Partager

บทที่ 7

last update Date de publication: 2026-01-05 07:35:48

“ใช่ขอรับ” ตงหลิวยกมือขึ้นคำนับ “ท่านนี้คงจะเป็นเฉินฮูหยิน ข้าน้อยแซ่ตง เป็นผู้คุ้มกันคุณหนูหลิวขอรับ”

ท่าทีของตงหลิวยังคงสุภาพไร้ความขุ่นเคือง อีกทั้งเฉินฮูหยินก็มองออกถึงท่าทีนอบน้อม และถ้อยคำอันเปิดเผยของอีกฝ่ายนางจึงอมยิ้มพยักหน้าให้ชายหนุ่ม “เช่นนั้นคฤหาสน์ตระกูลเฉินก็เป็นเพื่อนบ้านกับคฤหาสน์ของแม่นางหลิวแล้ว หากต้องการความช่วยเหลือจากจวนตระกูลเฉินก็อย่าได้เกรงใจ”

“ขอบพระคุณเฉินฮูหยิน ข้าน้อยจะแจ้งคุณหนูถึงความปรารถนาดีของท่าน ข้าน้อยขอตัวก่อนขอรับ” ตงหลิวกล่าวจบก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปด้านในคฤหาสน์

“เขาดู...ลึกลับยิ่งนัก ยิ่งมองยิ่งดูน่าเกรงขาม” เฉินเซี่ยเฟิงยังคงมองไปยังประตูคฤหาสน์ฝั่งตรงข้าม

“เขาเป็นคนคุ้มกัน” ฮูหยินเฉินเลิกคิ้วเมื่อได้ยินบุตรชายเปรยขึ้น

“ลูกหมายถึงเขาดูแปลกๆ หากดูจากท่วงท่าการเดินเหิน ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง การก้าวเดินเงียบกริบลงน้ำหนักเพียงปลายเท้า เขาน่าจะมีวรยุทธ์สูงมาก ท่าทีเฉยเมย ดวงตากลับคมกริบ กลิ่นไอรอบตัวเขาดูน่ากลัวเหมือน...มีความตายล้อมรอบ” เฉินเซี่ยเฟิงขมวดคิ้วพร้อมประหลาดใจกับลางสังหรณ์ในใจของตัวเอง

ท่าทีของบุรุษที่มีนามว่าตงหลิว ทำให้ชายหนุ่มนึกถึงคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมาในทันที ‘นักฆ่า’

“เรียนฮูหยิน คุณชาย คุณชายเยี่ยมาถึงแล้วขอรับ” เสียงทุ้มของบุรุษเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม หลังจากที่เดินตามหาผู้เป็นนายไปทั่ว ในที่สุดก็มาพบทั้งสองที่ประตูด้านหลังของคฤหาสน์

ใบหน้าเคร่งขรึมค้อมกายลงเล็กน้อยในยามกล่าวรายงาน ท่วงท่าการก้าวเดินหนักแน่น ใบหน้าดุดันของเขาทำเอาบ่าวไพร่ที่ยืนรายรอบแตกกระเจิงไปคนละทิศทางด้วยความหวั่นเกรง แม้ว่าเขาจะเพียงแค่ปรายตามองเท่านั้น

 “เสี่ยวลี่จื่ออยู่บ้านหรอกหรือ” เฉินฮูหยินเลิกคิ้วมองผู้ที่ก้าวเข้ามาใหม่ ตั้งแต่เมื่อวานนางไม่ได้เจอคนสนิทของบุตรชายผู้นี้เลย

“ท่านแม่” เฉินเซี่ยเฟิงกลอกตาเมื่อได้ยินนามที่มารดาเรียกคนของตน “ท่านเรียกพี่ลี่จวินเช่นนี้ไม่คิดว่าแปลกไปหน่อยหรือ ชื่อของเขามาจากลี่[1]ที่แปลว่าเข้มแข็ง หาใช่ลี่ที่แปลว่าสวยงาม ท่านจะเรียกเขาราวกับอิสตรีเช่นนี้อาจไม่เหมาะนัก”

“เขายังไม่ถือสาเหตุใดเจ้าจึงดูร้อนใจแทน ใช่หรือไม่เสี่ยวลี่จื่อ ...ว่าแต่เจ้าหายไปไหนมาหรือ”

สีหน้าของลี่จวินในยามนี้ยังคงราบเรียบไม่บ่งบอกว่าถือสาหรือไม่ ความจริงลี่จวินอายุเพียงสามสิบ ทว่าเขามีท่าทีเย็นชาและไม่ค่อยพูด นิสัยชอบอยู่เงียบๆ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใดแม้แต่คนในคฤหาสน์ ทำให้บ่าวไพร่และนอกคฤหาสน์ไม่กล้าพูดคุยหรือยุ่งเกี่ยวกับเขามากนัก

ไม่ว่าจะอาวุโสกว่าหรืออ่อนวัยกว่า เมื่อเห็นเขาไม่มีใครที่จะไม่แสดงท่าทีเกรงอกเกรงใจ เพราะแม้กระทั่งนายท่านเฉิน และเฉินฮูหยิน ยังปฏิบัติต่อเขาด้วยความเกรงใจถึงแปดในสิบส่วน

               “แล้วนี่ลูกกับเสี่ยวลี่จื่อจะออกไปข้างนอกหรือ”

“ขอรับท่านแม่ เมื่อวานร้านหงเติงหลงมีหนังสือมาใหม่ เห็นอาเย่บอกว่ามีหนังสือของเฮยหลางด้วย”

“นั่นสินะเมื่อวานแม่นั่งรถม้าผ่าน มองเห็นหน้าร้านเต็มไปด้วยบัณฑิตจากสถานศึกษาที่ไปรอซื้อหนังสือของท่านปราชญ์ไป๋หู่กับศิษย์เอกของเขา ลืมไปสนิทว่าเจ้าก็เป็นหนึ่งในผู้ที่สะสมตำราเช่นกัน แม่เคยอ่านตำราท่องเที่ยวแคว้นเยียนของเฮยหลาง คนผู้นี้เล่าเรื่องราวพร้อมกับให้แง่คิดในมุมมองที่ผู้คนไม่ใคร่จะให้ความสนใจนัก หากเจ้าได้พบและคบเป็นสหายคงประเสริฐ”

“ท่านแม่ ไม่เคยมีผู้ใดเคยพบเขาหรอกขอรับ แม้จะมีคนเคยเดินทางไปขอพบท่านปราชญ์ไป๋หู่ที่หุบเขาไร้ตัวตน แต่ช่วงสิบปีมานี้ได้ยินมาว่าเขาทำตัวราวกับสามารถล่องหนหายตัว ยิ่งเป็นศิษย์เอกของเขาเฮยหลางผู้นี้ ยิ่งทำตัวราวกับไร้ตัวตนบนโลก ขนาดคนเดินหนังสือให้ร้านหงเติงหลงยังไม่เคยมีใครพบเขาเลย นับประสาอะไรกับ...”

“แต่เจ้าก็เคยเขียนจดหมายตอบโต้กับเขามาแล้ว คิดว่า...”

“ท่านแม่” เฉินเซี่ยเฟิงถอนหายใจ เขาเองก็เคยหวังจะได้พบกับเฮยหลาง แต่จากวันที่เขาได้รับจดหมายตอบข้อสงสัยในตำรากระทั่งวันนี้เขาเพิ่งจะรู้ว่าหากใครมีข้อสงสัยและไม่เข้าใจเนื้อหาในตำรา ก็สามารถฝากจดหมายไว้ที่ร้าน จากนั้นเฮยหลางจะตอบผ่านคนของร้านหงเติงหลงเช่นกัน

“เฮยหลางเขียนจดหมายตอบโต้กับผู้ที่สนใจผลงานของเขาทุกคน หาใช่ตอบเพียงแค่กับลูกคนเดียวนะขอรับ”

“นั่นสินะ” ฮูหยินเฉินเอ่ยด้วยความเสียดาย “เจ้าไปเถิดเสี่ยวเย่คงรอแย่แล้ว”

“ท่านไม่ถามหรือขอรับว่าเหตุใดอาเย่จึงสามารถออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลเยี่ย ทั้งที่สถานการณ์ภายในตระกูลเยี่ยตอนนี้...”

“เสี่ยวเย่เป็นคนฉลาด เขาไม่ทำอะไรโง่ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เยี่ยตงเจียงและฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเยี่ยขับไล่เขาออกไปจากคฤหาสน์ตอนนี้หรอก ยิ่งตอนนี้เหยาเอ๋อร์กำลังป่วยหนักยิ่งไม่มีทาง อีกอย่างเจ้าก็รู้ว่าเยี่ยตงเจียงไม่มีบุตรสาว อย่างน้อยๆ เหยาเอ๋อร์ก็คือความหวังเล็กๆ ของเขาที่จะ...” ฮูหยินเฉินจบประโยคลงเพียงเท่านั้นเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมลงของบุตรชาย นางได้แต่ถอนหายใจออกมาแล้วบอกบุตรชาย “ไปเถิดอย่าให้เสี่ยวเย่จะรอนาน”

“ขอรับท่านแม่ เช่นนั้นหลังจากกลับจากร้านหงเติงหลง ลูกจะไปที่โรงทอเพื่อรอกลับพร้อมท่านพ่อ”

“แล้วแต่เจ้าเถิด”

มองดูบุตรชายเดินตรงไปยังห้องโถงของคฤหาสน์ เฉินฮูหยินได้แต่ครุ่นคิด นางรู้ว่าบุตรชายต้องการยื่นมือเข้าช่วยเหลือเยี่ยเผิงเย่และเยี่ยซูเหยา สองพี่น้องที่เป็นบุตรบุญธรรมของเยี่ยตงเจียง เนื่องจากทั้งสองเป็นสหายที่ไปมาหาสู่กันมานาน ทว่านั่นกลับเปิดโอกาสให้เยี่ยตงเจียงคิดจะสานสัมพันธ์สองตระกูลด้วยการแต่งงาน

ความจริงแล้วนางหาได้รังเกียจเยี่ยซูเหยา นางออกจะรักใคร่และเอ็นดูเด็กสาวที่มีท่าทีเรียบร้อยอ่อนหวานแต่ป่วยกระเสาะกระแสะผู้นั้นด้วยซ้ำ ถึงอย่างนั้นนางกลับอดสะอิดสะเอียนและรังเกียจที่เยี่ยตงเจียงไม่เคยเหลียวแลสองพี่น้อง จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเขามองเห็นผลประโยชน์ระหว่างตระกูลเยี่ยและตระกูลเฉิน จึงกล้าเกริ่นเรื่องการแต่งงานของบุตรชายตนกับเยี่ยซูเหยา

ที่น่าหนักใจไปกว่านั้นคือ บุตรชายของนางอาจแต่งเยี่ยซูเหยาเป็นฮูหยินจริงๆ หากว่านั่นจะเป็นการช่วยเหลือเยี่ยเผิงเย่  ขอเพียงหลังแต่งงานแล้วสองพี่น้องเป็นอิสระจากตระกูลเยี่ยโดยสิ้นเชิง

[1]力 อ่านว่า ลี่ แปลว่า เข้มแข็ง พ้องเสียงกับคำว่า 丽 อ่านว่า ลี่ ที่แปลว่า ความสวยงามน่ารัก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 130 จบ

    “เจ้าเป็นถึงปราชญ์แคว้นเว่ย ฮูหยินของเจ้าเองก็เป็นบุตรสาวของท่านปราชญ์ไป๋หู่ ตระกูลเฉินเรามีวาสนาได้ทายาทของท่านปราชญ์มาดูแลกิจการเช่นนี้ ยังจะให้พ่อกังวลอะไรอีกเล่า”“ฮูหยินปราชญ์แห่งแผ่นดิน จะเป็นสตรีที่เพียงอยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือนได้อย่างไรจริงหรือไม่” เฉินฮูหยินกุมมือของฟางอันหนิงขึ้นมาแล้วตบเบาๆ ลงไปบนหลังมือของนาง “อาจมีบางครั้งที่เจ้าต้องพบสตรีสูงศักดิ์และท่านหญิงจากตระกูลขุนนาง ดังนั้นตระกูลเฉินเราจะน้อยหน้าพวกนางได้หรือ แม่รู้ว่าเจ้าจะไม่ทำให้ตระกูลเฉินเราต้องผิดหวังอย่างแน่นอน”สิ่งที่เฉินฮูหยินพูดไว้นั้นไม่ผิดเลย เพราะหลังจากนั้นไม่นานฟางอันหนิงก็ถูกเรียกตัวเข้าวังหลวงครั้งแล้วครั้งเล่า เนื่องจากฐานะของนางที่เป็นถึงฮูหยินแห่งปราชญ์ แน่นอนว่าพระราชเทวีและเหล่าพระสนม ย่อมต้องการผูกมิตรกับนางเป็นพิเศษอยู่แล้ว เรื่องการวางตัวที่เหมาะสมเป็นกลางของนาง แม้แต่องค์จักรพรรดิยังทรงเคยรับสั่งชมเชยทางหนึ่งฟางอันหนิงคือสตรีหนึ่งเดียวของเมืองกุ้ยโจวที่เป็นผู้มีอิทธิพลที่สุดในเรื่องของการค้า อีกทางหนึ่งนางก็คือฮูหยินท่านปราชญ์ที่มีแต่คนนับถือ ทว่าในยามที่อยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเฉิน นางก็ยังคง

  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 129

    “เขาไหนเลยจะกล้าตำหนิท่านแม่เจ้าคะ” ฟางอันหนิงกล่าวเช่นนั้นก็จริง แต่นางก็เชื่อฟังแม่สามีแล้ววางมืออย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายออกมาจากห้องครัว“เจ้าไปอาบน้ำแล้วค่อยออกมาห้องโถง แม่มีของจะมอบให้เจ้า”“เจ้าค่ะ” ฟางอันหนิงเดินกลับเรือนเซี่ยเทียนไป ด้านหลังของนางยังมีฝูหลินสาวใช้คนสนิทที่ยังคงอยู่ข้างกายนางเช่นกันกับลี่จวินที่ไม่ยอมไปไหน เขายังคงอยู่ข้างกายเฉินเซี่ยเฟิง ซึ่งนั่นก็ทำให้นางวางใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากการกลับเมืองกุ้ยโจวครั้งนี้ เฉิงเซี่ยเฟิงต้องก้าวเข้าสู่ราชสำนักเต็มตัว เขาไม่เพียงเป็นปราชญ์ของแผ่นดิน แต่เขายังเป็นถึงราชครูซึ่งรับภาระสอนหนังสือให้กับองค์ชาย องค์หญิงเชื้อพระวงศ์ของแคว้นเว่ยอีกด้วย“ท่านพี่” ฟางอันหนิงที่ยืนรออยู่ที่หน้าเรือนเซี่ยเทียนยิ้มสดใส ทันทีที่มองเห็นเฉินเซี่ยเฟิงเดินผ่านประตูเข้ามา“ฮูหยินเจ้าออกมาทำไม หิมะตกอากาศหนาวเช่นนี้รีบกลับเข้าข้างในเร็วเข้า” เฉินเซี่ยเฟิงถอดเสื้อคลุมของตนออกสวมให้นางทันที พร้อมกับโอบรอบไหล่กลมมนแล้วพานางกลับเข้าเรือน เตาพกถูกตระเตรียมเอาไว้แล้วและมันถูกยัดใส่มือของฟางอันหนิง“ข้าไม่หนาว”“อย่างไรก็ต้องระวัง หากล้มป่วย

  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 128

    “ข้าไม่เคยร้องขอความรักจากท่านพ่อ ท่านแม่บอกว่านางรักข้า แต่นางก็ยังเลือกที่จะจากไปกับบุรุษที่นางรักผู้นั้น ข้าไม่เคยศรัทธาในความรักเรื่องนี้ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว เจ้าบอกให้ข้าพยายามรักเจ้า เช่นนั้นเจ้าทำให้ข้าเห็นได้หรือไม่ว่าสิ่งที่เจ้าเรียกว่ารักนั้น... หมายความรวมไปถึงว่าเจ้าจะอยู่ข้างกายข้า ซื่อสัตย์ต่อข้าเพียงคนเดียว ไม่ทอดทิ้ง และเชื่อใจข้า”เงียบอยู่นานในที่สุดเยี่ยซูเหยาก็สบตากับเขา มือของนางกุมมือของเขาเอาไว้แน่น “ข้า...” นางพูดไม่ออกเพียงอยากกุมมือเขาเอาไว้เช่นนั้น “เพราะแบบนี้ท่านจึงไม่อยากรัก...หรือ”“ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยากให้ข้ารักหรือไม่” เขาเอ่ยพร้อมกับขยับเข้าหานาง “แต่ข้าขอเตือนเจ้าอย่างหนึ่ง คิดจะให้ข้ารักค่าตอบแทนที่เจ้าต้องจ่ายย่อมสูง ข้าเป็นคนที่ไม่ชอบให้ผู้ใดยุ่มย่ามกับสิ่งที่เป็นของข้า ทั้งยังเป็นบุรุษที่เห็นแก่ตัวไม่ชอบแบ่งปันสิ่งที่ข้าหวงแหนกับผู้ใด” เอ่ยจบเขาก็ก้มหน้าลงมาชิดใบหน้าของเยี่ยซูเหยา “เจ้าจะคิดว่าข้ามองเจ้าเป็นสิ่งของหรืออะไรก็ตาม แต่หากเจ้ากล้า...”“ท่านเองก็กลัวการที่จะรักใครสักคนใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามเขาขึ้นทั้งยังเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ใบหน้าที่อยู

  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 127

    มองเผินๆ นี่คือการกอดนางจากด้านหลัง แม้ว่าเขาจะกำลังสอนนางคั่วใบชาอยู่ก็ตาม เยี่ยซูเหยาที่กำลังเพลิดเพลินกับสิ่งแปลกใหม่ตรงหน้าไม่ได้สนใจความใกล้ชิดนี้ ผิดกับเหล่าคนงานและสาวใช้ที่ติดตามอยู่ด้านหลัง พวกเขาต่างก็แอบอมยิ้มก่อนจะลอบเดินหลบออกไปทีละคนสองคนอู๋เฉิงซวี่เหม่อมองใบหน้าตั้งอกตั้งใจของเยี่ยซูเหยาด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนเขารู้สึกเพลิดเพลินไปกับนางด้วย เพราะยามปกติที่เขามายังไร่ชา เขาก็จะลืมสิ้นทุกอย่าง ทำทุกสิ่งด้วยตัวเองไปทีละอย่าง กระทั่งตะวันตกดินไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว แต่วันนี้ดูเหมือนนอกจากชาแล้ว ความสนใจของเขาทั้งหมดถูกนางดึงดูดเอาไว้จนอยู่มือ เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีวันนี้กว่าชั่วยามที่อู๋เฉิงซวีขลุกอยู่ที่โรงเก็บชากับเยี่ยซูเหยา หญิงสาวเพลิดเพลินกระทั่งลืมไปว่านางเตรียมขนมของว่างมาด้วย เสี่ยวโถวรีบกระซิบบอกเพราะทั้งนางและอู๋เฉิงซวี่ยังไม่ได้กินมื้อเที่ยง ดังนั้นอู๋เฉิงซวี่และเยี่ยซูเหยาจึงกลับมายังรถม้าเสี่ยวโถวจัดสำรับเอาไว้ยังศาลาขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นเขา ซึ่งศาลาแห่งนี้เป็นอู๋เฉิงซวี่ให้คนสร้างขึ้น จุดประสงค์ก็เพื่อนั่งจิบชาและชมทิวทัศน์อันสวยงามของไร่ชาเมื่อถ

  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 126

    “เรื่องข่าวดีนั้นคงต้องแล้วแต่ท่านพี่ เพราะเขาบอกข้าว่าต้องการอยู่กับข้าให้นานหน่อยจึงไม่รีบ ข้าก็ได้แต่...ตามใจเขาแล้ว” กล่าวจบเยี่ยซูเหยาก็ทำท่าเอียงอายท่าทีเช่นนี้นางเคยเห็นอนุของบิดาบุญธรรม แสดงออกมาเพื่อยั่วยุโทสะของฮูหยินใหญ่บ่อยๆ นางเห็นจนชินตากระทั่งเลียนแบบได้ในวันนี้ เรียกได้ว่าตัวนางเองยังแอบตกใจมองเห็นเสี่ยวโถวที่ยืนอยู่ข้างๆ กำลังกลั้นหัวเราะ นางก็แทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ได้ใบหน้าของญาติผู้น้องทั้งสองของอู๋เฉิงซวี่ยิ่งมายิ่งไม่น่าดู แรกๆ ทั้งสองนางก็สุภาพอ่อนหวานและดูหวังดี หลังๆ เมื่อเห็นแล้วว่าไม่ว่าจะอย่างไรเยี่ยซูเหยาก็หาคล้อยตามไม่ พวกนางจึงถอยเพื่อกลับไปตั้งหลัก ทั้งยังบอกว่าอยากจะมาเยี่ยมนางเพื่ออยู่เป็นเพื่อนนางอีกด้วยเยี่ยซูเหยาไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ นางเพียงมองส่งหญิงสาวทั้งสองด้วยรอยยิ้ม กระทั่งทั้งสองนางจากไป นางจึงเดินเข้าครัว “ข้าอยากทำขนมบัวหิมะ[1] ตอนบ่ายจะไปยังโรงเก็บชา ข้าจะทำขนมไปให้ท่านพี่ด้วย ให้คนเตรียมกับข้าวสักสองสามอย่าง คิดว่าท่านพี่คงกินอาหารเที่ยงที่นั่น ข้าเองก็จะไปกินเป็นเพื่อนท่านพี่” เยี่ยซูเหยาสั่งการกับเสี่ยวโถวก่อนจะให้แม่ครัวทำกับข้าว

  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 125

    นางไม่ทันมองด้วยซ้ำว่าสตรีทั้งสองที่อยู่ข้างๆ มีหน้าตาเช่นไร เพราะมัวแต่สนใจใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้จนชิดเขา...กำลังใช้ใบหน้าหล่อเหลานี้ล่อลวงนาง!!!“เหยาเหยานี่คือซูเหม่ยกับเลี่ยงหรง นางทั้งสองเป็นญาติผู้น้องของข้าเอง เหม่ยเอ๋อร์ หรงเอ๋อร์ นี่เหยาเหยาพี่สะใภ้ของพวกเจ้า” อู๋เฉิงซวี่แนะนำด้วยน้ำเสียงสุภาพ“คารวะพี่สะใภ้เจ้าค่ะ” เด็กสาววัยไม่น่าจะเกินยี่สิบย่อกายให้นางอย่างแช่มช้อย ใบหน้างดงามสะคราญตา ท่วงท่าหรือก็อ่อนหวาน รอยยิ้มราวกับแสงอันอบอุ่นของแดดยามเช้า เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่เลือกสรรมาอย่างดีทำให้พวกนางทั้งสองดูงดงามโดดเด่นเยี่ยซูเหยายิ้มก่อนบอกให้พวกนางทำตัวตามสบาย นางเหลือบไปมองอู๋เฉิงซวี่ ก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เพียงแต่อู๋เฉิงซวี่กลับยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เขานั่งลงและผายมือเชิญญาติผู้น้องของเขานั่ง มือใหญ่รั้งเยี่ยซูเหยาให้นั่งลงข้างๆ จากนั้นก็รินชาหอมกรุ่นส่งให้“เหม่ยเอ๋อร์กับหรงเอ๋อร์เป็นหลานสาวของท่านแม่รอง พวกนางมาในวันนี้เพราะเมื่อวานไม่ได้มาร่วมงานแต่งงาน ข้าก็บอกพวกนางแล้วว่าเจ้าอาจจะออกมาช้า เพราะเมื่อคืนเจ้านอนดึกทั้งยังร่างกายอ่อนเพลีย” กล่าวจบก็ยกมือใหญ

  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 114

    “แต่ท่านอาจ...”“ข้าจะอยู่ต่อ” เอ่ยจบนางก็หันไปมองประตูทางเข้าอีกครั้งพร้อมกับยิ้มอออกมา “ท่านรู้ดีกว่าข้า เรื่องนี้ต้องจบลง หาไม่หากเว่ยหลงเทียนสามารถแก้ปริศนาของท่านพ่อได้ เขาไม่มีทางละเว้นพวกท่านทั้งเจ็ดแน่นอน”“จริงหรือที่พิษหนอนโลหิตที่ดีที่สุดอยู่ในร่างของเจ็ดดวงดาว” จู๋จื่อเอ่ยถามด้วยความสงส

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 115

    “นั่นสินะขอรับ หากไม่ใช่เขาอดีตประมุขไหนเลยจะถูกพิษจนต้องหลบเร้นกายไปจากเมืองกุ้ยโจว ทั้งที่เขาเคยคิดจะใช้ชีวิตเงียบๆ ในเมือง เพื่อเฝ้าดูคุณชายและคุณหนูอยู่ห่างๆ” จู๋จื่อถอนใจ“หากไม่ใช่เพราะเว่ยหลงเทียน ป่านนี้พี่เหยาเหยาก็คงได้รับการรักษาไปแล้วไม่ต้องรอนานขนาดนี้ ท่านพ่อคิดจะใช้กำลังภายในทั้งหมดข

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 113

    “หากข้าบอกว่าไม่ช่วยเจ้าจะล้มเลิกหรือไม่” เขาไม่หันหลังกลับมา แต่กลับยืนนิ่งแล้วเอ่ยถามนางขึ้น “หากข้าบอกว่าจะพาเจ้าออกไปเจ้าจะยินยอมโดยดีหรือ แล้วหากข้าคัดค้านเจ้าจะยอมฟังข้าหรือ” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว“ข้าไม่อาจทำเช่นนั้น”“นั่นสิ เจ้าเลือกเช่นนี้มาแต่ต้น ชีวิตของเจ้าที่ผ่านมายืนหยัดก็เพื่อจุดประสงค์น

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
  • คิมหันต์อวลรัก   บทที่ 116

    ในระหว่างที่กล่าวเขาก็ค่อยๆ กลายเป็นหลิวผิงอันที่เหมือนนาง เขาช่างสมกับที่เป็นปีศาจพันหน้า แม้แต่นางเองก็มองไม่เห็นความแตกต่างระหว่างคนที่ยืนอยู่กับตัวนางเอง นอกจากนั้นแม้แต่เสื้อผ้าที่เขาเตรียมมายังเป็นชุดและสีเดียวกัน ไม่มีทางที่เว่ยหลงเทียนจะสงสัย“ท่านอย่าห่วงเลย ข้าจะไม่กลับมาเป็นจู๋จื่อแม้ว่า

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status