ชีวิตที่สอง ข้ามิใช่สตรีโง่งมคนเดิม

ชีวิตที่สอง ข้ามิใช่สตรีโง่งมคนเดิม

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-19
โดย:  l3oonm@ยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 คะแนน. 1 ทบทวน
37บท
5.5Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ชีวิตแรกข้าเชื่อคำหวานของฉู่เลี่ยงหวงและเชื่อไป๋เยว่เล่อสหายรักจนนำไปสู่เคราะห์ใหญ่ของตระกูลหาน แต่ชีวิตที่สองข้า...จะไม่โง่งมอีกแล้ว

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

รู้ตัวว่าโง่งมก็ดี

เสียงฆ้องมงคลบรรเลงดังไปทั่วเมืองหลวงขบวนรับเจ้าสาวขององค์ชายรอง ฉู่เลี่ยงหวง ผู้ที่กำลังเป็นที่อิจฉาของบุรุษทั้งเมืองหลวงในยามนี้

บุรุษรูปร่างสง่าผ่าเผย ใบหน้าประดับรอยยิ้มอ่อนโยนลงจากหลังม้ามารับเจ้าสาวในจวนตระกูลหาน

หานเจียวจู สาวงามล่มเมือง ถูกประคองออกมาจากเรือนเพื่อเข้าพิธีมงคล ภายในจวนตระกูลหาน มีแต่ความชื่นมื่น รอยยิ้มของผู้เป็นบิดามารดาที่มองมาทางบุตรสาวอย่างยินดี

“เปิ่นหวางจะดูแลจูจูอย่างดี ท่านราชครูมิต้องเป็นห่วง” ฉู่เลี่ยงหวงประคองสาวงามที่ทำพิธีกล่าวลาบิดามารดาเรียบร้อยแล้ว เดินออกจากจวนเพื่อไปขึ้นเกี้ยวแปดคนหามหลังใหญ่

ในตำหนักขององค์ชายรอง หานเจียวจู ที่ถูกพาเข้ามาส่งในห้องหอเรียบร้อยแล้ว กำลังเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หนักอึ้งออกจากร่างกาย

“พระชายาเพคะ คุณหนูไป๋ขอเข้าพบเพคะ” สาวใช้ร้องแจ้งอยู่หน้าห้องหอ

“รีบพานางเข้ามา” เจียวจูสวมชุดกลับให้เรียบร้อยเช่นเดิม ก่อนจะเดินไปรับสหายรักที่กำลังเดินยิ้มกริ่มเข้ามาหานาง

“จูจูวันนี้เจ้างามนัก” เสียงใสเอ่ยชมนางอย่างยินดี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่หนักใจขึ้นมาแทน

“อาเล่อ เจ้ามีเรื่องอันใดเช่นนั้นรึ” เจียวจูดึงมือสหายให้เข้าไปนั่งด้านใน เพื่อจะสอบถามถึงความกังวลของนาง

“ข้ามีสองเรื่องที่จะบอกเจ้า เพียงแต่ว่า...ไม่รู้ควรบอกเรื่องใดก่อนดี”

“พูดมาเถิด ข้ารอฟังเจ้าอยู่”

“จูจู องค์ชายรองรับปากบิดาของข้า เรื่องจะรับข้าเข้ามาเป็นพระชายารอง ข้าคิดว่าควรบอกให้เจ้ารู้เสียก่อน”

เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางศีรษะของเจียวจู นางเพิ่งจะแต่งเข้ามาในตำหนักองค์ชายรองได้ไม่ถึงวัน เขาก็คิดจะรับสตรีอื่นเข้ามาแล้วรึ แต่ใบหน้าของเจียวจูก็ยังเรียบเฉยอยู่แม้ภายในใจ จะสั่นสะท้านและไม่ยอมรับก็ตาม

“แล้วอีกเรื่องเล่า” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ไป๋เยว่เล่อที่รู้ว่าสหายของนางเป็นเช่นใด ก็ลอบยิ้มมุมปาก ก่อนจะยืดแผ่นหลังขึ้นเพื่อบอกกล่าวเรื่องที่สอง

“เจ้าต้องทำใจไว้ให้ดีเล่า ข้ากลัวว่า...”

“เจ้าพูดเถิด ยังจะมีเรื่องใดร้ายไปกว่าเรื่องที่เจ้าพูดเมื่อครู่อีกรึ” เจียวจูยกยิ้มมุมปาก จ้องมองสหายที่คิดแทงข้างหลังของนางมาตลอด

นางมิใช่สตรีใจแคบ ในเมื่อเลือกแล้วว่าจะแต่งให้คนในราชวงศ์ย่อมต้องรู้ดีว่า สามีของนางไม่อาจมีนางเพียงหนึ่งเดียวได้ เพียงแต่ไม่คิดว่าจะเป็นสหายรักของนางที่จะแต่งเข้ามาเป็นพระชายารอง

“ท่านราชครูหานถูกคุมขังอยู่ที่คุกหลวง”

“ไม่จริง!!!” นางจะเชื่อได้อย่างไร นางเพิ่งจะขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวมาได้ไม่ถึงสองชั่วยาม บิดาของนางจะถูกจับกุมได้อย่างไร

“ให้สาวใช้ของเจ้าออกไปสืบความเจ้าก็จะรู้ได้เอง ข้าหวังดีจึงนำเรื่องนี้มาบอกเจ้า องค์ชายรองคงไม่คิดจะบอกเจ้าแน่ถึงสองเรื่องที่ข้าเพิ่งจะเอ่ยไป” นางยิ้มเยาะมองใบหน้าตื่นตระหนกของเจียวจูอย่างได้ใจ

นางเกลียดความสง่างามของเจียวจูมาตลอด ไม่ว่าเรื่องใดก็ไม่ทำให้นางสั่นคลอนได้เลย แม้แต่เรื่องที่นางจะเข้ามาเป็นพระชายารองก็ดูเหมือนสหายจะไม่มีอาการเสียใจให้ได้เห็น

นับว่าครั้งนี้นางทำเสร็จแล้ว ที่ได้เห็นสหายรักมีท่าทีตื่นตระหนกเสียอาการอย่างที่ไม่เคยมีมา

เจียวจูเรียกสาวใช้ให้ออกไปสืบความทันที ก่อนจะกลับมามีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม แล้วจ้องมองไป๋เยว่เล่ออย่างพิจารณา

“เจ้าหวังดีกับข้าจึงรึ อาเล่อ มิใช่ว่าเจ้ารอวันนี้มาตลอดหรือไร”

“หึหึ มีเรื่องใดที่ปิดบังเจ้าได้บ้าง ข้าละเกลียดความเฉลียวฉลาดเกินผู้ใดของเจ้านัก ไหนจะใบหน้าที่เหมือนจิ้งจอกล่อลวงบุรุษของเจ้า หากไม่มีเจ้าสักคนตำแหน่งพระชายาก็ต้องตกเป็นของข้า อ้อ...แต่ว่า บุตรีของขุนนางต้องโทษ อย่างไรก็ต้องถูกถอดจากตำแหน่งพระชายาอยู่แล้วกระมัง” นางยิ้มเยาะออกมาอย่างได้ใจ

“เจ้าคิดรึว่าเจ้าจะได้เป็นพระชายาจริง ถึงต่อให้ข้ามิได้แต่งให้องค์ชายรอง แต่พระองค์ก็คงไม่รับเจ้าที่เป็นเพียงบุตรีขุนนางไร้อำนาจมาเป็นพระชายากระมัง” เจียวจูปรายตามองไป๋เยว่เล่ออย่างดูแคลน

“เหอะ เจ้าจะปากเก่งอีกได้นานเพียงใด ข้าจะบอกให้เจ้าตาสว่างก็แล้วกัน ข้ากับองค์ชายรองชอบพอกันก่อนที่พระองค์จะพบเจ้าเสียอีก แต่ที่เข้าหาเจ้าก็ด้วยบิดาของเจ้าเป็นคนโปรดของฝ่าบาท ในเมื่อตอนนี้มิใช่เช่นนั้นแล้ว เจ้าคิดว่า...เจ้ายังจะเป็นที่ต้องการอยู่หรือไม่เล่า”

เจียวจูมองหน้าสหายรักอย่างเรียบเฉย นางคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดจึงได้รู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ไป๋เยว่เล่อ เป็นผู้ที่พาองค์ชายรองให้มาพบกับนาง ทั้งยังสนับสนุนให้นางและองค์ชายรองรักกันอีกด้วย

“นับว่าข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว มีสหายเช่นเจ้าเป็นโชคร้ายของข้าเสียจริง แต่ก็ต้องขอบใจเจ้ามาก หากเจ้าไม่นำความมาบอกข้า ข้าก็คงมิรู้เลยว่าที่ผ่านมาตนเองโง่งมเพียงใด” เจียวจูยิ้มออกมา แต่ดวงตาของนางมิได้ยิ้มออกมาด้วย มันมีแต่ความเกลียดชัง โกรธแค้น แม้แต่ไป๋เยว่เล่อยังอดที่จะขนลุกไม่ได้

“หึ รู้ตัวว่าโง่งมก็ดี ข้าหวังว่าเจ้าจะชูคอได้อีกไม่นาน” นางเกลียดท่าทางไม่ทุกข์ร้อนของเจียวจูจนอยากจะเข้าไปบีบคอนาง หากอยู่นานกว่านี้ จึงได้รีบออกไปจากห้องหอทันที

อีกอย่างไป๋เยว่เล่อก็กลัวว่า องค์ชายรองจะมีโทสะ หากพระองค์รู้ว่านางนำเรื่องราวทั้งหมดมาบอกกล่าวเจียวจู จึงได้รีบออกไปก่อนที่จะมีผู้มาพบเห็น

พอไป๋เยว่เล่อออกจากห้องหอไป เจียวจูก็นั่งลงที่เก้าอี้อย่างหมดแรง นางไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่แสดงออกมา ภายในออกของนางร้อนรุ่มดั่งไฟสุ่ม ด้วยอยากจะรู้ว่ายามนี้เกิดอันใดขึ้นกับบิดานางกันแน่

ไม่นานสาวใช้ที่ให้ออกไปสืบความก็วิ่งหน้าตื่นกลับเข้ามาหานางภายในห้อง ก่อนจะรีบปิดประตูลงกลอนเพื่อไม่ให้คนนอกเข้ามาได้

“ว่าอย่างไร” เจียวจูร้องถามอย่างร้อนรน

“คุณหนูเป็นเรื่องจริงเจ้าค่ะ จะทำเช่นไรกันดี” นางสะอื้นไห้ไปด้วย

“สงบใจก่อน แล้วค่อยๆ บอกกล่าวข้า ข้าจะได้หาหนทางได้ถูก” เจียวจูต้องลูบหลังปลอบประโลมสาวใช้ที่เสียขวัญ

หลังจากที่เจียวจูนางขึ้นเกี้ยวออกจากจวนตระกูลหาน ผู้ตรวจการไป๋บิดาของไป๋เยว่เล่อก็เข้าทำการจับกุมคนทั้งตระกูลหานไว้ทันที

ความผิดครั้งนี้ของราชครูหานดูจะหนักหนาไม่เบา เมื่อองค์ชายรองร่วมมือกับผู้ตรวจการไป๋ สร้างหลักฐานเรื่องที่ราชครูหาน เป่าหูองค์รัชทายาท เข้าแทรกแซงเรื่องราวภายในราชสำนักมาเป็นเวลานาน

แม้แต่ตัวองค์รัชทายาท ฉู่เลี่ยงรุ่ย ยามนี้ก็ถูกคุมตัวไว้ให้อยู่ภายในตำหนักบูรพา เพื่อจะสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้น

แต่ไม่รู้ว่าตอนจับกุมเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่ ผู้ตรวจการไป๋จึงได้พลั้งมือสังหารราชครูหาน ฮูหยินหานและพี่ชายของเจียวจูทิ้งเสีย ภายหลังเขาอ้างว่า ทานราชครูหานคิดจะต่อสู้ จึงได้ป้องกันตัว

เจียวจูที่ได้ฟังสิ่งที่สาวใช้แจ้งนางก็เกือบจะเป็นลมล้มไปกองกับพื้น

“คุณหนู!!!” สาวใช้รีบเข้ามาประคองตัวของเจียวจูให้ลุกขึ้นนั่ง พร้อมทั้งรินน้ำชาให้นางดื่ม

“เจ้าออกไปก่อน เฝ้าหน้าห้องไว้ อย่าให้ผู้ใดเข้ามา” เมื่อนางกลับมาควบคุมอารมณ์ให้เรียบเฉยได้เช่นเดิม จึงร้องบอกสาวใช้

“แต่ว่า...” นางมองมาที่เจียวจูด้วยความกังวล

“ข้ามิเป็นอันใด เพียงแต่อยากอยู่เพียงผู้เดียว” นางยิ้มออกมาเล็กน้อย เพื่อให้สาวใช้วางใจ

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Pat M.
Pat M.
สนุก จบดี เรื่องไม่หนักเกินไป พระเอกเก่ง สายคลั่งรัก แนะนำ
2026-06-15 15:05:55
0
0
37
รู้ตัวว่าโง่งมก็ดี
เสียงฆ้องมงคลบรรเลงดังไปทั่วเมืองหลวงขบวนรับเจ้าสาวขององค์ชายรอง ฉู่เลี่ยงหวง ผู้ที่กำลังเป็นที่อิจฉาของบุรุษทั้งเมืองหลวงในยามนี้บุรุษรูปร่างสง่าผ่าเผย ใบหน้าประดับรอยยิ้มอ่อนโยนลงจากหลังม้ามารับเจ้าสาวในจวนตระกูลหานหานเจียวจู สาวงามล่มเมือง ถูกประคองออกมาจากเรือนเพื่อเข้าพิธีมงคล ภายในจวนตระกูลหาน มีแต่ความชื่นมื่น รอยยิ้มของผู้เป็นบิดามารดาที่มองมาทางบุตรสาวอย่างยินดี“เปิ่นหวางจะดูแลจูจูอย่างดี ท่านราชครูมิต้องเป็นห่วง” ฉู่เลี่ยงหวงประคองสาวงามที่ทำพิธีกล่าวลาบิดามารดาเรียบร้อยแล้ว เดินออกจากจวนเพื่อไปขึ้นเกี้ยวแปดคนหามหลังใหญ่ในตำหนักขององค์ชายรอง หานเจียวจู ที่ถูกพาเข้ามาส่งในห้องหอเรียบร้อยแล้ว กำลังเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หนักอึ้งออกจากร่างกาย“พระชายาเพคะ คุณหนูไป๋ขอเข้าพบเพคะ” สาวใช้ร้องแจ้งอยู่หน้าห้องหอ“รีบพานางเข้ามา” เจียวจูสวมชุดกลับให้เรียบร้อยเช่นเดิม ก่อนจะเดินไปรับสหายรักที่กำลังเดินยิ้มกริ่มเข้ามาหานาง“จูจูวันนี้เจ้างามนัก” เสียงใสเอ่ยชมนางอย่างยินดี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่หนักใจขึ้นมาแทน“อาเล่อ เจ้ามีเรื่องอันใดเช่นนั้นรึ” เจียวจูดึงมือสหายให้เข้าไปนั่งด้
อ่านเพิ่มเติม
ข้าขอสาปแช่ง
เจียวจูมองสาวใช้ที่ซื่อสัตย์ ดูแลนางมาตลอดหลายปี “เสี่ยวเหมย ประเดี๋ยวก่อน” เจียวจูลุกไปหยิบตั๋วเงินและหนังสือขายตัวในหีบข้างโต๊ะเครื่องแป้งมายื่นส่งให้เสี่ยวเหมย “ไม่ว่าจะเกิดเรื่องใดขึ้น จำคำของข้าเอาไว้ เจ้าต้องหาทางออกจากตำหนักให้เร็วที่สุด พาคนอื่นไปด้วย เงินเท่านี้คงพอให้พวกเจ้าไปเริ่มชีวิตใหม่”“คุณหนู...ท่าน คิดจะทำสิ่งใดเจ้าคะ” เสี่ยวเหมยส่ายหน้าอย่างไม่ยินยอมสายตาของนางเหม่อลอยนึกย้อนไปถึงรอยยิ้มของทุกคนในตระกูลที่ตอนนี้กลายเป็นร่างไร้วิญญาณไปแล้ว “ข้าเพียงต้องการเปลี่ยนสาวใช้ใหม่ ในเมื่อเกิดเรื่องร้ายกับตระกูลหาน พวกเจ้าเป็นคนของข้าก็ไม่สมควรรั้งอยู่ให้มีภัย ผ่านพ้นคราวเคราะห์ไปเมื่อใด ข้าจะเรียกพวกเจ้ากลับมา”เสี่ยวเหมยไม่เชื่อในคำพูดของคุณหนู นางคิดจะปฏิเสธ แต่ตั๋วเงินและหนังสือขายตัวที่ถูกยัดเข้ามาในอกเสื้อของนาง “ต่อให้ต้องรับเคราะห์หนักหนาเพียงใด ข้าก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างท่านเจ้าค่ะ”“เด็กโง่ เจ้ารู้ดีว่าข้าเก่งกาจเพียงใด ฟังคำข้า...เฝ้าหน้าห้องไว้อย่าให้ผู้ใดเข้ามา หลังจากนี้ข้าหวังว่าเจ้าจะพาคนของข้าที่เหลือทั้งหมดออกจากตำหนักโดยเร็วที่สุด” นางมองสาวใช้อย่างอ้อนวอน
อ่านเพิ่มเติม
เรื่องเป็นเช่นนี้แล้วข้าจะพอใจรึ
มือที่เปื้อนเลือดและสั่นเทาของเขารับมาอ่าน พร้อมทั้งกำปิ่นหยกไว้แน่น“ฉู่เลี่ยงหวง ตัวข้าไม่เคยนึกฝันว่างานมงคลของข้า ท่านจะกระทำเรื่องชั่วร้ายกับตระกูลหานเช่นนี้ เป็นข้าที่รักท่านจนมองไม่เห็นแผนการที่ท่านกับไป๋เยว่เล่อวางไว้ให้ข้าไปตกหลุมพราง สิ่งเดียวที่ข้าคิดว่าโชคดี คือการที่ยังมิได้เข้าหอกับท่าน นับจากนี้ข้าหวังว่าจะได้เห็นท่านและไป๋เยว่เล่อพบกับความวิบัติ ความผิดหวัง การถูกหักหลัง ข้าจะรอดูอยู่ที่ปรโลก”“ข้าคิดกำจัดบิดาเจ้าเป็นเรื่องจริง แต่ความรักที่ข้ามีต่อเจ้าก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน” ฉู่เลี่ยงหวงฉีกกระดาษในมือทิ้งย้อนไปเมื่อสามปีก่อน ฉู่เลี่ยงหวงพบเจอ ไป๋เยว่เล่อที่งานล่าสัตว์ แต่ปีนั้นหานเจียวจูนางล้มป่วยจึงไม่ได้ไปร่วมงาน ความสดใส น่าเอ็นดูของนางทำให้ฉู่เลี่ยงหวงพึงพอใจ นับจากนั้นก็ลอบพบนางอีกหลายหนปีต่อมาพอได้เห็นเจียวจูในงานเลี้ยงประชันบทกลอน ที่ตระกูลหานจัดขึ้น ฉู่เลี่ยงหวงที่ตกหลุมรักนางในครั้งแรกที่ได้เห็น จึงได้ใช้ไป๋เยว่เล่อเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ให้เขาโดยเล่าแผนการที่จะกำจัดราชครูหานและองค์ชายใหญ่ให้ไป๋เยว่เล่อฟังเพื่อให้นางช่วยให้แผนการของเขาสำเร็จ ทั้งยังได
อ่านเพิ่มเติม
ในฝันเจ้าเป็นเช่นใด
วันงานจะมีบุตรชายของสหายบิดาที่สูญเสียบิดามารดาไปแล้วเดินทางมาในวันงานด้วย เซี่ยจื้อโหยว เขาเดินทางเพื่อมาสอบจิ้นซื่อที่ใกล้จะเกิดขึ้นบิดาของนางจึงให้พักอาศัยอยู่ภายในจวน แต่เมื่ออดีตนางที่เริ่มสนิทสนมกับฉู่เลี่ยงหวงแล้ว จึงไม่ได้สนใจการมีอยู่ของเขามากนักจดจำได้แต่เพียงว่าเป็นบัณฑิตใบหน้าซีดเหลืองราวกับคนเป็นโรค ร่างกายสง่าผ่าเผยก็จริง แต่ดูเหมือนไร้เรี่ยวแรง แม้แต่ใบหน้าของเขานางก็แทบจะจดจำไม่ได้เสียแล้วภายในงานประชัน นางกับไป๋เยว่เล่อที่กำลังเดินหาที่นั่งในสวนดอกไม้เพื่อแต่งกลอน พบเจอ ฉู่เลี่ยงหวงเข้า ทั้งเขายังเข้ามาช่วยเหลือยามที่นางกำลังถูกบุรุษที่เข้ามาร่วมงานพูดจาแทะโลม จึงทำให้นางประทับใจในตัวเขาเพิ่มขึ้นอีกมากจนแปรเปลี่ยนมาเป็นปักใจมั่นที่จะแต่งเข้าตำหนักขององค์ชายรอง ก่อนหน้านี้แม้จะได้สนทนากันอยู่หลายหน งานปักปิ่นของนาง ฉู่เลี่ยงหวงยังส่งปิ่นมาให้นางด้วย แต่นางก็ยังคงลังเลด้วยกลัวว่าจะไม่อาจใจกว้างได้พอหากเขาจะรับสตรีอื่นเข้าตำหนักจวนตระกูลหานบิดาของนางมีเพียงภรรยาเดียวซึ่งก็คือมารดาของนาง นางจึงคิดว่าจะดีเพียงใดหากสามีของนางจะมีนางแค่เพียงหนึ่งเดียว“หึ” เมื่อคิดถึงเร
อ่านเพิ่มเติม
ตัวแปรอื่น
ผ่านไปไม่ถึงจิบถ้วยชา (ประมาณ15นาที) ไม่ห่างจากที่เจียวจูนางซ่อนตัวอยู่ฉู่เลี่ยงหวงและไป๋เยว่เล่อทั้งสองก็ปรากฏตัวขึ้น เจียวจูที่รอดูอยู่ก็ยกยิ้มออกมาอย่างพอใจ“องค์ชายรอง ท่านมาแล้ว” ไป๋เยว่เล่อยิ้มหวานมองฉู่เลี่ยงหวงพร้อมทั้งเดินเข้าไปหาเขาด้วยความยินดี เจียวจูที่ซ่อนตัวอยู่ได้แต่ลอบเบ้ปากในใจผิดกับเสี่ยวเหมยที่นางเกือบจะกรีดร้องออกมา ยังดีที่จำคำสั่งของเจียวจูได้ จึงยกมือขึ้นมาปิดปากไว้ได้ทัน ดวงตาของนางเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อ เมื่อฉู่เลี่ยงหวงประคองไป๋เยว่เล่อไว้ในอ้อมกอดของเขาหากเจียวจูไม่ให้นางเพียงนั่งชมเฉยๆ นางคงได้ออกไปฉีกอกไป๋เยว่เล่อแล้ว ที่กล้าหักหลังคุณหนูของนาง เสี่ยวเหมยเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดคุณหนูของตนจึงสั่งให้นางจับตาดูไว้เจียวจูที่จดจ่ออยู่กับบทสนทนาของฉู่เลี่ยงหวงและไป๋เยว่เล่อ นางไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่ายามนี้มีคนเข้ามาอยู่ด้านหลังของนางในพุ่มไม้เสียแล้ว“เอ๊ะ” นางร้องขึ้นมาเบาๆ เมื่อรู้สึกได้ถึงตัวตนของอีกคน เมื่อหันไปมองนางก็เกือบจะกรีดร้องออกมาด้วยความลืมตัว แต่คนผู้นั้นเร็วกว่า เขาใช้มือหนาปิดปากของนางไว้ได้ทัน“เจ้าจะส่งเสียงร้อง ให้คนด้านนอกได้ยินหรือไร”
อ่านเพิ่มเติม
เมื่อครู่มัวแต่ไปกินของหวาน
ฉู่เลี่ยงรุ่ยลูบริมฝีปากของนางอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะซุกใบหน้าลงกับซอกคอเขาเพื่อปรับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในสงบลง “อยู่นิ่งๆ สักครู่ ครู่เดียว เปิ่นหวางจะพาเจ้าออกไปเอง” เขาเอ่ยเสียงเบา พร้อมทั้งกอดรัดนางเอาไว้ “หวานนัก”“...” เจียวจูทุบไปที่บ่าแกร่งของเขาเพื่อเรียกสติ ว่าเขาควรจะปล่อยนางก่อนที่ผู้อื่นจะเดินมาถึงฉู่เลี่ยงรุ่ยจำต้องพาตัวเจียวจูออกไปจากพุ่มไม้อย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก หากรู้ว่าสิ่งที่นางทำเมื่อครู่คือการส่งสัญญาณให้สาวใช้ไปตามคนมาดู ฉู่เลี่ยงหวงและไป๋เยว่เล่อพลอดรักกัน เขาจะหยุดการกระทำของนางเสีย“หาผ้าปิดหน้าด้วย หากมิอยากให้ผู้อื่นรู้ว่าเจ้าไปทำอันใดมา” เขามองนางอย่างหยอกล้อ เมื่อพานางออกมาจากที่พุ่มไม้ได้แล้วเจียวจูปิดปากของนางทันที ด้วยรู้ว่ายามนี้มันคงบวมจนดูน่าสงสัย พร้อมทั้งถลึงตามองเขาอย่างไม่พอใจ แล้วเดินหนีไปหาเสี่ยวเหมยที่กำลังมองหานางทันที“เอ๊ะ...คุณหนูปากของท่านเป็นอันใดหรือเจ้าคะ” เสี่ยวเหมยมองเจียวจูที่เอามือปิดปากไว้อย่างสงสัย“โดนตัวอะไรกัดในพุ่มไม้ไม่รู้ เจ้าเอาผ้าปิดหน้าของข้ามาก่อนเร็วเข้า”เสี่ยวเหมยรีบหยิบผ้าปิดหน้าที่นางเตรียมไว้ของเจียวจูออกมาจากถุงผ
อ่านเพิ่มเติม
ถูกแมลงมีพิษต่อย
สองพี่น้องพูดคุยเล่นหัวกันไม่นาน ฉู่เลี่ยงรุ่ยก็เดินเข้ามาเป็นคนแรก เขาหยุดมองสองพี่น้องนิ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตามาที่เจียวจู พร้อมทั้งกดยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายมองนาง“องค์ชายใหญ่ พระองค์จะเข้าร่วมงานด้วยรึพ่ะย่ะค่ะ” หานหมินลุกขึ้นไปจัดแจงที่นั่งให้เลี่ยงรุ่ยเมื่อเห็นเขาพยักหน้ารับ“คุณหนูหาน เจ้าปิดหน้าเพื่ออันใด หรือว่าเจ้าเสียใจเรื่องน้องรองกับสหายของเจ้าจนต้องปิดบังความอัปลักษณ์ไว้เสีย”เจียวจูกัดฟันแน่น รังแกนางไว้ ยังมีหน้ามาเอ่ยถามนางเช่นนี้อีก“หามิได้เพคะ หม่อมฉันถูกแมลงมีพิษต่อยเข้าที่ปาก กลัวว่าหากองค์ชายใหญ่เห็นเข้าจะทำให้ระคายเคืองพระเนตรได้เพคะ”“จูจู เจ้าเป็นอันใด ให้เปิ่นหวางตามหมอมาดูดีหรือไม่” ฉู่เลี่ยงหวงที่เพิ่งเดินเข้ามาได้ยินสิ่งที่เจียวจูนางพูด จึงได้เดินเข้ามาดูอย่างร้อนใจหานหมินที่เห็นเลี่ยงหวงพุ่งตัวมาทางน้องสาวของตนจึงได้เดินเข้ามาบังตัวเจียวจูไว้ด้านหลัง ฉู่เลี่ยงรุ่ยเองก็เบี่ยงตัวเข้ามาขวางทางไว้อย่างแนบเนียนเช่นกัน“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันมิเป็นอันใดมาก ไม่รบกวนองค์ชายรองให้ต้องลำบากเรียกหมอมาตรวจดู” นางก้มหน้าลงต่ำด้วยไม่อยากจะมองใบหน้าของฉู่เลี่ยงหวงให้เส
อ่านเพิ่มเติม
เซี่ยจื้อโหยว
หานเหวินเห็นใจบุตรของสหายตนไม่น้อย ที่ต้องสูญเสียบิดามารดาตั้งแต่เล็กจึงให้เข้ามาพักอยู่ภายในจวนตระกูลหานด้วย หานหมินจะได้มีสหายทบทวนตำราด้วยกัน ตัวหานหมินเองก็จะเข้าสอบในปีนี้ด้วย“ข้ายังอยู่ที่เมืองหลวงอีกหลายเดือนขอรับ” เซี่ยจื้อโหยวแม้จะมีใบหน้างามไม่น้อย แต่ด้วยผิวที่เหลืองเหมือนคนอมโรคของเขาก็ทำให้ความงามหมองลงไปหลายส่วน“แล้ววันนี้ผู้ใดกันที่เป็นผู้ชนะเล่าท่านพี่”“จะใครเสียอีก ก็อาโหยวอย่างไรเล่า” หานเหวินมองเซี่ยจื้อโหยวอย่างชื่นชมเขามาในตอนที่งานประชันเกือบจะเลิกแล้ว แต่หานเหวินที่เห็นว่ายังมีเวลาเหลือจึงลองให้เขาเขียนบทกลอนขึ้นมาไม่น่าเชื่อว่าบทกลอนของเซี่ยจื้อโหยวจะได้รับเสียงชื่นชมจากบัณฑิต คุณหนู และคุณชายในงานกันอย่างล้นหลาม“จริงรึ เช่นนั้นตำแหน่งจอหงวนคงได้ตกเป็นของเจ้าแล้วอาโหยว” ซูซื่อยิ้มกว้างอย่างชื่นชมเจียวจูนางกินมื้อเย็นที่เรือน แล้วก็เตรียมตัวเพื่อเข้านอน มิได้ออกไปนอกเรือนเลย นางรู้มาจากเสี่ยวเหมยเรื่องที่เซี่ยจื้อโหยวเดินทางมาถึงเมืองหลวงแล้ว และได้เข้าร่วมงานประชันบทกลอนด้วย“ได้ที่หนึ่งเลยรึ” นางไม่อยากจะเชื่อ ว่าเขาจะมีความสามารถเช่นนี้เจียวจูเค้นความ
อ่านเพิ่มเติม
ตระกูลซู
ฉู่เลี่ยงหวงมองไปตามสายตาของผู้ตรวจการไป๋ก็เห็นว่าชาวบ้านหยุดมองการสนทนาของพวกเขาอยู่ไม่น้อย จึงได้พาผู้ตรวจการไป๋เข้าไปในตำหนัก“องค์ชายรอง พระองค์จะทรงจัดการเรื่องบุตรสาวของกระหม่อมเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าจะรับนางเข้าตำหนัก แต่ยังมิใช่ยามนี้”“แต่ชื่อเสียงของบุตรสาวกระหม่อมเสียหายจนไม่เหลือชิ้นดี ขอพระองค์เมตตารีบรับนางเข้าตำหนักเถิดพ่ะย่ะค่ะ หากมิเช่นนั้น...”เลี่ยงหวงดวงตาแข็งกร้าวขึ้น เมื่อถูกผู้ตรวจการไป๋ข่มขู่ ด้วยรู้ดีว่าประโยคต่อมาของผู้ตรวจการไป๋คงไม่แคล้ว จะต้องเดินทางเข้าวังหลวงเพื่อขอความเมตตาจากเสด็จพ่อของพระองค์ให้จัดการตัดสินให้แน่นอน“ในเมื่อผู้ตรวจการไป๋ยืนยันเช่นนี้...เปิ่นหวางคงต้องรีบรับนางเข้าตำหนักเสียแล้ว” เขากดยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างดูแคลนแต่จะโทษเยว่เล่อทั้งหมดก็ไม่ได้ หากเขาระวังตัวเสียหน่อย เรื่องทั้งหมดอาจจะไม่เกิดขึ้นผู้ตรวจการไป๋กลับออกไปด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม การมาเยือนตามคำแนะนำของบุตรสาว นับว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อย ไม่คิดว่าเพียงคำขู่เล็กน้อย องค์ชายรองก็รีบรับคำเสียแล้ว“ท่านพ่อ ได้ความเช่นไรบ้างเจ้าคะ” ไป๋เยว่เล่อที่รอฟังผลอยู่ที่จวน ก็รีบเดินเข้าไปหาบ
อ่านเพิ่มเติม
เจ้ายังจะเห็นใจนางอีกรึ
ซูซื่อถึงใบหน้าของนางจะประดับไปด้วยรอยยิ้ม แต่ดวงตาของนางกลับจ้องมองสวีซื่ออย่างแข็งกร้าว ทั้งยังเน้นย้ำเรื่องที่ตระกูลหานไม่ถือสาเอาความกับการหักหลังของไป๋เยว่เล่อ“หึ มีเพียงเจ้ากระมังที่ใจแคบ” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยดูแคลนลูกสะใภ้ของนาง“ท่านแม่!!!”“ท่านยาย ข้าอยากเห็นดอกมู่ตานของท่านแล้วว่าจะงามมากเพียงใด ให้ข้าแอบดูก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ” เจียวจูไม่สนใจป้าสะใภ้ของนางอีกนางหันไปออดอ้อนท่านยายของนาง จนฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะชอบใจออกมา แล้วพาทั้งสามแม่ลูกไปที่ด้านหลัง เพื่อชมความงามของดอกมู่ตานก่อนผู้อื่น สวีซื่อได้แต่มองตามทั้งสามไปด้วยความโกรธแค้น“นับว่างามมากจริงเจ้าค่ะ” ซูซื่ออดที่จะชื่นชมออกมาไม่ได้“ท่านยายสายตาแหลมคมเสมอ แม้แต่เลือกดอกมู่ตานก็ยังเลือกได้งามกว่าของผู้อื่นหนึ่งส่วน” เจียวจูเอ่ยอย่างเอาใจ“ใช่แล้ว แต่คงมีเพียงดอกไม้เท่านั้นที่ยายเลือกได้ดี” นางส่ายหัวอย่างปลงตก เมื่อนึกถึงลูกสะใภ้ใหญ่ที่โง่เขลาจนนางเบื่อระอา“หากท่านยายหมายถึงท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านปล่อยนางไปเถิดขอรับ” หานหมินก็โมโหที่สวีซื่อตำหนิเจียวจู โดยที่เขาไม่อาจจะเข้าไปช่วยเหลือได้“เอาเถิด พูดถึงนางมีแต่ทำให้ข้าห
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status