LOGINมัฑณาวีมองหาสิ่งที่มีอยู่ในห้องทำงานเพื่อเอามาเป็นอาวุธ และก็เลือกแจกันดอกไม้พร้อมกับเดินออกจากห้องไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“นั่นใคร! เข้ามาทำอะไรที่นี่”
สามหนุ่มต่างก็พร้อมใจกันหันกลับไปมอง แล้วก็ต้องอมยิ้มกับภาพของหญิงสาวยืนถือแจกันเตรียมฟาดใครก็ตามที่บุกรุกเข้ามา เป็นภาพแปลกใหม่ที่พวกเขาไม่เคยพบมาก่อน แต่ก็เป็นภาพที่น่ารักดี
มัฑณาวีถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าใครคือผู้บุกรุก
“พวกคุณเองเหรอคะ มัทตกใจหมดเลยนึกว่าใครบุกรุกเข้ามาตอนดึกแบบนี้ ทำไมมาดึกจังคะ”
“รู้ด้วยว่ามืดค่ำแล้วแต่คุณก็ยังไม่ยอมกลับบ้าน ผมคงต้องมอบโล่พนักงานดีเด่นให้คุณแล้วล่ะ” ภูมิระพีเอ่ย
“มัทเร่งทำรายงานให้คุณติณณ์อยู่ค่ะ เสร็จพอดีเลย แล้วพวกคุณมาทำอะไรกัน”
“พิซซี่กับลียาโทรหาผมถามว่าคุณอยู่กับผมหรือเปล่า เพราะพวกเขาติดต่อคุณไม่ได้เลย พอดีเราสามคนอยู่ด้วยกันก็เลยตัดสินใจมาดูเผื่อว่าคุณจะยังอยู่ที่นี่”
“มัทมัวแต่ทำงานเพลินจนลืมชาร์ตแบตโทรศัพท์มือถือ ป่านนี้สองคนนั้นเป็นห่วงแย่แล้ว”
“ผมบอกเขาแล้วว่าผมจะมาตามหาคุณเอง”
“มัททำรายงานเสร็จแล้วนะคะ จะดูกันเลยไหมคะ” สามหนุ่มหันมาสบตากันก่อนจะพยักหน้า
“ถ้าคุณไม่เหนื่อยจนเกินไป” ภูมิระพี่เอ่ย
“ไม่เหนื่อยค่ะ แต่มัทหิว ๆ จนแสบท้องไปหมดแล้ว เราสั่งพิซซ่ามากินกันดีไหมคะ”
“ผมจัดการเองครับ” อาทรรีบดำเนินการแทนทุกคน
ระหว่างที่ภูมิระพีและอาทรกำลังนั่งอ่านรายงานของหญิงสาวอยู่นั้น ติณณภพเลือกที่จะแยกตัวมาคุยกับมัฑณาวีตามลำพังที่มุมห้อง ไม่ได้เห็นหน้าเพียงสองวันไม่รู้ทำไมถึงได้คิดถึงเธอนัก ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะคิดถึงใครได้มากถึงเพียงนี้
“กินด้วยกันสิดิน นาน ๆ กินทีก็อร่อยดีเหมือนกัน”
“ผมกินมาแล้ว”
“กินเป็นเพื่อนมัทหน่อยนะ มัทกินคนเดียวไม่หมดหรอก”
เธอหยิบพิซซ่าส่งให้เขาพร้อมกับเอ่ยถาม “อาการของพ่อคุณเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง”
“ก็เริ่มดีขึ้นแล้ว”
“แล้วเรื่องที่คุณสงสัยล่ะเป็นจริงไหม”
“หมอตรวจพบสารบางอย่างในร่างกายของพ่อ ซึ่งมันมีผลทำให้พ่ออ่อนเพลีย ตาพร่ามัว และไม่มีแรง”
“มีคนวางยาพ่อของคุณจริง ๆ เหรอ”
“น่าจะเป็นอย่างนั้น พวกผมคิดว่าเป็นฝีมือเมียใหม่ของพ่อ แต่เรายังไม่มีหลักฐาน ตอนนี้พ่อย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านแล้วเพื่อล่อให้คนทำผิดลงมืออีกครั้ง ผมตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่บ้านพ่อชั่วคราว เพื่อหาหลักฐานมัดตัวคนทำและจะได้ดูแลความปลอดภัยของพ่อด้วย นี่ผมก็แอบซ่อนกล้องภายในบ้านเพิ่มอีกหลายจุดโดยไม่มีใครรู้ ถ้ามีการลงมืออีกครั้งเราก็จะมีหลักฐานมัดตัวคนทำ”
“ดีแล้วที่คุณตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่กับพ่อ และอย่าลืมใช้โอกาสนี้พูดคุยปรับความเข้าใจกับท่านนะคะ”
“เลอะเทอะหมดแล้ว” ติณณภพยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู พร้อมกับเอื้อมมือไปเช็ดซอสมะเขือเทศที่มุมปากของหญิงสาว
“อย่ากินอาหารผิดเวลาแบบนี้อีกนะ มันไม่ดีกับสุขภาพรู้ไหม”
“เวลาทำงานมัทมักจะเพลินจนลืมเวลาแบบนี้เสมอ”
“ขอโทษที่ขัดจังหวะ แต่ผมอยากรู้ว่าเรารู้ตัวคนทำหรือยัง” ภูมิระพีเอ่ยถาม หลังจากที่เขาและอาทรเดินมาสมทบกับสองหนุ่มสาว
“ตามความเห็นของมัท คุณอารีย์เป็นคนตบแต่งบัญชีเพื่อปกปิดร่องรอยของการทุจริตที่เกิดขึ้น หลายครั้งที่เธอทำการโอนเงินเพื่อชำระค่าสินค้าครั้งละหลายล้านบาท แต่กลับไม่มีสินค้าเหล่านั้นอยู่ในสต๊อก มัทโทรไปตามเบอร์ที่ระบุในเอกสารปรากฏว่าหมายเลขโทรศัพท์นี้ถูกยกเลิกไปแล้ว บริษัทก็ถูกปิดไปแล้ว และมีการเบิกจ่ายเงินให้คุณอดิศรหลายครั้ง ๆ ละหลายแสน โดยระบุว่าเป็นค่าจัดเลี้ยงลูกค้าวีไอพี และยังตรวจพบการทุจริตในการจัดซื้อสินค้าเข้าบริษัท ด้วยการเพิ่มราคาสินค้าต่อชิ้นให้สูงขึ้นเพื่อกินส่วนต่าง จุดนี้หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน เราคงต้องเรียกพวกเธอมาสอบสวนเพื่อสืบหาความจริง”
“ผมว่าต้องมีใครสั่งการให้คุณอารีย์ทำ และคงเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่อดิศร”
“มัทก็คิดอย่างนั้นนะดิน เพียงแต่ว่ายังไม่มีหลักฐานยืนยันความผิดที่ชัดเจนของคุณอดิศร ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณอารีย์จะยอมเปิดปากซัดทอดถึงตัวผู้บงการ”
“ผมว่าเราคงต้องตามตัวอารีย์และหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อมาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้”
“คุณอาทรช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ด้วยนะครับ ส่วนคุณก็กลับบ้านพร้อมกับผม” ภูมิระพีเอ่ย
“มัทขับรถมาค่ะ”
“ก็จอดทิ้งไว้ที่นี่ มืดแล้วเดี๋ยวผมจะไปส่งคุณเอง แล้วพรุ่งนี้เช้าก็จะขับรถไปรับคุณที่บ้าน เราจะได้มาทำงานพร้อมกัน”
“ไม่เห็นต้องทำให้ยุ่งยากเลย มัทมาเองได้มัทก็กลับเองได้”
“ไม่ยุ่งยากสักนิด ผมยินดีบริการ ถือเป็นสวัสดิการจากเจ้านายที่อยากจะขยับไปอยู่ในฐานะอื่น”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีคำว่าแต่ครับ ผมอยากให้มั่นใจว่าคุณจะกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย และอยากยืดเวลาให้เราได้อยู่ใกล้ชิดกันออกไปอีกนิด”
“งั้นก็ตามใจค่ะ”
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







