Masukหลิวซือซือ สตรีเกียจคร้านที่มีแต่คนชิงชังผู้นั้นได้ตายไปแล้ว เวลานี้หลิวซือซือผู้นี้จะแก้ไขสิ่งเลวร้ายที่เจ้าของร่างเคยกระทำเอาไว้และจะพลิกชะตาชีวิตของครอบครัวให้กลับมาดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนให้ได้ ในช่วงเวลาที่ผู้คนอดอยากยากแค้นแต่ครอบครัวของนางกลับอยู่ดีกินดีมีทุกสิ่งให้เลือกสรรอย่างไม่อดตายเพราะนางทะลุมิติมาพร้อมระบบวิเศษที่มีร้านค้าสุดปัง! มีทุกสิ่งให้เลือกสรรมากมายที่ต่อให้นางถูกทิ้งเอาไว้ลำพังก็ไม่มีทางอดตายอย่างแน่นอน!
Lihat lebih banyak‘นางไว้ใจเขามากเกินไปหรือไม่นะ’หลิวซือซือว่าจ้างชาวบ้านในบริเวณโดยรอบของเมืองเข้ามาทำงานในฟาร์มผักแห่งใหม่นี้แผ่นดินที่เคยแห้งแล้งไม่ว่าจะปลูกพืชผักใดๆ ก็ไร้หนทางได้เก็บเกี่ยวนั้น นางก็สามารถพลิกฟื้นให้กลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งพืชผักผลไม้มากมายหลากหลายชนิดที่ไม่ค่อยจะมีใครปลูกได้ไม่ว่าจะเป็นผักสลัด มะเขือเทศลูกใหญ่ทั้งยังมีฟาร์มข้าวสาลีที่เวลานี้เริ่มสุกงอมได้ที่อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว“ซือซือ”เสียงเรียกของผู้เป็นสามีดังแว่วมาแต่ไกลเขาวิ่งมาหานางด้วยความรวดเร็วสีหน้าและแววตาของเขาแลดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย‘เป็นอะไรของเขา’“แดดแรงเช่นนี้เจ้าออกมาทำไมเล่า”“ข้ามาดูแลคนงานเผื่อ
หลังจากหลิวซือซือแต่งงานออกไปไม่นานก็ได้ยินมาว่าหลิวผิงเอ๋อนั้นถูกฮูหยินนายอำเภอทุบตีทำร้ายเกือบปางตายเพราะหลิวผิงเอ๋อแอบคบชู้กับสามีของนางนั่นเองใบหน้าที่เคยสวยหวานถูกตบตีจนแก้มนุ่มนิ่มที่เคยมีเลือดฝาดนั้นแตกไปหมด ดวงตาบวบปูดร่างกายถูกทุบตีจนเดินไม่ได้ อาการบาดเจ็บสาหัสทำให้หลิวผิงเอ๋อต้องนอนซมอยู่บนเตียงไปหลายวัน แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ นางแท้งลูก!“ท่านพ่อ”“ซือซือเจ้ามาแล้ว ละ…แล้วนั่น”“สามีของข้า ลูกเขยของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“ห๋า ก็ไหนบอกว่า”“ท่านพ่อตาขออภัยที่ข้าไม่ได้บอกท่านแท้จริงแล้วเรื่องราวที่เกี่ยวกับบุตรชายสกุลโหวนั้นล้วนเป็นข้าที่ปล่อยข่าวลือเหล่านั้นออกไปทั้งสิ้น”“อะ อะไรนะ!”“ข้าเพียงแค่อยากเลือกเจ้าสาวผู้ที่จะต้องมาอยู่เคียงข้างกัน
บ้านสกุลโหวหลิวซือซือยืนมองป้ายประจำตระกูลที่ติดเอาไว้ที่เสาหน้าบ้านตัวอักษรที่บรรจงเขียนอย่างพลิ้วไหวดูงดงามมากพอๆ กับป้ายประจำตระกูลที่ถูกแกะสลักจากไม้เนื้อดีดูมีความสง่าน่าเกรงขามไม่น้อยแรกเริ่มเดิมทีนางก็ไม่คิดที่จะแต่งงานแทนน้องสาวต่างไส้ที่น่ารังเกียจผู้นั้นเลยแม้เพียงนิดแต่เมื่อคิดได้ว่านี่คงเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ออกไปจากบ้านหลังนั้นจึงได้ตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะนางได้ยินมาอยู่บ้างว่าบุตรชายสกุลโหวนั้นรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ไม่น้อยแต่ก็ไม่อาจคืนคำพูดที่เคยให้สัญญากับบิดาเอาไว้ได้แต่ที่ทำให้นางตกตะลึงในเวลานี้ก็คือ….“แม่นางเจ้าเป็นอะไรงั้นหรือ”หลิวซือซือเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองป้ายด้านหน้าบ้านอีกครั้งก่อนจะขมวดคิ้วแน่น
“ผิงเอ๋อเจ้าว่าอะไรนะ”“ข้าเห็นพี่หญิงเอาแต่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับซือหยางคนงานที่มาทำงานในไร่ของเราน่ะเจ้าค่ะ""ท่านพ่อหากปล่อยไว้แบบนี้อาจจะทำให้บ้านของเราเสียหายได้นะเจ้าคะ สัญญาแต่งงานของสกุลหลิวกับสกุลโหวอาจสั่นคลอนได้ของหมั้นที่ทางฝั่งนั้นส่งมาก็อาจถูกริบคืนแว่วว่าท่านพ่อใช้มันไปบางส่วนแล้วไม่ใช่หรือ”หลิวผิงเอ๋อพยายามเป่าหูผู้เป็นบิดาและมารดาเพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะขับไล่หลิวซือซือออกไปจากบ้านให้เร็วขึ้นและของทุกอย่างที่เป็นของหลิวซือซือย่อมตกเป็นของนางใบหน้าที่ร้ายกาจของผู้เป็นบุตรสาวอยู่ในการจับจ้องมองของมารดาตลอดเย่หลันถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านมานานนับกี่ปีหลิวผิงเอ๋อก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปเลย นางที่เอาแต่สนใจความสุขสบายของบุตรสาวจนลืมนึกไปว่าควรที่จะสั่งสอนนางให้ดีกว่านี้
อากาศหนาวที่หนาวเย็นจับใจทำให้ชาวบ้านแทบจะทุกหลังคาเรือนไม่มีผู้ใดออกมาทำมาหากินในตอนค่ำเลยสักคน ผู้คนดูจะอดอยากมากขึ้นเรื่อยๆหลิวซือซือที่นั่งอยู่บนรถม้าโดยมีพ่อบ้านหลูเป็นสารถีขับรถม้าให้ก็เลิกผ้าม่านขึ้นมองเห็นความทุกข์เวทน
หลิวผิงเอ๋อได้เพียงแค่ยืนย่ำเท้ากับพื้นเท่านั้นไม่กล้าที่จะพูดสิ่งใดออกไปเพราะความจริงแล้วสิ่งที่หลิวซือซือพูดออกมานั้นก็ไม่ได้ผิดแผกไปแต่อย่างใด‘ใช่แล้วเวลานี้นางไม่มีความสามารถใดๆ ในการที่จะทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้หร
หลังกลับจากในเมืองหลิวซือซือก็มอบหมายให้พ่อบ้านหลูไปติดต่อกับหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อเช่าซื้อบ้านว่างหลังใหญ่ท้ายหมู่บ้านหลังนั้น หากจำนวนเงินมีมากพอนางตั้งใจจะซื้อขาดตามที่ตั้งใจเอาไว้พ่อบ้านหลูจัดการตามที่นางสั่งการพร้อมทั้งส่งค
‘นะ นักเลงที่นางว่ามันคือพวกเขาไม่ใช่หรือ’“อะแฮ่ม คือว่าพวกข้าเป็นบุรุษใยต้องกลัวคนพวกนั้นกัน ว่าแต่เจ้าเถอะมาทำอะไรที่นี่”"ข้าหรือ”


















Ulasan-ulasan