INICIAR SESIÓNหลิวซือซือ สตรีเกียจคร้านที่มีแต่คนชิงชังผู้นั้นได้ตายไปแล้ว เวลานี้หลิวซือซือผู้นี้จะแก้ไขสิ่งเลวร้ายที่เจ้าของร่างเคยกระทำเอาไว้และจะพลิกชะตาชีวิตของครอบครัวให้กลับมาดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนให้ได้ ในช่วงเวลาที่ผู้คนอดอยากยากแค้นแต่ครอบครัวของนางกลับอยู่ดีกินดีมีทุกสิ่งให้เลือกสรรอย่างไม่อดตายเพราะนางทะลุมิติมาพร้อมระบบวิเศษที่มีร้านค้าสุดปัง! มีทุกสิ่งให้เลือกสรรมากมายที่ต่อให้นางถูกทิ้งเอาไว้ลำพังก็ไม่มีทางอดตายอย่างแน่นอน!
Ver más‘จิ๊บๆ จิ๊บๆ’
เสียงนกร้องข้างหน้าต่างห้องนอนปลุกให้หลิวซือซือลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งๆ ที่ยังรู้สึกงัวเงียอยู่ไม่น้อย วันนี้เป็นวันครบกำหนดหนึ่งเดือนเต็มที่ หลิวซือซือ ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในยุคโบราณย้อนกลับไปหลายร้อยหลายพันปีก่อนยุคที่นางจากมา
ทว่านานวันเข้าเมื่อได้อยู่กับสภาพแวดล้อมที่สงบสุขและบรรยากาศที่น่าอยู่ในชนบทแห่งนี้แล้วกลับไม่ได้ทำให้นางอยากที่จะหวนกลับคืนบ้านแต่อย่างใด ตรงกันข้ามนางกลับรู้สึกมีความสุขที่ได้มาอยู่ที่นี่เสียอย่างนั้น!
แต่ก็คงจะมีเพียงไม่กี่เรื่องที่สร้างความรำคานใจให้นางอยู่ในเวลานี้
“หลิวซือซือเจ้าตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! จะนอนไปถึงไหนกันรีบลุกขึ้นไปทำอาหารมาให้ข้ากับผิงเอ๋อเร็วเข้า”
เสียงสตรีผู้เป็นแม่เลี้ยงเอ่ยออกมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก ตั้งแต่ที่นางทะลุมิติมาอยู่ในที่แปลกตาแห่งนี้สตรีผู้นี้ก็ดูเหมือนจะชิงชังนางมากยิ่งขึ้น พยายามหาเรื่องกลั่นแกล้งนางไม่รู้จบแต่มีหรือที่คนอย่างหลิวซือซือจะสนใจ
หลิวซือซือนอนฟังเสียงนั้นอย่างไม่นึกใส่ใจแต่อย่างใดคิดเสียว่าเสียงที่ได้ยินอยู่นี้คือเสียงนกเสียงกาเท่านั้น
“นังเด็กคนนี้! กล้าเมินเฉยต่อข้าเช่นนั้นหรือ!”
ก่อนที่สตรีเจ้าของเสียงที่น่ารำคานผู้นั้นจะถึงตัวนาง หลิวซือซือก็ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วยกเท้าถีบเข้าบริเวณกลางท้องของนางไปเต็มแรง
“กรี๊ด! นี่เจ้ากล้าถีบข้าเช่นนั้นหรือ”
“เจ้าเข้ามาในห้องของข้าทำไม”
“นังเด็กคนนี้กล้าทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไรคอยดูเถอะว่าข้าจะจัดการกับเจ้าอย่างไร แล้วอย่าคิดว่าพ่อของเจ้าจะช่วยอะไรเจ้าได้อีก”
“ลองเข้ามาสิข้าไม่มีทางไว้หน้าเจ้าเช่นกัน ยายแก่หนังเหี่ยว”
“กรี๊ด! กล้าว่าข้าเหี่ยวได้อย่างไร เจ้าอยากตายนักหรือ”
นางยกฝ่ามือขึ้นตั้งใจที่จะสั่งสอนลูกเลี้ยงผู้ดื้อรั้นของนางเสียหน่อย แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงของบุรุษผู้หนึ่งตะโกนเรียกคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าของนางในเวลานี้
“ซือซือพ่อกลับมาแล้ว”
แม่เลี้ยงนามว่า เย่หลัน ที่ได้ยินเสียงของผู้เป็นสามีและเป็นบิดาของหลิวซือซือตะโกนเรียกบุตรสาวคนโตของเขาอยู่นั้นก็ถึงกับผงะถอยห่างออกจากตัวของนางด้วยความรวดเร็ว หลิวซือซือมองตามก่อนจะแสยะยิ้มให้ด้วยความขบขันกับท่าทีร้อนรนของนาง
“ไปหาสามีของท่านเสียสิอย่ามาวอแวกับข้า ไม่เช่นนั้นจะหาว่าข้าไม่เตือน”
แม้ว่านางอยากจะเอาคืนหลิวซือซือมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าทุกๆ ครั้งนางจะพ่ายแพ้ไปทุกรอบ นางทำได้เพียงกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจก่อนจะออกจากห้องของหลิวซือซือไปด้วยความรวดเร็ว
ทุกครั้งที่มีเรื่องทะเลาะกันหลิวซือซือก็ไม่เคยนำไปฟ้องบิดาเลยสักครั้งเพราะอะไรน่ะหรือ?
ก็เพราะว่าหลิวซือซือคนเก่านั้นก็ร้ายกาจไม่ได้ต่างจากแม่เลี้ยงผู้นั้นเลยอย่างไรเล่า ก่อนที่นางจะทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้หลิวซือซือคนเก่าเองก็พยายามกลั่นแกล้งสองแม่ลูกนั้นมาโดยตลอด
แม่เลี้ยงก็ร้ายลูกเลี้ยงก็ไม่น้อยหน้าคนที่ลำบากใจที่สุดคงหนีไม่พ้น หลิวหลงเยี่ยน บุรุษเพียงหนึ่งเดียวในบ้านสกุลหลิวนั่นเอง
ทุกครั้งที่ทั้งสองทะเลาะกันหลิวซือซือก็มักจะใช้ความอ่อนแอของนางทำให้บิดาใจอ่อนไม่กล้าลงโทษแต่อย่างใด จนในที่สุดก็เหมือนเวรกรรมจะตามทันร่างกายที่ป่วยออดๆ แอดๆ ก็เริ่มอ่อนล้าลงเรื่อยๆ และในคืนที่นางสิ้นใจไปก็เป็นวันเดียวกันกับหลิวซือซือคนที่มีชื่อแซ่เดียวกันเข้ามาอยู่ในร่างนี้
‘เฮ้อ…เวรกรรมอะไรของข้ากันนะ’
บ้านท้ายสวนหลังที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของนางหลังนี้ทำขึ้นจากไม้เก่าๆ ที่พอจะอาศัยอยู่ได้ชั่วคราวเท่านั้นและดูไม่ได้แข็งแรงอะไรเลยบริเวณรอบบ้านมีไม้ยืนต้นที่ถูกปลูกเอาไว้หลากหลายชนิด นางมองไปรอบๆ ไม่เห็นมีใครอยู่เลยสักคนจึงได้เอ่ยเรียกเขาเสียงดังจนพ่อบ้านหลูที่ไม่รู้ว่าอยู่มุมไหนของตัวบ้านก็ได้ชะโงกหน้าออกมามองนางเสียที“คุณหนูมีอะไรหรือขอรับ”พ่อบ้านหลูรีบเดินเข้ามาหานางอย่างนอบน้อมด้านหลังของชายแก่ผู้นั้นยังมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งน่าจะอายุน้อยกว่านางสองสามปีเท่านั้น เมื่อเขามองเห็นนางก็ชักสีหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันทีทำเอาหลิวซือซืองุนงงไม่น้อย‘อย่าบอกนะว่าแม้แต่เด็กๆ หลิวซือซือคนเก่าก็ไม่ละเว้น ช่างน่าอายเป็นบ้าที่ต้องมารับผลกรรมของเจ้าของร่างนี้’“คือว่าข้ามีบางอย่างที่อยากรู้ท่านลุงพอจะว่างช่วยเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่”“ท่านปู่กับข้ายังต้องบั่นฟืนพวกนี้ส่งไปให้บ้านเจ้าไม่มีเวลาว่างมาสนทนากับคุณหนูตกอับอย่างเจ้าหรอก”“หงเย่อย่าพูดอย่างนั้นกับคุณหนูสิ”“ข้าพูดผิดตรงไหนกันเวลานี้สถานะของนางก็ไม่ต่างจากพวกเรา ท่านปู่เหตุใดถึงยังเคารพนางอีกเล่าขอรับ”“หงเย่!”เสียงดุดันของพ่อบ้านหลูทำเอาหงเย่สะดุ้
“ฮึ”เขาหัวเราะในลำคอก่อนจะจ้องมองคนกลุ่มนั้นภายใต้สายตาเจ้าเล่ห์แฝงแววเย็นยะเยือกคู่นั้นในมือก็หมุนควงของบางอย่างเล่น…มันคือแหวนไม้ที่เจ้านักเลงฉวยโอกาสในตอนที่กำลังวุ่นวายกันอยู่นั้นแอบหยิบมาจากสตรีผู้นั้น เขามองตามหัวหน้ากลุ่มนักเลงที่กำลังเดินออกจากตัวเมืองไปด้วยท่าทางหัวเสียก่อนจะยิ้มที่มุมปาก“ของที่ไม่ใช่ของเจ้าจะช่วงชิงไปได้ง่ายๆ ได้อย่างไรกัน”“นายน้อยกลับกันเลยหรือไม่ขอรับ ป่านนี้ฮูหยินคงรอท่านนานแล้ว”“อืม”เขาเก็บแหวนไม้นั้นไว้ในอกเสื้อก่อนจะเดินจากไปท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของกันในเช้าวันนี้บ้านสกุลหลิว“ท่านพี่เรื่องที่ท่านพ่อเคยทำสัญญากับบ้านสกุลโหวเอาไว้ พวกเราจะทำอย่างไรต่อดีเจ้าคะ”“เจ้าอย่าเพิ่งพูดเลยกินข้าวกันก่อนเถอะ”“แต่ว่าในหนังสือสัญญานั้นกล่าวเอาไว้ว่าให้บุตรสาวคนเล็กของสกุลหลิวแต่งงานกับบุตรชายคนเล็กของสกุลโหว เช่นนั้นแล้วไม่ใช่ว่าหมายถึงผิงเอ๋อของเราหรอกหรือ”หลิวหลงเยี่ยนผู้เป็นบิดาของหลิวซือซือนั้นถอนหายใจออกมาเล็กน้อย คำมั่นสัญญาของท่านปู่จากทั้งสองตระกูลกลายเป็นพันธะผูกพันมาจนถึงรุ่นหลานและผู้เป็นภรรยาที่เขารับเข้ามาในบ้านแทนภรรยาเ
“ข้าเห็นเจ้าตบหน้าตนเองก็นึกว่ามีตัวอะไรมาเกาะแค่เพียงจะช่วยดูก็เท่านั้น คิดว่าข้าจะไปทำอะไรเจ้าได้กัน”นางพูดจบก็ละความสนใจจากเขาก่อนจะหันไปจ้องมองบุรุษหนุ่มผู้นั้นอีกครั้ง“ท่านจะซื้อกำไลหยกจากข้าจริงๆ น่ะหรือ”“ใช่แล้ว”“เช่นนั้นข้าคิดราคาท่านสองพันอีแปะเท่านั้น”“ได้อย่างไรกันของซื้อของขายนะ เจ้าเอาแต่ลดราคาเช่นนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้กำไรเสียทีเล่าข้าจะจ่ายให้เจ้าเต็มจำนวน ไม่สิข้าให้เจ้าหนึ่งตำลึงสำหรับของล้ำค่าพวกนี้เลย”ในขณะที่หลิวซือซือยังคงงุนงงและตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด บุรุษตรงหน้าก็จัดแจงยัดเงินใส่มือของนางแล้วหยิบเอากำไลหยกไปถือเอาไว้เหมือนกลัวใครจะช่วงชิงไปอย่างไรอย่างนั้น'บ้าไปแล้วกำไลแค่ไม่กี่ชิ้นยอมจ่ายถึงหนึ่งตำลึงเลยหรือ'อี้ซวนที่ยืนอยู่ด้านข้างของนางก็เอาแต่จ้องมองชายตรงหน้าก่อนจะหรี่ตาลงแล้วเอ่ยไปว่า“นี่ตอนแรกข้าคิดว่าเจ้าเป็นพวกเดียวกันกับนางแต่เวลานี้คงไม่ใช่แล้วกระมัง เจ้านั่นล่ะไปได้เงินมากมายมาจากไหนกันกำไลแค่ไม่กี่ชิ้นยอมจ่ายถึงหนึ่งตำลึงเจ้ามันบ้าไปแล้ว”“ใช่ ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ”หลิวซือซือหมายจะยื่นเงินคืนไปให้เขาแต่ชา
'ที่ผ่านมานางร้ายกาจเพียงนั้น วันนี้กลับพูดออกมาเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรเลยหรือว่านางจะเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ น่ะหรือ?'ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้านักเลงในกลุ่มนั้นอ้าปากค้างจ้องมองหลิวซอซือคล้ายกับไม่มั่นใจในสิ่งที่ตนได้ยินอี้ซวนยอมรับว่าเมื่อก่อนเคยชอบนางมากเพราะใบหน้าสวยหวานแต่ดูดุดันของนางนั้นมีเสน่ห์อยู่ไม่ใช่น้อยแต่เพราะปากที่ร้ายกาจจึงทำให้เขาชิงชังอย่างมากเช่นกันทุกคนในเมืองต่างก็รู้ว่านางมีน้องสาวต่างมารดาที่ดูงดงามและน่ารักไม่น้อยไปกว่าตัวของนางเอง อาจจะเพราะเหตุนี้ที่ทำให้นางรู้สึกอิจฉาและทำร้ายหลิวผิงเอ๋อไปหลายต่อหลายครั้ง บรรดาบุรุษในเมืองเฉิงตูจึงเกลียดชังนางกันแทบทุกคนแต่มาวันนี้นางกลับกล่าวขอโทษพวกเขาเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องที่ผ่านมา จะไม่ให้เขาแปลกใจได้อย่างไร'หรือที่ได้ยินเมื่อครู่นั้นแค่หูฝาดไปงั้นหรือ'“เจ้าผีเข้าหรืออย่างไร”“ใช่”“ห๋า”“ข้าล้อเล่นน่ะเอาล่ะที่ผ่านมาไม่ว่าข้าจะร้ายกาจมากเพียงใดและหากพวกเจ้าจะไม่ให้อภัยจริงๆ ข้านั้นก็ไม่อาจบังคับได้แต่ว่าอย่าได้ขวางทางทำมาหากินของข้าเลยนะ”“เอ่อ”พวกของอี้ซวนที่ได้ยินนางเอ่ยออกมาก็ถึงกับชะงักพูดไม่ออกขึ้นม





