Masukเพื่อน ๆ ต่างก็พากันเข้ามาแสดงความยินดีกับมัฑณาวีในเรื่องนี้ จะว่าไปมัฑณาวีก็เป็นที่รักของเพื่อน จะมียกเว้นก็แต่หนึ่งฤทัยคู่กัดตลอดกาล และเพื่อนคู่หูคนสนิทของเธออย่างอลินและศยามลเท่านั้น ที่มิได้รู้สึกยินดีกับความสุขของมัฑณาวีอย่างที่ควรจะเป็น
ที่เป็นเช่นนั้นก็เป็นเพราะอลินและศยามลมักจะถูกหนึ่งฤทัยเป่าหู คอยพูดเกี่ยวกับเรื่องของมัฑณาวีในแง่ลบให้ฟังอยู่เสมอก็เลยรู้สึกคล้อยตามคำพูดของเพื่อน โดยขาดการคิดพิจารณาให้ถี่ถ้วน
สองสาวจึงตั้งป้อมกัดจิกมัฑณาวีทุกครั้งที่มีโอกาส ทั้งที่ตนเองก็ไม่ได้มีเรื่องขุ่นเคืองอะไรกับหญิงสาวโดยตรง และเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร จะให้มาเปลี่ยนตอนนี้ก็คงเป็นไปได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับหนึ่งฤทัยที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแก๊งค์ เรียกได้ว่าหนึ่งฤทัยบอกแบบไหนพวกเธอก็พร้อมที่จะทำตามไม่แตกแถว เรื่องนี้ก็เช่นกัน อลินและศยามลมาร่วมงานนี้ เพื่อมาจับผิดมัฑณาวีเรื่องแฟนหนุ่มทายาทมหาเศรษฐีโดยเฉพาะ
เมื่อได้เห็นท่าทีของสามสาวคู่ปรับของหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างตัวเขา ก็ทำให้ติณณภพเริ่มเข้าใจว่าทำไมมัฑณาวีถึงได้ขอร้องให้เขามาร่วมงานนี้พร้อมกับเธอ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเขามาช้ากว่านี้อีกสักนิด หรือไม่สามารถมาร่วมงานนี้ได้จะเกิดอะไรขึ้น
“ผมไม่รู้หรอกว่าเรื่องของผมจะเรียกพรหมลิขิตได้ไหม มันเป็นเรื่องบังเอิญที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อน แต่เหตุการณ์นั้นทำให้ผมได้พบกับผู้หญิงที่ผมตามหามาตลอดชีวิต และทำให้ผมได้รู้จักกับความรัก รักแท้ที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ และเป็นรักแท้ที่ยากจะหาสิ่งใดมาทดแทน”
เขาสบตามัฑณาวีด้วยแววตาหวานซึ้ง พร้อมกับมอบรอยยิ้มที่ทำให้ใจละลายได้เลย
คำพูดและสายตาของเขายามที่มองมาที่เธอนั้น มันทำให้หน้าของเธอแดงก่ำด้วยความเขินอายจริง ๆ มิได้เสแสร้งแกล้งทำเพื่อเล่นละครตบตาใคร มันเป็นของมันเอง ในขณะที่เพื่อน ๆ ต่างก็รู้สึกอิจฉาในความโชคดีของมัฑณาวี
“ไม่รู้มัททำบุญด้วยอะไร ถึงได้ครอบครองหัวใจผู้ชายเพอร์เฟคอย่างคุณติณณภพได้”
“นั่นสิ”
“แบบนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกว่าช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม”
ส่งที่ติณณภพพูดออกไปจะว่าเป็นการเล่นละครตบตาทั้งหมดเลยก็คงไม่ใช่
มันมีความรู้สึกของเขารวมอยู่ในนั้นด้วย ต้องยอมรับว่ามัฑณาวีเป็นผู้หญิงคนแรกที่สามารถไขกุญแจ เปิดประตูหัวใจที่ปิดตายมานานของเขาได้
แต่มันจะพัฒนาไปได้มากน้อยแค่ไหน จะถึงขั้นใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไหมเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้ตอบได้แต่เพียงว่าการได้อยู่ใกล้ชิดเธอคือความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตเขา
“เราได้ยินมาว่าคุณกับมัทกำลังจะมีข่าวดีในเร็ว ๆ นี้เป็นความจริงหรือเปล่าคะ” หนึ่งฤทัยเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“เป็นไปได้ครับแต่อาจจะไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ เรื่องการแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ และเราสองคนก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปในเวลาที่เหมาะสม ผมอยากให้งานแต่งงานของเราออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด จึงไม่ผูกติดกับเงื่อนเวลา และเมื่อเวลานั้นมาถึงพวกคุณก็จะรู้เอง”
หนึ่งฤทัยชักสีหน้าบึ้งตึงเมื่อหันไปเห็นมัฑณาวีที่ยักคิ้วให้เธออย่างท้าทาย แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้
“อยากรู้จังว่าอะไรในตัวมัทที่ทำให้คุณหลงรักเธอ”
แม้ไม่อยากจะใช้คำนี้เพราะมันแสลงใจ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายมีชายหนุ่มรูปหล่อพ่อรวยมาติดพัน ถึงขั้นตกลงปลงใจที่จะแต่งงานด้วย แต่หนึ่งฤทัยก็ไม่รู้ว่าจะเลี่ยงไปใช้คำไหนที่ดีไปกว่าคำนี้
เขายิ้มให้หญิงสาวด้วยรอยยิ้มที่เขย่าหัวใจคนให้สั่นไหวได้ในทันทีที่พบเห็น
“ผมชอบเธอที่เป็นเธอ ชอบแววตาซุกซนและความสดใสร่าเริงของเธอ เมื่อใดก็ตามที่เธอยิ้มมันทำให้โลกของผมสดใส มัทเป็นผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยแล้วมีความสุข และเป็นผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุด แม้ว่าเราสองคนเพิ่งจะคบกันได้ไม่นาน แต่เวลาไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับความรักของเรา สิ่งที่สำคัญคือเรารักกันแค่นั้นพอ”
ไม่เพียงแต่พูดเท่านั้นเขายังแสดงออกถึงความรักที่เขามีต่อเธอ ด้วยการโน้มตัวไปจูบแก้มเธออย่างแผ่วเบาต่อหน้าทุกคน ทำเอามัฑณาวีหน้าแดงด้วยความเขินอายอีกครั้งที่ถูกเขาจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว แต่ก็แอบสะใจเมื่อเหลือบไปเห็นสีหน้าผิดหวังและแววตาริษยาของคู่ปรับเก่าอย่างหนึ่งฤทัย
คำตอบที่ออกมาจากปากของติณณภพ ทำให้ภาคินถึงกับแอบหันไปยกนิ้วให้มัฑณาวี
“แล้วทำไมเธอถึงต้องปกปิดเรื่องนี้ด้วยล่ะมัท ไม่เห็นมีข่าวมาก่อนเลยว่าเธอกำลังคบหาดูใจอยู่กับใคร”
“ฉันก็ไม่ได้ปิดบังอะไร แต่ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องออกมาป่าวประกาศดัง ๆ เหมือนที่เธอทำ”
ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของติณณภพก็ดังขึ้น
“ผมขอตัวรับสายสักครู่นะเดี๋ยวกลับมา”
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







