แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: เหยียนเหยียน
"อ๊าก! ผมไม่อยากขาหักนะ ไม่เอา!"

เสียงร้องไห้ของเด็กชายดังไปทั่วทั้งห้องผู้ป่วย และลอดเข้ามาในหูฉันด้วย

ขาหักงั้นเหรอ?!

ในหัวของฉันดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับมีบางอย่างระเบิดออก

มือของฉันรีบลูบไปที่ขาตามสัญชาตญาณ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงขอบแข็งๆ ของเฝือก

ขายังอยู่

แต่ในวินาทีถัดมา หัวใจก็บีบรัดแน่น

เพราะเมื่อฉันกดปลายนิ้วลงไป ไม่ว่าจะลองนวดเบาๆ หรือออกแรงหยิก ขาท่อนนั้นกลับไม่มีความรู้สึกใดๆ เลย ราวกับเป็นชิ้นส่วนแปลกปลอมที่ติดอยู่บนร่างกาย

"เป็นไปไม่ได้... ไม่จริงหรอก"

ฉันพึมพำกับตัวเอง พยายามจะลุกลงจากเตียง แต่ทันทีที่ยกตัวขึ้นได้เพียงนิดเดียว ขาขวาก็อ่อนแรงจนร่างทั้งร่างกระแทกพื้นอย่างแรง

ในตอนนั้นเอง เสียงที่ร้อนรนของวินเซนโซก็ดังมาจากหน้าประตู

“คุณลุงหมอจอห์น ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริง ๆ เหรอ? อาชีพของเธอพึ่งพาทักษะการขับรถระดับแนวหน้า ถ้าไม่มีขาแล้วเธอจะ… ผมไม่กล้าบอกข่าวร้ายนี้กับเธอเลย”

“ต้องดูการฟื้นตัวก่อน” เสียงหมอเต็มไปด้วยความจนปัญญา “แต่ไม่แนะนำให้ทำงานแบบนั้นอีก หากเกิดอุบัติเหตุอีก ผลลัพธ์จะร้ายแรงเกินคาด”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง วินเซนโซก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ตกลง ขอบใจมาก"

ทุกถ้อยคำเปรียบเสมือนค้อนหนักๆ ที่ทุบทำลายความหวังสุดท้ายของฉันจนแหลกละเอียด

ฉันสืบทอดกิจการต่อจากพ่อ เกิดในตระกูลค้าอาวุธสงคราม

ทั้งพ่อและแม่ของฉันต่างเป็นนักแข่งรถชั้นยอด ก่อนตายพวกเขามอบกิจการของตระกูลไว้ในมือฉัน หวังจะให้ฉันแผ่ขยายอาณาจักรและกลายเป็นราชินีแห่งวงการค้าอาวุธ

ครั้งแรกที่ได้สัมผัสรถในตอนเด็ก ฉันก็รู้ได้ทันทีว่าโชคชะตาของฉันถูกผูกไว้กับมันแล้ว

แต่ตอนนี้กลับมีคนมาบอกว่า ฉันจะไม่มีวันได้สัมผัสรถอีก

สิ่งนี้ทำให้ฉันสิ้นหวังยิ่งกว่าความตายเสียอีก

เมื่อวินเซนโซผลักประตูเข้ามา เขาก็เห็นฉันนอนกองอยู่บนพื้นพอดี เขารีบย่อตัวลงจะพยุงฉัน แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตา การกระทำของเขาก็หยุดไปในทันที

"คุณได้ยินหมดแล้วเหรอ?"

ฉันไม่มองหน้าเขา สะบัดมือที่เขายื่นมาทิ้ง แล้วถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"คลาวเดียล่ะ?"

แววตาของวินเซนโซเปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับกลัวว่าฉันจะทำอะไรสุดโต่ง เขาจึงรีบพูดปกป้องทันที

"คลาวเดียยังเด็กยังไม่ประสีประสา เรื่องที่เธอกล้าขับรถทั้งที่ไม่มีใบขับขี่ ผมก็ด่าเธอไปยกใหญ่แล้ว เธอเองก็บาดเจ็บเหมือนกันนะอิซาเบลล่า คุณอย่าไปโทษเธอเลยนะ ดีไหม?"

ฉันเงยหน้าขึ้นจ้องเขาอย่างแรง ด้วยดวงตาแดงก่ำ

ที่แท้เขารู้ว่าคลาวเดียไม่มีใบขับขี่ แต่ยังให้เธอขับรถ แถมให้ฉันเป็นคนสอนข้าง ๆ

จู่ๆ ฉันก็อยากจะหัวเราะออกมา แต่ปากกลับสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้

น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงลงมาไม่ขาดสาย

"แล้วฉันล่ะ?" เสียงของฉันแผ่วเบา "ถ้าไม่โทษเธอ แล้วฉันต้องโทษใคร? โทษตัวเองงั้นเหรอ? ขาของฉันอาจจะเดินไม่ได้อีกต่อไป แต่คุณกลับยังมาแก้ตัวแทนเธอ!"

วินเซนโซขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเริ่มมีความไม่พอใจ

"อิซาเบลล่า ผมบอกแล้วไงว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ ทำไมคุณต้องคอยจองล้างจองผลาญไม่เลิกแบบนี้?"

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงตำหนิ "อีกอย่าง ถ้าตอนนั้นคุณไม่เข้าไปแย่งพวงมาลัย บางทีมันอาจจะไม่เกิดเรื่องเลยก็ได้ คุณไม่เคยย้อนมองความผิดของตัวเองบ้างเลยเหรอ?"

ฉันรู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำแข็งเข้าเต็มหัว เลือดทุกหยดในกายเย็นเฉียบไปหมด

เพียงชั่วพริบตา ฉันก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง

เป็นเสียงหัวเราะที่ดูเวทนายิ่งกว่าการร้องไห้

ตราบใดที่มีชื่อของคลาวเดียเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉันจะเป็นฝ่ายผิดเสมอ

หัวใจที่เดิมทีก็ตายซากอยู่แล้ว กลับเหมือนถูกใครบางคนฉีกกระชากออกมา แล้วบดขยี้จนกลายเป็นผุยผง

ฉันหลับตาลง แล้วพูดอย่างหมดแรง "ฉันเหนื่อยแล้ว คุณไปซะเถอะ"

เมื่อเห็นความหม่นหมองบนใบหน้าของฉัน หัวใจของวินเซนโซก็กระตุกอย่างแรง

เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าคำพูดเมื่อกี้ทำร้ายจิตใจแค่ไหน เขาอ้าปากหมายจะขอโทษ แต่สุดท้ายก็ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา

สามวันต่อจากนั้น วินเซนโซแทบจะไม่ห่างไปไหนเลย

เขาคอยป้อนยาขมๆ ให้ฉันด้วยตัวเอง พยายามทำอาหารที่ฉันเคยชอบกิน และถึงขั้นกางเตียงพับนอนข้างเตียงฉัน หากกลางคืนมีเสียงขยับเพียงนิดเขาก็จะสะดุ้งตื่น

แต่ฉันกลับเหมือนหุ่นเชิดที่ไร้วิญญาณ เขาป้อนยาก็อ้าปาก เขาพยุงก็ลุกขึ้น ไม่พูดสักคำ และไม่แม้แต่จะปรายตาชำเลืองมองเขา

จนกระทั่งวินเซนโซหมดความอดทน และหลุดประโยคนั้นออกมาว่า "ผมจะจัดงานแต่งงานปลอมๆ กับคลาวเดีย" ฉันถึงเพิ่งจะมีปฏิกิริยาตอบโต้

"ค่ะ ฉันจะไป"

น้ำเสียงของฉันยังคงนิ่งสงบเช่นเดิม

หัวใจของวินเซนโซดิ่งวูบลงไป

เขาเตรียมใจไว้ว่าฉันจะร้องไห้โวยวาย หรือไม่ก็คาดคั้นถาม แต่กลับคิดไม่ถึงว่าฉันจะเมินเฉยได้ขนาดนี้

เขารีบอธิบาย ที่แฝงความลนลานที่ยากจะสังเกต"อิซาเบลล่า ตระกูลมาริโนจ้องจะเล่นงานคลาวเดีย พวกนั้นพยายามบีบให้เธอแต่งงานไปที่นั่น ผมเป็นพี่ชายเธอ จะปล่อยให้นางกระโดดลงกองไฟไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้"

"เพราะฉะนั้น ผมกะจะประกาศกับคนภายนอกว่าเราหย่ากันแล้ว จากนั้นผมจะจัดงานแต่งกับคลาวเดีย แต่เชื่อผมนะ งานแต่งนี่เป็นเรื่องปลอม ส่วนเรื่องหย่าก็เป็นแค่แผนการชั่วคราว พอเรื่องตระกูลมาริโนจบลง ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม"

พอได้ยินถึงตรงนี้ ฉันก็หัวเราะออกมา

ไม่ใช่การหัวเราะเยาะตัวเองหรือประชด แต่มันเป็นรอยยิ้มที่โล่งใจจริง ๆ

ฉันรู้ดีว่า ในที่สุดอเลสซานโดรก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

วินเซนโซบอกว่าตระกูลมาริโนคือรังอสูรที่กินคน แต่สำหรับฉันแล้ว นั่นคือฟางเส้นสุดท้ายเพียงเส้นเดียวที่จะพาฉันหนีออกไปจากกรงขังที่ชวนอึดอัดนี้

เมื่อเห็นฉันยิ้ม ความหม่นหมองบนใบหน้าของวินเซนโซก็มลายหายไปทันที

"อิซาเบลล่า คุณวางใจเถอะ ในใจผมมีแค่คุณคนเดียว"

"วันนั้นผมพูดแรงไป คุณมีข้อเรียกร้องอะไรบอกมาได้เลย ผมจะทำให้หมด ขอแค่คุณอย่าโกรธผมอีกก็พอ"

เขาขยับเข้ามาใกล้ น้ำเสียงดูน้อยใจราวกับคนกำลังจะร้องไห้

เมื่อก่อนฉันมักจะแพ้ทางลูกไม้แบบนี้ของเขาเสมอ และถูกหลอกล่อจนใจอ่อนทุกครั้ง แต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกว่าคนตรงหน้าช่างแปลกหน้าเหลือเกิน หัวใจของฉันสงบนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง

ฉันมองแววตาเว้าวอนของวินเซนโซ แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกอยากหัวเราะขึ้นมา

"ได้สิคะ งั้นคุณก็ให้คลาวเดียเปลี่ยนไปแต่งงานกับคนอื่นแทนสิ แบบนี้ก็น่าจะไม่มีอันตรายถึงชีวิตแล้วไม่ใช่เหรอ?"

สีหน้าวินเซนโซแข็งค้างทันที มุมปากเขากระตุกอยู่นานกว่าจะฝืนยิ้มออกมาได้

"อิซาเบลล่า อย่าล้อเล่นแบบนี้สิ"

เขาเอื้อมมือจะมาสัมผัสใบหน้าฉัน แต่ฉันเบี่ยงหน้าหลบ ทำให้มือของเขาค้างเติ่งอยู่กลางอากาศอย่างน่าเกลียด

เขาสีหน้าย่ำแย่ลงและเริ่มมีอารมณ์ฉุนเฉียว"เธอก็น้องสาวคุณเหมือนกันนะ คุณจะมาหึงเรื่องแค่นี้เหรอ? เปลี่ยนคำขออื่นได้ไหม? ขอแค่คุณบอกมา ผมยอมทำตามทุกอย่างจริงๆ"

ฉันยังคงยิ้มต่อไป แต่ข้างในขมขื่นไปหมด

ฉันรู้อยู่แล้ว ตราบใดที่เกี่ยวกับคลาวเดีย คำสัญญามั่นเหมาะพวกนั้นของเขาก็เปราะบางเหมือนกระดาษที่แค่จิ้มก็ขาด

"ฉันล้อเล่นค่ะ" ฉันเก็บรอยยิ้ม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "พวกคุณอยากทำอะไรก็ทำเถอะ ไม่ต้องลำบากมาบอกฉันหรอก"

เมื่อเห็นว่าฉันไม่คาดคั้นเรื่องเรื่องคลาวเดียแล้ว วินเซนโซก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขากลับมายิ้มอีกครั้งแล้วเอื้อมมือมาลูบหัวฉัน

"ผมรู้ว่าอิซาเบลล่าเป็นเด็กดีและเข้าใจอะไรได้ง่ายที่สุด งั้นผมไปทำงานก่อนนะ คุณพักผ่อนเถอะ"

ทันทีที่เสียงฝีเท้าที่เดินจากไปของเขาเลือนหายไปในทางเดิน สีหน้าสุดท้ายของฉันก็พังทลายลง

ที่แท้นี่คือจุดประสงค์ที่เขามาเฝ้าฉันไม่ห่างและคอยเอาใจสารพัดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ไม่ใชความรู้สึกผิด ไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นเพราะกลัวว่าฉันจะอาละวาดจนไปทำลายแผนการที่เขาปูทางไว้ให้คลาวเดียต่างหาก

ฉันยิ้มมุมปากขึ้นอย่างเยอะเย้ยตัวเอง จากนั้นล้วงโทรศัพท์ออกมาจากใต้หมอนแล้วโทรหาโซเฟีย

"โซเฟีย เอกสารการหย่าของฉันเสร็จหรือยัง?"

ปลายสายเงียบไปหลายวินาที นานจนฉันคิดว่าสัญญาณขาด ก่อนเสียงฝืดฝืนของโซเฟียจะดังมา

“อิซาเบลล่า… เธอกับวินเซนโซ ไม่มีสถานะสามีภรรยาตามกฎหมาย ใบทะเบียนสมรสที่เธอส่งมาให้ฉันดูก่อนหน้านี้ เป็นของปลอม”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 19

    "แข่งรถเหรอ? หิมะหนาขนาดนี้จะแข่งยังไง? อีกอย่างคุณก็แทบจะกลายเป็นแท่งน้ำแข็งอยู่แล้ว ยังมีแรงขับรถอีกเหรอ?”เรื่องที่วินเซนโซนึกออกก็คือการแข่งรถ ฉันรักการแข่งรถที่สุด ถ้าเขาลงแข่งกับอเลสซานโดรแล้วชนะ เขาคงหวังว่าฉันจะยอมให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง วินเซนโซมองมาที่ฉันด้วยสายตามุ่งมั่น ในขณะที่ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด"ผมขอแข่งกับอเลสซานโดร ถ้าผมชนะ คุณช่วยให้โอกาสผมอีกครั้งได้ไหม?" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาเพียงสองคำ "ไม่ค่ะ" วินเซนโซหัวเราะเยาะตัวเอง "ถึงไม่ได้ผมก็จะแข่ง อิซาเบลล่า คุณช่วยมานานั่งข้างๆชี้ทางให้ผมหน่อยได้ไหม? ถือว่าเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายให้ผม"ฉันเริ่มรู้สึกโกรธขึ้นมานิดๆ เพราะอเลสซานโดรขับรถแข่งไม่เป็น แต่อเลสซานโดรกลับตอบตกลงอย่างเด็ดขาด ฉันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ "ถ้าแข่งไม่ไหวก็อย่าฝืนเลย มันไม่ช่วยเปลี่ยนอะไรหรอกนะ ถ้านายเป็นอะไรไปฉันไม่รับผิดชอบด้วย" แต่อเลสซานโดรกลับเลิกทำหน้าบึ้งตึงอย่างที่หาได้ยาก เขาลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน"วางใจเถอะ ผมรู้ลิมิตตัวเอง เธอไปทำหน้าที่ชี้ทางให้เขาเถอะ ให้มันจบๆ ไป" จากนั้นเขาก็หันไปบอกวินเซนโซ "เริ่มเลย" ตอนที่รถเริ่มออกสู

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 18

    เสียงทุ้มต่ำเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากด้านข้างกะทันหันวินเซนโซมองไปทางต้นเสียงแล้วอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง "อเลสซานโดร นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?" อเลสซานโดรวาดแขนโอบไหล่ฉันไว้ และในวินาทีที่เขารู้สึกว่าฉันไม่ได้ขัดขืน เขาก็ยิ่งกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นเล็กน้อย"ฉันเป็นคู่หมั้นของเธอ ทำไมจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ล่ะ?" พอสิ้นคำพูดนี้ วินเซนโซก็เหมือนถูกฟ้าผ่า สมองดังอื้อจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง "คู่หมั้นเหรอ? เป็นไปได้ยังไง? อิซาเบลล่า... เขาจะเป็นคู่หมั้นของนายได้ยังไง?" ขอบตาของเขาแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริก ฉันดึงมืออเลสซานโดรลงมา แล้วสอดประสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกันชูขึ้นตรงหน้าวินเซนโซ"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้? ฉันยังโสดและไม่มีลูก การจะมีคู่หมั้นสักคนมันยอมรับยากนักหรือไง?" ริมฝีปากของวินเซนโซขยับพึมพำ ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ คำพูดของฉันเปรียบเสมือนมีดทู่ๆ ที่ปักลงกลางใจเขา ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง "ไม่ได้ ผมไม่อนุญาต! ผมรักคุณ คุณต้องเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น!" ฉันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา และไม่อยากแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเขาอีกต่อไป"รักเหรอ? รักที่คุณหมายถึงคือการ

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 17

    ไม่ว่าวินเซนโซจะตะโกนเรียกอยู่ข้างหลังอย่างไร รถคันนั้นก็ไม่มีท่าทีจะหยุดพักแม้แต่นิดเดียว กลับกันมันยิ่งขับเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเพียงจุดดำเล็กๆ ในระยะไกล หลังจากเงาร่างในกระจกมองหลังหายลับตาไป อเลสซานโดรถึงค่อยๆ ลดความเร็วรถลง ฉันปรายตามองเขาอย่างสงสัย"ทำไมวันนี้ขับเร็วขนาดนี้? รีบไปเกิดใหม่หรือไง?" อเลสซานโดรไม่ตอบคำถามฉัน แต่จู่ๆ ก็ถามขึ้นมาว่า "ถ้าเกิดวินเซนโซมาหาเธอ มาร้องไห้สำนึกผิดขอคืนดี เธอจะยอมตกลงไหม?"คิ้วของฉันขมวดแน่น ราวกับได้ยินอะไรสกปรก แต่ก็ยังตอบอย่างจริงจัง"ไม่ ตายไปยังไงก็ไม่ยอม" เพียงแค่นึกถึงสิ่งที่วินเซนโซเคยทำกับฉัน ฉันก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว และมักจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเสมอ อเลสซานโดรจับสังเกตแววตาที่เด็ดเดี่ยวของฉันได้ มุมปากของเขาจึงยกขึ้นเบาๆ อย่างไม่ตั้งใจแต่สีหน้าเล็กๆ น้อยๆ นั้นกลับถูกฉันจับได้คาตา"นายถามเรื่องนี้ทำไม? ฝันถึงเขาเหรอ?""เปล่าหรอก แค่ชวนคุยเล่นๆ" เขาตอบปัดไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่ในใจกลับตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ครั้งนี้ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เขาก็จะไม่ยอมให้ฉันต้องเสียใจแม้แต่นิดเดียว วินเซนโซเหม่อมองไปทางที่รถหายลับไปอยู่น

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 16

    คืนนั้น อเลสซานโดรตรวจสอบทุกเรื่องราวเกี่ยวกับวินเซนโซและคลาวเดียจนครบถ้วน และร่างแผนการอย่างละเอียดเสร็จก่อนรุ่งสาง ความจริงเขาสามารถชิงตัวฉันออกมาได้ตรงๆ แต่ฉันบอกว่า "ถ้าทำแบบนั้น เขาจะตามจองเวรไปตลอดชีวิต" เขาจึงต้องอดทน และค่อยๆ วางหมากไปทีละขั้นตอน ตอนนั้นเองที่เขาได้รู้ว่า รากฐานของตระกูลคอร์เลโอเนนั้นซับซ้อนกว่าที่จินตนาการไว้มากเขาแสร้งทำเป็นต้องการแต่งงานกับคลาวเดียเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตระกูลคอร์เลโอเน แต่ความจริงกลับแอบจัดเตรียมกำลังคนเพื่อพาฉันหนีไปให้ไกล แต่เขาก็ยังมาสายไปก้าวหนึ่ง กว่าเขาจะหาฉันพบ ขาทั้งสองข้างของฉันก็บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนไม่สามารถสืบทอดธุรกิจตระกูลได้ และไม่สามารถขับรถแข่งคันโปรดออกไปโลดแล่นในสนามได้อีกต่อไปตอนนั้นฉันเหมือนคนไร้วิญญาณ ดวงตาว่างเปล่าจนน่ากลัว ยังดีที่เขาฉุดฉันกลับมาจากขอบเหวแห่งความตาย เขาพาฉันไปศูนย์ฟื้นฟูที่ดีที่สุด อยู่เคียงข้างตอนฉันเริ่มจับพวงมาลัยอีกครั้ง และเฝ้ามองฉันค่อยๆ ค้นพบแสงสว่างในชีวิตกลับมาทีละน้อย แม้จะผ่านการรักษาจนได้ขากลับมา แต่ฉันก็ไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้อีกแล้ว

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 15

    [มุมมองของอิซาเบลล่า]สามปีต่อมาณ ค่ายฝึกซ้อมรถแข่งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองคาลาเบรีย กำลังมีการจัดการแข่งขันรถแข่งครั้งสำคัญในรอบสามปี ตระกูลมาเฟียทั่วทั้งอิตาลีต่างส่งคนเข้าร่วมแข่งขัน ในพื้นที่พักผ่อน โค้ชผมทองตาฟ้าไม่กี่คนกำลังยืนคุยและมองไปทางสนามฝึกซ้อม"ได้ยินข่าวหรือเปล่า? คราวนี้มีม้ามืดจากซิซิลีมาด้วยนะ แค่สามปีเขาก็กวาดแชมป์ในประเทศไปเรียบเลย นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาแข่งต่างเมือง หลายคนลงขันพนันว่าเขาจะชนะ แต่ฉันว่าก็งั้นๆ แหละ""นักแข่งจากซิซิลีเหรอ? งั้นจะประมาทไม่ได้นะ" โค้ชร่างสูงอีกคนจิ๊ปาก "อย่าลืมโค้ชผู้หญิงที่มาจากซิซิลีคนนั้นด้วยล่ะ ได้ยินว่าภายในสามปีเธอสร้างแชมป์หญิงได้ถึงห้าคน ทำเอาพวกเราโค้ชผู้ชายหน้าชาไปตามๆ กัน" ฟรานเชสก้าที่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ยิ้มพลางส่ายหัว แล้วเดินกลับไปยังพื้นที่พักผ่อนของทีมตัวเองเธอหยิบน้ำแร่ที่เพิ่งเอาออกมาจากตู้แช่เย็นมาแปะเข้าที่หน้าของฉันดัง "แป๊ะ""โค้ชอิซาเบลล่า ได้ยินพวกขี้แพ้พวกนั้นบ่นถึงคุณอีกแล้ว ในสายตาพวกเขา คุณจะกลายเป็นตัวซวยสำหรับพวกเขาอยู่แล้วนะ" ฉันสะดุ้งเพราะความเย็นจนตัวสั่น หยิบหนังสือออกจากหน้าแล้วลุกขึ้นนั่

  • คำขอโทษที่ไร้ค่า   บทที่ 14

    "ฟาบิโอ! นี่คือผลกรรมของพี่!" คลาวเดียเกาะขอบหน้าต่าง มองเขาถูกเสาทับอยู่ด้านล่าง แล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พูดจบ เธอใช้มือยันตัว แล้วทิ้งร่างตัวเองออกไปนอกหน้าต่าง เมื่อความเย็นของผืนหญ้าโอบล้อมร่างกาย เธอนอนอยู่ตรงนั้น หัวเราะทั้งน้ำตา สัมผัสความดีใจที่รอดชีวิตมาได้ ส่วนห้องห้องนั้น พร้อมกับร่างของฟาบิโอ ก็ถูกเปลวเพลิงกลืนกินหายไปจนหมด แต่เธอดีใจได้ไม่นาน ก็หมดสติไปเพราะฤทธิ์ยาที่เริ่มทำงาน เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว วินาทีที่คิดได้ว่ายังไม่ตาย เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ในวินาทีต่อมา ความเจ็บปวดรุนแรงรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่การถูกรถทับก็ออกมาจากส่วนลึกของร่างกาย มันเหมือนมีความเจ็บปวดอันแสนทรมานไหลเวียนอยู่ในไขกระดูก เพียงแค่ขยับนิดเดียวก็เจ็บเจียนตาย เธอเรียกหมออย่างอ่อนแรง พยาบาลจึงเดินเข้ามาตามเสียงเรียก คลาวเดียสูดลมหายใจเข้าลึก เสียงของเธอแหบพร่า "ฉันปวดเหลือเกิน... ฉีดยาแก้ปวดให้ฉันที"“เป็นอาการปกติค่ะ”พยาบาลตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "คนที่ตัดแขนตัดขาไปแล้วจะเป็นแบบนี้ทุกคน วันที่ฝนตกจะยิ่งปวดกว่าเดิม ตอนแรกจะใช้ยาแก้ปวดให้แล้วล่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status