LOGIN“ข่าวดีอะไร! หรือว่าติณณ์จะแต่งงาน”
“ทำนองนั้นครับ”
“จริงอย่างที่ภูมิพูดหรือเปล่าติณณ์”
“พ่ออย่าไปฟังนายภูมิพล่ามเลยครับ”
“ถือว่านายปฏิเสธ ถ้าอย่างนั้นฉันจะเดินหน้าจีบคุณมัทเต็มตัวล่ะนะ พูดถึงเธอก็รู้สึกคิดถึงขึ้นมาทันที ทั้งที่เพิ่งจะแยกกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง” พูดจบก็หยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์
“คิดจะทำอะไรภูมิระพี” ติณณภพถามเสียงเข้ม
“โทรหาคุณมัท”
“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ นี่มันดึกมากแล้วนายจะโทรไปกวนเธอทำไม”
“คุณมัทคงไม่คิดแบบนั้นหรอก ปกติเธอเป็นคนนอนดึก ที่ผ่านมาเราก็คุยกันทุกคืนอยู่แล้ว” เขาพูดโกหกหน้าตาเฉยเพราะอยากดูปฏิกิริยาของเพื่อน
ติณณภพตาลุกวาวด้วยความโกรธเมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อน
“อะไรนะ! นี่นายคุยกับมัทลับหลังฉันด้วยเหรอ”
“ฉันโทรคุยกับคุณมัทแล้วมันแปลกตรงไหน นายเองไม่ใช่เหรอที่สั่งให้ฉันเล่นบทบาทนี้ และตอนนี้ฉันก็ชักจะอินกับบทบาทที่นายยัดเยียดให้”
“ไอ้บ้า อย่ายั่วโมโหกันนะ”
“ฉันล้อเล่น ใครจะกล้าโทรไปรบกวนคุณมัทตอนดึก ๆ กันล่ะ” ภูมิระพีหัวเราะขบขันกับอาการหัวเสียของเพื่อน เขาไม่เคยเห็นติณณภพมีอาการหึงหวงใครมากเท่านี้มาก่อน
“รู้ตัวไหมติณณ์ว่านายรักคุณมัท”
“รู้” เขาตอบด้วยน้ำเสียงห้วนกระแทก
“ก็ยังดีที่รู้ตัว”
“มีอะไรที่พ่อควรรู้แต่ยังไม่รู้อีกไหม ใครจะเป็นคนอธิบายให้พ่อฟังได้”
“ผมเองครับ”
ภูมิระพีเป็นคนถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดให้บิดาของเพื่อนฟังโดยไม่ปิดบัง
“เมื่อไรจะพาเธอมาแนะนำให้พ่อรู้จัก พ่ออยากเห็นว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้เต็มทีแล้ว” ไตรภพหันไปเอ่ยถามบุตรชายพร้อมรอยยิ้ม
“อีกสักพักครับพ่อ รอให้ผมได้คำตอบที่แน่ชัดจากเธอก่อน”
“แน่ใจนะว่าเธอจะไม่โกรธเมื่อรู้ความจริง ไหนจะเรื่องที่ติณณ์ปิดบังฐานะที่แท้จริงของตัวเอง แล้วก็เรื่องที่ติณณ์ทำเพื่อลองใจเธอนั่นอีก พ่อเกรงว่าเมื่อเธอรู้ความจริงเธอต้องโกรธและอาจจะไม่ยอมให้อภัยลูกง่าย ๆ”
“ผมจะแก้ไขปัญหานี้เองครับ”
“สรุปว่าคุณไตรจะกลับไปพักที่บ้าน และคุณติณณ์กับคุณภูมิก็จะย้ายไปพักอยู่ที่นั่นด้วย”
“ใช่ครับคุณอาทร หมออนุญาตให้พ่อกลับบ้านได้เมื่อไร เราจะกลับไปพร้อมกัน”
ไตรภพยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจก่อนที่จะเอ่ยถาม “แล้วเรื่องทุจริตสืบไปถึงไหนแล้ว”
“เราตรวจสอบข้อมูลครบหมดแล้วครับพ่อ มัทจะเป็นคนสรุปและทำรายงานแจ้งให้เราทราบอีกที”
“อย่าให้คนทำผิดดิ้นหลุดไปได้นะติณณ์”
“เราจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ ผมสัญญาว่าจะทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทเราอย่างเต็มที่ครับ”
“ขอบใจทุกคนมากสำหรับความทุ่มเท” ไตรภพกล่าว
หลังกลับมาจากทำงานที่ภูเก็ต พวกเขาทั้งสามคนก็หายไปเลย ดินลางานเพื่อไปดูแลอาการป่วยของพ่อ ส่วนซีอีโอและอาทรก็ไม่เข้าบริษัทมาสองวันแล้ว
ออฟฟิศดูเงียบเหงาเมื่อไม่มีพวกเขาอยู่ด้วย แม้จะไม่ได้พบหน้ากันแต่มัฑณาวีก็ยังได้พูดคุยกับดินอยู่เสมอ สำหรับติณณภพก็ได้มีการโทรศัพท์คุยกันบ้างเป็นครั้งคราว แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการพูดคุยเรื่องงานเป็นหลัก
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและติณณภพดำเนินไปได้ด้วยดี มีบ้างที่เขาโทรมาชวนเธอไปดินเนอร์ด้วยกันสองต่อสองแม้จะไม่บ่อยครั้งนัก และเขาก็ยังส่งดอกไม้มาให้เธอตามแต่โอกาส ซึ่งมันก็ทำให้มัฑณาวีรู้สึกดีที่มีคนคอยใส่ใจ
แต่ก็รู้สึกเหงาเวลาที่ไม่มีดินอยู่ด้วย ทั้งที่เขาและเธอก็เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้เกิดความผูกพันกันอย่างรวดเร็ว
“ถ้าดินอยู่ด้วยก็คงจะดี”
มัฑณาวีพยายามปัดความคิดฟุ้งซ่านเหล่านั้นทิ้งไป และตั้งใจทำรายงานสรุปผลการตรวจสอบทุจริตการยักยอกเงินบริษัท ซึ่งมันก็เสร็จลุล่วงไปมากแล้ว
คาดว่าน่าจะทำเสร็จทันภายในวันนี้ พรุ่งนี้พวกเขาจะเข้าออฟฟิศก็จะได้อ่านรายงานของเธอได้ทันที เธอนั่งทำงานจนลืมกว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปสองทุ่ม เวลาทำงานมัฑณาวีมักจะทุ่มเทจนลืมเวลาแบบนี้เสมอ
ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงกุกกักอยู่ภายนอก และได้ยินเหมือนเสียงคนพูดคุยกัน มันจะเป็นไปได้ยังไงก็ในเมื่อพนักงานคนอื่น ๆ กลับกันไปหมดแล้ว มีแต่เธอเท่านั้นที่ยังนั่งทำงานอยู่จนดึกจนดื่น แล้วเสียงที่ได้ยินคือเสียงของใคร ความกลัวแล่นเข้ามาเกาะกุมหัวใจ แต่ไม่ว่ายังไงก็คงต้องออกไปดูให้รู้ว่าใครกันที่เป็นผู้บุกรุก และมาทำอะไรดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







