เข้าสู่ระบบตอนที่ 1 ภาพความทรงจำ
สองชั่วโมงต่อมา 19.40 น. @บ้านภักดีสิริ “กลับมาแล้วเหรอยัยดาว เป็นยังไงบ้าง ไปเยี่ยมป้าวิเวียนมา ได้ยินว่าเจอกับพี่คามินด้วยใช่ไหม” แม่เอ่ยถามฉันทันทีหลังจากที่ฉันเดินพ้นประตูหน้าบ้านมา นี่ป้าวิเวียนคงจะโทรคุยกับแม่เรียบร้อยแล้วสินะ “ใช่ค่ะ เจอกันแล้ว” ทั้งๆที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ เพราะแม่เป็นคนบอกเองว่าพี่คามินไม่ค่อยจะกลับบ้าน แต่ไหงวันนี้ถึงได้โผล่มาตอนที่ฉันไปเยี่ยมป้าวิเวียนพอดีก็ไม่รู้ “เป็นไง พี่เขาหล่อเหมือนที่แม่บอกไหม” “ไม่เท่าไหร่ค่ะ สู้เพื่อนๆนับดาวที่อเมริกาก็ไม่ได้” ฉันตอบแม่ไปแบบนั้น ทั้งๆที่ความจริงคือพี่คามินเขาหล่อมากๆ ยังคงหล่อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน หรืออาจจะหล่อมากกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ เมื่อกี้ฉันยังจำตอนที่สบตากับพี่เขาได้อยู่เลย วินาทีนั้นเหมือนโลกหยุดหมุนยังไงยังงั้น ทั้งๆที่ไม่เจอเขามาเป็นสิบๆปีแล้ว แต่หัวใจบ้านี่กลับเต้นแรงขึ้นมาเอาซะดื้อๆเลย “ไม่เท่าไหร่? จริงเหรอลูกแต่แม่ว่าพี่เขาหล่อมากๆเลยนะ แต่เสียอยู่อย่างเดียวเจ้าชู้ไปหน่อย นี่ขนาดอายุสามสิบกว่าแล้วยังไม่คิดแต่งงานมีครอบครัวเลย ป้าวิเวียนก็โทรมาระบายให้แม่ฟังบ่อยๆ ว่าอยากจะอุ้มหลานใจจะขาด” นี่พี่เขาเจ้าชู้ขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ก็ไม่แปลกหรอก ตอนที่เขาเรียนอยู่ม.ปลายกับมหาลัย ก็เปลี่ยนสาวเป็นว่าเล่นเหมือนกัน “แล้วแม่ล่ะคะ ไม่อยากอุ้มหลานบ้างเหรอ” ฉันแกล้งถามแม่ไป เพราะแม่เองก็บ่นว่าอยากอุ้มหลานเหมือนกัน ติดตรงที่ฉันยังไม่มีแฟน แล้วก็ไม่คิดที่จะมีด้วย “เหอะ นาทีนี้หาลูกเขยให้ได้ก่อนเถอะจ้ะ นี่แม่ถามแกจริงๆนะ ไม่ถูกใจผู้ชายคนไหนบ้างเลยเหรอ” ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมแม่ถึงได้ถามแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาฉันไม่เคยคบหรือควงผู้ชายคนไหนเลย จนตอนนี้อายุยี่สิบสี่ จะยี่สิบห้าอยู่แล้ว จะว่าถูกใจมันก็มีอยู่นะ แต่พอคิดจะคบจริงๆ มันก็ทำไม่ได้อะ มันเหมือนว่าฉันยังตัดใจจากเขาไม่ได้ ทั้งๆที่มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว “ไว้เดี๋ยวค่อยมาหาที่ไทยก็ได้นี่คะ แม่บอกว่าแม่ไม่ชอบผู้ชายตาน้ำข้าวนี่นา” “จ้ะ จะคอยดูว่าชาตินี้แม่จะได้ลูกเขยไหม แล้วนี่จะย้ายเข้าคอนโดเมื่อไหร่ แม่จะได้ให้คนจัดการให้” “ขอเป็นอาทิตย์หน้าแล้วกันนะคะ หนูเพิ่งจะกลับมาได้แค่สามวันเอง แม่ก็จะไล่หนูแล้วเหรอ” “เปล่าไล่สักหน่อย แม่ก็แค่ถามเฉยๆเอง ถ้าเป็นไปได้แม่ก็อยากให้แกอยู่ที่บ้านหลังนี้กับแม่นี่แหละ อยู่กับพ่อแกสองคนแม่จะเป็นประสาท พ่อแกนะยิ่งแก่ก็ยิ่งไม่ยอมพูด ไม่รู้ว่าจะเก็บปากไว้อมอะไร บางทีเวลาที่แม่พูดกับพ่อแก ก็เหมือนว่าแม่พูดอยู่คนเดียว” “โถ่ แม่ก็อย่าไปว่าพ่อสิคะ แล้วนี่พ่ออยู่ไหนเหรอคะ ตั้งแต่กลับมาหนูยังไม่เห็นพ่อเลย” “ที่เดิมแหละจ้ะ รายนั้นนะกลับจากที่ทำงานมาก็มาขลุกอยู่แต่ห้องหนังสือ” ที่แม่พูดก็จริงนะ ตั้งแต่ที่ฉันกลับมาฉันเห็นพ่อเข้าไปสิงอยู่ในห้องหนังสือทุกวันเลย “งั้นเดี๋ยวหนูขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ เหนียวตัวไปหมดแล้วตอนนี้” เป็นเพราะว่าฉันยังไม่ชินกับอากาศที่ประเทศไทย มันเลยทำให้ร่างกายของฉันผลิตเหงื่อออกมาเป็นจำนวนมาก แล้วตอนนี้ฉันก็รู้สึกว่าเหนียวเนื้อเหนียวตัวไปหมดเลย เฮ้อ สามสิบนาทีต่อมา ครืด!! ครืด!! ครืด!! ในขณะที่ฉันกำลังนั่งทาครีมบำรุงหน้าอยู่ที่หน้าโต๊ะกระจกนั้น จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของฉันที่อยู่ใกล้ๆก็ดังขึ้นมา แล้วพอหยิบมาดูก็พบว่าเป็นเบอร์แปลกที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือของฉันตอนนี้ สายเรียกเข้า 095-999-99xx เบอร์ใคร? ฉันเพิ่งจะซื้อซิมใส่เมื่อวานเองนะ!! ฉันได้แต่จ้องมองดูอยู่อย่างนั้น โดยที่ไม่คิดจะรับสายแต่อย่างใด เพราะกลัวเป็นพวกมิจฉาชีพด้วยไง และ..... ติ้ง!! จู่ๆข้อความก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของฉัน ซึ่งพอเห็นแบบนั้นฉันก็กดเข้าไปอ่านทันที เพราะมันส่งมาจากเบอร์ที่โทรเข้ามาเมื่อกี้ +66 95 -999-99xx นี่เบอร์พี่เองครับ พี่คามิน เห็นแล้วโทรกลับทีนะ พี่คามินงั้นเหรอ แล้วนี่เขาไปเอาเบอร์ฉันมาจากไหน หรือว่าจะเป็นแม่ที่ให้ไป ต้องใช่แน่ๆ เพราะคนที่มีเบอร์ฉันตอนนี้ก็มีแค่ พ่อ แม่ กับยัยกุ๊กไก่ เพื่อนสนิทสมัยเรียนตอนมัธยมต้นที่ฉันยังคงติดต่อกับมันไม่เคยขาด ถึงแม้ว่าฉันจะย้ายไปอยู่ที่อเมริกานานนับสิบปีก็ตาม แล้วเขาโทรมาทำไม? ด้วยความสงสัยฉันจึงกดโทรไปหาเขา และไม่ถึงสามวินาทีเสียงปลายสายก็ดังขึ้นมา (พี่ก็นึกว่าเราจะไม่โทรกลับหาพี่ซะแล้ว) “คุณมีอะไรเหรอคะ?” (นี่จะเรียกพี่ว่าคุณจริงดิ เมื่อก่อนนับดาวเรียกพี่ว่าพี่คามินไม่ขาดปากเลยนี่นา) “นับดาวบอกแล้วไงคะ ว่าเราไม่สนิทกัน” (โอเคครับ ไม่สนิทก็ไม่สนิท พอดีแม่พี่ให้โทรมาถามว่าเราถึงบ้านหรือยัง) อ่อ นี่คือเหตุผลที่พี่เขาโทรมาสินะ “ถึงแล้วค่ะ ฝากบอกคุณป้าว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” (ครับ ไว้เดี๋ยวพี่บอกแม่ให้ ว่าแต่พรุ่งนี้เรามีแพลนไปเที่ยวที่ไหนไหม?) “ทำไมคะ คุณจะพาฉันไปเที่ยวเหรอ?” นี่ก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะตอบว่าใช่ แต่สุดท้ายคำตอบของเขาก็ทำให้หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นมา (ก็ถ้าเราไม่ว่าอะไร พี่ก็ยินดีอาสาพาเราไปเที่ยวได้นะ) “งั้นเอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะคะ พอดีพรุ่งนี้ฉันนัดเพื่อนเอาไว้แล้ว” เพื่อนที่ว่าก็คือยัยกุ๊กไก่นั่นแหละ พอดีพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของนาง แล้วนางก็บอกจะพาฉันไปเที่ยวแล้วด้วย (โอเคครับ เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้ แต่พี่ขออนุญาตแอดไลน์เราไว้ได้ไหม พี่แอดเบอร์นี้ได้เลยหรือเปล่า) นี่เขากำลังจะขอช่องทางการติดต่อของฉันเพิ่มสินะ “ได้ค่ะ แต่ว่าฉันไม่ค่อยได้เล่นสักเท่าไหร่นะคะ เวลาคุณทักมาฉันอาจจะตอบช้า หรือว่าไม่ได้ตอบ” ความจริงฉันเล่นตลอดนะ เวลาคุยกับยัยกุ๊กไก่ ฉันก็คุยผ่านไลน์นี่แหละ แต่คือฉันพอใจที่จะตอบเขาไปแบบนี้ไง (ครับไม่เป็นไร อย่างน้อยพี่ก็จะได้ส่งข้อความหาเราได้ง่ายๆหน่อย) ส่งข้อความหาฉันได้ง่ายอย่างนั้นเหรอ “ตามใจค่ะ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วแค่นี้ก่อนนะคะ” (โอเคครับ พี่ไม่รบกวนเราแล้ว ยังไงคืนนี้ก็...ฝันดีนะครับ) ‘ฝันดีนะครับ ฝันดีนะครับ ฝันดีนะครับ’ ไม่รู้ว่าพี่คามินกดวางสายไปตั้งแต่ตอนไหน แต่ตอนนี้ฉันยังถือโทรศัพท์แนบหูตัวเองแล้วนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ตรงหน้ากระจกอยู่เลย เพราะไอ้ประโยคสุดท้ายเมื่อกี้นี่แหละ ฝันดีบ้าบออะไรกัน แล้วนี่แกจะยิ้มอีกนานไหม จำที่เขาเคยปฏิเสธแกเมื่อสิบปีก่อนไม่ได้หรือไง พอคิดถึงเหตุการณ์นั้น ภาพความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนมันก็แล่นเข้ามาในหัวของฉันทันที มันเป็นภาพความทรงจำที่ฉัน ไม่มีวันลืม!!! ‘พี่คามินคะ นับดาวมีเรื่องอยากจะคุยกับพี่’ ‘ว่ามาสิ เรามีอะไรจะคุยกับพี่’ ‘คือว่า นับดาวจะต้องย้ายไปอยู่กับแม่ที่อเมริกาเดือนหน้า เรื่องนี้พี่รู้แล้วใช่ไหม?’ ‘อาฮะ แม่บอกพี่แล้ว ว่าแต่มีอะไรเหรอ?’ ‘คือว่านับดาวไม่รู้ว่าจะต้องไปอยู่ที่นั่นนานไหม แต่ก่อนไปนับดาวตัดสินใจแล้วว่าจะพูดเรื่องนี้กับพี่’ ‘เรื่องอะไร แล้วทำไมเราถึงต้องทำหน้าจริงจังขนาดนั้นด้วย’ ‘คือว่านับดาว....ชอบพี่คามินค่ะ ชอบพี่มากๆ ชอบในแบบที่ผู้หญิงคนนึงจะชอบผู้ชายได้’ ‘………..’ ‘นับดาวไม่รู้ว่าตัวเองชอบพี่ไปตอนไหน แต่พอมารู้ตัวอีกทีนับดาวก็ชอบพี่ไปแล้ว’ ‘เดี๋ยวนะนับดาว เรากำลังสารภาพรักกับพี่อยู่ใช่ไหม?’ ‘เอ่อ จะว่าแบบนั้นก็ได้ค่ะ’ ‘นับดาว พี่จะพูดกับนับดาวตรงๆเลยนะ…’ ‘…พี่ไม่ชอบเด็ก ยิ่งเด็กที่ตัวอ้วนๆดำๆแบบเรา พี่ก็ยิ่งไม่ชอบ แล้วจะไม่มีวันชอบด้วย’ตอนที่ 23 โดนวางยา(พ พี่คามิน นับดาวร้อน อื้อ)หัวคิ้วทั้งสองข้างของผมขมวดเข้าหากันทันทีหลังจากที่ได้ยินน้ำเสียงและประโยคจากคนที่อยู่ปลายสาย“นับดาว น้องเป็นอะไร ตอนนี้อยู่ที่ไหน?”(ห้องน้ำค่ะ น นับดาวไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร จู่ๆก็ร้อนจนอยากจะแก้ผ้า) “ตั้งสติก่อนนะ เดี๋ยวพี่รีบไป แล้วนี่เพื่อนเราอยู่ไหน?” (ย ยัยกุ๊กไก่ เมาค่ะ อื้อ พี่คามินนับดาวไม่ไหว มาช่วยหน่อย)อาการแบบนี้เหมือนคนโดนวางยาชัดๆ ใครมันกล้ามาทำแบบนี้กับผู้หญิงของผมวะ!! อย่าให้รู้นะจะเอาให้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเลย แม่ง!!ด้านนับดาว@CK PUB 00.25 น. “เป็นไง ได้ผลไหม?” เสียงยัยกุ๊กไก่เอ่ยถามหลังจากที่ฉันเดินกลับมาถึงโต๊ะที่ตอนนี้เหลือแค่ยัยกุ๊กไก่ พี่แม็กซ์แล้วก็เพื่อนพี่แม็กซ์อีกสองคนนั่งอยู่“ระดับนี้ ก็ต้องได้ผลสิ พี่คามินกำลังมา”“โอเค งั้นแกดื่มแก้วนี้ไปเลยจ้ะ พอพี่คามินมาถึง ยาก็ออกฤทธิ์พอดี”ฉันพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ถ้าทุกคนสงสัยว่าฉันกำลังจะทำอะไร บอกเลยว่าฉันกำลังจะวางยาตัวเองค่ะฉันอยากลองมานานแล้วนะ อยากรู้ว่ามันจะมีอาการยังไง แต่แค่ไม่รู้ว่าจะลองกับใคร พอได้โอกาสก็อยากจะลองกับพี่คามินดู ไหนๆก็ไม่มีอะไรจะเ
ตอนที่ 22 นับดาวร้อนหนึ่งสัปดาห์ต่อมา@KM PUB 21.40 น.ตึกตึกตึก!!!“พวกมึงว่างมากหรือไง วันนี้ถึงโผล่หัวมากันได้” ทันทีที่ผมเดินมาถึงโต๊ะประจำบนชั้นสองที่เป็นโซนวีไอพี ผมก็เอ่ยทักทายเพื่อนรักทั้งสองคนที่นั่งเสนอหน้าอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน โดยที่ก่อนหน้านี้พวกมันโทรจิกให้ผมออกมาแทบจะทุกๆห้านาที“เพื่อนมีเรื่องดีๆก็ต้องออกมาฉลองหน่อยดิวะ ไหนลองเล่าดิ๊ สาวสวยที่ทำมึงคลั่งไคล้จนไม่ทำการทำงานคนนี้เป็นใคร” ไอ้เพทายว่าพลางชงเหล้าแล้วยื่นมาให้ผมที่นั่งลงอยู่ฝั่งตรงข้ามกับมัน ซึ่งผมก็รับมาอย่างว่าง่าย“ที่สำคัญถึงขั้นโทรให้กูสั่งคนปิดวาวล์น้ำห้องมันด้วยนะ ร้ายกาจชะมัด หึ” ก่อนจะตามมาด้วยคำพูดของไอ้องศาที่พูดออกมาเมื่อกี้ ซึ่งผมก็ไม่เถียงนะ เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนผมเป็นคนโทรบอกให้มันทำแบบนั้นจริงๆ “จะจีบสาวทั้งทีมันก็ต้องมีไหวพริบหน่อยดิวะ” “อ้อเหรอครับ กับคนนี้มึงคิดจะจริงจังแล้วว่างั้น”“เออ คนนี้แหละเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของกูในอนาคต” ผมตอบไอ้เพทายไปโดยที่ไม่ต้องคิดอะไร เพราะผมบอกแล้วไงว่ากับนับดาวผมจริงจัง ถึงแม้ว่าเธอจะให้สถานะผมแค่คู่นอนก็ตาม“แล้วผู้หญิงในสต๊อกของมึงล่ะ เคลียร์หมดแล
ตอนที่ 21 กินพร้อมๆกัน 🔞🔥“อื้อ พ พี่คามิน นับดาวจั๊กจี้นะ เอาหน้าออกไปไกลๆเลย ไม่เล่นแบบนี้”“น้องก็รู้ว่าคนอย่างพี่ไม่เคยเล่น” พรึ่บ!!“พี่จะทำอะไรคะ นี่เพิ่งจะกลางวันอยู่เลยนะ” เสียงใสเอ่ยท้วงออกมาหลังจากที่ถูกมือหนาช้อนตัวขึ้นไปไว้ในอ้อมแขนของเขา“พูดเหมือนเราไม่เคยเอากันตอนกลางวันแสกๆไปได้” “พี่กะจะไม่ให้นับดาวได้พักบ้างหรือไง”“น้องก็พักอยู่ใต้ร่างพี่นี่ไงครับ แค่ร้องครางชื่อพี่ดังๆ เดี๋ยวนอกนั้นพี่เป็นคนจัดการเอง โอเคไหม” โอเคไหมไม่รู้ แต่ตอนนี้เขาพาเธอเดินตรงมายังเตียงนอนขนาดใหญ่ ก่อนจะวางเธอลงอย่างเบามือ แล้วจัดการขึ้นไปคร่อมอยู่บนตัวของเธอเสร็จสรรพ“พี่จะเอาจริงๆเหรอคะ!!” “แข็งขนาดนี้ถ้าพี่ไม่เอา พี่คงต้องไปบวชเป็นพระแล้วนะ” “ก็พี่หื่นเกินไปนี่คะ มันเลยแข็งขนาดนี้ ทั้งๆที่นับดาวยังไม่ทันได้ทำอะไรพี่เลย” “งั้นก็ทำสิครับ ทำเหมือนเมื่อคืนดีไหม”“ทำอะไรคะ?” เมื่อคืนเธอกับเขาทำกันไปตั้งเยอะ ไม่รู้ว่าที่เขาพูดเขาอยากจะให้เธอทำอะไร“เรากินพี่ ส่วนพี่ก็กินเราไง กินพร้อมๆกัน” แล้วจู่ๆภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็แล่นเข้ามาในสมองของเธอทันทีมันเป็นภาพที่เธอคร่อมอยู่บนตัวข
หลังจากที่เดินหนีพี่คามินมาเมื่อกี้ ตอนนี้เขาก็ตามฉันมาที่ห้องของฉันแล้ว ที่สำคัญยังเอาแต่นั่งจ้องหน้าฉันด้วยสายตากวนประสาทอีก อยากจะเอาเล็บข่วนหน้าหล่อๆของเขาจริงๆ บอกเลย“คามิน ยังไงน้าก็ฝากดูน้องด้วยนะลูก คิดซะว่ายัยดาวเป็นน้องสาวอีกคนก็ได้นะจ้ะ”“ครับคุณน้า เดี๋ยวผมช่วยดูน้องให้ครับ คุณน้าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”“ขอบใจมากนะจ้ะ นี่ถ้ายัยดาวมีแฟนดีๆสักคนน้าก็คงหายห่วง อายุก็ขนาดนี้แล้วน้ายังไม่เคยเห็นยัยดาวคบกับใครสักคน ไม่รู้ว่าชาตินี้น้าจะมีลูกเขยกับเขาไหม”“แม่คะ แม่ก็พูดเกินไป” “ก็มันจริงไหมล่ะ บางทีแม่ยังแอบคิดว่าเราไม่ชอบผู้ชายซะด้วยซ้ำนะ เอ๊ะ หรือว่าเราจะชอบผู้หญิงด้วยกัน”“ไปกันใหญ่แล้วค่ะแม่ นับดาวชอบผู้ชาย ไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยกันซะหน่อย” ที่สำคัญผู้ชายที่ชอบก็นั่งอยู่ตรงหน้านี้แล้วด้วย“เหรอจ้ะ งั้นก็รีบๆหาลูกเขยให้แม่ได้แล้วนะ แม่ก็อยากอุ้มหลานเหมือนคนอื่นๆเขาแล้วเหมือนกัน”“ค่าแม่ เดี๋ยวจะรีบหาลูกเขยมาให้นะคะ แล้วก็จะรีบผลิตหลานมาให้แม่สักโหลเลย แม่จะได้ไม่เหงา” ที่ฉันพูดนี่พูดประชดหรอกนะ ใครมันจะไปบ้ามีลูกเป็นโหลๆกัน อีกอย่างพ่อของลูกก็ใช่จะหาได้ง่ายๆซะเมื่อไหร่“ว้าว น
สามสิบนาทีต่อมา“แม่คะ นับดาวว่าเราออกไปหาอะไรทานข้างนอกง่ายกว่ามาทำกินเองอีกนะคะ” ฉันที่ยืนช่วยแม่เตรียมวัตถุดิบในการทำอาหารเอ่ยขึ้น โดยที่สายตาเอาแต่จ้องมองไปยังบานประตูห้องนอนเป็นระยะๆ “ทำกินเองนี่แหละจ้ะดีแล้ว เดี๋ยวทำเสร็จก็ไปเรียกพี่คามินมากินกับเราด้วยนะ พี่เขาอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามนี่ใช่ไหม” ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมแม่ถึงรู้ นั่นก็เพราะฉันเป็นคนบอกแม่ตั้งแต่วันแรกที่เจอพี่เขานั่นแหละ ตอนแรกแม่ก็ดูจะตกใจเหมือนกันนะ ท่านยังบอกอีกว่าโลกชักจะกลมเกินไป ซึ่งฉันก็คิดว่าโลกมันชักจะกลมเกินไปจริงๆ ไม่ใช่พรหมลิขิตเหมือนที่พี่คามินว่าหรอก“เอ่อ ใช่ค่ะ แต่นับดาวไม่รู้ว่าพี่เขาจะอยู่ที่ห้องหรือเปล่านะคะ” ถ้าขืนฉันบอกแม่ว่าตอนนี้พี่คามินอยู่ในห้องนอนของฉัน แม่คงจะเป็นลมล้มพับไปแน่ๆ“แม่ว่าอยู่จ้ะ เดี๋ยวทำเสร็จก็ไปเรียกพี่เขามากินด้วยกันนะ” “ทำไมแม่ดูมั่นใจจังเลยคะ?”“ก็เมื่อกี้ตอนที่ลูกเข้าไปอาบน้ำแม่โทรคุยกับป้าวิเวียน แล้วป้าเขาก็บอกว่าพี่คามินอยู่ที่ห้องตอนนี้ หรือว่านับดาวจะลองไปเรียกพี่เขาดูก่อนดี”“เอ่อ เดี๋ยวทำเสร็จค่อยไปเรียกก็ได้ค่ะ” ฉันตอบแม่ไป ก่อนจะลอบมองไปยังบานประตูห้องนอนของตัวเ
ยี่สิบนาทีต่อมา“อ๊ะ อื้ออ พ พี่คามินคะ นับดาวไม่ไหว” เสียงร้องครวญครางยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อร่างบางที่เปลือยกายเปล่าเอาลำตัวพาดอยู่บนขอบโซฟาถูกคนใต้หว่างขาใช้ลิ้นร้อนตวัดดูดเลียกลีบกุหลาบสีสวยไร้ขนของเธออย่างเอาเป็นเอาตาย “อ๊ะ อ๊า พ พอก่อนได้ไหมคะ” ร่างกายกระตุกเกร็งซ้ำๆ อีกทั้งน้ำสีใสที่อยู่ด้านในก็ไหลทะลักออกมา แต่คนที่อยู่ใต้หว่างขาก็ยังไม่ยอมหยุดเขาดูดเขาเลียมันอยู่แบบนั้น เขาใช้ปลายลิ้นร้อนของเขาสอดแทรกเข้าไปตรงกลางของกลีบกุหลาบงามสีสวยก่อนจะระรัวมันจนร่างบางถึงกับร้องครางออกมาอย่างไม่เป็นภาษา“อ๊ะ อ๊ะ ฮื่ออ นับดาวเสียวค่ะ จะแตกแล้ว อ๊ะ อ๊า…” น้ำเสียงที่แหบพร่าถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากบางอีกครั้งหลังจากที่เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะขึ้นไปถึงจุดสูงสุดเป็นรอบที่สองด้วยลิ้นร้อนของคนร้ายกาจอย่างคามิน ที่ตอนนี้ยังคงระรัวใส่ใจกลางความเป็นสาวของเธออย่างเอาเป็นเอาตายเธอยอมรับตรงๆว่าเธอชอบการกระทำของคนที่อยู่ใต้หว่างขาของเธอตอนนี้ จากที่ตอนแรกปฏิเสธแทบหัวชนฝา พอได้ยินประโยคสุดท้ายที่เขาพูดออกมา เธอกลับยอมเขาอย่างง่ายดาย!!ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เขาพูดมามันจริงไหม แต่ตอนนี้







