LOGINตอนที่ 1 ภาพความทรงจำ
สองชั่วโมงต่อมา 19.40 น. @บ้านภักดีสิริ “กลับมาแล้วเหรอยัยดาว เป็นยังไงบ้าง ไปเยี่ยมป้าวิเวียนมา ได้ยินว่าเจอกับพี่คามินด้วยใช่ไหม” แม่เอ่ยถามฉันทันทีหลังจากที่ฉันเดินพ้นประตูหน้าบ้านมา นี่ป้าวิเวียนคงจะโทรคุยกับแม่เรียบร้อยแล้วสินะ “ใช่ค่ะ เจอกันแล้ว” ทั้งๆที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ เพราะแม่เป็นคนบอกเองว่าพี่คามินไม่ค่อยจะกลับบ้าน แต่ไหงวันนี้ถึงได้โผล่มาตอนที่ฉันไปเยี่ยมป้าวิเวียนพอดีก็ไม่รู้ “เป็นไง พี่เขาหล่อเหมือนที่แม่บอกไหม” “ไม่เท่าไหร่ค่ะ สู้เพื่อนๆนับดาวที่อเมริกาก็ไม่ได้” ฉันตอบแม่ไปแบบนั้น ทั้งๆที่ความจริงคือพี่คามินเขาหล่อมากๆ ยังคงหล่อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน หรืออาจจะหล่อมากกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ เมื่อกี้ฉันยังจำตอนที่สบตากับพี่เขาได้อยู่เลย วินาทีนั้นเหมือนโลกหยุดหมุนยังไงยังงั้น ทั้งๆที่ไม่เจอเขามาเป็นสิบๆปีแล้ว แต่หัวใจบ้านี่กลับเต้นแรงขึ้นมาเอาซะดื้อๆเลย “ไม่เท่าไหร่? จริงเหรอลูกแต่แม่ว่าพี่เขาหล่อมากๆเลยนะ แต่เสียอยู่อย่างเดียวเจ้าชู้ไปหน่อย นี่ขนาดอายุสามสิบกว่าแล้วยังไม่คิดแต่งงานมีครอบครัวเลย ป้าวิเวียนก็โทรมาระบายให้แม่ฟังบ่อยๆ ว่าอยากจะอุ้มหลานใจจะขาด” นี่พี่เขาเจ้าชู้ขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ก็ไม่แปลกหรอก ตอนที่เขาเรียนอยู่ม.ปลายกับมหาลัย ก็เปลี่ยนสาวเป็นว่าเล่นเหมือนกัน “แล้วแม่ล่ะคะ ไม่อยากอุ้มหลานบ้างเหรอ” ฉันแกล้งถามแม่ไป เพราะแม่เองก็บ่นว่าอยากอุ้มหลานเหมือนกัน ติดตรงที่ฉันยังไม่มีแฟน แล้วก็ไม่คิดที่จะมีด้วย “เหอะ นาทีนี้หาลูกเขยให้ได้ก่อนเถอะจ้ะ นี่แม่ถามแกจริงๆนะ ไม่ถูกใจผู้ชายคนไหนบ้างเลยเหรอ” ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมแม่ถึงได้ถามแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาฉันไม่เคยคบหรือควงผู้ชายคนไหนเลย จนตอนนี้อายุยี่สิบสี่ จะยี่สิบห้าอยู่แล้ว จะว่าถูกใจมันก็มีอยู่นะ แต่พอคิดจะคบจริงๆ มันก็ทำไม่ได้อะ มันเหมือนว่าฉันยังตัดใจจากเขาไม่ได้ ทั้งๆที่มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว “ไว้เดี๋ยวค่อยมาหาที่ไทยก็ได้นี่คะ แม่บอกว่าแม่ไม่ชอบผู้ชายตาน้ำข้าวนี่นา” “จ้ะ จะคอยดูว่าชาตินี้แม่จะได้ลูกเขยไหม แล้วนี่จะย้ายเข้าคอนโดเมื่อไหร่ แม่จะได้ให้คนจัดการให้” “ขอเป็นอาทิตย์หน้าแล้วกันนะคะ หนูเพิ่งจะกลับมาได้แค่สามวันเอง แม่ก็จะไล่หนูแล้วเหรอ” “เปล่าไล่สักหน่อย แม่ก็แค่ถามเฉยๆเอง ถ้าเป็นไปได้แม่ก็อยากให้แกอยู่ที่บ้านหลังนี้กับแม่นี่แหละ อยู่กับพ่อแกสองคนแม่จะเป็นประสาท พ่อแกนะยิ่งแก่ก็ยิ่งไม่ยอมพูด ไม่รู้ว่าจะเก็บปากไว้อมอะไร บางทีเวลาที่แม่พูดกับพ่อแก ก็เหมือนว่าแม่พูดอยู่คนเดียว” “โถ่ แม่ก็อย่าไปว่าพ่อสิคะ แล้วนี่พ่ออยู่ไหนเหรอคะ ตั้งแต่กลับมาหนูยังไม่เห็นพ่อเลย” “ที่เดิมแหละจ้ะ รายนั้นนะกลับจากที่ทำงานมาก็มาขลุกอยู่แต่ห้องหนังสือ” ที่แม่พูดก็จริงนะ ตั้งแต่ที่ฉันกลับมาฉันเห็นพ่อเข้าไปสิงอยู่ในห้องหนังสือทุกวันเลย “งั้นเดี๋ยวหนูขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ เหนียวตัวไปหมดแล้วตอนนี้” เป็นเพราะว่าฉันยังไม่ชินกับอากาศที่ประเทศไทย มันเลยทำให้ร่างกายของฉันผลิตเหงื่อออกมาเป็นจำนวนมาก แล้วตอนนี้ฉันก็รู้สึกว่าเหนียวเนื้อเหนียวตัวไปหมดเลย เฮ้อ สามสิบนาทีต่อมา ครืด!! ครืด!! ครืด!! ในขณะที่ฉันกำลังนั่งทาครีมบำรุงหน้าอยู่ที่หน้าโต๊ะกระจกนั้น จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของฉันที่อยู่ใกล้ๆก็ดังขึ้นมา แล้วพอหยิบมาดูก็พบว่าเป็นเบอร์แปลกที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือของฉันตอนนี้ สายเรียกเข้า 095-999-99xx เบอร์ใคร? ฉันเพิ่งจะซื้อซิมใส่เมื่อวานเองนะ!! ฉันได้แต่จ้องมองดูอยู่อย่างนั้น โดยที่ไม่คิดจะรับสายแต่อย่างใด เพราะกลัวเป็นพวกมิจฉาชีพด้วยไง และ..... ติ้ง!! จู่ๆข้อความก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของฉัน ซึ่งพอเห็นแบบนั้นฉันก็กดเข้าไปอ่านทันที เพราะมันส่งมาจากเบอร์ที่โทรเข้ามาเมื่อกี้ +66 95 -999-99xx นี่เบอร์พี่เองครับ พี่คามิน เห็นแล้วโทรกลับทีนะ พี่คามินงั้นเหรอ แล้วนี่เขาไปเอาเบอร์ฉันมาจากไหน หรือว่าจะเป็นแม่ที่ให้ไป ต้องใช่แน่ๆ เพราะคนที่มีเบอร์ฉันตอนนี้ก็มีแค่ พ่อ แม่ กับยัยกุ๊กไก่ เพื่อนสนิทสมัยเรียนตอนมัธยมต้นที่ฉันยังคงติดต่อกับมันไม่เคยขาด ถึงแม้ว่าฉันจะย้ายไปอยู่ที่อเมริกานานนับสิบปีก็ตาม แล้วเขาโทรมาทำไม? ด้วยความสงสัยฉันจึงกดโทรไปหาเขา และไม่ถึงสามวินาทีเสียงปลายสายก็ดังขึ้นมา (พี่ก็นึกว่าเราจะไม่โทรกลับหาพี่ซะแล้ว) “คุณมีอะไรเหรอคะ?” (นี่จะเรียกพี่ว่าคุณจริงดิ เมื่อก่อนนับดาวเรียกพี่ว่าพี่คามินไม่ขาดปากเลยนี่นา) “นับดาวบอกแล้วไงคะ ว่าเราไม่สนิทกัน” (โอเคครับ ไม่สนิทก็ไม่สนิท พอดีแม่พี่ให้โทรมาถามว่าเราถึงบ้านหรือยัง) อ่อ นี่คือเหตุผลที่พี่เขาโทรมาสินะ “ถึงแล้วค่ะ ฝากบอกคุณป้าว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” (ครับ ไว้เดี๋ยวพี่บอกแม่ให้ ว่าแต่พรุ่งนี้เรามีแพลนไปเที่ยวที่ไหนไหม?) “ทำไมคะ คุณจะพาฉันไปเที่ยวเหรอ?” นี่ก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะตอบว่าใช่ แต่สุดท้ายคำตอบของเขาก็ทำให้หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นมา (ก็ถ้าเราไม่ว่าอะไร พี่ก็ยินดีอาสาพาเราไปเที่ยวได้นะ) “งั้นเอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะคะ พอดีพรุ่งนี้ฉันนัดเพื่อนเอาไว้แล้ว” เพื่อนที่ว่าก็คือยัยกุ๊กไก่นั่นแหละ พอดีพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของนาง แล้วนางก็บอกจะพาฉันไปเที่ยวแล้วด้วย (โอเคครับ เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้ แต่พี่ขออนุญาตแอดไลน์เราไว้ได้ไหม พี่แอดเบอร์นี้ได้เลยหรือเปล่า) นี่เขากำลังจะขอช่องทางการติดต่อของฉันเพิ่มสินะ “ได้ค่ะ แต่ว่าฉันไม่ค่อยได้เล่นสักเท่าไหร่นะคะ เวลาคุณทักมาฉันอาจจะตอบช้า หรือว่าไม่ได้ตอบ” ความจริงฉันเล่นตลอดนะ เวลาคุยกับยัยกุ๊กไก่ ฉันก็คุยผ่านไลน์นี่แหละ แต่คือฉันพอใจที่จะตอบเขาไปแบบนี้ไง (ครับไม่เป็นไร อย่างน้อยพี่ก็จะได้ส่งข้อความหาเราได้ง่ายๆหน่อย) ส่งข้อความหาฉันได้ง่ายอย่างนั้นเหรอ “ตามใจค่ะ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วแค่นี้ก่อนนะคะ” (โอเคครับ พี่ไม่รบกวนเราแล้ว ยังไงคืนนี้ก็...ฝันดีนะครับ) ‘ฝันดีนะครับ ฝันดีนะครับ ฝันดีนะครับ’ ไม่รู้ว่าพี่คามินกดวางสายไปตั้งแต่ตอนไหน แต่ตอนนี้ฉันยังถือโทรศัพท์แนบหูตัวเองแล้วนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ตรงหน้ากระจกอยู่เลย เพราะไอ้ประโยคสุดท้ายเมื่อกี้นี่แหละ ฝันดีบ้าบออะไรกัน แล้วนี่แกจะยิ้มอีกนานไหม จำที่เขาเคยปฏิเสธแกเมื่อสิบปีก่อนไม่ได้หรือไง พอคิดถึงเหตุการณ์นั้น ภาพความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนมันก็แล่นเข้ามาในหัวของฉันทันที มันเป็นภาพความทรงจำที่ฉัน ไม่มีวันลืม!!! ‘พี่คามินคะ นับดาวมีเรื่องอยากจะคุยกับพี่’ ‘ว่ามาสิ เรามีอะไรจะคุยกับพี่’ ‘คือว่า นับดาวจะต้องย้ายไปอยู่กับแม่ที่อเมริกาเดือนหน้า เรื่องนี้พี่รู้แล้วใช่ไหม?’ ‘อาฮะ แม่บอกพี่แล้ว ว่าแต่มีอะไรเหรอ?’ ‘คือว่านับดาวไม่รู้ว่าจะต้องไปอยู่ที่นั่นนานไหม แต่ก่อนไปนับดาวตัดสินใจแล้วว่าจะพูดเรื่องนี้กับพี่’ ‘เรื่องอะไร แล้วทำไมเราถึงต้องทำหน้าจริงจังขนาดนั้นด้วย’ ‘คือว่านับดาว....ชอบพี่คามินค่ะ ชอบพี่มากๆ ชอบในแบบที่ผู้หญิงคนนึงจะชอบผู้ชายได้’ ‘………..’ ‘นับดาวไม่รู้ว่าตัวเองชอบพี่ไปตอนไหน แต่พอมารู้ตัวอีกทีนับดาวก็ชอบพี่ไปแล้ว’ ‘เดี๋ยวนะนับดาว เรากำลังสารภาพรักกับพี่อยู่ใช่ไหม?’ ‘เอ่อ จะว่าแบบนั้นก็ได้ค่ะ’ ‘นับดาว พี่จะพูดกับนับดาวตรงๆเลยนะ…’ ‘…พี่ไม่ชอบเด็ก ยิ่งเด็กที่ตัวอ้วนๆดำๆแบบเรา พี่ก็ยิ่งไม่ชอบ แล้วจะไม่มีวันชอบด้วย’สามสิบนาทีต่อมา ตอนแรกจากที่คิดว่าจะไม่ตามพี่คามินกับผู้หญิงคนนั้น แต่ตอนนี้ฉันขับรถตามหลังพี่คามินมาแล้ว ส่วนยัยกุ๊กไก่ฉันก็แยกกับมันที่ห้างเมื่อสามสิบนาทีก่อนหน้านั้น เพราะว่าเราสองคนเอารถมาคนละคัน แล้วฉันก็ไม่อยากให้มันต้องมาเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ฉันกำลังทำอยู่ตอนนี้ด้วยใช่!! ฉันคิดว่าฉันกำลังทำเรื่องไร้สาระมากๆ นี่ก็ไม่รู้ว่าจะแอบตามพี่เขามาทำไม แต่ในเมื่อตามมาขนาดนี้แล้ว ฉันก็จะตามต่อไป และไม่ถึงสิบนาทีรถพี่คามินก็มาจอดอยู่ตรงหน้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ก่อนที่ประตูฝั่งด้านข้างคนขับจะเปิดออก โดยมีร่างบางที่อยู่ในชุดนักศึกษาลงจากรถของเขามาถ้าให้ฉันเดาที่นี่คงจะเป็นบ้านของผู้หญิงคนนั้นสินะ ดูจากแบรนด์เนมที่เธอใช้ก็คงจะมีฐานะไม่เบาและในขณะที่ฉันเอาแต่จ้องมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่นั้น จู่ๆรถสปอร์ตคันหรูของพี่คามินก็เคลื่อนตัวออกไป นี่พี่เขาแค่มาส่งเธอเฉยๆใช่ไหม หรือว่าก่อนหน้านี้เขาสองคนพากันไปมีความสุขถึงไหนต่อไหนกันแล้ว แค่คิดมาถึงตรงนี้ฉันก็รู้สึกหน่วงหน้าอกด้านซ้ายอย่างบอกไม่ถูกแล้ว เฮ้อ!!ตอนเย็น@คอนโดมิเนียม 17.40 น. หลังจากที่พี่คามินขับรถออกไปจากหน้าบ้านหลัง
ด้านคามิน“กินอิ่มยัง?” เสียงทุ้มเอ่ยถามเด็กสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หลังจากที่เขาไปรับเธอจากมหาวิทยาลัยแล้วพามาหาอะไรทานบนห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ “ยังค่ะ” ซึ่งเด็กสาวก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะตักอาหารที่อยู่ในจานตรงหน้าเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย“ตัวนิดเดียวทำไมกินเยอะ แล้วนี่ไอ้ฟาเดลมันไปไหนเรารู้ไหม?” คามินเอ่ยถามลูกพี่ลูกน้องที่อายุห่างกันมากกว่าสิบปีอย่างฟาเดียร์อีกครั้ง ซึ่งเธอก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะตอบคำถามของคามินที่ถามออกมาเมื่อกี้“ไม่รู้ค่ะ พี่ไม่ได้บอกอะไรเดียร์เลย พี่แค่บอกว่าวันนี้เฮียจะมารับไปส่งที่บ้าน” “อืม งั้นก็รีบกินเดี๋ยวเฮียจะได้พาเรากลับเลย” คามินพูดแค่นั้น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเพื่อส่งข้อความหาใครบางคนนับดาวคามิน : ทำอะไรอยู่ครับ?คามิน : อยากได้อะไรไหม? เดี๋ยวซื้อกลับไปให้สายตาคมเอาแต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเอง เพื่อรอให้คนที่เขาส่งข้อความหาเปิดอ่าน แล้วพิมพ์ตอบกลับมาทว่าผ่านไปนานหลายนาทีก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะเปิดอ่านเลย จนกระทั่ง….“เดียร์อิ่มแล้วค่ะ เดี๋ยวขอแวะไปซื้อของแป๊บนึงได้ไหมคะ เฮียรีบกลับไหม?” “
“พี่ก็จะทำให้น้องมีอารมณ์เหมือนเมื่อคืนนี้ไงครับ ไหน ตรงนี้ใช่ไหมที่เป็นจุดอ่อนของเรา” สิ้นเสียงของพี่คามินเขาก็ใช้มือข้างนึงของเขาถลกเสื้อยืดพร้อมกับชุดชั้นในของฉันขึ้นไปกองไว้บนเนินอก ก่อนจะก้มลงมาใช้ลิ้นร้อนปาดเลียบริเวณหัวนมอมชมพูวนเป็นวงกลมสลับข้างกันไปมา“อ๊ะ อื้ออ พ พี่คามิน นับดาวไม่เล่นแบบนี้นะ ห้ามดูด” ฉันพยายามยกมือขึ้นมาปิดบังเต้าอวบทั้งสองข้างของตัวเองเอาไว้ แต่ก็ถูกมือหนาของคนร้ายกาจอย่างพี่คามินรวบไว้เหนือศีรษะของตัวเองจนได้“พี่บอกแล้วไงครับ ว่าพี่จริงจัง เดี๋ยววันนี้ทั้งวันพี่จะทำให้น้องร้องครางดังๆเหมือนเมื่อคืน ดีไหมครับคนสวย” เขายกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้มลงมาจัดการกับเต้าอวบทั้งสองข้างของฉันอีกครั้ง เขาดูด เขาเลียมันอย่างเอาแต่ใจ จนร่างกายของฉันเริ่มอ่อนระทวยคล้อยตามสัมผัสที่เขามอบให้ และไม่นานเสื้อผ้าทุกชิ้นที่อยู่บนตัวของฉันก็ถูกจัดการด้วยสองมือของเขาอย่างชำนาญ “พี่คามิน ม ไม่เอานะ ห้ามลงไป” ฉันร้องห้ามอย่างไว เมื่อพี่คามินกำลังจะเคลื่อนตัวลงไปอยู่กลางหว่างขาของฉันเหมือนเมื่อคืน แต่คนอย่างพี่คามินยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะตอนนี้ใบหน้าของเขาอยู่ตร
หลังจากที่พี่คามินส่งข้อความนั้นมาฉันก็ไม่คิดที่จะพิมพ์ตอบพี่เขาอีกเลย คนบ้าอะไรชอบแกล้งอยู่เรื่อย แล้วตอนนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าที่ร่างกายฉันร้อนรุ่มดั่งไฟเหมือนคนจะเป็นไข้มันเป็นเพราะข้อความที่เขาส่งมาเมื่อกี้หรือว่าเป็นเพราะอะไร แต่สิ่งเดียวที่ฉันรู้และมั่นใจคือไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีหัวใจของฉันดวงนี้มันยังคงเป็นของเขาคนเดียว แค่เขาคนเดียวจริงๆไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน พอมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีอะไรเย็นๆมากระทบกับผิวกายของฉัน แล้วพอฉันลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าพี่คามินกำลังเช็ดตัวให้ฉันด้วยผ้าขนหนูที่ชุบน้ำแล้ว“พี่คามิน ทำอะไรคะ?”“เช็ดตัวไง ตัวน้องร้อนยิ่งกว่าแดดประเทศไทยอีกนะ เมื่อกี้พี่วัดไข้ได้เกือบสี่สิบ” นี่ฉันเป็นไข้จริงๆสินะ ถึงว่าเมื่อกี้ฉันรู้สึกว่าตัวร้อนแปลกๆ“ขอบคุณนะคะ แล้วนี่พี่กลับมานานยัง”“ประมาณครึ่งชั่วโมงครับ เดี๋ยวลุกมากินข้าวแล้วก็กินยาก่อน ค่อยนอนต่อ โอเคไหม” พอพี่คามินพูดจบเขาก็พยุงตัวฉันให้ลุกจากโซฟา ก่อนที่เขาจะเดินไปยกชามข้าวต้มกับถุงยามาให้ฉัน“นี่ยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวด ส่วนนี่ก็ยาลดไข้ กินข้าวเสร็จก็กินยาเลยเข้าใจไหมครับ” พี่คามินว่าพลางหยิบยาออกจากถุงมาวาง
(เมื่อคืนแกได้ป้องกันไหม แล้วพี่คามินปล่อยนอกหรือว่าปล่อยใน) ถามว่าป้องกันไหมตอบเลยว่าไม่ พี่คามินไม่ใส่ถุงยางอนามัยเลยสักรอบ แล้วถ้าจะถามว่าปล่อยนอกหรือว่าปล่อยใน ฉันคิดว่าพี่เขาปล่อยในทุกรอบ เพราะฉันรู้สึกถึงสิ่งอุ่นๆ ที่มันพุ่งเข้ามาในตัวของฉัน ก่อนที่มันจะไหลย้อนออกไปด้านนอก“ไม่ได้ป้องกัน ที่สำคัญปล่อยในทุกรอบ แกว่าฉันจะท้องไหม แล้วฉันควรจะทำยังไงดี ในฐานะที่แกมีผัวมานานช่วยบอกฉันทีว่าฉันต้องทำยังไงหลังจากนี้” ฉันตอบยัยกุ๊กไก่ไปตามความจริง อีกอย่างที่ฉันตัดสินใจโทรเล่าเรื่องนี้ให้มันฟัง ก็เพราะว่าอยากจะปรึกษาเรื่องนี้กับมันนั่นแหละ(อืม งั้นก่อนอื่นถ้าแกยังไม่อยากท้อง ฉันแนะนำให้แกไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมากินก่อน ว่าแต่แกจะเดินไปซื้อยังไง) นั่นสิฉันจะเดินลงไปซื้อยังไง แค่ลำพังเดินในห้องไม่กี่ก้าวก็แทบจะก้าวขาไม่ไหวอยู่แล้วไหม“รอหายก่อนก็ได้ ว่าแต่ไอ้ยาคุมฉุกเฉินนี่มันต้องกินยังไง?” เกิดมาก็ยังไม่เคยสัมผัสกับไอ้ยาคุมพวกนี้ด้วยสิ (กินเม็ดแรกภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ แต่ยิ่งกินเร็วก็ยิ่งดีเพราะโอกาสที่จะไม่ท้องมันจะมีมากกว่า ถ้าเป็นไปได้นะแกควรจะกินภายในยี่สิบสี่ชั
วันต่อมา 09.20 น.“อื้ออ” ฉันค่อยๆ เปิดเปลือกตาของตัวเองขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมารัดรอบเอวจนแทบจะหายใจไม่ออกและพอฉันหันไปมองด้านข้างสิ่งแรกที่เห็นเลยก็คือใบหน้าหล่อเหลาของใครบางคนที่ยังคงนอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ ฉันตอนนี้ใครบางคนที่ฉันเผลอปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาไปเมื่อคืนพี่คามิน!!ฉันแทบอยากจะหยุดหายใจในทันทีเมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ฉันจะไม่มีวันลืมไม่มีวันลืมว่าตัวเองใจง่ายแค่ไหน ใจง่ายจนยอมเสียความบริสุทธิ์ของตัวเองให้กับพี่คามินไป ทั้งๆ ที่พยายามห้ามใจตัวเอง แต่พอเจอคำพูดและการกระทำของเขาเมื่อคืน ร่างกายของฉันมันก็อ่อนระทวยคล้อยตามเขาไปหมดแล้ว ยิ่งสัมผัสที่เขามอบให้ ฉันก็ยิ่งไม่อาจปฏิเสธเขาได้ อีกทั้งร่างกายยังตอบสนองเขาเป็นอย่างดี จนไม่น่าให้อภัยแล้วนี่ฉันจะทำยังไงต่อดี หนีออกไปจากห้องตอนนี้ก่อนดีไหม คิดได้แบบนั้นฉันก็ค่อยๆ ยกแขนของพี่คามินที่พาดเอวฉันเอาไว้ออกอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวเองที่ตอนนี้ไม่มีเสื้อผ้าปกปิดร่างกายเลยสักชิ้นขึ้นจากเตียงอย่างอยากลำบาก“โอ้ย!!” ฉันเผลอร้องเสียงหลงออกมา เมื่อรับรู้ได้ถึงความเจ็บ







