แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: อาจิ้งผู้ชอบกินผักชี
เธอยืนอึ้งอยู่กับที่ สีหน้าดูอับอายขายหน้าอยู่บ้าง คล้ายคาดไม่ถึงว่าฉันจะหักหน้ากันตรงๆ ขนาดนี้

โจวเฉวียนหลินขมวดคิ้วเข้าหากัน

“พวกคุณทะเลาะกันเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

ฉันหันไปมองเขา แล้วเน้นย้ำทีละคำ “ก็เมื่อสี่วันก่อน ตอนที่เธออยากจะตามฉันไปหาคุณ แต่ถูกฉันปฏิเสธไงล่ะ”

ดังนั้นเธอจึงไม่ยอมจำนน เพื่อที่จะเอาคืนฉัน เธอเลยไปหาโจวเฉวียนหลินก่อนล่วงหน้า

“เพราะเรื่องแค่นี้เองเนี่ยนะ?”

โจวเฉวียนหลินยังคงทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่ออยู่อย่างนั้น

อันที่จริงไม่ใช่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว หกปีมานี้ เฉินเยว่ถิงคอยขัดขวางช่วงเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองระหว่างฉันกับโจวเฉวียนหลินมาโดยตลอด

ทุกครั้งที่ฉันตั้งท่าจะไปหาเขา เฉินเยว่ถิงก็ต้องคอยเข้ามาเกาะแกะ ไม่ชวนไปเที่ยว ก็อ้างว่าป่วยเรียกร้องให้ฉันไปช่วย

ตอนที่ซื้อแหวนคู่รัก เธอก็มักจะซื้อแบบที่คล้ายกันมาใส่ไว้บนมือด้วยเสมอ

ฉันไม่ได้โง่ ก็เลยตัดขาดความสัมพันธ์กับเธอไปแบบไว้หน้ากันอยู่

แต่ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ ว่า คนเราจะหน้าด้านไร้ยางอายได้ถึงขนาดนี้

เฉินเยว่ถิงค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ในดวงตามีหยาดน้ำตาคลอเบ้า

เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ขอโทษด้วยนะ งั้นฉันไปเอง”

โครม โจวเฉวียนหลินลุกพรวดพราดจนเก้าอี้ล้มหงายหลัง

เขาก้าวไปยืนขวางหน้าเฉินเยว่ถิงเอาไว้

น้ำเสียงหนักอึ้ง “คุณไล่เธอไป งั้นผมก็จะไปเหมือนกัน”

“งั้นคุณก็ไสหัวไปพร้อมกันเลยสิ”

ฉันพูดสวนกลับไปทันควัน เรียบเฉยจนเกือบจะเข้าขั้นเย็นชา

สีหน้าของโจวเฉวียนหลินเลื่อนลอยไปชั่วขณะ

เพราะที่ผ่านมา ฉันไม่เคยไล่เขาเลยสักครั้ง

แม้แต่ตอนทะเลาะกัน ปกติแล้วก็มีแต่ฉันที่เป็นฝ่ายยอมง้อก่อน

แต่ฉันระอาเต็มทีแล้วจริงๆ

โจวเฉวียนหลินไม่ไหวติงแม้แต่น้อย เขายังคงจ้องมองฉันอย่างดื้อดึง สันกรามเกร็งแน่น

เฉินเยว่ถิงแค่นเสียงฮึในลำคอ ก่อนจะกุมมือเขาแล้วออกแรงฉุดลากออกไปข้างนอก

“พวกเราไปกันเถอะ เธอมีสิทธิ์อะไรมารังแกพวกเราขนาดนี้!”

“ยิ่งพี่เป็นแบบนี้ วันข้างหน้าก็มีแต่จะยิ่งถูกรังแกอย่างหนัก!”

ในที่สุดโจวเฉวียนหลินก็โดนฉุดลากออกไปจนได้

ในที่สุด ฉันก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ลุกขึ้นยืน แล้วจัดการเทไข่ดาวในจานทิ้งลงถังขยะ

จากนั้นก็เดินกลับเข้าห้องไปเก็บกระเป๋าเดินทาง

ตอนที่กำลังจะเข้านอนในคืนนั้น เพื่อนสนิทอีกคนก็ส่งข้อความมาทันที

“ชิบหายแล้ว เฉียวเหนียน เธอรีบดูเร็วเข้าว่าฉันถ่ายอะไรมาได้!”

ฉันกดเปิดรูปขึ้นมาดู

มันคือภาพของโจวเฉวียนหลินกับเฉินเยว่ถิงที่กำลังควงกันเดินช้อปปิ้งอยู่ในห้างดังของเมืองหลวง

เฉินเยว่ถิงควงแขนเขาไว้ ร่างกายแนบชิดสนิทสนม ไม่ต่างอะไรจากคู่รักที่กำลังอยู่ในช่วงคลั่งรัก

บางทีทั้งสองคนอาจจะสนิทสนมกันถึงขั้นนี้มาตั้งนานแล้ว โดยที่ฉันไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำ

เพื่อนของฉันเดือดดาลแทนอย่างหนัก

“หน้าด้านไร้ยางอายที่สุด! สองคนนั้นสวมเขาให้เธอได้ยังไงกัน! เธอดีกับพวกมันขนาดนั้น ฉันล่ะยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ”

ฉันใจหายวาบ ตั้งท่าจะร้องห้ามเธอไว้

แต่แล้วโทรศัพท์ก็เด้งสายวิดีโอคอลเข้ามา ฉันกดรับทันที ปลายสายคือเพื่อนที่กำลังเดือดจัดราวกับแม่สิงโตเกรี้ยวกราด

แล้วเปิดฉากตะโกนด่าใส่ทั้งสองคนอย่างดุเดือด

“พวกชายโฉดหญิงชั่ว หน้าด้านไร้ยางอายจริงๆ พวกแกทำแบบนี้ไม่ละอายใจต่อเฉียวเหนียนบ้างเลยหรือยังไง!”

“เมื่อก่อนตอนแกจนแทบไม่มีเงินติดตัวสักบาท ใครกันที่ยอมประหยัดค่ากินค่าอยู่ของตัวเองเอามาให้แกใช้!”

“แล้วก็แกด้วยเฉินเยว่ถิง แกมันสันดานเนรคุณจริงๆ งานของแกเฉียวเหนียนก็เป็นคนช่วยหาให้ ถ้าไม่มีเธอ แกจะได้เข้าไปทำงานในบริษัทที่ดีขนาดนี้เหรอ!”

เฉินเยว่ถิงสีหน้าเย็นชา ตอบกลับมาอย่างไม่รู้สึกละอายใจเลยสักนิด

“ฉันไปบังคับให้ยัยนั่นช่วยหางั้นเหรอ?”

“พอได้แล้ว หุบปากกันให้หมด!”

โจวเฉวียนหลินไม่รู้เป็นอะไรขึ้นมา จู่ๆ ก็คำรามตวาดลั่น

เขามองมาที่กล้องด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

“เฉียวเหนียน เราต้องคุยกันหน่อยแล้วล่ะ คุณเข้าใจผิดไปจริงๆ”

“พรุ่งนี้เช้าผมจะไปหาคุณ แล้วเปิดอกคุยทุกอย่างให้กระจ่าง”

เพื่อนฉันสบถด่าเขาไปอีกหนึ่งประโยค แล้วตัดสายทิ้งทันที

ฉันถอนหายใจออกมา ปลอบเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เอนกายลงนอนหลับไป

วันพรุ่งนี้ยังต้องนั่งเครื่องบินอีกเกือบหกชั่วโมง

ตื่นขึ้นมาอีกที ก็เป็นเวลาเก้าโมงแล้ว

ฉันกินข้าวเสร็จ ก็รอโจวเฉวียนหลินมาคุยทุกอย่างให้กระจ่าง

ทว่าจนกระทั่งสิบเอ็ดโมง เขาก็ยังไม่ปรากฏตัว

ฉันไม่ได้รู้สึกรู้สึกสะทกสะท้านอะไร เพียงแค่ลากกระเป๋าเดินทางออกจากห้องไป

โจวเฉวียนหลินโทรหาฉัน น้ำเสียงร้อนรนพูดขึ้นว่า

“เฉียวเหนียน ตอนบ่ายผมค่อยไปหาคุณนะ จู่ๆ เฉินเยว่ถิงก็อาหารเป็นพิษ ผมต้องพาเธอไปโรงพยาบาลก่อน”

“ได้สิ”

อาจเป็นเพราะเขาผิดสัญญาบ่อยจนเกินไป

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงแฝงความรู้สึกผิดอยู่บ้าง

“คุณรอผมก่อนนะ ผมจะชดเชยให้คุณแน่นอน”

ฉันไม่ได้พูดอะไรต่อ จัดการตัดสายทิ้งไปทันที

แล้วก็บล็อกพร้อมลบทุกช่องทางติดต่อของเขาออกทั้งหมด

หลังจากนอนหลับยาวบนเครื่องบิน ฉันก็เดินทางมาถึงประเทศฝรั่งเศส

ลากกระเป๋าออกจากสนามบินได้ไม่ทันไร คุณป้าเจ้าของห้องก็โทรเข้ามา

น้ำเสียงของเธอตื่นตกใจอยู่ไม่น้อย

“เสี่ยวเหนียน หน้าประตูห้องหนูมีคนยืนเฝ้าอยู่คนหนึ่ง ไล่ยังไงก็ไม่ยอมไปเลย! ป้าควรแจ้งความดีไหมเนี่ย?”

ฉันส่งเสียง อืม ในคอ ขณะกำลังโบกเรียกแท็กซี่ก็ตอบกลับไปว่า แจ้งความได้เลยค่ะ

โจวเฉวียนหลินไม่รู้ว่ายืนรออยู่นานแค่ไหน พอได้ยินเสียงฉัน เขาก็แย่งโทรศัพท์ไปราวกับคนคลั่ง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คำตอบที่ฉันรอ ไม่เคยมาถึง   บทที่ 7

    เขาเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าซีดเซียว รู้สึกหน้ามืดไปชั่วขณะหลังจากทรงตัวอยู่เนิ่นนาน เขาจึงค่อยลุกขึ้นยืน“ผมเคารพการตัดสินใจของคุณ จากนี้ไปจะไม่มารบกวนคุณอีก”“แต่ผมจะรอคุณตลอดไป”บนใบหน้าของเขาแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นที่ฉันแสนจะคุ้นเคยฉันขมวดคิ้ว ตั้งใจจะเอ่ยปากเตือนสติเขาทว่าโจวเฉวียนหลินไม่เปิดโอกาสให้ฉันอีกเขาหมุนตัวผลักประตูเดินจากไปเรือนร่างสูงใหญ่ ทว่าในยามค่ำคืนนี้กลับดูโดดเดี่ยวและอ้างว้างเหลือเกินช่วงเวลาหลังจากนั้น เขาทำอย่างที่พูดไว้จริงๆไม่เคยมาหาฉันอีกเลยกลับเป็นเฉินเยว่ถิงที่โทรมาหาฉันในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง“เธอพูดอะไรกับเขากันแน่!”น้ำเสียงของเธอแฝงไว้ด้วยความเดือดดาลอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก“ทำไมถึงบล็อกฉัน แถมยังเปลี่ยนที่อยู่อีก ในเมื่อเธอไม่เอาเขาแล้ว ทำไมถึงไม่ปล่อยฉันไปสักที!”พอพูดถึงช่วงท้าย เธอร้องไห้ออกมาเสียงเบา“ฉันชอบเขาจริงๆ นะ”แต่เรื่องพวกนี้เกี่ยวข้องอะไรกับฉันกันเล่า?“นี่เธอทำตัวเองนะ ไม่เกี่ยวกับฉัน”“ไม่!” เฉินเยว่ถิงตอบกลับทันควัน เธอสูดจมูกเบาๆ แล้วเอ่ยแกมสั่งแกมอ้อนวอน“เธอไปติดต่อเขา ให้เขารับสายฉัน เขาเชื่อฟังเธอขนาดนั้น

  • คำตอบที่ฉันรอ ไม่เคยมาถึง   บทที่ 6

    จังหวะการใช้ชีวิตในฝรั่งเศสเชื่องช้ากว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีกนอกจากเวลางานที่ต้องเร่งรีบอยู่บ้าง เวลาพักผ่อนนอกเหนือจากนั้นก็ถือเป็นอิสระอย่างแท้จริงฉันถือโอกาสใช้ช่วงวันหยุด ท่องเที่ยวเรื่อยเปื่อยไปทั่วทวีปยุโรปทั้งยังได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่อีกหลายคนแม้ทุกคนจะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน แต่ก็เปี่ยมด้วยความไมตรีจิตเช่นเดียวกันแถมยังกระตือรือร้นช่วยฉันฝึกฝนทักษะการพูดอีกด้วยเด็กสาวชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งนามว่าเดียน่าเอ่ยกับฉัน“ถ้าอยากพัฒนาภาษาฝรั่งเศสให้ได้เร็วที่สุด ก็แค่หาแฟนเป็นคนฝรั่งเศสสักคนไงล่ะ”พอกล่าวจบประโยค ชายหนุ่มชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ก็รีบเสนอตัวขึ้นมาทันที“เหนียน ผมเต็มใจนะ!”ทุกคนถูกมุกตลกนี้หยอกเย้าจนหัวเราะท้องแข็ง ส่วนฉันก็แกล้งทำเป็นครุ่นคิดแล้วเอ่ยว่า “ฉันจะเก็บไปพิจารณาก็แล้วกันนะ”ทว่าโชคชะตาราวกับจะทนเห็นฉันมีความสุขไม่ได้ในคืนนั้นเอง พอฉันกลับถึงบ้าน ก็เห็นโจวเฉวียนหลินกำลังนั่งปักหลักรออยู่หน้าประตูแล้วราวกับเขาเฝ้ารอฉันอยู่นานแสนนาน พอยืนขึ้น ขาจึงเซไปหลายก้าว“กลับมาแล้วเหรอ”เขายื่นมือมาจะช่วยถือกระเป๋าที่อยู่ข้างกายฉัน ทว่ากิริยา

  • คำตอบที่ฉันรอ ไม่เคยมาถึง   บทที่ 5

    “เฉียวเหนียน คุณหายไปไหนมา? ทำไมเจ้าของห้องถึงบอกว่าคุณย้ายออกไปแล้วล่ะ?”“คุณย้ายไปไหนน่ะ? ทำไมถึงไม่รอผมก่อน!”“รู้ไหมว่าผมยืนรอคุณอยู่ตั้งสามชั่วโมง”เขาคับแค้นใจอยู่เต็มอก ทั้งโกรธทั้งเดือดดาลรอจนเขาระบายโทสะจนพอใจ จู่ๆ ฉันก็เอ่ยขึ้นว่า“โจวเฉวียนหลิน วันนั้นฉันรอคุณตั้งสิบชั่วโมง โทรหาคุณสามสิบสาย ท่ามกลางหิมะหนาวจัดจนเท้าฉันถูกหิมะกัด คุณรู้ไหมว่าฉันรู้สึกยังไง?”โจวเฉวียนหลินเงียบเสียงลงทันที เหลือเพียงเสียงหายใจหอบกระชั้นเท่านั้นฉันมองทอดไปยังถนนในฝรั่งเศส พลางดึงเสื้อกระชับเข้าหาตัว“ระหว่างทางกลับ ลุงคนขับบอกฉันว่า วันก่อนหน้านั้นเกิดคดีข่มขืนขึ้นที่สถานีรถ คุณอยู่ในเมืองนี้แท้ๆ ไม่มีทางจะไม่รู้หรอก”พอคิดถึงความรู้สึกในตอนนั้น ขอบตาฉันก็ร้อนผ่าวขึ้นมา“แต่คุณก็ยังปล่อยให้ฉันอยู่ที่นั่นคนเดียว ตั้งสิบชั่วโมง”“ฉันนึกว่าคุณเกิดเรื่องเข้าแล้วจนเกือบจะแจ้งตำรวจ แต่พอโทรติด สิ่งที่ได้ยินกลับเป็นเสียงคุณกับเฉินเยว่ถิงหัวร่อต่อกระซิกกัน”“ตอนนั้นฉันรู้สึกว่าตัวเองช่างไร้ค่าสิ้นดี”“เหนียนเหนียน...”เสียงของโจวเฉวียนหลินเริ่มสั่นเครือ“อย่า” ฉันเอ่ยขัดจังหวะเขา “ฟัง

  • คำตอบที่ฉันรอ ไม่เคยมาถึง   บทที่ 4

    เธอยืนอึ้งอยู่กับที่ สีหน้าดูอับอายขายหน้าอยู่บ้าง คล้ายคาดไม่ถึงว่าฉันจะหักหน้ากันตรงๆ ขนาดนี้โจวเฉวียนหลินขมวดคิ้วเข้าหากัน“พวกคุณทะเลาะกันเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?”ฉันหันไปมองเขา แล้วเน้นย้ำทีละคำ “ก็เมื่อสี่วันก่อน ตอนที่เธออยากจะตามฉันไปหาคุณ แต่ถูกฉันปฏิเสธไงล่ะ”ดังนั้นเธอจึงไม่ยอมจำนน เพื่อที่จะเอาคืนฉัน เธอเลยไปหาโจวเฉวียนหลินก่อนล่วงหน้า“เพราะเรื่องแค่นี้เองเนี่ยนะ?”โจวเฉวียนหลินยังคงทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่ออยู่อย่างนั้นอันที่จริงไม่ใช่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว หกปีมานี้ เฉินเยว่ถิงคอยขัดขวางช่วงเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองระหว่างฉันกับโจวเฉวียนหลินมาโดยตลอดทุกครั้งที่ฉันตั้งท่าจะไปหาเขา เฉินเยว่ถิงก็ต้องคอยเข้ามาเกาะแกะ ไม่ชวนไปเที่ยว ก็อ้างว่าป่วยเรียกร้องให้ฉันไปช่วยตอนที่ซื้อแหวนคู่รัก เธอก็มักจะซื้อแบบที่คล้ายกันมาใส่ไว้บนมือด้วยเสมอฉันไม่ได้โง่ ก็เลยตัดขาดความสัมพันธ์กับเธอไปแบบไว้หน้ากันอยู่แต่ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ ว่า คนเราจะหน้าด้านไร้ยางอายได้ถึงขนาดนี้เฉินเยว่ถิงค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ในดวงตามีหยาดน้ำตาคลอเบ้าเธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ขอโทษด้ว

  • คำตอบที่ฉันรอ ไม่เคยมาถึง   บทที่ 3

    ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาตะโกนเรียกให้ฉันหยิบชุดนอนไปส่งให้ฉันหยิบชุดนอนมาชุดหนึ่ง พอผลักประตูเปิดเข้าไป โจวเฉวียนหลินก็รีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงอย่างรีบร้อนเขาส่งยิ้มมาให้ฉันทั้งที่ใบหน้ายังเปียกโชก“ขอบใจนะ”แล้วก็ปิดประตูดังปังทันทีฉันไม่ได้เดินไปไหนผ่านไปไม่กี่วินาที เสียงจากข้างในก็ดังขึ้นอีกครั้งเฉินเยว่ถิงหัวเราะร่วน“พี่ทำอย่างกับพวกเรากำลังแอบเป็นชู้กันอย่างนั้นแหละ”โจวเฉวียนหลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเกียจคร้านอยู่บ้าง“เธอยังไม่รู้นิสัยเพื่อนสนิทตัวอีกเหรอ? ใจแคบจะตาย”เฉินเยว่ถิงส่งเสียงฮึดฮัด แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม “รีบเอาซิกแพกมาให้เจ๊ดูเร็วเข้า เมื่อครู่ยังดูไม่จุใจเลย!”โจวเฉวียนหลินทำเป็นแง่งอนใส่“ยัยหื่น!”...ข้อความหลังจากนั้นฉันไม่ได้ฟังอีกต่อไปกว่าโจวเฉวียนหลินจะกลับมา เวลาก็ผ่านไปร่วมชั่วโมงแล้วใบหน้าของเขาระเรื่อแดง แววตาทอประกายวาววับราวกับมีเปลวไฟขุมหนึ่งกำลังแผดเผาเห็นได้ชัดว่าแรงปรารถนาถูกปลุกเร้าขึ้นมาแล้วยังไม่ทันได้ปิดไฟ โจวเฉวียนหลินก็โถมตัวเข้าใส่ฉันทันทีฉันยื่นมือออกไปผลักเขาไว้ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ที่บ้านไม่มีถุง

  • คำตอบที่ฉันรอ ไม่เคยมาถึง   บทที่ 2

    ระหว่างยืนรอน้ำอุ่นในห้องอาบน้ำ หน้าฟีดของเฉินเยว่ถิงก็อัปเดตใหม่อีกครั้ง“ตามรอยชานมเจ้าดัง เพื่อนรักยอมต่อคิวให้ตั้งชั่วโมงหนึ่ง แต่รสชาติงั้นๆ กินไปคำเดียว ที่เหลือใส่แก้วหิ้วกลับไปฝากใครบางคน”คำว่าใครบางคนที่ว่านี้ ชัดเจนว่าหมายถึงโจวเฉวียนหลินที่กำลังยิ้มบางๆ ให้กล้องฉันไม่เคยรู้เลยว่า แฟนหนุ่มผู้รักความสะอาดจนไม่เคยใช้แก้วน้ำร่วมกับฉันเลยสักครั้ง แท้จริงแล้วจะดื่มน้ำแก้วเดียวกับผู้หญิงคนอื่นได้ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยื่นมือไปกดไลก์ให้จากนั้นจึงโทรหาเจ้านาย“ประธานเสิ่นคะ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว โปรเจกต์นั้นฉันยังรับทำได้อยู่ไหมคะ?”ปลายสายรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่ที่มากกว่านั้นคือความยินดี“ในที่สุดคุณก็คิดได้สักที ขอแค่ทำโปรเจกต์นี้สำเร็จ พอกลับมาคุณก็จะได้เลื่อนตำแหน่งรวดเดียวสองขั้นเลย”“แถมไปอยู่ต่างประเทศแค่ปีเดียวเอง เชื่อผมสิ ถ้าเป็นรักแท้ ระยะเวลาแค่ปีเดียวมันไม่ใช่อุปสรรคอะไรเลย”ฉันยิ้มบางๆ โดยไม่ได้เอ่ยโต้แย้งใดๆอันที่จริง นับตั้งแต่นาทีที่ฉันตัดสินใจรับงานนี้ ความรักของฉันก็ได้จบสิ้นลงแล้วฉันค่อยๆ อาบน้ำอุ่นจนเสร็จอย่างไม่เร่งรีบพอเดินออกมา โพสต์นั้นบน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status