مشاركة

บทที่ 4

last update تاريخ النشر: 2025-12-31 08:51:02

“ข้าไม่อาจปล่อยให้ผู้มีพระคุณเช่นท่านเสี่ยงอันตราย เรื่องที่ท่านช่วยเหลือในการฝังศพฮูหยินและบุตรสาว ท่านอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับข้าแล้ว...”

“ท่านไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจ ข้าเข้าใจถึงความรู้สึกที่ต้องสูญเสียผู้เป็นที่รัก”

“ข้าน้อยมีเรื่องหนึ่งอยากขอร้อง หากท่านทำเพื่อแก้แค้น ข้าน้อยอยากให้ท่านละเว้นการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ นายท่านตระกูลเยี่ยเป็นคนจิตใจเหี้ยมโหด หากจะมองหาแรงจูงใจที่จะทำให้ใครสักคนต้องการคุกคามตระกูลเยี่ยแล้ว เรื่องที่เขาเคยทำในอดีตคงจะเป็นสิ่งแรกที่ทำให้ข้าน้อยนึกถึง”

“นั่นสินะ” หลิวผิงอันยิ้ม ดวงตาของนางกลับมาสดใสเช่นเดิม “ข้ารับปากท่านว่าหากละเว้นได้ข้าจะละเว้น แต่หากเลี่ยงไม่ได้...ข้าจะพยายามหลีกเลี่ยงความเสียหายกับผู้บริสุทธิ์ และพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการสูญเสียเลือดเนื้อเกิดขึ้น”

“เรื่องสุดท้ายที่ข้าน้อยยังข้องใจ”

“เชิญกล่าว”

“ท่านเป็นใคร”

“นามของข้าคือหลิวผิงอัน”

“ตอนพบกันครั้งแรก ท่านเคยพูดว่าต้องการคนคุ้มกันในระหว่างที่อยู่เมืองกุ้ยโจว ท่านคงไม่ใช่คนที่นี่ อีกทั้งท่านมีบุญคุณความแค้นกับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเยี่ย แน่นอนว่าท่านเองก็คงมิใช่คนธรรมดา เพราะตระกูลเยี่ยไม่มีทางข้องเกี่ยวกับคนธรรมดาสามัญ”

หลังจากยืนนิ่งฟังตงหลิวอยู่ครู่ใหญ่ หลิวผิงอันก็หันไปมองยังผืนน้ำ ทะเลสาบยามสายอากาศยังไม่ร้อนมากทั้งยังร้างไร้ซึ่งผู้คน ทำให้การสนทนาของคนทั้งสองราบรื่นไม่มีผู้ใดขัดจังหวะ ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะมีใครผ่านมาได้ยิน

ระลอกคลื่นเล็กๆ ในยามที่ลมพัดแผ่วเบา ใบไผ่พลิ้วไหวจากต้นร่วงลงไปแตะผืนน้ำ ภาพที่มองเห็นให้ความรู้สึกสงบ ตรงกันข้ามกับความสับสนภายในใจของหลิวผิงอันโดยสิ้นเชิง

“สมแล้วที่ท่านคือผู้ที่อาจารย์เลือกให้ข้ามาพบเป็นคนแรก”

“อาจารย์หรือ”

ใบหน้าที่ฉายแววงุนงงของตงหลิว ทำให้หญิงสาวหันหน้ากลับมามองเขา “ท่านคือหนึ่งในเจ็ดดวงดาวใช่หรือไม่”

ได้ยินดังนั้นใบหน้าของตงหลิวพลันซีดขาว ดวงตาของเขาสาดแววโกรธเกรี้ยววูบหนึ่ง กระทั่งเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกระคนหวาดหวั่น แต่ต่อมาหญิงสาวกลับมองเห็นความยินดีปะปนมาด้วย

“แม่นางหลิวหรือว่าท่านเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ไป๋หู่ พยัคฆ์ขาวแห่งเป่ยเปียน[1] เขาเท่านั้นที่รู้ว่าข้าอยู่ที่นี่”

“ใช่”

“แต่ข้าได้ยินมาว่าเขาอยู่ที่แคว้นหาน” ตงหลิวเอ่ยถึงแคว้นเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดกับชายแดนเหนือของแคว้นเว่ย

“ข้าเดินทางรอนแรมมาจากหุบเขาไร้ตัวตน”

“เช่นนั้นท่านคงทราบนามที่แท้จริงของเขา”

แม้จะรู้จักนามของหุบเขาไร้ตัวตนซึ่งกั้นแนวชายแดนทางเหนือของแคว้นเว่ยกับชายแดนใต้ของแคว้นหาน แต่ตงหลิวก็ยังต้องพิสูจน์ให้มั่นใจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

“หลี่จื้อ”

เมื่อได้ยินนามของหลี่จื้อ ตงหลิวก็ได้แต่หลับตาและถอนใจ ใบหน้าหลากหลายทั้งหนักอกหนักใจ เคร่งเครียด สับสนระคนหวาดหวั่นของเขา ทั้งหมดอยู่ในคลองสายตาของหลิวผิงอันทั้งหมด

“ในที่สุดก็มีวันนี้” ตงหลิวยิ้มขื่น “หลายปีมานี้แม้ได้รับการอุปการะเลี้ยงดู ทั้งยังได้ร่ำเรียนวิชาจากท่านอาจารย์ไป๋หู่ แต่เขาไม่ยินดีให้เรากราบเขาเป็นอาจารย์ แต่ท่านกลับเรียกเขาว่าอาจารย์ เห็นชัดว่าเขาคงให้ความสำคัญต่อท่าน”

“ถึงอย่างนั้นยามพวกท่านมีภัย เขาก็ไม่ลังเลที่จะเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องพวกท่าน ถูกหรือไม่” หลิวผิงอันเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

ตงหลิวมองเห็นแววขมขื่นในดวงตาของนาง ทว่าเขากลับมองไม่เห็นเหตุผลที่นางจะแสดงท่าทีเช่นนั้น จึงนึกว่าตัวเองตาฝาด

“เขาคือประมุขสูงสุดของเราเจ็ดดวงดาว ในเมื่อท่านเรียกเขาเป็นอาจารย์ทั้งที่เจ็ดดวงดาวไม่มีใครที่เขายอมรับเป็นศิษย์ ท่านย่อมเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขจากเขาเช่นกัน” ตงหลิวคุกเข่าลงตรงหน้าหลิวผิงอัน

“ลุกขึ้นเถิด ข้าต้องลองใจท่านเพราะระหว่างเดินทางข้าถูกโจรปล้นสามครั้ง ถูกคนละโมบล่อลวงอีกสองครั้ง ข้าจึงไม่อยากไว้ใจผู้ใดง่ายๆ เพียงอยากมั่นใจว่าตามหาถูกคน”

ตงหลิวเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เนื่องจากจินตนาการไม่ออกว่านางเอาตัวรอดมาจนถึงเมืองกุ้ยโจวได้อย่างไร

ระยะทางจากหุบเขาไร้ตัวตนของแคว้นหานมาถึงเมืองกุ้ยโจวแคว้นเว่ย หากเดินเท้าต้องใช้เวลาเดินทางถึงหนึ่งเดือนเต็ม เร็วกว่านั้นคือหากใช้ม้าก็ใช้เวลาเพียงสิบสามสิบสี่วัน แต่หญิงสาวร่างอรชรตรงหน้า เห็นชัดว่านางหาใช่สตรีที่จะเลือกการเดินทางสมบุกสมบันเช่นการขี่ม้า

ดูแล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่นางจะมีวรยุทธ์...

“นี่คือยาของท่าน”

กลิ่นของยาลูกกลอนโชยออกมาทันทีที่หลิวผิงอันยื่นมันให้ตงหลิว ยาที่ถูกปรุงขึ้นเพียงเพื่อแจกจ่ายให้กับเจ็ดดวงดาวทุกปี ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนและทำอะไร ยาเม็ดดังกล่าวก็จะถูกส่งไปให้

“โลหิตนิทรา...” ตงหลิวรู้สึกขมฝาดในลำคอเมื่อกลืนยาเม็ดนั้นลงไป “ท่านส่งให้คนอื่นๆ แล้วหรือ”

“พวกเขาจะได้รับมันในไม่ช้า ท่านวางใจเถิด”

“นั่นสินะ ในเมื่อหลายปีมานี้อาจารย์ไป๋หู่สามารถส่งยาถึงมือเจ็ดดวงดาวไม่ได้ขาด ทั้งที่ตัวเขาเองไม่ต้องก้าวออกมาจากหุบเขาไร้ตัวตนด้วยซ้ำ”

โลหิตนิทราและหนอนโลหิต คือยาพิษเลื่องชื่อของวังเจ็ดดาว อาจารย์ไป๋หู่ใช้มันเพื่อควบคุมดวงดาวทั้งเจ็ดไม่ให้ทรยศ หรือมีใจเป็นอื่น

ในอดีตเขาไม่เคยไว้ใจผู้ใดอย่างแท้จริง แม้ว่าคนเหล่านั้นคือคนที่เขาชุบเลี้ยงและสั่งสอนวิชาความรู้ ยาพิษชนิดนี้หากไม่ได้ยาถอน หรือยาเม็ดโลหิตนิทราเพื่อควบคุมให้หนอนโลหิตหลับใหล เมื่อหนอนโลหิตภายในร่างตื่นขึ้น ก็จะค่อยๆ ดูดเลือด และกัดกินอวัยวะภายใน ผู้ที่ถูกพิษหนอนโลหิตจะค่อยๆ ทรมานจากความเจ็ดปวดเจียนตาย ทว่าคนเหล่านั้นกลับไม่อาจตาย เพราะแม้ว่าผู้ถูกพิษจะพยายามฆ่าตัวตาย หนอนโลหิตในร่างก็จะช่วยพยุงชีพจรเอาไว้

[1][1] ทิศเหนือ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 130 จบ

    “เจ้าเป็นถึงปราชญ์แคว้นเว่ย ฮูหยินของเจ้าเองก็เป็นบุตรสาวของท่านปราชญ์ไป๋หู่ ตระกูลเฉินเรามีวาสนาได้ทายาทของท่านปราชญ์มาดูแลกิจการเช่นนี้ ยังจะให้พ่อกังวลอะไรอีกเล่า”“ฮูหยินปราชญ์แห่งแผ่นดิน จะเป็นสตรีที่เพียงอยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือนได้อย่างไรจริงหรือไม่” เฉินฮูหยินกุมมือของฟางอันหนิงขึ้นมาแล้วตบเบาๆ ลงไปบนหลังมือของนาง “อาจมีบางครั้งที่เจ้าต้องพบสตรีสูงศักดิ์และท่านหญิงจากตระกูลขุนนาง ดังนั้นตระกูลเฉินเราจะน้อยหน้าพวกนางได้หรือ แม่รู้ว่าเจ้าจะไม่ทำให้ตระกูลเฉินเราต้องผิดหวังอย่างแน่นอน”สิ่งที่เฉินฮูหยินพูดไว้นั้นไม่ผิดเลย เพราะหลังจากนั้นไม่นานฟางอันหนิงก็ถูกเรียกตัวเข้าวังหลวงครั้งแล้วครั้งเล่า เนื่องจากฐานะของนางที่เป็นถึงฮูหยินแห่งปราชญ์ แน่นอนว่าพระราชเทวีและเหล่าพระสนม ย่อมต้องการผูกมิตรกับนางเป็นพิเศษอยู่แล้ว เรื่องการวางตัวที่เหมาะสมเป็นกลางของนาง แม้แต่องค์จักรพรรดิยังทรงเคยรับสั่งชมเชยทางหนึ่งฟางอันหนิงคือสตรีหนึ่งเดียวของเมืองกุ้ยโจวที่เป็นผู้มีอิทธิพลที่สุดในเรื่องของการค้า อีกทางหนึ่งนางก็คือฮูหยินท่านปราชญ์ที่มีแต่คนนับถือ ทว่าในยามที่อยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเฉิน นางก็ยังคง

  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 129

    “เขาไหนเลยจะกล้าตำหนิท่านแม่เจ้าคะ” ฟางอันหนิงกล่าวเช่นนั้นก็จริง แต่นางก็เชื่อฟังแม่สามีแล้ววางมืออย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายออกมาจากห้องครัว“เจ้าไปอาบน้ำแล้วค่อยออกมาห้องโถง แม่มีของจะมอบให้เจ้า”“เจ้าค่ะ” ฟางอันหนิงเดินกลับเรือนเซี่ยเทียนไป ด้านหลังของนางยังมีฝูหลินสาวใช้คนสนิทที่ยังคงอยู่ข้างกายนางเช่นกันกับลี่จวินที่ไม่ยอมไปไหน เขายังคงอยู่ข้างกายเฉินเซี่ยเฟิง ซึ่งนั่นก็ทำให้นางวางใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากการกลับเมืองกุ้ยโจวครั้งนี้ เฉิงเซี่ยเฟิงต้องก้าวเข้าสู่ราชสำนักเต็มตัว เขาไม่เพียงเป็นปราชญ์ของแผ่นดิน แต่เขายังเป็นถึงราชครูซึ่งรับภาระสอนหนังสือให้กับองค์ชาย องค์หญิงเชื้อพระวงศ์ของแคว้นเว่ยอีกด้วย“ท่านพี่” ฟางอันหนิงที่ยืนรออยู่ที่หน้าเรือนเซี่ยเทียนยิ้มสดใส ทันทีที่มองเห็นเฉินเซี่ยเฟิงเดินผ่านประตูเข้ามา“ฮูหยินเจ้าออกมาทำไม หิมะตกอากาศหนาวเช่นนี้รีบกลับเข้าข้างในเร็วเข้า” เฉินเซี่ยเฟิงถอดเสื้อคลุมของตนออกสวมให้นางทันที พร้อมกับโอบรอบไหล่กลมมนแล้วพานางกลับเข้าเรือน เตาพกถูกตระเตรียมเอาไว้แล้วและมันถูกยัดใส่มือของฟางอันหนิง“ข้าไม่หนาว”“อย่างไรก็ต้องระวัง หากล้มป่วย

  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 128

    “ข้าไม่เคยร้องขอความรักจากท่านพ่อ ท่านแม่บอกว่านางรักข้า แต่นางก็ยังเลือกที่จะจากไปกับบุรุษที่นางรักผู้นั้น ข้าไม่เคยศรัทธาในความรักเรื่องนี้ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว เจ้าบอกให้ข้าพยายามรักเจ้า เช่นนั้นเจ้าทำให้ข้าเห็นได้หรือไม่ว่าสิ่งที่เจ้าเรียกว่ารักนั้น... หมายความรวมไปถึงว่าเจ้าจะอยู่ข้างกายข้า ซื่อสัตย์ต่อข้าเพียงคนเดียว ไม่ทอดทิ้ง และเชื่อใจข้า”เงียบอยู่นานในที่สุดเยี่ยซูเหยาก็สบตากับเขา มือของนางกุมมือของเขาเอาไว้แน่น “ข้า...” นางพูดไม่ออกเพียงอยากกุมมือเขาเอาไว้เช่นนั้น “เพราะแบบนี้ท่านจึงไม่อยากรัก...หรือ”“ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยากให้ข้ารักหรือไม่” เขาเอ่ยพร้อมกับขยับเข้าหานาง “แต่ข้าขอเตือนเจ้าอย่างหนึ่ง คิดจะให้ข้ารักค่าตอบแทนที่เจ้าต้องจ่ายย่อมสูง ข้าเป็นคนที่ไม่ชอบให้ผู้ใดยุ่มย่ามกับสิ่งที่เป็นของข้า ทั้งยังเป็นบุรุษที่เห็นแก่ตัวไม่ชอบแบ่งปันสิ่งที่ข้าหวงแหนกับผู้ใด” เอ่ยจบเขาก็ก้มหน้าลงมาชิดใบหน้าของเยี่ยซูเหยา “เจ้าจะคิดว่าข้ามองเจ้าเป็นสิ่งของหรืออะไรก็ตาม แต่หากเจ้ากล้า...”“ท่านเองก็กลัวการที่จะรักใครสักคนใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามเขาขึ้นทั้งยังเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ใบหน้าที่อยู

  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 127

    มองเผินๆ นี่คือการกอดนางจากด้านหลัง แม้ว่าเขาจะกำลังสอนนางคั่วใบชาอยู่ก็ตาม เยี่ยซูเหยาที่กำลังเพลิดเพลินกับสิ่งแปลกใหม่ตรงหน้าไม่ได้สนใจความใกล้ชิดนี้ ผิดกับเหล่าคนงานและสาวใช้ที่ติดตามอยู่ด้านหลัง พวกเขาต่างก็แอบอมยิ้มก่อนจะลอบเดินหลบออกไปทีละคนสองคนอู๋เฉิงซวี่เหม่อมองใบหน้าตั้งอกตั้งใจของเยี่ยซูเหยาด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนเขารู้สึกเพลิดเพลินไปกับนางด้วย เพราะยามปกติที่เขามายังไร่ชา เขาก็จะลืมสิ้นทุกอย่าง ทำทุกสิ่งด้วยตัวเองไปทีละอย่าง กระทั่งตะวันตกดินไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว แต่วันนี้ดูเหมือนนอกจากชาแล้ว ความสนใจของเขาทั้งหมดถูกนางดึงดูดเอาไว้จนอยู่มือ เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีวันนี้กว่าชั่วยามที่อู๋เฉิงซวีขลุกอยู่ที่โรงเก็บชากับเยี่ยซูเหยา หญิงสาวเพลิดเพลินกระทั่งลืมไปว่านางเตรียมขนมของว่างมาด้วย เสี่ยวโถวรีบกระซิบบอกเพราะทั้งนางและอู๋เฉิงซวี่ยังไม่ได้กินมื้อเที่ยง ดังนั้นอู๋เฉิงซวี่และเยี่ยซูเหยาจึงกลับมายังรถม้าเสี่ยวโถวจัดสำรับเอาไว้ยังศาลาขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นเขา ซึ่งศาลาแห่งนี้เป็นอู๋เฉิงซวี่ให้คนสร้างขึ้น จุดประสงค์ก็เพื่อนั่งจิบชาและชมทิวทัศน์อันสวยงามของไร่ชาเมื่อถ

  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 126

    “เรื่องข่าวดีนั้นคงต้องแล้วแต่ท่านพี่ เพราะเขาบอกข้าว่าต้องการอยู่กับข้าให้นานหน่อยจึงไม่รีบ ข้าก็ได้แต่...ตามใจเขาแล้ว” กล่าวจบเยี่ยซูเหยาก็ทำท่าเอียงอายท่าทีเช่นนี้นางเคยเห็นอนุของบิดาบุญธรรม แสดงออกมาเพื่อยั่วยุโทสะของฮูหยินใหญ่บ่อยๆ นางเห็นจนชินตากระทั่งเลียนแบบได้ในวันนี้ เรียกได้ว่าตัวนางเองยังแอบตกใจมองเห็นเสี่ยวโถวที่ยืนอยู่ข้างๆ กำลังกลั้นหัวเราะ นางก็แทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ได้ใบหน้าของญาติผู้น้องทั้งสองของอู๋เฉิงซวี่ยิ่งมายิ่งไม่น่าดู แรกๆ ทั้งสองนางก็สุภาพอ่อนหวานและดูหวังดี หลังๆ เมื่อเห็นแล้วว่าไม่ว่าจะอย่างไรเยี่ยซูเหยาก็หาคล้อยตามไม่ พวกนางจึงถอยเพื่อกลับไปตั้งหลัก ทั้งยังบอกว่าอยากจะมาเยี่ยมนางเพื่ออยู่เป็นเพื่อนนางอีกด้วยเยี่ยซูเหยาไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ นางเพียงมองส่งหญิงสาวทั้งสองด้วยรอยยิ้ม กระทั่งทั้งสองนางจากไป นางจึงเดินเข้าครัว “ข้าอยากทำขนมบัวหิมะ[1] ตอนบ่ายจะไปยังโรงเก็บชา ข้าจะทำขนมไปให้ท่านพี่ด้วย ให้คนเตรียมกับข้าวสักสองสามอย่าง คิดว่าท่านพี่คงกินอาหารเที่ยงที่นั่น ข้าเองก็จะไปกินเป็นเพื่อนท่านพี่” เยี่ยซูเหยาสั่งการกับเสี่ยวโถวก่อนจะให้แม่ครัวทำกับข้าว

  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 125

    นางไม่ทันมองด้วยซ้ำว่าสตรีทั้งสองที่อยู่ข้างๆ มีหน้าตาเช่นไร เพราะมัวแต่สนใจใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้จนชิดเขา...กำลังใช้ใบหน้าหล่อเหลานี้ล่อลวงนาง!!!“เหยาเหยานี่คือซูเหม่ยกับเลี่ยงหรง นางทั้งสองเป็นญาติผู้น้องของข้าเอง เหม่ยเอ๋อร์ หรงเอ๋อร์ นี่เหยาเหยาพี่สะใภ้ของพวกเจ้า” อู๋เฉิงซวี่แนะนำด้วยน้ำเสียงสุภาพ“คารวะพี่สะใภ้เจ้าค่ะ” เด็กสาววัยไม่น่าจะเกินยี่สิบย่อกายให้นางอย่างแช่มช้อย ใบหน้างดงามสะคราญตา ท่วงท่าหรือก็อ่อนหวาน รอยยิ้มราวกับแสงอันอบอุ่นของแดดยามเช้า เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่เลือกสรรมาอย่างดีทำให้พวกนางทั้งสองดูงดงามโดดเด่นเยี่ยซูเหยายิ้มก่อนบอกให้พวกนางทำตัวตามสบาย นางเหลือบไปมองอู๋เฉิงซวี่ ก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เพียงแต่อู๋เฉิงซวี่กลับยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เขานั่งลงและผายมือเชิญญาติผู้น้องของเขานั่ง มือใหญ่รั้งเยี่ยซูเหยาให้นั่งลงข้างๆ จากนั้นก็รินชาหอมกรุ่นส่งให้“เหม่ยเอ๋อร์กับหรงเอ๋อร์เป็นหลานสาวของท่านแม่รอง พวกนางมาในวันนี้เพราะเมื่อวานไม่ได้มาร่วมงานแต่งงาน ข้าก็บอกพวกนางแล้วว่าเจ้าอาจจะออกมาช้า เพราะเมื่อคืนเจ้านอนดึกทั้งยังร่างกายอ่อนเพลีย” กล่าวจบก็ยกมือใหญ

  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 120

    “น้องอันเอ๋อร์เจ้าหายดีแล้วกระมัง”“พี่เย่ท่านมาแล้วหรือ นั่งก่อนสิเจ้าคะ” ใบหน้ายิ้มแย้มของนางทำให้เขาโล่งใจเล็กน้อย เพราะเขายังคงกระอักกระอ่วนในสิ่งที่บิดามารดากระทำในอดีต“เซี่ยเฟิงบอกข้าเรื่องตาของเจ้า ข้า...”“ข้าสบายดีเจ้าค่ะ เขาดูแลข้าดีมาก ข้าแทบไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ เรื่องในตระกูลเยี่ยเร

    last updateآخر تحديث : 2026-04-04
  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 119

    “เจ้าชอบท่องเที่ยวมากหรือ”“หากท่านพาไปข้าก็จะไป หากท่านให้อยู่ข้าก็จะอยู่ ขอเพียงจากนี้ไม่แยกจากท่าน”“ได้ เช่นนั้นหลิวผิงอัน นับจากนี้ข้าเป็นของเจ้าแล้ว”“มิใช่ฟางอันหนิงหรอกหรือ”เฉินเซี่ยเฟิงชะงัก “เจ้าได้ยินทั้งหมดเลยหรือ”“บางครั้งเหมือนความฝันอันเลือนราง ในความฝันข้าได้ยินเสียงของท่านเรียกข้

    last updateآخر تحديث : 2026-04-04
  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 121

    “เซี่ยเฟิงเป็นคนจริงจัง เขาไม่มีทางปล่อยมือจากนางแน่ มีเพียงวิธีนี้จึงจะรักษาชีวิตของเขาและปกป้องตระกูลเฉินของเราไปด้วย นางเองก็คงไม่ขัดข้อง ไม่เช่นนั้นคงตำหนิที่เขาทำลายชื่อเสียงด้วยการ...เซี่ยเฟิงนี่ก็เหลวไหลจริงๆ แต่ก็...เขาอาจทำถูก นางเองก็ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ตายไปแล้ว อีกทั้งดูจากท่าทีขององค์จั

    last updateآخر تحديث : 2026-04-04
  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 122

    ใบเฟิงเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้มปกคลุมทั่วทั้งหุบเขาไร้ตัวตน นี่เป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังย่างกรายเข้ามาเยือน ใบเฟิงสีเขียวสลับส้มพลิ้วไหวไปกับสายลมริมทาง กลิ่นต้นไม้ใบหญ้าและเสียงสรรพสัตว์ทำให้หลิวผิงอันหวนนึกวันแรกที่นางมาถึงหุบเขาแห่งนี้นางคิดถึงบิดาจนรู้สึกเศร้า บิดาที่นางเฝ้าแต่จินตนาก

    last updateآخر تحديث : 2026-04-04
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status