تسجيل الدخولเขาเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าซีดเซียว รู้สึกหน้ามืดไปชั่วขณะหลังจากทรงตัวอยู่เนิ่นนาน เขาจึงค่อยลุกขึ้นยืน“ผมเคารพการตัดสินใจของคุณ จากนี้ไปจะไม่มารบกวนคุณอีก”“แต่ผมจะรอคุณตลอดไป”บนใบหน้าของเขาแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นที่ฉันแสนจะคุ้นเคยฉันขมวดคิ้ว ตั้งใจจะเอ่ยปากเตือนสติเขาทว่าโจวเฉวียนหลินไม่เปิดโอกาสให้ฉันอีกเขาหมุนตัวผลักประตูเดินจากไปเรือนร่างสูงใหญ่ ทว่าในยามค่ำคืนนี้กลับดูโดดเดี่ยวและอ้างว้างเหลือเกินช่วงเวลาหลังจากนั้น เขาทำอย่างที่พูดไว้จริงๆไม่เคยมาหาฉันอีกเลยกลับเป็นเฉินเยว่ถิงที่โทรมาหาฉันในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง“เธอพูดอะไรกับเขากันแน่!”น้ำเสียงของเธอแฝงไว้ด้วยความเดือดดาลอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก“ทำไมถึงบล็อกฉัน แถมยังเปลี่ยนที่อยู่อีก ในเมื่อเธอไม่เอาเขาแล้ว ทำไมถึงไม่ปล่อยฉันไปสักที!”พอพูดถึงช่วงท้าย เธอร้องไห้ออกมาเสียงเบา“ฉันชอบเขาจริงๆ นะ”แต่เรื่องพวกนี้เกี่ยวข้องอะไรกับฉันกันเล่า?“นี่เธอทำตัวเองนะ ไม่เกี่ยวกับฉัน”“ไม่!” เฉินเยว่ถิงตอบกลับทันควัน เธอสูดจมูกเบาๆ แล้วเอ่ยแกมสั่งแกมอ้อนวอน“เธอไปติดต่อเขา ให้เขารับสายฉัน เขาเชื่อฟังเธอขนาดนั้น
จังหวะการใช้ชีวิตในฝรั่งเศสเชื่องช้ากว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีกนอกจากเวลางานที่ต้องเร่งรีบอยู่บ้าง เวลาพักผ่อนนอกเหนือจากนั้นก็ถือเป็นอิสระอย่างแท้จริงฉันถือโอกาสใช้ช่วงวันหยุด ท่องเที่ยวเรื่อยเปื่อยไปทั่วทวีปยุโรปทั้งยังได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่อีกหลายคนแม้ทุกคนจะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน แต่ก็เปี่ยมด้วยความไมตรีจิตเช่นเดียวกันแถมยังกระตือรือร้นช่วยฉันฝึกฝนทักษะการพูดอีกด้วยเด็กสาวชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งนามว่าเดียน่าเอ่ยกับฉัน“ถ้าอยากพัฒนาภาษาฝรั่งเศสให้ได้เร็วที่สุด ก็แค่หาแฟนเป็นคนฝรั่งเศสสักคนไงล่ะ”พอกล่าวจบประโยค ชายหนุ่มชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ก็รีบเสนอตัวขึ้นมาทันที“เหนียน ผมเต็มใจนะ!”ทุกคนถูกมุกตลกนี้หยอกเย้าจนหัวเราะท้องแข็ง ส่วนฉันก็แกล้งทำเป็นครุ่นคิดแล้วเอ่ยว่า “ฉันจะเก็บไปพิจารณาก็แล้วกันนะ”ทว่าโชคชะตาราวกับจะทนเห็นฉันมีความสุขไม่ได้ในคืนนั้นเอง พอฉันกลับถึงบ้าน ก็เห็นโจวเฉวียนหลินกำลังนั่งปักหลักรออยู่หน้าประตูแล้วราวกับเขาเฝ้ารอฉันอยู่นานแสนนาน พอยืนขึ้น ขาจึงเซไปหลายก้าว“กลับมาแล้วเหรอ”เขายื่นมือมาจะช่วยถือกระเป๋าที่อยู่ข้างกายฉัน ทว่ากิริยา
“เฉียวเหนียน คุณหายไปไหนมา? ทำไมเจ้าของห้องถึงบอกว่าคุณย้ายออกไปแล้วล่ะ?”“คุณย้ายไปไหนน่ะ? ทำไมถึงไม่รอผมก่อน!”“รู้ไหมว่าผมยืนรอคุณอยู่ตั้งสามชั่วโมง”เขาคับแค้นใจอยู่เต็มอก ทั้งโกรธทั้งเดือดดาลรอจนเขาระบายโทสะจนพอใจ จู่ๆ ฉันก็เอ่ยขึ้นว่า“โจวเฉวียนหลิน วันนั้นฉันรอคุณตั้งสิบชั่วโมง โทรหาคุณสามสิบสาย ท่ามกลางหิมะหนาวจัดจนเท้าฉันถูกหิมะกัด คุณรู้ไหมว่าฉันรู้สึกยังไง?”โจวเฉวียนหลินเงียบเสียงลงทันที เหลือเพียงเสียงหายใจหอบกระชั้นเท่านั้นฉันมองทอดไปยังถนนในฝรั่งเศส พลางดึงเสื้อกระชับเข้าหาตัว“ระหว่างทางกลับ ลุงคนขับบอกฉันว่า วันก่อนหน้านั้นเกิดคดีข่มขืนขึ้นที่สถานีรถ คุณอยู่ในเมืองนี้แท้ๆ ไม่มีทางจะไม่รู้หรอก”พอคิดถึงความรู้สึกในตอนนั้น ขอบตาฉันก็ร้อนผ่าวขึ้นมา“แต่คุณก็ยังปล่อยให้ฉันอยู่ที่นั่นคนเดียว ตั้งสิบชั่วโมง”“ฉันนึกว่าคุณเกิดเรื่องเข้าแล้วจนเกือบจะแจ้งตำรวจ แต่พอโทรติด สิ่งที่ได้ยินกลับเป็นเสียงคุณกับเฉินเยว่ถิงหัวร่อต่อกระซิกกัน”“ตอนนั้นฉันรู้สึกว่าตัวเองช่างไร้ค่าสิ้นดี”“เหนียนเหนียน...”เสียงของโจวเฉวียนหลินเริ่มสั่นเครือ“อย่า” ฉันเอ่ยขัดจังหวะเขา “ฟัง
เธอยืนอึ้งอยู่กับที่ สีหน้าดูอับอายขายหน้าอยู่บ้าง คล้ายคาดไม่ถึงว่าฉันจะหักหน้ากันตรงๆ ขนาดนี้โจวเฉวียนหลินขมวดคิ้วเข้าหากัน“พวกคุณทะเลาะกันเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?”ฉันหันไปมองเขา แล้วเน้นย้ำทีละคำ “ก็เมื่อสี่วันก่อน ตอนที่เธออยากจะตามฉันไปหาคุณ แต่ถูกฉันปฏิเสธไงล่ะ”ดังนั้นเธอจึงไม่ยอมจำนน เพื่อที่จะเอาคืนฉัน เธอเลยไปหาโจวเฉวียนหลินก่อนล่วงหน้า“เพราะเรื่องแค่นี้เองเนี่ยนะ?”โจวเฉวียนหลินยังคงทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่ออยู่อย่างนั้นอันที่จริงไม่ใช่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว หกปีมานี้ เฉินเยว่ถิงคอยขัดขวางช่วงเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองระหว่างฉันกับโจวเฉวียนหลินมาโดยตลอดทุกครั้งที่ฉันตั้งท่าจะไปหาเขา เฉินเยว่ถิงก็ต้องคอยเข้ามาเกาะแกะ ไม่ชวนไปเที่ยว ก็อ้างว่าป่วยเรียกร้องให้ฉันไปช่วยตอนที่ซื้อแหวนคู่รัก เธอก็มักจะซื้อแบบที่คล้ายกันมาใส่ไว้บนมือด้วยเสมอฉันไม่ได้โง่ ก็เลยตัดขาดความสัมพันธ์กับเธอไปแบบไว้หน้ากันอยู่แต่ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ ว่า คนเราจะหน้าด้านไร้ยางอายได้ถึงขนาดนี้เฉินเยว่ถิงค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ในดวงตามีหยาดน้ำตาคลอเบ้าเธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ขอโทษด้ว
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาตะโกนเรียกให้ฉันหยิบชุดนอนไปส่งให้ฉันหยิบชุดนอนมาชุดหนึ่ง พอผลักประตูเปิดเข้าไป โจวเฉวียนหลินก็รีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงอย่างรีบร้อนเขาส่งยิ้มมาให้ฉันทั้งที่ใบหน้ายังเปียกโชก“ขอบใจนะ”แล้วก็ปิดประตูดังปังทันทีฉันไม่ได้เดินไปไหนผ่านไปไม่กี่วินาที เสียงจากข้างในก็ดังขึ้นอีกครั้งเฉินเยว่ถิงหัวเราะร่วน“พี่ทำอย่างกับพวกเรากำลังแอบเป็นชู้กันอย่างนั้นแหละ”โจวเฉวียนหลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเกียจคร้านอยู่บ้าง“เธอยังไม่รู้นิสัยเพื่อนสนิทตัวอีกเหรอ? ใจแคบจะตาย”เฉินเยว่ถิงส่งเสียงฮึดฮัด แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม “รีบเอาซิกแพกมาให้เจ๊ดูเร็วเข้า เมื่อครู่ยังดูไม่จุใจเลย!”โจวเฉวียนหลินทำเป็นแง่งอนใส่“ยัยหื่น!”...ข้อความหลังจากนั้นฉันไม่ได้ฟังอีกต่อไปกว่าโจวเฉวียนหลินจะกลับมา เวลาก็ผ่านไปร่วมชั่วโมงแล้วใบหน้าของเขาระเรื่อแดง แววตาทอประกายวาววับราวกับมีเปลวไฟขุมหนึ่งกำลังแผดเผาเห็นได้ชัดว่าแรงปรารถนาถูกปลุกเร้าขึ้นมาแล้วยังไม่ทันได้ปิดไฟ โจวเฉวียนหลินก็โถมตัวเข้าใส่ฉันทันทีฉันยื่นมือออกไปผลักเขาไว้ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ที่บ้านไม่มีถุง
ระหว่างยืนรอน้ำอุ่นในห้องอาบน้ำ หน้าฟีดของเฉินเยว่ถิงก็อัปเดตใหม่อีกครั้ง“ตามรอยชานมเจ้าดัง เพื่อนรักยอมต่อคิวให้ตั้งชั่วโมงหนึ่ง แต่รสชาติงั้นๆ กินไปคำเดียว ที่เหลือใส่แก้วหิ้วกลับไปฝากใครบางคน”คำว่าใครบางคนที่ว่านี้ ชัดเจนว่าหมายถึงโจวเฉวียนหลินที่กำลังยิ้มบางๆ ให้กล้องฉันไม่เคยรู้เลยว่า แฟนหนุ่มผู้รักความสะอาดจนไม่เคยใช้แก้วน้ำร่วมกับฉันเลยสักครั้ง แท้จริงแล้วจะดื่มน้ำแก้วเดียวกับผู้หญิงคนอื่นได้ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยื่นมือไปกดไลก์ให้จากนั้นจึงโทรหาเจ้านาย“ประธานเสิ่นคะ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว โปรเจกต์นั้นฉันยังรับทำได้อยู่ไหมคะ?”ปลายสายรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่ที่มากกว่านั้นคือความยินดี“ในที่สุดคุณก็คิดได้สักที ขอแค่ทำโปรเจกต์นี้สำเร็จ พอกลับมาคุณก็จะได้เลื่อนตำแหน่งรวดเดียวสองขั้นเลย”“แถมไปอยู่ต่างประเทศแค่ปีเดียวเอง เชื่อผมสิ ถ้าเป็นรักแท้ ระยะเวลาแค่ปีเดียวมันไม่ใช่อุปสรรคอะไรเลย”ฉันยิ้มบางๆ โดยไม่ได้เอ่ยโต้แย้งใดๆอันที่จริง นับตั้งแต่นาทีที่ฉันตัดสินใจรับงานนี้ ความรักของฉันก็ได้จบสิ้นลงแล้วฉันค่อยๆ อาบน้ำอุ่นจนเสร็จอย่างไม่เร่งรีบพอเดินออกมา โพสต์นั้นบน







