Masukตอนที่ 1 ภาพความทรงจำ
สองชั่วโมงต่อมา 19.40 น. @บ้านภักดีสิริ “กลับมาแล้วเหรอยัยดาว เป็นยังไงบ้าง ไปเยี่ยมป้าวิเวียนมา ได้ยินว่าเจอกับพี่คามินด้วยใช่ไหม” แม่เอ่ยถามฉันทันทีหลังจากที่ฉันเดินพ้นประตูหน้าบ้านมา นี่ป้าวิเวียนคงจะโทรคุยกับแม่เรียบร้อยแล้วสินะ “ใช่ค่ะ เจอกันแล้ว” ทั้งๆที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ เพราะแม่เป็นคนบอกเองว่าพี่คามินไม่ค่อยจะกลับบ้าน แต่ไหงวันนี้ถึงได้โผล่มาตอนที่ฉันไปเยี่ยมป้าวิเวียนพอดีก็ไม่รู้ “เป็นไง พี่เขาหล่อเหมือนที่แม่บอกไหม” “ไม่เท่าไหร่ค่ะ สู้เพื่อนๆนับดาวที่อเมริกาก็ไม่ได้” ฉันตอบแม่ไปแบบนั้น ทั้งๆที่ความจริงคือพี่คามินเขาหล่อมากๆ ยังคงหล่อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน หรืออาจจะหล่อมากกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ เมื่อกี้ฉันยังจำตอนที่สบตากับพี่เขาได้อยู่เลย วินาทีนั้นเหมือนโลกหยุดหมุนยังไงยังงั้น ทั้งๆที่ไม่เจอเขามาเป็นสิบๆปีแล้ว แต่หัวใจบ้านี่กลับเต้นแรงขึ้นมาเอาซะดื้อๆเลย “ไม่เท่าไหร่? จริงเหรอลูกแต่แม่ว่าพี่เขาหล่อมากๆเลยนะ แต่เสียอยู่อย่างเดียวเจ้าชู้ไปหน่อย นี่ขนาดอายุสามสิบกว่าแล้วยังไม่คิดแต่งงานมีครอบครัวเลย ป้าวิเวียนก็โทรมาระบายให้แม่ฟังบ่อยๆ ว่าอยากจะอุ้มหลานใจจะขาด” นี่พี่เขาเจ้าชู้ขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ก็ไม่แปลกหรอก ตอนที่เขาเรียนอยู่ม.ปลายกับมหาลัย ก็เปลี่ยนสาวเป็นว่าเล่นเหมือนกัน “แล้วแม่ล่ะคะ ไม่อยากอุ้มหลานบ้างเหรอ” ฉันแกล้งถามแม่ไป เพราะแม่เองก็บ่นว่าอยากอุ้มหลานเหมือนกัน ติดตรงที่ฉันยังไม่มีแฟน แล้วก็ไม่คิดที่จะมีด้วย “เหอะ นาทีนี้หาลูกเขยให้ได้ก่อนเถอะจ้ะ นี่แม่ถามแกจริงๆนะ ไม่ถูกใจผู้ชายคนไหนบ้างเลยเหรอ” ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมแม่ถึงได้ถามแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาฉันไม่เคยคบหรือควงผู้ชายคนไหนเลย จนตอนนี้อายุยี่สิบสี่ จะยี่สิบห้าอยู่แล้ว จะว่าถูกใจมันก็มีอยู่นะ แต่พอคิดจะคบจริงๆ มันก็ทำไม่ได้อะ มันเหมือนว่าฉันยังตัดใจจากเขาไม่ได้ ทั้งๆที่มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว “ไว้เดี๋ยวค่อยมาหาที่ไทยก็ได้นี่คะ แม่บอกว่าแม่ไม่ชอบผู้ชายตาน้ำข้าวนี่นา” “จ้ะ จะคอยดูว่าชาตินี้แม่จะได้ลูกเขยไหม แล้วนี่จะย้ายเข้าคอนโดเมื่อไหร่ แม่จะได้ให้คนจัดการให้” “ขอเป็นอาทิตย์หน้าแล้วกันนะคะ หนูเพิ่งจะกลับมาได้แค่สามวันเอง แม่ก็จะไล่หนูแล้วเหรอ” “เปล่าไล่สักหน่อย แม่ก็แค่ถามเฉยๆเอง ถ้าเป็นไปได้แม่ก็อยากให้แกอยู่ที่บ้านหลังนี้กับแม่นี่แหละ อยู่กับพ่อแกสองคนแม่จะเป็นประสาท พ่อแกนะยิ่งแก่ก็ยิ่งไม่ยอมพูด ไม่รู้ว่าจะเก็บปากไว้อมอะไร บางทีเวลาที่แม่พูดกับพ่อแก ก็เหมือนว่าแม่พูดอยู่คนเดียว” “โถ่ แม่ก็อย่าไปว่าพ่อสิคะ แล้วนี่พ่ออยู่ไหนเหรอคะ ตั้งแต่กลับมาหนูยังไม่เห็นพ่อเลย” “ที่เดิมแหละจ้ะ รายนั้นนะกลับจากที่ทำงานมาก็มาขลุกอยู่แต่ห้องหนังสือ” ที่แม่พูดก็จริงนะ ตั้งแต่ที่ฉันกลับมาฉันเห็นพ่อเข้าไปสิงอยู่ในห้องหนังสือทุกวันเลย “งั้นเดี๋ยวหนูขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ เหนียวตัวไปหมดแล้วตอนนี้” เป็นเพราะว่าฉันยังไม่ชินกับอากาศที่ประเทศไทย มันเลยทำให้ร่างกายของฉันผลิตเหงื่อออกมาเป็นจำนวนมาก แล้วตอนนี้ฉันก็รู้สึกว่าเหนียวเนื้อเหนียวตัวไปหมดเลย เฮ้อ สามสิบนาทีต่อมา ครืด!! ครืด!! ครืด!! ในขณะที่ฉันกำลังนั่งทาครีมบำรุงหน้าอยู่ที่หน้าโต๊ะกระจกนั้น จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของฉันที่อยู่ใกล้ๆก็ดังขึ้นมา แล้วพอหยิบมาดูก็พบว่าเป็นเบอร์แปลกที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือของฉันตอนนี้ สายเรียกเข้า 095-999-99xx เบอร์ใคร? ฉันเพิ่งจะซื้อซิมใส่เมื่อวานเองนะ!! ฉันได้แต่จ้องมองดูอยู่อย่างนั้น โดยที่ไม่คิดจะรับสายแต่อย่างใด เพราะกลัวเป็นพวกมิจฉาชีพด้วยไง และ..... ติ้ง!! จู่ๆข้อความก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของฉัน ซึ่งพอเห็นแบบนั้นฉันก็กดเข้าไปอ่านทันที เพราะมันส่งมาจากเบอร์ที่โทรเข้ามาเมื่อกี้ +66 95 -999-99xx นี่เบอร์พี่เองครับ พี่คามิน เห็นแล้วโทรกลับทีนะ พี่คามินงั้นเหรอ แล้วนี่เขาไปเอาเบอร์ฉันมาจากไหน หรือว่าจะเป็นแม่ที่ให้ไป ต้องใช่แน่ๆ เพราะคนที่มีเบอร์ฉันตอนนี้ก็มีแค่ พ่อ แม่ กับยัยกุ๊กไก่ เพื่อนสนิทสมัยเรียนตอนมัธยมต้นที่ฉันยังคงติดต่อกับมันไม่เคยขาด ถึงแม้ว่าฉันจะย้ายไปอยู่ที่อเมริกานานนับสิบปีก็ตาม แล้วเขาโทรมาทำไม? ด้วยความสงสัยฉันจึงกดโทรไปหาเขา และไม่ถึงสามวินาทีเสียงปลายสายก็ดังขึ้นมา (พี่ก็นึกว่าเราจะไม่โทรกลับหาพี่ซะแล้ว) “คุณมีอะไรเหรอคะ?” (นี่จะเรียกพี่ว่าคุณจริงดิ เมื่อก่อนนับดาวเรียกพี่ว่าพี่คามินไม่ขาดปากเลยนี่นา) “นับดาวบอกแล้วไงคะ ว่าเราไม่สนิทกัน” (โอเคครับ ไม่สนิทก็ไม่สนิท พอดีแม่พี่ให้โทรมาถามว่าเราถึงบ้านหรือยัง) อ่อ นี่คือเหตุผลที่พี่เขาโทรมาสินะ “ถึงแล้วค่ะ ฝากบอกคุณป้าว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” (ครับ ไว้เดี๋ยวพี่บอกแม่ให้ ว่าแต่พรุ่งนี้เรามีแพลนไปเที่ยวที่ไหนไหม?) “ทำไมคะ คุณจะพาฉันไปเที่ยวเหรอ?” นี่ก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะตอบว่าใช่ แต่สุดท้ายคำตอบของเขาก็ทำให้หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นมา (ก็ถ้าเราไม่ว่าอะไร พี่ก็ยินดีอาสาพาเราไปเที่ยวได้นะ) “งั้นเอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะคะ พอดีพรุ่งนี้ฉันนัดเพื่อนเอาไว้แล้ว” เพื่อนที่ว่าก็คือยัยกุ๊กไก่นั่นแหละ พอดีพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของนาง แล้วนางก็บอกจะพาฉันไปเที่ยวแล้วด้วย (โอเคครับ เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้ แต่พี่ขออนุญาตแอดไลน์เราไว้ได้ไหม พี่แอดเบอร์นี้ได้เลยหรือเปล่า) นี่เขากำลังจะขอช่องทางการติดต่อของฉันเพิ่มสินะ “ได้ค่ะ แต่ว่าฉันไม่ค่อยได้เล่นสักเท่าไหร่นะคะ เวลาคุณทักมาฉันอาจจะตอบช้า หรือว่าไม่ได้ตอบ” ความจริงฉันเล่นตลอดนะ เวลาคุยกับยัยกุ๊กไก่ ฉันก็คุยผ่านไลน์นี่แหละ แต่คือฉันพอใจที่จะตอบเขาไปแบบนี้ไง (ครับไม่เป็นไร อย่างน้อยพี่ก็จะได้ส่งข้อความหาเราได้ง่ายๆหน่อย) ส่งข้อความหาฉันได้ง่ายอย่างนั้นเหรอ “ตามใจค่ะ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วแค่นี้ก่อนนะคะ” (โอเคครับ พี่ไม่รบกวนเราแล้ว ยังไงคืนนี้ก็...ฝันดีนะครับ) ‘ฝันดีนะครับ ฝันดีนะครับ ฝันดีนะครับ’ ไม่รู้ว่าพี่คามินกดวางสายไปตั้งแต่ตอนไหน แต่ตอนนี้ฉันยังถือโทรศัพท์แนบหูตัวเองแล้วนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ตรงหน้ากระจกอยู่เลย เพราะไอ้ประโยคสุดท้ายเมื่อกี้นี่แหละ ฝันดีบ้าบออะไรกัน แล้วนี่แกจะยิ้มอีกนานไหม จำที่เขาเคยปฏิเสธแกเมื่อสิบปีก่อนไม่ได้หรือไง พอคิดถึงเหตุการณ์นั้น ภาพความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนมันก็แล่นเข้ามาในหัวของฉันทันที มันเป็นภาพความทรงจำที่ฉัน ไม่มีวันลืม!!! ‘พี่คามินคะ นับดาวมีเรื่องอยากจะคุยกับพี่’ ‘ว่ามาสิ เรามีอะไรจะคุยกับพี่’ ‘คือว่า นับดาวจะต้องย้ายไปอยู่กับแม่ที่อเมริกาเดือนหน้า เรื่องนี้พี่รู้แล้วใช่ไหม?’ ‘อาฮะ แม่บอกพี่แล้ว ว่าแต่มีอะไรเหรอ?’ ‘คือว่านับดาวไม่รู้ว่าจะต้องไปอยู่ที่นั่นนานไหม แต่ก่อนไปนับดาวตัดสินใจแล้วว่าจะพูดเรื่องนี้กับพี่’ ‘เรื่องอะไร แล้วทำไมเราถึงต้องทำหน้าจริงจังขนาดนั้นด้วย’ ‘คือว่านับดาว....ชอบพี่คามินค่ะ ชอบพี่มากๆ ชอบในแบบที่ผู้หญิงคนนึงจะชอบผู้ชายได้’ ‘………..’ ‘นับดาวไม่รู้ว่าตัวเองชอบพี่ไปตอนไหน แต่พอมารู้ตัวอีกทีนับดาวก็ชอบพี่ไปแล้ว’ ‘เดี๋ยวนะนับดาว เรากำลังสารภาพรักกับพี่อยู่ใช่ไหม?’ ‘เอ่อ จะว่าแบบนั้นก็ได้ค่ะ’ ‘นับดาว พี่จะพูดกับนับดาวตรงๆเลยนะ…’ ‘…พี่ไม่ชอบเด็ก ยิ่งเด็กที่ตัวอ้วนๆดำๆแบบเรา พี่ก็ยิ่งไม่ชอบ แล้วจะไม่มีวันชอบด้วย’ตอนพิเศษ2 ครอบครัวที่สมบูรณ์หนึ่งปีต่อมา“พี่คามินคะ เดี๋ยวนับดาวจะออกไปซื้อนมกับแพมเพิสนะคะ พี่อยู่กับลูกๆได้ไหม?”“ได้สิครับ แค่นี้สบายมาก”“โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวนับดาวจะรีบไปรีบกลับนะ ถ้ามีอะไรก็โทรมานะคะ”“ครับ”หลังจากที่นับดาวออกจากห้องไป ผมก็นั่งมองลูกๆวัยสี่เดือนที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ในเปลด้วยหัวใจที่มีความสุขไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมจะมีลูกแล้วจริงๆ แถมยังเป็นลูกชายฝาแฝดอีกด้วย ที่สำคัญหล่อได้พ่อมาก นี่ไม่ได้โม้เลยนะ ลูกหล่อได้ผมจริงๆ ถึงแม้ว่าหน้าตาพวกเขาจะไปทางแม่เยอะก็ตาม แต่ว่าก็มีส่วนคล้ายผมอยู่บ้างแหละ จะว่าไปตั้งแต่ที่นับดาวคลอด ผมก็ไม่ได้สังสรรค์กับไอ้พวกนั้นเลยนะ ขนาดร้านนานๆยังเข้าไปทีเลย จนตอนนี้ผมจะยกให้ไอ้เดลมันดูแลแบบเต็มตัวแล้ว“แอ๊!! แอ๊!! แอ๊!!”จู่ๆเจ้านาวาก็ตื่นแล้วร้องไห้ขึ้นมาซะดื้อๆ ทำคนเป็นพ่ออย่างผมรู้สึกใจคอไม่ดีเลย“โอ๋ๆ เป็นอะไรครับคนเก่ง ร้องไห้ทำไม หืม”ผมรีบอุ้มเจ้าลูกชายตัวน้อยๆขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะพาเดินเล่นไปทั่วห้อง แต่ถึงอย่างนั้นลูกก็ยังไม่ยอมหยุดอาการแบบนี้ไม่หิวนมก็อึ แต่ว่าเพิ่งกินนมไปก่อนจะหลับไปเมื่อกี้ยังไม่ถึงชั่วโมงเลยนี่นา“
ตอนพิเศษ1 ข่าวดี หกเดือนต่อมา“พี่พร้อมยังคะ?”“ครับ เอาเลย”“ฟู่…ตื่นเต้นอ่า ถ้ารอบนี้ยังไม่ติดอีก เราต้องไปปรึกษาคุณหมออีกรอบแล้วนะ” ฉันพ่นลมหายใจออกมาเพื่อระบายความตื่นเต้นที่มีอยู่ตอนนี้ให้เบาลง สายตายังคงจับจ้องไปยังไอ้แท่งสี่เหลี่ยมสีขาวเล็กๆที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ล้างหน้าจำนวนสี่ห้าอัน“พี่ว่าติด ลองดูครับ”คนที่ยืนลุ้นอยู่ข้างๆเอ่ยขึ้น ฉันจึงตัดสินใจหยดฉี่ของตัวเองที่ฉี่ออกมาเมื่อกี้ลงไปบนแท่งสีขาวอันเล็กนั่นทีละอันๆ จนครบตามจำนวน แล้วรอให้มันแสดงผลและ….อันที่หนึ่ง สองขีดอันที่สอง สองขีดอันที่สาม สองขีดอันที่สี่ สองขีดอันที่ห้า ก็สองขีด“พี่คามิน!!”ฉันหันไปเรียกชื่อคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีด้วยหัวใจที่เต้นระรัว มันเต้นยิ่งกว่าตอนที่ฉันเสียตัวให้เขาครั้งแรกซะอีก“ท้องใช่ไหม?” “ใช่ค่ะ ท้องแล้ว เรากำลังจะมีลูกแล้วค่ะ”หลังจากที่พยายามกันมาอยู่หลายเดือน ในที่สุดเราสองคนก็ทำสำเร็จแล้ว“เยส ไม่เสียแรงที่เอากันทุกวัน”“นับดาวว่าเป็นเพราะพี่งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าค่ะ”ก่อนหน้านั้นเขาทั้งดื่มเหล้าแล้วก็สูบบุหรี่ด้วย อสุจิก็เลยไม่แข็งแรง นี่ก็เพิ่งจะเลิกไปเกือบสองเดือนนี่
ตอนที่ 42 ฮันนีมูน [END]หลายชั่วโมงต่อมา@ห้องนอน 00.30 น.“พี่คามินคะ คืนนี้นับดาวมีความสุขจังเลยค่ะ”“พี่ก็เหมือนกันครับ มีความสุขมากๆ ขอบคุณนะที่ให้โอกาสพี่ได้เข้ามาดูแลนับดาวในฐานะสามีจริงๆ”“พี่จะไม่ทำให้นับดาวเสียใจจริงๆใช่ไหม?”“พี่สัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลยครับ”“ทำไมพี่ถึงยอมหยุดอยู่ที่นับดาวล่ะคะ ในเมื่อก่อนหน้านี้พี่เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่นเลย”เพราะสิ่งที่พี่เพทายพูดบนเวทีก่อนหน้านี้ทำให้ฉันเกิดความสงสัยขึ้นมา คือฉันแค่สงสัยว่าคนที่เจ้าชู้มากๆที่ขนาดว่าเปลี่ยนผู้หญิงควงไม่ซ้ำหน้าแบบนี้ ทำไมถึงคิดจะหยุดอยู่ที่ฉัน“นับดาวอย่าไปฟังที่ไอ้เพทายมันพูด ใครจะไปควงผู้หญิงไม่เว้นแต่ละวันขนาดนั้นกัน สองสามเดือนครั้งก็ว่าไปอย่าง…”“….แล้วพี่อยากให้นับดาวรู้เอาไว้นะ ตั้งแต่คืนนั้นเมื่อหลายเดือนก่อน ที่เราสองคนเสียตัวให้กันและกัน พี่ไม่เคยยุ่งกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย ไม่เชื่อเอาพี่ไปสาบานที่วัดไหนก็ได้”“ไม่ต้องสาบานหรอกค่ะ เพราะยังไงนับดาวก็เชื่อ แต่นับดาวบอกพี่ไว้ก่อนเลยนะ ถ้าวันไหนที่พี่นอกใจหรือนอกกายนับดาวขึ้นมา วันนั้นจะไม่มีคำว่าชีวิตคู่อีกต่อไป เพราะนับดาวไม
ตอนที่ 41 วันแต่งงานหนึ่งเดือนต่อมา@คอนโดมิเนียม 08.45 น.“พี่คามินคะ ตื่นได้แล้วค่ะ”“พี่ขออีกสิบนาทีได้ไหมครับ”“ไม่ได้ค่ะ เราจะสายแล้วนะคะ”“แต่พี่ยังไม่อยากตื่นเลย” “งั้นถ้าพี่ไม่อยากตื่น เรายกเลิกงานแต่งก็ได้นะคะ”“ตื่นแล้วครับ ตื่นแล้ว”พรึ่บ!!ประโยคนี้ได้ผลตามคาด เพราะพี่คามินเด้งตัวลุกจากที่นอนอย่างไวเลย“ตื่นแล้วก็รีบไปอาบน้ำสิคะ เรานัดทางร้านไว้ตอนสิบโมงนะ” นี่จะเก้าโมงอยู่แล้วน้ำยังไม่ได้อาบเลย ถึงแม้ว่าร้านที่เรานัดเอาไว้จะอยู่ไม่ไกลจากคอนโดก็เถอะ แต่ว่าที่กรุงเทพรถติดมากนะ ระยะทางแค่ยี่สิบกิโลขับรถเป็นชั่วโมงเลย“ครับคุณภรรยา พี่จะไปเดี๋ยวนี้เลยครับ แต่ว่าก่อนไปขอกำลังใจในการอาบน้ำหน่อยสิ”คนเจ้าเล่ห์ทำแก้มป่องยื่นมาตรงหน้า ฉันจึงใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปจนแก้มที่เคยป่องก่อนหน้านี้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง“อย่ามาลีลาค่ะ นับดาวให้เวลาพี่อาบน้ำแค่สิบนาทีนะ เดี๋ยวนับดาวจะไปรอพี่ด้านนอก” และในขณะที่ฉันกำลังจะตั้งท่าเดินออกมานั้น จู่ๆตัวของฉันก็ถูกมือหนารวมเอาไว้ซะก่อน“ถ้าไม่หอม พี่ก็ไม่ให้ออกห้อง”“พี่คามิน พี่ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะคะ ปล่อยนับดาวเดี๋ยวนี้เลย”ฉันพยายามใช้มือของตัวเอง
ตอนที่ 40 คำตอบ สามเดือนต่อมา @บริษัท พี.ดี.เอส. ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) 17.50 น. ครืด!! ครืด!! ครืด!! เสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่ตอนนี้ ทำให้ฉันจำต้องละสายตาจากเอกสารที่อยู่ในมือ แล้วหันไปมองอย่างเลี่ยงไม่ได้ สายเรียกเข้า พี่คามิน พอฉันหยิบมันขึ้นมาดู ก็เห็นชื่อบุคคลที่โทรเข้ามาปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ ฉันจึงรีบกดรับก่อนจะกรอกเสียงลงไป “ฮัลโหลค่ะ!” (นับดาว อีกไม่เกินสิบนาทีพี่จะถึงแล้วนะครับ) ฉันเหลือบไปมองนาฬิกาดิจิตอลที่ติดอยู่ตรงฝาผนังห้องทำงาน ก่อนจะพบว่าตอนนี้มันใกล้จะหกโมงเย็นแล้ว ซึ่งเวลานี้เป็นเวลาที่พี่คามินจะมารับฉันที่หน้าบริษัททุกๆวัน บางวันเขาก็จะมานั่งรอฉันประมาณสองถึงสามชั่วโมง นี่ก็ไม่รู้ว่าจะมาทำไม ว่างมากนักหรือไงก็ไม่รู้ แต่ก็ว่างแหละ เพราะนอกจากกิจการของเขาที่เป็นผับแล้ว ฉันก็ไม่เห็นเขาจะทำอะไรเลย นอกจากนอน ไม่ก็มานั่งเฝ้าฉันที่ทำงาน “เดี๋ยวนับดาวลงไปค่ะ ไว้เจอกันนะคะ” พูดจบฉันก็กดตัดสายพี่คามินทันที ก่อนจะหันมาจัดการกับเอกสารตรงหน้าที่ยังคงค้างอีกนิดหน่อย แล้วรีบเก็บกระเป๋าลงไปรอพี่คามินที่ด้านหน้าบริษัทเหมือนเช่นเคย จะว่าไป ตั้งแต่วันที่ฉันตกลง
ตอนที่ 39 มีความสุขตึกตัก!! ตึกตัก!! ตึกตัก!!เสียงที่ดังอยู่ตอนนี้มันคือเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจของฉันเองค่ะ นี่พี่คามินต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ มาขอฉันเป็นแฟนต่อหน้าญาติผู้ใหญ่ของเขาเนี่ยนะ“ว่ายังไงครับ ตกลงเป็นแฟนกับพี่ไหม?”“เอ่อ คือว่า…...” “หนูนับดาวจ๊ะ ถ้าหนูไม่รังเกียจลูกชายของป้า ป้าก็อยากให้หนูลองเปิดโอกาสให้พี่เขาดูนะ แล้วป้าก็จะดีใจมากๆที่จะได้หนูนับดาวมาเป็นลูกสะใภ้ของป้า อีกอย่างป้าก็อายุมากแล้วนะ จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ แต่ว่าก่อนตาย ป้าก็อยากมีโอกาสที่จะได้อุ้มหลานสักครั้ง” จู่ๆคุณป้าวิเวียนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทานอาหาร ก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาพูดกับฉันที่ยังคงยืนอ้ำๆอึ้งๆ ไม่รู้ว่าจะตอบตกลงหรือว่าปฏิเสธดี อีกทั้งสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมาที่ฉันตอนนี้มันทำให้ฉันรู้สึกประหม่าเอามากๆเลยด้วย เกิดมายังไม่เคยถูกใครขอเป็นแฟนเลยไง ไม่พอยังมาขอต่อหน้าคนเยอะแยะมากมายแบบนี้อีก“หรือว่าหนูนับดาวรังเกียจลูกชายป้าจ๊ะ ถ้าเป็นแบบนั้นป้าก็เข้าใจนะ เฮ้อ สงสัยชาตินี้ป้าคงหมดโอกาสได้อุ้มหลานแล้วแหละ”“ทำไมเหรอคะ?” ฉันถามป้าเวียนอย่างสงสัย ทำไมป้าวิเวียนถึงพูดแบบนั้น“ก็เพร
ตอนที่ 8 ไฟดับด้านคามินจากที่ตั้งใจว่าหลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จจะไปดูความเรียบร้อยที่ร้าน ตอนนี้ร่างสูงกลับต้องมานั่งกระดกไวน์อยู่ตรงโซฟาขนาดใหญ่กลางห้องพักของตัวเอง เพื่อรอใครบางคนที่เพิ่งจะเข้าไปในห้องนอนของเขาเมื่อกี้ ใครบางคนที่ทำให้ร่างกายของเขารู้สึกร้อนวูบวาบไปหมดหลังจากที่เปิดประตูให้เธอเข้า
ตอนที่7 น้ำไม่ไหลหลังจากที่ฉันก้าวขาเข้ามาภายในห้องพักของพี่คามิน สิ่งแรกที่ฉันทำเลยก็คือ มองสำรวจไปทั่วทั้งห้องของพี่เขา ข้าวของที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยบ่งบอกว่าผู้ชายคนนี้ต้องเป็นคนที่เจ้าระเบียบมากแน่ๆ ภายในห้องพักตกแต่งไปด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูราคาแพงที่ราคารวมๆกันคงจะมากกว่าราคา
ตอนที่ 6 หาเพื่อนกินข้าว‘ผมว่ามันไม่ใช่ความบังเอิญหรอกนะ แต่เป็นเพราะพรหมลิขิตมากกว่าที่ทำให้เราสองคนได้มาอยู่ใกล้กัน’ ‘แต่เป็นเพราะพรหมลิขิตมากกว่าที่ทำให้เราสองคนได้มาอยู่ใกล้กัน’พรหมลิขิตงั้นเหรอ?เหอะ!! บ้าไปแล้ว!! “ยัยนับดาว.....”“ฮะ…อะไรของแก เรียกซะตกใจหมดเลย” ฉันที่กำลังนั่งคิดถึงคำพูด
ตอนที่ 5 พรหมลิขิต“คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ” เสียงใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งแกะฝ่ามือหนาของคนตัวโตกว่าออกจากแขนของเธอ ทว่าเรี่ยวแรงที่มีตอนนี้ก็ไม่อาจแกะมือที่เหนียวยิ่งกว่าปลาหมึกของคามินออกไปได้“เมื่อกี้ยังเรียกผมว่าที่รักอยู่เลย ตอนนี้เรียกคุณซะแล้ว” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฎขึ้นบ







