนื้ออวบ เธอหยุดห่างเขาแค่คืบเดียว กลิ่นหอมหวานจากตัวเธอปะทะจมูกเขาเต็มแรง ผสมกับกลิ่นผู้ชายร้อนฉ่าจากตัวเขา ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก รวิศยกมือขวาขึ้น จับคางเธอแน่น ยกให้เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอราวกับจะดูดวิญญาณออกมา “พูดมา” เขากระซิบ ห่างจากริมฝีปากเธอไม่ถึงนิ้ว “บอกฉันให้ชัด ๆ ว่าเธออยากให้อาจารย์ทำอะไรกับเธอวันนี้... ” นีรชาหายใจถี่รัว ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากเขา ก่อนพูดด้วยเสียงยั่วยวน ราวกับเธอไม่ใช่นักศึกษาปี 2 แต่เป็นหญิงสาวที่กร้านโลกพอสมควร “แล้ว..อาจารย์...อยากทำอะไรกับหนูล่ะคะ ทำได้ตามใจอาจารย์เลยค่ะ ขอแค่...ปลายปากกาอาจารย์ลงเกรดดี ๆ ให้หนูก็พอ” คำพูดนั้นเหมือนค้อนทุบกำแพงสุดท้าย รวิศจูบเธอทันที ไม่ใช่จูบอ่อนโยน แต่เป็นการบุกรุก ลิ้นสอดเข้าไปลึก ถูไถเพดานปาก ดูดเลียลิ้นเธอแรงจนนีรชาครางอู้อี้ในลำคอ มือเล็กเรียวของเธอจิกเสื้อเชิ้ตเขาแน่นจนผ้าบิดยับ เขาดันเธอถอยหลังช้า ๆ จนหลังเธอชนขอบโซฟาตัวเล็กข้างหน้าต่าง เธอทรุดนั่งลง ขาแยกกว้างโดยอัตโนมัติ รวิศคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ มือใหญ่จับขาเธอทั้งสองข้างยกขึ้นพาดบ่าเขา กระโปรงถูกถกขึ้นจนถึงเอว เผยให้เห็นผ้าลูกไม้สีดำเปียกชุ่ม เขาดึงมันลงอย่างไม่ปราณี ผ้าชิ้นบางถูกดึงหลุดจากข้อเท้า เผยร่องเนื้อสีชมพูเข้มที่บวมพอง ชุ่มน้ำหล่อลื่นจนเป็นมันเงา กลิ่นหอมหวานผสมกลิ่นคาวจาง ๆ ลอยขึ้นมาทำให้เขาหายใจแรงขึ้น เขาก้มลง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดเม็ดเสียวที่บวมแดง นีรชาสะดุ้งแรง หลังแอ่นขึ้น เขาใช้ปลายลิ้นแตะเบา ๆ ที่ติ่งนั้น แล้ววนเป็นวงกลมเล็ก ๆ ช้า ๆ ก่อนจะกดลิ้นแบนแนบ ดูดแรงจนเนื้อนูนถูกดึงเข้าไปในปากเขา “อ๊าาาา... อาจารย์ขาา...” นีรชาโค้งตัว มือจิกผมเขาแน่นจนเจ็บหนังศีรษะ “ดูดแรงจังเลยค่ะ... อ๊ายยย” เขาสอดนิ้วกลางและนิ้วชี้เข้าไปพร้อมกัน ดันผนังช่องรักให้เปิดกว้าง ลิ้นยังคงกดเม็ดเสียววนเร็วและหนัก น้ำกามไหลเยิ้มลงตามนิ้วเขาเป็นสายยาว เสียงแฉะ ๆ ดังชัดเจนผสมกับเสียงครางที่เธอพยายามกลั้นแต่กลั้นไม่อยู่ “เสียวจัง อาจารย์ขาาา...จะแตกแล้วววว” ร่างเธอเกร็งกระตุก น้ำกามพุ่งทะลัก เขาก้มลงเลียกลืนทุกหยด ลิ้นยังกดต่อเนื่องจนเธอสะอึกสะอื้นจากความเสียวที่เกินทน น้ำตาไหลย้อยมุมตา แต่ปากยังครางไม่หยุด รวิศลุกขึ้น ปลดเข็มขัด เสียงโลหะกระทบพื้นดังก้อง เขาถอดกางเกงสแลคและกางเกงในลงพร้อมกัน ส่วนแข็งขนาดใหญ่เด้งออกมา หัวบานแดงก่ำเปียกน้ำหล่อลื่นจนมันวาว หลอดเลือดปูดโปนเต็มไปหมด เขาจับโคน จ่อตรงปากร่องที่ยังกระตุกอยู่ “มองดูสิ” เขากระซิบเสียงแหบ “ดูว่ามันจะเข้าไปข้างในเธอยังไง... ดูให้ดี ๆ” “อมสิ” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ แต่เต็มไปด้วยความต้องการที่ปิดไว้ไม่อยู่แล้ว นีรชามองขึ้นไปที่เขา ดวงตาเธอเยิ้มแต่เต็มไปด้วยความหิวกระหาย เธอขยับตัวขึ้นนั่งเล็กน้อย มือเล็กเรียวจับโคนส่วนแข็งเขาแน่น แล้วอ้าปากครอบลงไปช้า ๆ ลิ้นเธอเลียวนรอบหัวบานเปียกชื้น รสเค็มจาง ๆ ของน้ำหล่อลื่นแตะลิ้นเธอ เธออมลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนส่วนแข็งเข้าไปเต็มปาก ลิ้นกดแนบใต้ลิ้นล่าง ขยับขึ้นลงช้า ๆ แต่ลึกบ่ายวันศุกร์ที่ท้องฟ้าเหนือเมืองเหนือมืดครึ้ม หยาดฝนเริ่มโปรยปรายลงมากระทบหน้าต่างกระจกของห้องทำงานส่วนตัวบรรยากาศคุ้นตา เสียงเข็มนาฬิกาบนฝาผนังเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางกองสมุดตรวจคำตอบและตำราเศรษฐศาสตร์มหภาคที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ รวิศในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมคอเม็ดบน นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ สายตาคู่คมหลังกรอบแว่นสายตาจดจ้องตัวเลขคะแนนสอบมิดเทอมที่ต่ำกว่าเกณฑ์ของเหล่านักศึกษา บรรยากาศรอบกายช่างคล้ายคลึงกับเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนในเมืองหลวง... เหตุการณ์ที่เด็กสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาเปลี่ยนชีวิตเขาจนพังทลาย ก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังกังวานขึ้น รวิศขยับแว่นตาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตด้วยน้ำเสียงสุขุม “เข้ามาครับ” บานประตูไม้เปิดออกช้า ๆ ทว่าผู้ที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่ภาพจำเดิม ๆ ของเด็กสาวผู้เรียบร้อยและมีตื่นกลัว แต่เป็น ‘มนัสวี' นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ เธอมาในลุคสาวมั่นผมสั้นประบ่าทำสีประกายทองหม่น เสื้อนักศึกษาตัวสั้นและรัดติ้วจน
สายลมหนาวของจังหวัดเชียงใหม่พัดกรรโชกผ่านหน้าต่างกระจกของร้าน Rainy Corner อีกครั้ง ทว่าค่ำคืนนี้ไม่มีเสียงดนตรีแจ๊สคลอเคล้า หรือเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กสาวในชุดนักศึกษาเหมือนวันวาน มีเพียงความเงียบงันและเงาร่างของรวิศที่นั่งนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ ช่วงสามเดือนแรกหลังจากหันหลังกลับมาจากรังรักของนีรชาที่สุขุมวิท โลกของอดีตอาจารย์หนุ่มเกือบจะดิ่งลงสู่นรกอีกรอบ ความจริงที่ได้รู้ว่านีรชาแปรสภาพกลายเป็น ‘โสเภณีออนไลน์’ ในแอปสีดำอย่างเต็มใจ มันตามมาหลอกหลอนเขาในทุกค่ำคืน ชายหนุ่มปล่อยให้น้ำเมาไหลผ่านลำคอเพื่อดับความฟุ้งซ่าน บ่อยครั้งที่เขามองมือตัวเองแล้วนึกถึงรอยเข็มขัดและคราบเลือดบนตัวเธอด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่ลูกผู้ชายอย่างรวิศ... ไม่ยอมตายซากเพราะตัณหาลวงตาเป็นหนที่สอง หลังจากผ่านพ้นช่วงมืดมิดมาค่อนปี ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกแล้วตัดสินใจสะบัดโคลนตม ทิ้งไปอย่างเด็ดขาด เงินเก็บจากคาเฟ่และการสอนพิเศษออนไลน์ที่เริ่มพุ่งสูงขึ้น กลายเป็นทุนรอนให้เขาเริ่มมองหาเส้นทางทวงคืนเกียรติยศที่เคยถูกริบไปจากกรณีอื้อฉาวชู้สาวกับลูกศิ
หนึ่งปีเต็ม... ที่ชื่อของ Madam Secret หายสาบสูญไปจากระบบนิเวศอันโสมมของแอปพลิเคชันสีดำ หน้าฟีดที่เคยร้อนแรงเงียบสนิท บัญชีลับร้างไร้การเคลื่อนไหว แฟนคลับและสมาชิกกลุ่มลับนับหมื่นคนต่างพากันถอดใจและคิดว่าดาวเด่นคนนี้คงหันหลังให้วงการกามารมณ์ออนไลน์ไปอย่างถาวรแล้ว ทว่าในความเป็นจริง บาดแผลทางกายและจิตใจที่ถูกอดีตสามีสลักทิ้งไว้ในค่ำคืนนั้นต้องใช้เวลารักษาเนิ่นนาน ร่องรอยเข็มขัดจางหายไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับความหวาดกลัวที่ค่อย ๆ ถูกความขัดสนและกิเลสตัณหาทางโลกเข้ากัดกินจนเกลี้ยงเกล้า เงินในบัญชีที่ร่อยหรอและรสสวาทอันดิบเถื่อนที่ฝังลึกในกมลสัญชาตญาณ ปลุกให้เสือสาวที่เคยบาดเจ็บตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นีรชานั่งอยู่หน้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องพักขนาดย่อม นิ้วเรียวเลื่อนเมาส์เปิดไฟล์วิดีโอตัวเต็มที่เธอเคยเซฟเก็บไว้จากกล้องสมาร์ตโฟนในคืนวันศุกร์แห่งความทรงจำ... คลิปวิดีโอความยาวเกือบชั่วโมงที่บันทึกภาพตัวหญิงสาวถูกกักขัง ถูกย่ำยี และถูกลงทัณฑ์ด้วยความป่าเถื่อนของชายหนุ่มสวมหน้ากากผ้าสีดำที่ชื่อรวิศ หญิงสาวใช้เวลาตัดต่ออย
เมื่อเรือนร่างของมาดามสาวฉ่ำเยิ้มและบวมเจ่อไปด้วยไฟราคะ ชายทั้งสามคนก็ปลดเปลื้องท้อนเอ็นที่แข็งขึงเต็มที่ออกมารายล้อมรอบกายเธอ แก่นกายใหญ่โตสามแท่งปูดโป่งไปด้วยเส้นเลือดตัณหาพร้อมขย้ำเหยื่อสาว “อึก... อื้อออ!” ชายคนแรกจับแก่นกายร้อนจัดกระแทกอัดสวนเข้าใส่ปากอุ่นของนีรชา บังคับให้เธอต้องอมรูดเข้าออกสุดโคนจนน้ำตาเล็ด ขณะเดียวกัน ชายคนที่สองขยับเข้าซ้อนท้าย จับสะโพกมนผายยกขึ้นสูงในท่าคลานเข่า แล้วกดกระแทกดุ้นเอ็นขนาดใหญ่เข้าสู่ช่องทางรักที่คับแน่นจากทางด้านหลังในคราเดียว! “อ๊างงงงงง! อ๊าาา! ทั้งเสียวทั้งเจ็บ... อื้อออ!" นีรชาครางเสียงหลง แผ่นหลังบางแอ่นหยัดตามแรงกระทุ้งที่หนักหน่วง จังหวะตอกอัดดัง ตับ! ตับ! ตับ! สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วห้อง แสงไฟนีออนจับภาพมุมกว้างเห็นภาพร่างระหงถูกรุมย่ำยีอย่างสิ้นท่า ยิ่งไปกว่านั้น ชายคนที่สามยังขยับเข้ามาแทรกตรงช่องว่าง ใช้นิ้วหนาแกร่งและของเล่นบดขยี้จุดซ่อนเร้นส่วนหน้าประสานไปพร้อมกัน เป็นบทเซ็กส์หมู่ที่รุนแรงและสลับสับเปลี่ยนหน้าที่กันอย่างเป็นงาน “ซี๊ดดด... แน่นฉิบหาย...เหมื
แสงไฟสีม่วงนีออนยังคงทำหน้าที่สาดส่องความบิดเบี้ยวบนเตียงนอนหนา รวิศค่อย ๆ ถอนแก่นกายที่แข็งจัดออกจากช่องทางรักที่บวมช้ำจนขึ้นสีแดงจัด ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งช้างเตียง ลมหายใจยังคงหอบกระชั้นทว่าความดุดันและไฟโทสะที่เคยโหมกระพือกลับเริ่มมอดดับลง เหลือเพียงความเงียบงันและความจริงอันน่าสมเพชที่ปรากฏตรงหน้า เขากวาดสายตามองร่างระหงของอดีตเมียเด็กที่นอนคว่ำหน้าแน่นิ่ง มีเพียงแผ่นหลังบางที่ขยับไหวตามแรงสะอื้นไห้อย่างหนัก ข้อมือทั้งสองข้างที่ถูกพันธนาการไว้กับหัวเตียงเหล็กขึ้นรอยถลอกแดงก่ำ ที่น่าเวทนาที่สุดคือต้นขาเนียนผุดผาดที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยเข็มขัดหนาหน่วง บางจุดปริแตกจนมีหยาดเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาเป็นทางยาว นีรชาหมดสิ้นเรี่ยวแรงจะดิ้นรน หล่อนทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลทะลักออกมาจนเปียกชุ่มผ้าไหมที่พันปิดปากไว้ ความแสบร้อนจากบาดแผลทั่วเรือนร่างแล่นริ้วเข้าสู่สมองทุกครั้งที่ขยับกาย ทุกอย่างมันน่ากลัวและดิบเถื่อนจนเกินกว่าที่เด็กสาวคนหนึ่งจะรับไหว รวิศนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อได้สติ ชายหนุ่มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปแก้ปมผ้าพันคอที่มัดปิดปากเธอออกช้า
⚠️ Trigger Warning: ตอนนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Non-con (การร่วมเพศโดยไม่ยินยอม), การกักขังหน่วงเหนี่ยวด้วยกุญแจมือ และการทำร้ายร่างกาย มีการบรรยายถึงความรุนแรงอย่างชัดเจน ผู้อ่านที่ไม่สะดวกใจกับประเด็นการล่วงละเมิดและความรุนแรง กรุณาหลีกเลี่ยงการอ่านตอนนี้ค่ะ เธอถูกทอดทิ้งให้นอนคว่ำหน้าอยู่ในท่วงท่าที่น่าอัปยศ ข้อมือทั้งสองข้างยังคงถูกมัดตรึงแน่นหนาด้วยเชือกหนังกับหัวเตียงเหล็กดัด เสียดสีจนผิวเนียนขึ้นรอยแดงซ้ำ หยาดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลรินอาบสองแก้มทะลักผ่านขอบหน้ากากลูกไม้สีดำสนิทที่ยังคงสวมใส่อยู่ ความหวาดกลัวในความดิบเถื่อนของอดีตคนรักเกาะกุมจิตใจจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับกาย ไม่นานนัก เสียงฝักบัวในห้องน้ำก็เงียบลง รวิศก้าวเดินกลับออกมาในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่า สายตาคู่คมวาวโรจน์จับจ้องเรือนร่างของอดีตเมียเด็กด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและต้องการครอบครอง ชายหนุ่มเริ่มเดินสำรวจรอบห้องนอนสลัวที่ถูกย้อมด้วยแสงไฟสีม่วงนีออน เขากวาดสายตามองไปทั่วจนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้าบิวต์อิน มือหนากระชากบานป
คืนวันศุกร์ที่ฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสายราวกับฟ้าจะร่ำไห้ให้โลกทั้งใบ นีรชายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูห้องทำงานของอาจารย์รวิศอีกครั้ง เวลาล่วงเลยไปเกือบเที่ยงคืนครึ่ง ตึกคณะเศรษฐศาสตร์เงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่างเป็นจังหวะเปาะแปะไม่เคยหยุดพักเธอสวมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีฟ้าอ่อนที่ชุ่มฉ
ฝนตกหนักตั้งแต่บ่ายสามโมงกว่า เม็ดฝนกระหน่ำลงบนหลังคาเหล็กของอาคารคณะเศรษฐศาสตร์จนดังก้องเหมือนเสียงกลองรัวไกล ๆ นีรชายืนหลบฝนใต้ชายคาตึกนานกว่าครึ่งชั่วโมง รองเท้าผ้าใบสีขาวเปียกชุ่มจนรู้สึกหนาวเย็นซึมขึ้นมาถึงข้อเท้า เธอมองนาฬิกาข้อมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ห้าทุ่มกว่าแล้ว แต่เธอยังไม่กล้าก้าวออกจากที่กำ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา นีรชากลับมาที่ห้องพักอาจารย์ในวันพฤหัสบดีบ่ายสามโมงเป๊ะเหมือนเดิม เธอผลักประตูเข้าไปด้วยมือที่จับลูกบิดแน่นกว่าปกติ หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะมันในลำคอ เธอเลือกเสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีครีมอ่อนที่เนื้อผ้าบางจนเห็นเงาบาง ๆ ของเสื้อชั้นในสีเนื้อ กระดุมสองเม็ดบนไม่ได้ติดเหมือนตั้งใจ
บ่ายวันพฤหัสบดีปลายภาคเรียนที่สองของปีการศึกษา รวิศนั่งหลังโต๊ะทำงานไม้สีเข้มในห้องพักอาจารย์ชั้นสาม อาคารคณะเศรษฐศาสตร์ หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับลมร้อนชื้นของกรุงเทพฯ ช่วงบ่ายสามโมงกว่า แสงแดดสีเหลืองส้มสาดลงบนกองเอกสารรายงานนักศึกษาที่เรียงซ้อนกันเป็นกองสูง เขาเลื่อนแว่นขึ้นเล็กน้อย มือขวากุมปากกาหม







