Masuk“รอผมนานไหมที่รัก” ติณณภพเอ่ยถามพร้อมกับเอื้อมมือไปโอบไหล่บอบบางของมัฑณาวีต่อหน้าทุกคน เท่านั้นยังไม่พอ เขาหันไปสบตาเธอด้วยแววตาหวานซึ้งก่อนจะเอ่ยปากขอโทษ
“ขอโทษนะคนดีที่ผมมาสาย การประชุมกินเวลามากกว่าที่คิดไว้ก็เลยทำให้ผมมาช้า อภัยให้ผมสักครั้งได้ไหม”
ใบหน้าสวยหวานของมัฑณาวีปรากฏรอยยิ้มที่สดใสทันที
“มัทไม่ได้โกรธคุณหรอกค่ะ และก็เข้าใจดีว่าคุณงานยุ่งมากแค่ไหน”
“ไม่โกรธแต่คงแอบผิดหวัง”
“รู้ได้ยังไงคะ”
“ก็แววตาของคุณมันฟ้อง”
หนึ่งฤทัยขัดจังหวะการสนทนาของสองหนุ่มสาวด้วยการกระแอมเบา ๆ ก่อนจะพูดแทรกขึ้น
“เธอจะไม่แนะนำให้พวกเรารู้จักเขาหน่อยเหรอมัท”
“นี่คุณติณณภพแฟนของมัทที่ทุกคนถามถึง อยากเจอเขานักไม่ใช่เหรอฤทัย เขาก็มาให้เจอแล้วไง” จากนั้นก็หันไปพูดกับชายหนุ่มข้างตัว
“ติณณ์คะนี่เพื่อน ๆ ของมัทเองค่ะ เราเรียนมัธยมมาด้วยกัน ส่วนคนนี้มัทคงไม่ต้องแนะนำเพราะรู้จักกันดีอยู่แล้ว”
“สวัสดีครับ ผมติณณภพ นี่นามบัตรของผมครับ” เขาทักทายทุกคนพร้อมกับหยิบนามบัตรมาส่งให้พวกเธอ ก่อนจะหันไปทักทายภาคินด้วยรอยยิ้ม
ภาคินโบกมือให้เขาแทนคำทักทาย แค่เห็นเขาเดินเข้ามาก็โล่งใจ ยิ่งเห็นเขาแสดงบทคู่รักกำมะลอออกมาได้อย่างแนบเนียนก็ยิ่งทำให้พึงพอใจ
และประเมินว่าเขาน่าจะรับมือเพื่อนคู่ปรับของมัฑณาวีได้แน่ จึงเพียงแค่สังเกตการณ์และคอยเป็นแรงหนุนอยู่ด้านหลังอย่างชิว ๆ เมื่อหันไปเห็นสีหน้าผิดหวังของพวกหนึ่งฤทัยก็ยิ่งรู้สึกสะใจ
“คุณเป็นแฟนมัทจริง ๆ เหรอคะ” หนึ่งฤทัยถามย้ำ
บอกตามตรงว่าไม่อยากจะเชื่อ คนอย่างมัฑณาวีจะมีแฟนหนุ่มหน้าตาดี หุ่นเพอร์เฟคอย่างกับนายแบบ แถมยังเป็นทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้านอย่างผู้ชายที่ชื่อติณณภพ เตชะกษิดิศได้
ย้อมแมวหรือเปล่าก็ไม่รู้
“นี่ยังไม่เชื่อกันอีกเหรอ” ภาคินอดรนทนไม่ไหวจนต้องย้อนถาม
“มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากเลย ที่ผู้ชายเพอร์เฟคอย่างคุณติณณภพจะหันมาให้ความสนใจผู้หญิงเชย ๆ อย่างมัท หรือไม่จริง ตั้งแต่รู้จักกันมาเราไม่เคยได้ยินข่าวว่ามัทคบหาดูใจกับใครมาก่อนเลยสักคน ที่ผ่านมาก็เห็นยืนโดดเด่นอยู่บนคานมานานถึงสามสิบปี แล้วจู่ ๆ ก็พาแฟนมาเปิดตัวอย่างกะทันหัน จะให้เราแน่ใจได้ยังไงว่าเป็นเรื่องจริง”
“ที่พูดมาทั้งหมดนี่เพราะเธอรู้สึกอิจฉามัทใช่ไหมฤทัย”
“อย่ามาใส่ความกันนะพิซซี่ ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันจะต้องอิจฉามัท”
“ใครบอกไม่มี ก็อิจฉาที่แฟนของมัทเป็นหนุ่มหล่อ โพรไฟล์ดี แถมยังเป็นทายาทมหาเศรษฐี อย่างที่แฟนของเธอก็เทียบไม่ติด”
“ใครว่าฉันอิจฉา ฉันยินดีกับมัทต่างหากถ้ามันเป็นเรื่องจริงนะ”
“ผมกับมัทกำลังคบหาดูใจกันอยู่จริง ๆ ครับ เรื่องนี้ผมยืนยันได้ ผมตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็น”
“แล้วคุณสองคนเจอกันได้ยังไง” หนึ่งฤทัยยิงคำถามเป็นชุดเพื่อจับพิรุธฝ่ายตรงข้าม
“ผมเกือบขับรถชนเธอ นับจากวันนั้นเราก็ติดต่อกันมาตลอดก่อนจะตัดสินใจคบหาดูใจกัน”
มัฑณาวีอดคิดไม่ได้ว่าเขาพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขาจริง ๆ ไม่ใช่การแสดงละครตบตาใครต่อใคร
แม้เรื่องที่เขาเล่ามาจะผิดไปจากความเป็นจริงอยู่บ้าง แต่เขาก็ทำได้อย่างแนบเนียนสมบทบาทที่ได้รับ
“บังเอิญจังเลยนะคะ ว่าแต่เธอยังไม่เลิกซุ่มซ่ามอีกเหรอมัท”
“นิสัยนะไม่ใช่หวัดถึงจะหายกันได้ง่าย ๆ”
“ไม่ใช่ความผิดของมัทหรอกครับ มันเป็นความผิดของผมเองที่ไม่ดูให้ดีจนเกือบจะขับรถชนเธอ โชคดีที่มัทไม่ได้เป็นอะไรมาก นอกจากแผลถลอกตามร่างกายเล็กน้อย แต่อุบัติเหตในครั้งนั้นทำให้ผมได้พบกับผู้หญิงที่ผมตามหามาทั้งชีวิต”
เพื่อนร่วมรุ่นของมัฑณาวีต่างก็ค่อย ๆ ล้อมวงเข้ามาฟัง บ้างก็พูดแสดงความคิดเห็นพร้อมกับเอ่ยแซวหญิงสาวกันไปต่าง ๆ นานา
“ว้าว! ชีวิตเหมือนละครหลังข่าวไม่มีผิดเลยมัท น่าอิจฉาสุด ๆ”
“นั่นสิ แบบนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกกันว่าพรหมลิขิต ยินดีด้วยนะมัท”
“แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่บุญวาสนามันแข่งกันไม่ได้จริง ๆ”
“ท่องไว้ให้ขึ้นใจกันด้วยนะจ๊ะสาว ๆ ว่าพวกเธอน่ะมีผัวแล้ว หมดโอกาสเลือกใหม่แล้วจ้ะ”
ภาคินกล่าวกระเซ้าเย้าแหย่เพื่อน ซึ่งก็ทำให้มีเสียงหัวเราะกันยกใหญ่
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







