LOGINระหว่างขึ้นลิฟต์กลับขึ้นไปที่ห้องพัก ภูมิระพีได้หันมาเอ่ยถามชายสูงวัยที่ขึ้นลิฟต์มาด้วยกัน
“คุณอาทรเห็นอาการหึงหวงของติณณ์ไหมครับ”
“เห็นครับ ว่าแต่ทำแบบนี้จะดีเหรอครับคุณภูมิ”
“ผมแค่อยากให้ติณณ์รู้ซึ้งถึงหัวใจของตัวเอง และยอมรับว่ารักคุณมัทมากแค่ไหน ยิ่งผมเห็นแววตาของติณณ์ตอนที่มองผมจูงมือคุณมัท ก็ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่านางในดวงใจของติณณ์จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากเธอ”
“เล่นกับไฟระวังภัยจะมาถึงตัวนะครับ”
“ขอบคุณที่เตือนครับ แต่ผมกับคุณมัทเราเป็นเพียงเพื่อนกันเท่านั้นครับ”
“ว่าแต่คุณภูมิมีอะไรจะปรึกษาผมเหรอครับ”
“อันที่จริงผมอยากเปิดโอกาสให้ติณณ์อยู่กับคุณมัทสองต่อสองน่ะครับ”
“ผมก็นึกว่ามีเรื่องสำคัญอะไร”
“จะว่าไปก็มีครับ เรื่องพ่อของติณณ์น่ะครับ คุณอาทรคิดยังไงครับ”
“พวกคุณสงสัยว่าคุณไตรเป็นแบบนี้เพราะฝีมือของคุณอร”
“มันก็เป็นไปได้ไม่ใช่เหรอครับ เมื่อสองสามวันก่อนที่เราจะเดินทางมาที่นี่ ผมกับติณณ์ไปพบพ่อ ก็ยังเห็นท่านอาการปกติดี ไม่มีทีท่าว่าจะป่วยออกจะดูแข็งแรงด้วยซ้ำ ผ่านไปเพียงไม่กี่วันทำไมถึงป่วยนอนติดเตียงได้ มันน่าสงสัยนะครับ แต่นั่นก็เป็นแค่ข้อสันนิฐานของเราเท่านั้น”
“คุณอรจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร”
“เป็นไปได้ไหมครับว่าเธอรู้เห็นเป็นใจกับพี่ชายเรื่องการยักยอกเงินบริษัท ก็เลยทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของติณณ์ เพื่อให้ติณณ์รีบเดินทางกลับไปดูอาการป่วยของพ่อ แทนที่จะอยู่ดูแลการตรวจสอบบัญชีที่นี่ ถ้าติณณ์ไม่อยู่สักคนจะจัดการอะไรก็ง่ายขึ้น”
“ก็อาจจะเป็นไปได้ครับ”
แม้จะมีความเป็นไปได้ แต่อาทรก็ยังไม่ปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมันเป็นเพียงแค่ข้อสันนิฐาน ไม่ใช่ว่าเขาไว้ใจเธอ แต่เขาไม่คิดว่าอรจิราจะกล้าลงมือทุบหม้อข้าวของตัวเอง ทุกวันนี้ที่เธอใช้ชีวิตอย่างสุขสบายก็เพราะคุณไตรภพ ถ้าคุณไตรภพเป็นอะไรไปเธอนั่นล่ะที่จะต้องเดือดร้อนมากกว่าใคร ยกเว้นเสียแต่ว่าเธอจะมีเป้าหมายใหม่ให้เกาะ
มัฑณาวีและติณณภพออกมาเดินเล่นริมหาดยามค่ำคืน ท่ามกลางแสงจันทร์และหมู่ดาวอยู่พักใหญ่ก่อนจะชวนกันนั่งพักบนพื้นทราย คืนนี้เธอสังเกตว่าเขาพูดน้อยลง เธอจึงชักชวนเขาคุย
“ยังกังวลเรื่องพ่ออยู่อีกเหรอคะ”
“นิดหน่อยครับ ไม่รู้ทำไมผมถึงสลัดความสงสัยออกไปจากหัวไม่ได้เสียที”
“ถ้าเป็นห่วงท่านคุณก็กลับไปดูท่านสิคะ”
“มันง่ายแบบนั้นก็ดีน่ะสิ”
ติณณภพรู้ดีว่าถ้าเขาไม่อยู่ที่นี่งานที่ทำก็อาจจะไม่ราบรื่น การเข้าถึงข้อมูลบางอย่างอาจจะทำได้ยากขึ้น หรืออาจมีการเตะถ่วงเพื่อยื้อเวลา แต่ถ้าเขาอยู่ด้วยปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น หรือถ้ามีปัญหาอะไรเขาก็จะจัดการแก้ไขมันได้ทันท่วงที
เขาเริ่มจะเข้าใจการกระทำของพ่อแล้วว่าเหตุใดเรื่องงานถึงต้องมาก่อนเรื่องส่วนตัว เพราะการดูแลรับผิดชอบชีวิตของคนหมู่มาก บางครั้งอาจต้องละวางเรื่องส่วนตัวไว้ข้างหลัง เพราะต้องคำนึงถึงเรื่องงานที่จะมีผลกระทบกับหลายชีวิตที่อยู่ในปกครอง
“คุณติณณ์คงไม่ว่าอะไรหรอกค่ะถ้าคุณจะขอกลับก่อนเพราะเหตุผลนี้”
“ผมคิดดีแล้วและเห็นด้วยกับพ่อว่าควรทำงานให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็หาเวลาโทรไปคุยกับท่านทุกวัน จะได้สอบถามอาการของท่านไปในตัว”
ความเงียบคือสิ่งที่หญิงสาวได้รับจากเขาทำให้เธอเอ่ยขึ้น
“มัทไม่รู้หรอกนะว่าดินมีปัญหาอะไรกับพ่อ แต่ไม่ว่าปัญหาอะไรก็แก้ไขได้ โดยเริ่มต้นจากการหันหน้ามาพูดคุยปรับความเข้าใจกัน อะไรที่ติดค้างอยู่ในใจก็พูดมันออกไป” เธอวางมือตรงตำแหน่งหัวใจของเขา
“ท่านจะไม่มีวันรู้ถ้าคุณไม่พูดมันออกมานะดิน”
“ระหว่างผมกับพ่อมันมีรอยร้าวยากที่จะประสาน เพียงแค่การพูดคุยคงไม่ทำให้ความสัมพันธ์ของเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ง่าย ๆ หรอก”
“เล่าให้มัทฟังบ้างได้ไหม บางทีการที่คุณได้ระบายความรู้สึกอึดอัดในใจออกมาให้ใครบางคนรับรู้ อาจทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น แต่ถ้าคุณยังไม่ไว้ใจมัทก็ไม่เป็นไรมัทเข้าใจ”
“ไม่ใช่ว่าผมไม่ไว้ใจคุณนะมัทแต่ผมไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงต่างหาก”
“ก็เริ่มจากวันที่ความรู้สึกที่คุณมีต่อพ่อของคุณเปลี่ยนไป”
“พ่อของผมเป็นคนเจ้าชู้ เขาไม่เคยขาดผู้หญิงรอบกายในขณะที่มีแม่ผมอยู่แล้วทั้งคน ความเจ้าชู้ของพ่อเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อกับแม่มีปากเสียงกัน มันเป็นเช่นนั้นอยู่บ่อยครั้ง เพราะพ่อเปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้า”
แม้ตอนเริ่มต้นเล่าอาจจะยาก แต่เมื่อได้เล่าแล้วก็เหมือนกับจะหยุดไม่ได้ ติณณภพเล่าย้อนถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตให้มัฑณาวีฟังอย่างไม่ปิดบัง ทั้งที่เขาไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังง่าย ๆ มีคนที่เขาไว้ใจเพียงไม่กี่คนท่านั้นที่รู้เรื่องเหล่านี้ และหนึ่งในนั้นคือภูมิระพี
“แม้ว่าพ่อจะให้เกียรติแม่ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และพาออกงานด้วยเสมอ แต่เขาก็ไม่เคยลดละเลิกเรื่องพวกนี้ เขานอกใจแม่โดยไม่มีความรู้สึกผิดเลยสักนิด สิ่งที่ทำให้แม่ตัดสินใจหย่าขาดจากพ่อ ไม่ใช่ว่าแม่จับได้ว่าพ่อมีผู้หญิงอื่น นั่นเป็นเรื่องปกติที่พ่อทำ แต่เป็นเพราะมีผู้หญิงของพ่อตามมาราวีแม่ถึงที่บ้าน เธอร้องห่มร้องไห้บอกว่าเธอท้องกับพ่อของผม และขอให้แม่เห็นใจลูกผู้หญิงด้วยกันพร้อมกับหลีกทางให้เธอ เพื่อให้เด็กในท้องของเธอมีพ่อ แต่พ่อของผมกลับมาเห็นเข้าเขาลากตัวเธอออกไป”
“เธอท้องกับคุณพ่อของคุณจริงไหม”
“ไม่จริง พ่อผมป้องกันทุกครั้งไม่เคยพลาด นั่นเป็นสิ่งที่ผมแอบได้ยินพ่อคุยกับแม่”
“แล้วอะไรที่เป็นต้นเหตุให้พวกท่านเลิกรากัน”
“เพราะผู้หญิงหน้าด้านคนนั้นล้ำเส้น ขนกระเป๋าเสื้อผ้าย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน บอกว่าจะใช้ชีวิตกันแบบสามคนผัวเมีย พ่อบอกว่าจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง แม้พ่อจะกำจัดเธอออกไปจากชีวิตได้ แต่นั่นก็เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้แม่ของผมสิ้นสุดความอดทน แม่รู้ดีว่าพ่อไม่มีวันเปลี่ยนได้ จบจากผู้หญิงคนนี้ก็ต้องมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ดี มันเป็นสันดานของผู้ชายเจ้าชู้ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้ แม่จึงขอหย่าขาดจากพ่อและพาผมย้ายไปอยู่ที่อเมริกา จากนั้นผมกับพ่อก็ขาดการติดต่อกัน วันที่แม่ป่วยหนักผมได้โทรกลับมาขอร้องให้พ่อไปดูใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย แต่พ่อก็ไม่มาจนกระทั่งแม่จากไปอย่างสงบ” แววตาของเขาดูเจ็บปวดยามเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







