LOGINตอนที่ 2 ใจเต้นแรง
ครืด!! ครืด!! ครืด!! ในขณะที่ฉันกำลังนั่งคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตอยู่นั้น โทรศัพท์ที่อยู่ในมือของฉันมันก็ส่งเสียงร้องขึ้นมา แล้วพอยกขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นยัยกุ๊กไก่ที่โทรเข้ามาเวลานี้ สายเรียกเข้า กุ๊กไก่ “มีอะไรคะ? โทรหาฉันเวลานี้เนี่ย” ทันทีที่กดรับสาย ฉันก็กรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ทันที (จะโทรถามว่าแกนอนยัง?) “ยังไม่นอน แกมีอะไร คงไม่ได้โทรมายกเลิกนัดฉันวันพรุ่งนี้ใช่ไหม” ถ้ามันตอบว่าใช่นะ ฉันจะทุบมันให้หลังหักจริงๆด้วย (เปล่าจ้ะ กะจะโทรมาชวนไปเที่ยวอ่า สนใจไหม?) เที่ยวงั้นเหรอ เที่ยวเวลานี้ก็คงจะไม่พ้นสถานที่อโคจรแน่ๆ “ที่ไหน?” (เคเอ็มผับ อยู่ใกล้ๆกับคอนโดฉันนี่แหละ จะไปไหม แต่ต้องบอกก่อนนะว่าที่นั่นคนเยอะมาก ถ้าจะไปฉันจะโทรบอกเพื่อนฉันที่เป็นผู้จัดการอยู่ที่นั่นจองโต๊ะไว้ให้) ฉันหันไปมองนาฬิกาที่ตอนนี้บ่งบอกว่าสองทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว ถ้าคำนวณเวลา ฉันก็น่าจะถึงที่นั่นสามทุ่มนิดๆ “โต๊ะมันจะว่างอยู่เหรอวะ? แล้วจะให้ฉันไปนอนที่ไหน?” คือคอนโดยัยกุ๊กไก่ก็ไม่ได้ป่ะ เพราะว่ามันอยู่กับผัวมัน ส่วนคอนโดฉันที่จะย้ายเข้าไปก็เหมือนจะยังไม่ได้ทำความสะอาด (เมื่อกี้ทักไปถามยัยเจนนี่มันบอกว่าโซนวีไอพีว่างอยู่นะ คือถ้าแกจะไปฉันจะได้บอกมันให้จองโต๊ะไว้ให้ไง ส่วนเรื่องที่นอนแกไม่ต้องห่วงจ้ะ เพราะที่นั่นมีบริการห้องพักด้วยนะ ถ้าเมาก็เปิดห้องนอนไปเลย) มีบริการห้องพักด้วยงั้นเหรอ ดีเหมือนกันนะ เพราะฉันก็คงจะไม่ขับรถกลับมานอนที่บ้านแล้ว “งั้นก็ให้เพื่อนแกจองเลย เราไปกันสองคนใช่ไหม?” (อาฮะ ไปกันสองคนนี่แหละ เพราะพรุ่งนี้พี่แม็กซ์เขามีประชุมกับหัวหน้างานตอนเช้า แต่เดี๋ยวตอนไปฉันจะให้พี่แม็กซ์เป็นคนไปส่ง ส่วนแกก็ตามโลเคชันไปนะ เดี๋ยวจะปักหมุดเอาไว้ให้) “โอเคได้ งั้นเดี๋ยวอีกสิบนาทีฉันจะออกไปนะ” ที่บอกว่าอีกสิบนาทีจะออกไปเพราะตอนนี้ฉันต้องแต่งหน้ากับหาชุดใส่ก่อนไง (จ้ะ งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ บาย) หลังจากวางสายยัยกุ๊กไก่ ฉันก็รีบแต่งหน้าแล้วก็หาชุดใส่ ซึ่งฉันทำเวลาไปแค่สิบนาทีอย่างที่บอกมันจริงๆ “นับดาว นั่นลูกจะไปไหนจ้ะ” ทันทีที่ฉันเดินลงบันไดมา เสียงแม่ที่นอนดูละครหลังข่าวตรงกลางห้องโถงก็ดังขึ้นมา “ไปเที่ยวกับยัยกุ๊กไก่ค่ะ คืนนี้นับดาวไม่กลับบ้านแล้วนะ จะนอนที่คอนโดยัยกุ๊กไก่เลย” “เดี๋ยวๆ สิ ทำไมถึงได้รีบร้อนขนาดนั้น แล้วนี่จะไปเที่ยวที่ไหนกัน” “ผับแถวๆคอนโดยัยกุ๊กไก่นั่นแหละค่ะแม่ เดี๋ยวนับดาวไปก่อนนะคะ รักแม่นะ” ไม่รอให้แม่ได้พูดอะไร ฉันก็รีบใส่รองเท้าแล้วเดินตรงไปที่ลานจอดรถทันที ด้านคามิน KM PUB 21.15 น. “ไงครับ วันนี้โผล่หัวออกมาได้เหรอ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามเพื่อนรักอย่างเพทายที่ตอนนี้เดินมาหาเขาที่กำลังนั่งดื่มคนเดียวอยู่ตรงที่ประจำ ที่เขาถามไปแบบนั้น เพราะตั้งแต่ที่เพทายมีเมียเป็นตัวเป็นตน เขาก็แทบจะไม่เห็นหัวมันอีกเลย ยิ่งองศา รายนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะตั้งแต่ที่พราวฟ้าคลอดลูกชายออกมา เขาก็แทบไม่มีโอกาสได้นั่งดื่มกับมันอีกเลย “คิดถึงมึงไง เหงาไหมนั่งดื่มคนเดียว” “ไม่เหงาครับ เดี๋ยวก็มีสาวๆมานั่งดื่มกับกู” “งั้นกูกลับแล้วนะ” “……..” คามินไม่ได้ตอบกลับเพทายแต่อย่างใด เพียงแค่งใช้สายตามองหน้าเพื่อนด้วยความเอือมระอา “มึงจะไม่ห้ามกูหน่อยเหรอวะ?” “ห้ามทำไม อยากกลับก็กลับครับ กลับไปดูดนมเมียมึงเลยไป” “หึ หน้ามึงนี่งอนเป็นตุ๊ดไปเลยนะ ” เพทายว่าพลางหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาตัวที่อยู่ตรงข้ามกับคามิน ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบขวดเหล้ามาเทใส่แก้วเปล่าที่วางอยู่ตรงหน้าของตัวเอง “พวกมึงแต่ละคนนะ มีเมียมีลูกแล้วลืมกู” “กูไม่ได้ลืมครับ แล้วกูก็ยังไม่มีลูกโว้ย มีแค่เมีย” “เออ ทั้งมึงทั้งไอ้องศานั่นแหละ พอกันเลย” “มึงก็หาเมียเป็นตัวเป็นตนสักทีดิ จะได้รู้ว่าการมีเมียมันดีแค่ไหน” “เมื่อก่อนกูว่ามึงไม่ได้พูดแบบนี้นะไอ้เพทาย” “นั่นมันเมื่อก่อนไง แต่ตอนนี้กูเปลี่ยนไปแล้วมึงเองก็เห็น อีกอย่างมีเมียเด็กมันทำให้รู้สึกคึกคักตลอดเวลาเลยนะ ไม่เชื่อมึงก็ลองหาเมียที่เด็กกว่าสักคนสิวะ จะได้รู้ว่ามันวิเศษแค่ไหน” “แต่กูว่าการไม่มีเมียมันวิเศษกว่าอีกนะ อยากควงใครก็ควง อยากเอาใครก็เอา เดี๋ยวมึงดูคืนนี้นะ กูจะจัดสาวสวยโต๊ะนั้นให้ได้เลย” คามินพยักพเยิดหน้าไปทางโต๊ะตรงหัวมุมที่อยู่ใกล้ๆกับบันได ที่ตอนนี้มีแต่สาวๆ สวยๆนั่งดื่มกันอยู่สามสี่คน “หึ กูไม่สงสัยเลยนะ ว่าทำไมแม่มึงถึงให้มึงไปดูตัวแทบจะทุกเดือนแบบนี้” สิ่งที่เพทายพูดเมื่อกี้ ทำเอาคามินถึงกับยกแก้วเหล้าที่อยู่ในมือขึ้นดื่มจนหมดแก้ว เพราะเขาเองก็เริ่มเบื่อที่จะต้องไปดูตัวผู้หญิงที่แม่เขาหามาให้แล้วเหมือนกัน และในขณะที่คามินยกขวดเหล้าขึ้นมาเทใส่แก้วที่วางอยู่ตรงหน้าของตัวเองนั้น เสียงของเพทายก็ดังขึ้นมา “ไอ้คามิน มึงดูทางบันไดดิ โคตรสวยเลยว่ะ กูว่าคนนี้น่าจัดกว่าโต๊ะนั้นอีกนะ” สายตาคมจ้องมองไปยังทิศทางที่เพื่อนของตัวเองบอกเมื่อกี้ ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับร่างบางที่กำลังเดินขึ้นบันไดมา เขาจะไม่อะไรเลย ถ้าคนๆนั้นไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาเพิ่งคุยโทรศัพท์ไปก่อนหน้านี้ ที่สำคัญเธอคือคนที่เขาเจอที่บ้านเมื่อตอนเย็น “นับดาว” เสียงทุ้มเผลอเอ่ยชื่อหญิงสาวออกมา จนเพทายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับอดที่จะถามไม่ได้ “มึงรู้จักเหรอ?” อึกอึกอึก!! คามินไม่ตอบคำถามเพื่อนของตัวเอง แต่กลับยกแก้วเหล้าที่เพิ่งจะชงเสร็จเมื่อกี้ขึ้นดื่มทีเดียวจนหมดแก้วเหมือนเดิม “เฮ้ย ไอ้ห่า ดื่มขนาดนั้นเดี๋ยวก็ได้เมาตายห่ากันพอดี” “คนอย่างกูไม่เคยเมา มึงเองก็รู้” ปกติคามินเป็นคนที่คอแข็งมาก ต่อให้ดื่มมากแค่ไหนเขาก็ไม่เคยเมาเลยสักครั้ง “ครับไอ้คนเก่ง กูจะคอยดู” เพทายเลิกสนใจเพื่อนของตัวเอง ก่อนจะหันมาสนใจแก้วเหล้าที่อยู่ในมือแทน และในขณะที่ทั้งสองคนกำลังนั่งดื่มกันอยู่นั้น จู่ๆก็มีผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามาหาที่โต๊ะ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าของคามิน “ขอโทษนะคะ พอดีเพื่อนฉันให้มาขอเบอร์คุณค่ะ” “เพื่อนคนไหนครับ?” ชายหนุ่มเจ้าของความสูง187 เซ็นติเมตร ที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ เพราะปกติเขาก็เป็นคนที่พูดจาสุภาพกับผู้หญิงทุกคนอยู่แล้ว “คนนั้นค่ะ ที่ใส่ชุดสีแดง” คามินมองไปที่โต๊ะ ที่เขาเล็งเอาไว้เมื่อกี้ แต่จู่ๆสายตาก็ไปปะทะเข้ากับดวงตาคู่สวยของหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไป ซึ่งกำลังมองมาทางเขาพอดี พลันหัวใจก็เริ่มเต้นแรงขึ้นมา “เอ่อ เอาไว้โอกาสหน้านะครับ พอดีช่วงนี้โทรศัพท์ผมพัง”สามสิบนาทีต่อมา ตอนแรกจากที่คิดว่าจะไม่ตามพี่คามินกับผู้หญิงคนนั้น แต่ตอนนี้ฉันขับรถตามหลังพี่คามินมาแล้ว ส่วนยัยกุ๊กไก่ฉันก็แยกกับมันที่ห้างเมื่อสามสิบนาทีก่อนหน้านั้น เพราะว่าเราสองคนเอารถมาคนละคัน แล้วฉันก็ไม่อยากให้มันต้องมาเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ฉันกำลังทำอยู่ตอนนี้ด้วยใช่!! ฉันคิดว่าฉันกำลังทำเรื่องไร้สาระมากๆ นี่ก็ไม่รู้ว่าจะแอบตามพี่เขามาทำไม แต่ในเมื่อตามมาขนาดนี้แล้ว ฉันก็จะตามต่อไป และไม่ถึงสิบนาทีรถพี่คามินก็มาจอดอยู่ตรงหน้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ก่อนที่ประตูฝั่งด้านข้างคนขับจะเปิดออก โดยมีร่างบางที่อยู่ในชุดนักศึกษาลงจากรถของเขามาถ้าให้ฉันเดาที่นี่คงจะเป็นบ้านของผู้หญิงคนนั้นสินะ ดูจากแบรนด์เนมที่เธอใช้ก็คงจะมีฐานะไม่เบาและในขณะที่ฉันเอาแต่จ้องมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่นั้น จู่ๆรถสปอร์ตคันหรูของพี่คามินก็เคลื่อนตัวออกไป นี่พี่เขาแค่มาส่งเธอเฉยๆใช่ไหม หรือว่าก่อนหน้านี้เขาสองคนพากันไปมีความสุขถึงไหนต่อไหนกันแล้ว แค่คิดมาถึงตรงนี้ฉันก็รู้สึกหน่วงหน้าอกด้านซ้ายอย่างบอกไม่ถูกแล้ว เฮ้อ!!ตอนเย็น@คอนโดมิเนียม 17.40 น. หลังจากที่พี่คามินขับรถออกไปจากหน้าบ้านหลัง
ด้านคามิน“กินอิ่มยัง?” เสียงทุ้มเอ่ยถามเด็กสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หลังจากที่เขาไปรับเธอจากมหาวิทยาลัยแล้วพามาหาอะไรทานบนห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ “ยังค่ะ” ซึ่งเด็กสาวก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะตักอาหารที่อยู่ในจานตรงหน้าเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย“ตัวนิดเดียวทำไมกินเยอะ แล้วนี่ไอ้ฟาเดลมันไปไหนเรารู้ไหม?” คามินเอ่ยถามลูกพี่ลูกน้องที่อายุห่างกันมากกว่าสิบปีอย่างฟาเดียร์อีกครั้ง ซึ่งเธอก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะตอบคำถามของคามินที่ถามออกมาเมื่อกี้“ไม่รู้ค่ะ พี่ไม่ได้บอกอะไรเดียร์เลย พี่แค่บอกว่าวันนี้เฮียจะมารับไปส่งที่บ้าน” “อืม งั้นก็รีบกินเดี๋ยวเฮียจะได้พาเรากลับเลย” คามินพูดแค่นั้น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเพื่อส่งข้อความหาใครบางคนนับดาวคามิน : ทำอะไรอยู่ครับ?คามิน : อยากได้อะไรไหม? เดี๋ยวซื้อกลับไปให้สายตาคมเอาแต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเอง เพื่อรอให้คนที่เขาส่งข้อความหาเปิดอ่าน แล้วพิมพ์ตอบกลับมาทว่าผ่านไปนานหลายนาทีก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะเปิดอ่านเลย จนกระทั่ง….“เดียร์อิ่มแล้วค่ะ เดี๋ยวขอแวะไปซื้อของแป๊บนึงได้ไหมคะ เฮียรีบกลับไหม?” “
“พี่ก็จะทำให้น้องมีอารมณ์เหมือนเมื่อคืนนี้ไงครับ ไหน ตรงนี้ใช่ไหมที่เป็นจุดอ่อนของเรา” สิ้นเสียงของพี่คามินเขาก็ใช้มือข้างนึงของเขาถลกเสื้อยืดพร้อมกับชุดชั้นในของฉันขึ้นไปกองไว้บนเนินอก ก่อนจะก้มลงมาใช้ลิ้นร้อนปาดเลียบริเวณหัวนมอมชมพูวนเป็นวงกลมสลับข้างกันไปมา“อ๊ะ อื้ออ พ พี่คามิน นับดาวไม่เล่นแบบนี้นะ ห้ามดูด” ฉันพยายามยกมือขึ้นมาปิดบังเต้าอวบทั้งสองข้างของตัวเองเอาไว้ แต่ก็ถูกมือหนาของคนร้ายกาจอย่างพี่คามินรวบไว้เหนือศีรษะของตัวเองจนได้“พี่บอกแล้วไงครับ ว่าพี่จริงจัง เดี๋ยววันนี้ทั้งวันพี่จะทำให้น้องร้องครางดังๆเหมือนเมื่อคืน ดีไหมครับคนสวย” เขายกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้มลงมาจัดการกับเต้าอวบทั้งสองข้างของฉันอีกครั้ง เขาดูด เขาเลียมันอย่างเอาแต่ใจ จนร่างกายของฉันเริ่มอ่อนระทวยคล้อยตามสัมผัสที่เขามอบให้ และไม่นานเสื้อผ้าทุกชิ้นที่อยู่บนตัวของฉันก็ถูกจัดการด้วยสองมือของเขาอย่างชำนาญ “พี่คามิน ม ไม่เอานะ ห้ามลงไป” ฉันร้องห้ามอย่างไว เมื่อพี่คามินกำลังจะเคลื่อนตัวลงไปอยู่กลางหว่างขาของฉันเหมือนเมื่อคืน แต่คนอย่างพี่คามินยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะตอนนี้ใบหน้าของเขาอยู่ตร
หลังจากที่พี่คามินส่งข้อความนั้นมาฉันก็ไม่คิดที่จะพิมพ์ตอบพี่เขาอีกเลย คนบ้าอะไรชอบแกล้งอยู่เรื่อย แล้วตอนนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าที่ร่างกายฉันร้อนรุ่มดั่งไฟเหมือนคนจะเป็นไข้มันเป็นเพราะข้อความที่เขาส่งมาเมื่อกี้หรือว่าเป็นเพราะอะไร แต่สิ่งเดียวที่ฉันรู้และมั่นใจคือไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีหัวใจของฉันดวงนี้มันยังคงเป็นของเขาคนเดียว แค่เขาคนเดียวจริงๆไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน พอมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีอะไรเย็นๆมากระทบกับผิวกายของฉัน แล้วพอฉันลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าพี่คามินกำลังเช็ดตัวให้ฉันด้วยผ้าขนหนูที่ชุบน้ำแล้ว“พี่คามิน ทำอะไรคะ?”“เช็ดตัวไง ตัวน้องร้อนยิ่งกว่าแดดประเทศไทยอีกนะ เมื่อกี้พี่วัดไข้ได้เกือบสี่สิบ” นี่ฉันเป็นไข้จริงๆสินะ ถึงว่าเมื่อกี้ฉันรู้สึกว่าตัวร้อนแปลกๆ“ขอบคุณนะคะ แล้วนี่พี่กลับมานานยัง”“ประมาณครึ่งชั่วโมงครับ เดี๋ยวลุกมากินข้าวแล้วก็กินยาก่อน ค่อยนอนต่อ โอเคไหม” พอพี่คามินพูดจบเขาก็พยุงตัวฉันให้ลุกจากโซฟา ก่อนที่เขาจะเดินไปยกชามข้าวต้มกับถุงยามาให้ฉัน“นี่ยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวด ส่วนนี่ก็ยาลดไข้ กินข้าวเสร็จก็กินยาเลยเข้าใจไหมครับ” พี่คามินว่าพลางหยิบยาออกจากถุงมาวาง
(เมื่อคืนแกได้ป้องกันไหม แล้วพี่คามินปล่อยนอกหรือว่าปล่อยใน) ถามว่าป้องกันไหมตอบเลยว่าไม่ พี่คามินไม่ใส่ถุงยางอนามัยเลยสักรอบ แล้วถ้าจะถามว่าปล่อยนอกหรือว่าปล่อยใน ฉันคิดว่าพี่เขาปล่อยในทุกรอบ เพราะฉันรู้สึกถึงสิ่งอุ่นๆ ที่มันพุ่งเข้ามาในตัวของฉัน ก่อนที่มันจะไหลย้อนออกไปด้านนอก“ไม่ได้ป้องกัน ที่สำคัญปล่อยในทุกรอบ แกว่าฉันจะท้องไหม แล้วฉันควรจะทำยังไงดี ในฐานะที่แกมีผัวมานานช่วยบอกฉันทีว่าฉันต้องทำยังไงหลังจากนี้” ฉันตอบยัยกุ๊กไก่ไปตามความจริง อีกอย่างที่ฉันตัดสินใจโทรเล่าเรื่องนี้ให้มันฟัง ก็เพราะว่าอยากจะปรึกษาเรื่องนี้กับมันนั่นแหละ(อืม งั้นก่อนอื่นถ้าแกยังไม่อยากท้อง ฉันแนะนำให้แกไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมากินก่อน ว่าแต่แกจะเดินไปซื้อยังไง) นั่นสิฉันจะเดินลงไปซื้อยังไง แค่ลำพังเดินในห้องไม่กี่ก้าวก็แทบจะก้าวขาไม่ไหวอยู่แล้วไหม“รอหายก่อนก็ได้ ว่าแต่ไอ้ยาคุมฉุกเฉินนี่มันต้องกินยังไง?” เกิดมาก็ยังไม่เคยสัมผัสกับไอ้ยาคุมพวกนี้ด้วยสิ (กินเม็ดแรกภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ แต่ยิ่งกินเร็วก็ยิ่งดีเพราะโอกาสที่จะไม่ท้องมันจะมีมากกว่า ถ้าเป็นไปได้นะแกควรจะกินภายในยี่สิบสี่ชั
วันต่อมา 09.20 น.“อื้ออ” ฉันค่อยๆ เปิดเปลือกตาของตัวเองขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมารัดรอบเอวจนแทบจะหายใจไม่ออกและพอฉันหันไปมองด้านข้างสิ่งแรกที่เห็นเลยก็คือใบหน้าหล่อเหลาของใครบางคนที่ยังคงนอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ ฉันตอนนี้ใครบางคนที่ฉันเผลอปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาไปเมื่อคืนพี่คามิน!!ฉันแทบอยากจะหยุดหายใจในทันทีเมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ฉันจะไม่มีวันลืมไม่มีวันลืมว่าตัวเองใจง่ายแค่ไหน ใจง่ายจนยอมเสียความบริสุทธิ์ของตัวเองให้กับพี่คามินไป ทั้งๆ ที่พยายามห้ามใจตัวเอง แต่พอเจอคำพูดและการกระทำของเขาเมื่อคืน ร่างกายของฉันมันก็อ่อนระทวยคล้อยตามเขาไปหมดแล้ว ยิ่งสัมผัสที่เขามอบให้ ฉันก็ยิ่งไม่อาจปฏิเสธเขาได้ อีกทั้งร่างกายยังตอบสนองเขาเป็นอย่างดี จนไม่น่าให้อภัยแล้วนี่ฉันจะทำยังไงต่อดี หนีออกไปจากห้องตอนนี้ก่อนดีไหม คิดได้แบบนั้นฉันก็ค่อยๆ ยกแขนของพี่คามินที่พาดเอวฉันเอาไว้ออกอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวเองที่ตอนนี้ไม่มีเสื้อผ้าปกปิดร่างกายเลยสักชิ้นขึ้นจากเตียงอย่างอยากลำบาก“โอ้ย!!” ฉันเผลอร้องเสียงหลงออกมา เมื่อรับรู้ได้ถึงความเจ็บ







