LOGINตอนที่เห็นหน้าอู๋โปหลิวผิงอันได้แต่ยืนอึ้งอย่างใช้ความคิด ยังไม่ทันได้เรียกอีกฝ่ายออกมาสอบถามเจ้าหน้าที่ก็มาเสียก่อน“อย่างไรข้าต้องขอบคุณคุณชายเฉินมากที่ช่วยเหลือ เมื่อครู่หากไม่ได้ท่านเชื่อว่าท่านมือปราบคงไม่คล้อยตามง่ายๆ”“หาต้องขอบคุณไม่ ข้าเองก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้เขาพาตัวคนไป เพราะอย่างไรเสียทางนี้เองก็มีพยาน อีกทั้งข้ามาคิดดูแล้วเรื่องมีมีจุดที่น่าสงสัยหลายจุด คราแรกนั้นคนที่ตะโกนว่ามีคนร้ายก็หาตัวไม่เจอ ตอนนี้ก็มีพยานที่ไม่กล้าออกตัวมาชี้ตัวคนจากคฤหาสน์ตระกูลหลิวอีก”เฉินเซี่ยเฟิงครุ่นคิด จากนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นเมื่อมองเห็นเงาร่างสูงของตงหลิวกำลังเดินเข้ามา “พี่ตง”หลิวผิงอันก้าวเดินเร็วๆ ไปยังตงหลิว“คุณหนู” ตงหลิวหันกายไปคารวะเฉินเซี่ยเฟิงอีกครั้ง “เมื่อครู่ข้าน้อยพบกับท่านมือปราบ ได้ยินมาว่าท่านให้ความช่วยเหลือคุณหนู ขอบพระคุณคุณชายเฉิน”“เกรงใจไปแล้ว แล้วเรื่องผู้ต้องสงสัยที่ท่านติดตามไปเล่า ได้ตัวหรือไม่”“ข้าน้อยและคนของทางการ ไล่ล่าคนร้ายไปจนถึงชายป่าด้านเหนือนอกกำแพงเมือง ที่นั่นมีร่องรอยแบ่งออกไปสองทาง แต่เมื่อแยกย้ายกันติดตามร่อยรอยเหล่านั้นกลับหายไป คนร้ายหนีรอดไปได้”
เฉินเซี่ยเฟิงไปส่งหลิวผิงอันที่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลหลิวได้ไม่นาน ก็มีอันต้องกลับเข้าไปด้านในด้วยประตูด้านหลังคฤหาสน์อีกครั้ง เพราะมีเจ้าหน้าที่ทางการมาเยือนคฤหาสน์ตระกูลหลิวเพื่อตรวจค้น เนื่องจากรูปพรรณสัณฐานของผู้ต้องสงสัยในคดีการฆาตกรรม ตรงกับคำให้การของพยานหลายปากว่ามีใบหน้าคล้ายอู๋โปซึ่งเป็นแม่ครัวของคฤหาสน์ตระกูลหลิว ทั้งนี้ลี่จวินที่มองเห็นความผิดปกติของคฤหาสน์ตระกูลหลิวจึงไปบอกให้เฉินเซี่ยเฟิงรับรู้“คุณชายเฉิน ท่านก็อยู่ที่นี่หรือ”มือปราบคนหนึ่งที่ดูจะรู้จักเฉินเซี่ยเฟิงเลิกคิ้วถาม ด้วยมองเห็นว่าชายหนุ่มเดินผ่านสวนด้านหลังคฤหาสน์เข้ามายังห้องโถง“ข้ากับแม่นางหลิวเป็นเพื่อนบ้านกัน ประตูหลังคฤหาสน์ของเราอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกันนี่เอง เมื่อครู่ข้าเองก็เพิ่งจะมาส่งแม่นางหลิวยังประตูหน้าคฤหาสน์ เราสองคนเพิ่งจะกลับมาจากหอวสันต์ธารา ระหว่างทางกลับเห็นเหตุการณ์อยู่บ้างจึงพอจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น” เฉินเซี่ยเฟิงเร่งอธิบายทันที“เช่นนั้นท่านเองก็คงมองเห็นผู้ต้องสงสัยเช่นกันกับแม่นางหลิว มีพยานแจ้งมาว่านางคือหญิงม่ายนามว่าอู๋โป เป็นแม่ครัวของที่นี่ ท่านมองเห็นใบหน้าของผู้ต้องสงสัยที่หนีไป
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว”ท่าทีเหมือนเด็กพบของเล่นถูกใจของเขา ทำให้หลิวผิงอันอดที่จะกลั้นยิ้มไม่ได้ เขาช่างไม่รู้ตัวเอาเสียเลยว่าท่าทีของตนในยามนี้นั้น ช่างแตกต่างจากคุณชายผู้สุขุมสุภาพอ่อนโยนที่เขาเคยแสดงออกเป็นอย่างยิ่งหลังจากดื่มด่ำกับอาหารเลิศรส เฉินเซี่ยเฟิงและหลิวผิงอันก็เดินออกมาจากหอวสันต์ธารา รถม้าของทั้งสองมาจอดรอรับอยู่ก่อนแล้ว แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองแยกย้ายกันกลับ เงาร่างสีขาวของสตรีที่เหินกายจากหลังคาฝั่งตรงข้ามพลันปรากฏขึ้น“มีคนร้าย จับคนร้ายทีเร็วเข้า!!”เสียงตะโกนที่ดังมาจากทางแยกด้านหน้า พร้อมกับเสียงของมือปราบเมืองกุ้ยโจวที่กำลังวิ่งไล่ล่าเงาร่างสีขาวนั้น ทำให้ผู้คนที่อยู่รายรอบแตกตื่น‘พี่อู๋โป’ หลิวผิงอันขมวดคิ้ว เมื่อมองเห็นใบหน้าอันคุ้นเคยของคนที่ถูกตามล่าโดยคนของทางการ นางสบตากับตงหลิวก่อนพยักหน้าให้เขาตามไปตงหลิวเหินกายออกไป โดยตะโกนฝากหลิวผิงอันไว้กับลี่จวินและเฉินเซี่ยเฟิง ความจริงต้องบอกว่าเขาฝากนางเอาไว้กับลี่จวิน หาไม่แล้วเขาคงไม่กล้าฝากชีวิตของผู้เป็นนายเอาไว้ในมือผู้อื่น แต่ที่ต้องบอกเฉินเซี่ยเฟิงก็เพราะในยามนี้อีกฝ่ายเป็นนายของลี่จวิน“แม่นางหลิว” เฉ
“แต่จะอย่างไรก็น่าจะแยกแยะนายบ่าว...”“คุณชาย” นางขัดจังหวะขึ้นทันที “ข้าต้องขออภัย แต่ข้าหาได้รู้จักกับท่านเป็นการส่วนตัวมาก่อน”แม้แผนการของนางคือตีสนิทกับเขา แต่ถึงขั้นนี้นางแทบจะรักษาความสุขุมเอาไว้ไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะท่าทีที่ยังคงเยือกเย็นของตงหลิว มีหรือนางจะยังทนความไร้มารยาทของอีกฝ่ายได้“จริงสินะข้าลืมแนะนำตัวไป” เขาหน้าม้านไปเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่านางจะไม่รู้จักเขา ทั้งยังไม่มีท่าทีสนใจในรูปลักษณ์ภายนอกที่เขาภูมิใจว่าสามารถมัดใจหญิงสาวที่ตนหมายปองเอาไว้ได้“ข้าแซ่เยี่ย มีนามว่าจิ้งอี้ เมื่อวานได้ยินว่าเจ้าไปเยือนร้านแพรพรรณ หากเจ้าต้องการความช่วยเหลือ ข้าเยี่ยจิ้งอี้สามารถ...” “ขอบพระคุณคุณชายเยี่ย ทว่าเมื่อวานนี้คุณชายใหญ่เองก็รับปากข้าแล้วว่าจะหากมีแพรพรรณเข้ามาใหม่ เขาจะส่งไปให้ข้าเลือกที่คฤหาสน์ด้วยตัวเอง” เยี่ยจิ้งอี้หน้าตึง แต่ไม่นานก็พลันนึกขึ้นได้จึงค่อยๆ แย้มยิ้มออกมา “ข้าเองก็เป็นผู้ดูแลร้านเครื่องกระเบื้องตระกูลเยี่ยที่ส่งเข้าวังหลวง หากว่าเจ้ายังขาดแคลนของสวยๆ งามๆ เอาไว้ตกแต่งภายในคฤหาสน์ ข้าสามารถช่วยเจ้าได้”หากว่าการปรากฏตัวของห
“หาได้มีความหมายใด เพียงอยากวาดเท่านั้น” นางตอบเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันหลังเดินไปนั่งลงและรินชาส่งให้เขา นั่นทำให้เฉินเซี่ยเฟิงเดินไปนั่งลงข้างนางอย่างไม่อิดออด ทั้งสองจิบชาเงียบๆ สายตาก็จ้องมองโคมไฟสองอันที่แขวนอยู่ โดยไร้ซึ่งบทสนทนาไปครู่ใหญ่“ข้าไม่รบกวนคุณหนูหลิวแล้ว ขอตัว”หลังจากนั่งเงียบอยู่นานมากเฉินเซี่ยเฟิงก็ได้สติ เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการนั่งนิ่งๆ ท่ามกลางความเงียบยามค่ำคืนเช่นนี้ ก็สามารถทำให้ผ่อนคลายได้เช่นกัน ที่สำคัญเขาผ่อนคลายมากไป กระทั่งลืมไปเสียสนิทว่าวันนี้นัดกับเยี่ยเผิงเย่ที่หอสุรา เนื่องจากอีกฝ่ายต้องการฉลองวันเกิดกับเขาตามประสาชายหนุ่ม“อันที่จริงวันนี้เป็นวันเกิดของข้า ข้ามีนัดกับเผิงเย่ก่อนแล้ว”“ข้าไม่ทราบมาก่อนจึงไม่ได้เตรียมของขวัญ ไว้จะส่งของขวัญย้อนหลังไปให้อย่างแน่นอน”“คุณหนูหลิว ที่ข้าบอกหาใช่เพราะข้าต้องการของขวัญ แต่เพราะ...” เฉินเซี่ยเฟิงเลิกคิ้วราวเพิ่งจะนึกขึ้นได้ เขาจะพูดออกไปได้อย่างไรว่ากำลังรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้นั่งเป็นเพื่อนนางให้นานขึ้นอีกหน่อย “เพราะคิดว่าเผิงเย่คงรอข้านาน” เขาปดออกไปเช่นนั้น“จะอย่างไรข้าก็ต้องขอบคุณคุณชายเฉิ
มองเผินๆ แล้วดวงตาของหลิวผิงอันเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ในยามที่ได้ยินว่าเยี่ยเผิงเย่อาสาช่วย ทว่าสายตาพิจารณาของเฉินเซี่ยเฟิงที่ยืนอยู่ข้างนาง กลับทำให้นางอดที่จะประหม่าขึ้นมาไม่ได้ กระนั้นใบหน้าของนางก็ไม่เผยพิรุธใดๆ ออกมาให้เห็นกระทั่งทั้งสามเดินไปหยุดหน้าผ้าไหมเนื้อดีพับหนึ่ง เยี่ยจิ้งเสียนคุณชายใหญ่ตระกูลเยี่ยก็ปราดเข้ามาหยุดข้างกายหลิวผิงอัน พร้อมกันนั้นเขาก็แนะนำตัวกับนางด้วยเสียงอันดัง “คุณหนูหลิว ข้าเยี่ยจิ้งเสียนเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลเยี่ย ข้าคือผู้ดูแลร้านแพรพรรณแห่งนี้ ท่านมีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่”ท่าทีโผงผางและดวงตาไม่เป็นมิตรของเยี่ยจิ้งเสียนที่ส่งตรงไปยังเยี่ยเผิงเย่ ทำเอาหลิวผิงอันแทบจะถอนใจออกมา แต่นางยังคงยิ้มทั้งยังคารวะตอบเขาไปอย่างมีมารยาท “ขอบคุณคุณชายเยี่ย เช่นนั้นข้าน้อยไม่เกรงใจแล้ว ข้ามาที่นี่เพื่อเลือกผ้าไหมสักหลายพับ แต่เพิ่งย้ายมาจึงยังไม่รู้ว่าลายและแบบที่กำลังได้รับความนิยมนั้นคือ...”“เช่นนั้นเชิญทางนี้เลย” เยี่ยจิ้งเสียนผายมือออกไปอีกด้านที่มีผ้าแพรใหม่ๆ เพิ่งจะถูกขนเข้ามา“คุณชายเฉิน คุณชายเยี่ย แล้วพบกันใหม่” หลิวผิงอันยิ้มให้เฉินเซี่ยเฟิงและเยี่ยเผิงเย่







