Se connecter“พลับจีน.. ใช่จริง ๆ ด้วย”
“...”
“จำฉันได้ไหม เฟญ่าไง”
คนถูกทักนิ่งเงียบไป มองหน้าหญิงสาวที่เข้ามาทักนิ่ง ใบหน้าชาวาบพร้อมกับหัวใจที่เต้นถี่ขึ้น ทำไมเขาจะจำเธอไม่ได้
เรียกได้ว่าจำได้ขึ้นใจเลยต่างหาก...
“กลับกันไหมพลับ”
ดูจากสีหน้าของพลับจีนน่านน้ำก็พอรู้แล้วว่าตอนนี้เพื่อนของตัวเองกำลังรู้สึกไม่ดีอยู่แน่ ๆ ต่างจากหญิงสาวที่กำลังยกยิ้มร่า ทว่าสายตาของเธอจ้องพลับจีนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
น่านน้ำไม่ได้สนใจอาหารตรงหน้าที่เพิ่งกินไปได้ไม่ถึงครึ่ง ตอนนี้ความรู้สึกของพลับจีนสำคัญที่สุด ครั้นเห็นพลับจีนยังคงนั่งนิ่ง ก็รีบลุกขึ้นไปจับมือให้เดินหนีออกมาไม่ลืมที่จะจ่ายเงินให้พนักงานโดยที่ไม่รอเงินทอน
“จะรีบไปไหนล่ะ? ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยหรือไง” ไม่วายเฟญ่ายังเดินตามออกมาติด ๆ
“พอดีพวกเรามีธุระต้องไปทำต่อครับ” น่านน้ำหันหลังกลับมาตอบกลับอีกฝ่าย
“นายเป็นใคร ฉันไม่คุยกับนายนะ”
“รู้ครับ แต่ดูเหมือนพลับจะไม่อยากคุยกับคุณเหมือนกัน”
เอาว่ะ! ที่ผ่านมายอมคนอื่นมาตลอด ครั้งนี้เขาต้องออกตัวปกป้องเพื่อนบ้าง แม้จะแอบหน้าชานิดหน่อยกับคำพูดของผู้หญิงตรงหน้า
“เฮอะ! หรือว่าลืมฉันไปแล้วล่ะพลับจีน ลืมด้วยหรือเปล่าว่าแกกับน้องของแกทำอะไรไว้กับฉัน”
น่านน้ำหันหน้ามองพลับจีนที่ยังคงยืนนิ่งไม่พูดไม่จา ไม่แม้แต่จะหันกลับมา ทั้งที่ปกติแล้วเพื่อนของเขาไม่ใช่คนกลัวคน กล้าเผชิญหน้ากับคนอื่นมากกว่าเขาเสียอีก แต่ทำไมกับเธอคนนี้พลีบจีนถึงได้ดูอึดอัดใจ ราวกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก สีหน้าก็ดูไม่ค่อยสู้ดี แล้วที่เธอพูดถึงพลับจีนกับน้องหมายความว่ายังไง พลับจีนไปทำอะไรให้ น้องล่ะ.. เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพลับจีนมีน้อง
“ไปกันเถอะพลับ”
ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดอะไรต่อ น่านน้ำรับลากพลับจีนออกมาทันที ของขวัญวันเกิดที่จะให้พลับจีนช่วยเลือกคงต้องเอาไว้วันอื่น เพราะตอนนี้ดูแล้วคงไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรต่อ
ภายในรถยังคงเงียบมาตลอดทาง น่านน้ำลอบมองพลับจีนอยู่เป็นระยะด้วยความเป็นห่วง ก่อนหน้านี้ตอนไปรับที่ทำงานก็ดูมีเรื่องหนักอกหนักใจอยู่แล้ว อุตส่าห์พาไปหาอะไรกินเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น แต่ใครก็ไม่รู้มาทำให้พลับจีนกลับมาคิดมากแบบนี้อีก
“พลับ.. โอเคไหม”
พลับจีนสะดุ้งเล็กน้อย ครั้นน่านน้ำวางมือลงบนหลังมือตนเอง กระนั้นถึงได้รู้สึกเจ็บขึ้นมาเพราะเผลอจิกเล็บลงบนมือตัวเองจนมีได้เลือด
“...” พลับจีนส่ายหน้าไปมา อยากปฏิเสธออกไปอยู่หรอก ทว่าเห็นสายตาเป็นห่วงเป็นใยของน่านน้ำแล้วก็โกหกไม่ลง
“พอจะมีเวลาไหม”
“อือ”
“ไปขับรถเล่นกัน”
รอยยิ้มเล็ก ๆ ของน่านน้ำทำพลับจีนอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้เจอน่านน้ำ ดีใจที่เราได้เป็นเพื่อนกัน แม้น่านน้ำไม่ได้พูดอะไรมากมายแต่กลับกุมมือพลับจีนข้างที่มีแผลจากรอยเล็บเมื่อครู่เอาไว้ไม่ยอมปล่อย
เมื่อเส้นทางถูกเปลี่ยนพ้นตัวเมืองมานิดหน่อย น่านน้ำจึงลดกระจกรถลงเพื่อรับลม เหลือบมองคนข้าง ๆ ที่มองไปนอกรถ แม้จะมีคำถามมากมาย แต่ก็ไม่กล้าถามออกไป ไม่อยากทำให้พลับจีนรู้สึกไม่ดีหากต้องรื้อฟื้นเรื่องที่ไม่อยากเล่า
เรื่องราวมากมายที่พลับจีนเก็บเอาไว้พรั่งพรูถาโถมเข้ามาราวกับตอกย้ำว่าทุกอย่างที่ผ่านมาเป็นเรื่องจริงไม่ใช่ความฝัน ทั้งที่คิดว่าหนีออกมาไกลมากแล้ว แต่ความจริงโลกนี้ทั้งกลม ทั้งแคบ ต่อให้หนีไปไกลสุดขอบฟ้าความจริงก็จะยังไล่ตามติดเขาอยู่ดี เช่นเดียวกับใครบางคนที่ต่อให้หนีไปไกลแค่ไหน วันหนึ่งก็อาจบังเอิญเจอกันอีกครั้ง อย่างเช่นวันนี้
.
.
10 ปีที่แล้ว
“รีบเก็บเสื้อผ้าเร็วเข้าพลัม เราต้องรีบไปจากที่นี่”
“แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนกันพี่พลับ เราไม่มีเงิน”
“พี่มี.. รีบเก็บของเถอะ”
เสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุดถูกยัดใส่กระเป๋าสะพายเก่า ๆ หนึ่งใบ พลับจีนร้อนรนรีบพาน้องสาววัยสิบขวบออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทางหนีทีไร่ที่พลับจีนทำเอาไว้ตอนนี้ได้ถูกใช้เป็นทางผ่านให้เขาออกจากขุมนรกนี่สักที
“ตามจับพวกมันมาให้ได้!!”
เสียงแหลมตะเบ็งสั่งลูกน้องราวห้าคนให้ออกตามหาตัวพลับจีนและลูกพลัม หญิงวัยกลางคนยืนหอบหายใจใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอไม่มีทางปล่อยให้เด็กสองคนนั้นหลุดรอดออกไปจากที่นี่ หากจับตัวกลับมาได้เธอจะโบยให้หลังลายทั้งพี่ทั้งน้องเลยคอยดูเถอะ
พลับจีนพาลูกพลัมลัดเลาะมาตามทางป่ากล้วยด้านหลัง ถึงแม้เขาจะอายุเพียงสิบหกปีแต่เรื่องเอาตัวรอดพลับจีนคิดว่าตัวเองทำได้ ขอแค่ไม่หวาดกลัวจนเกินไป เป้าหมายเดียวของเขาตอนนี้คือการพาน้องสาวหนีไปจากที่นี่ หนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
เสียงฝีเท้าที่วิ่งตามไล่หลังมาทำให้พลับจีนต้องพาน้องสาวเข้าไปแอบให้โพลงหญ้าใกล้สระน้ำ เพื่อรอให้ชายฉกรรจ์คนนั้นวิ่งผ่านไปก่อน เพราะลำพังหากมีแค่ตัวเขาคนเดียวเขาสามารถลัดเลาะวิ่งหนีไปได้ แต่นี่มีลูกพลัมอยู่ด้วยเขากลัวว่าน้องจะวิ่งตามไม่ทัน แต่ก็ไม่ได้ชั่งใจเสียทีเดียวเขายังมีแผนสำรองเอาไว้ ยังไงเสียวันนี้เขาก็ไม่ยอมโดนจับได้และกลับไปอยู่ที่นั่นแน่
“ฟังพี่ให้ดีนะพลัม วิ่งไปตามทางเรื่อย ๆ แล้วจะเจอโพลงหญ้าแบบนี้อยู่ฝั่งซ้าย แอบอยู่ตรงนั้นห้ามออกมาเด็ดขาด แล้วพี่จะรีบตามไป”
“จะให้พลัมทิ้งพี่พลับเหรอ ไม่เอานะ” เด็กหญิงเริ่มใจเสีย น้ำตาคลอหน่วยด้วยความหวาดกลัว
“ไม่พลัม เราจะหนีไปด้วยกัน เชื่อใจพี่นะ พลัมแค่วิ่งไปให้เร็วที่สุด ทำได้ไหม”
“อึก พลัมกลัว”
“ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการกลับไปอยู่ที่นั่น” พลับจีนยังคงพูดหนักแน่น ใช่ว่าเขาเองจะไม่กลัว แต่หากให้มาอ่อนแอตอนนี้จะทำให้ลูกพลัมใจเสียยิ่งกว่าเดิม อย่างน้อยพี่ชายอย่างเขาก็ควรเป็นที่พึ่งให้เธอ “ไม่มีเวลาแล้วพลัม รีบไป วิ่งให้เร็วที่สุด แล้วอย่าหันกลับมามอง เข้าใจไหมพลัม”
“พี่พลับต้องรีบมานะ อึก.. ต้องมาหาพลัมนะ”
“อืม พี่สัญหาพี่จะรีบตามไป”
ลูกพลัมพยักหน้ารับทั้งน้ำตา เธอไม่อยากให้ความตั้งใจของพี่ชายสูญเปล่า เธอเชื่อว่าพลับจีนจะไม่ผิดสัญญา
เด็กหญิงลุกขึ้นเดินออกไปตามริมสระ เมื่อเห็นว่าทางสะดวกจึงรีบวิ่งไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามที่ชายบอก เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไปให้ถึงจุดหมาย
ทางฝั่งพลับจีน ครั้นเห็นน้องสาววิ่งออกไปไกลแล้วจึงรีบทำลายโพรงหญ้าที่ตัวเองทำเอาไว้ เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาชัดขึ้น ทำให้พลับจีนต้องวิ่งไปตามริมสระน้ำ
“เฮ้ย! มึงหยุดวิ่งเดี๋ยวนี้นะไอ้เด็กเหี้ย”
ยังดีที่อย่างน้อยชายฉกรรจ์ที่ตามมามีเพียงคนเดียว เพราะคนอื่น ๆ คงแยกกันไปหาคนละทาง ต่อให้พลับจีนจะตัวเล็กกว่าแต่เขาคิดว่าคงพอสู้ได้
ด้วยความยาวของขาที่ต่างกันทำให้พลับจีนวิ่งไปได้ไม่ไกลอีกฝ่ายก็ตามมาทัน ร่างเล็กถูกรวบเอาไว้ด้วยลำแขนแข็งแรง พลับจีนพยายามดิ้นสุดแรงแต่ก็เป็นผล จึงใช้ฟันกัดต้นแขนจนโดนสะบัดล้มลงไปกองอยู่บนพื้นดิน ครั้นจะวิ่งก็ถูกกระชากข้อเท้ากลับมา เพราะขนาดตัวที่ต่างกันทำให้พลับจีนมีแรงไม่มากพอ
และแน่นอนว่าเมื่อหมามันจนตอก มันต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอดอยู่แล้ว ต่อให้ไม่อยากทำแต่พลับจีนก็ไม่มีทางเลือก เพราะทางเลือกเดียวของเขาคือการหนีไป
กรรไกรเล่มขมที่เหน็บอยู่ตรงกระเป๋าถูกหยิบออกมาแทงเข้าที่แขนชายฉกรรจ์ ก่อนจะถูกถอนออกมา แม้ว่าแผลนั่นจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บมากเพียงใด แต่ดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ พลับจีนจึงต้องแทงไปที่ขาข้างหนึ่งอีกครั้ง พร้อมกับลุกขึ้นถีบชายร่างใหญ่ให้ตกลงไปในสระน้ำ อย่างน้อยก็คงพอถ่วงเวลาให้เขาได้วิ่งไปถึงลูกพลัมได้
เขาไม่มีเวลามานึกกลัวหรือตกใจกับสิ่งที่ตัวเองทำ เพราะสิ่งเดียวที่ต้องนึกถึงคือน้องสาว พลับจีนออกแรงวิ่งไปตามทางเร็วที่สุด โดยไม่สนเลยว่าขาของตัวเองจะมีรอยถลอกเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
“พลัม ลูกพลัม” เสียงเรียกของพลับจีนทำให้เด็กหญิงรีบคลานออก เธอโผเข้ากอดพี่ชายทั้งน้ำตา
“พลัมกลัว ฮือออ”
“ไม่เป็นไรนะ พี่มาแล้ว เรารีบไปกันเถอะ”
“แต่ขาพี่พลับ”
“พี่ไม่เป็นไร ไปเถอะ”
“ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการกลับไปอยู่ที่นั่น”
tbc.
คุยกับนักเขียน
ชีวิตพลับจีนคือเจอเรื่องห่าเหวมาตั้งแต่เด็ก กว่าจะโตมาได้ขนาดนี้ผ่านเรื่องราวมาสารพัด คนที่ดีกับพลับจีนที่สุดก็คงมีแค่น่านน้ำคนเดียวจริง ๆ โธ่ลูกเอ้ยยย
ตอนไหนที่พ่อกับแม่เป็นห่วงลูกที่สุด?เป็นคำถามที่เคนไม่เคยถามตัวเอง และไม่เคยรู้มาก่อน จนกระทั่งได้เป็นพ่อคนถึงได้รู้ว่าเวลาลูกต้องห่างออกไปจากอกเราจะเป็นห่วงและกังวลมากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง ยามที่อยู่กับเรา เรายังสามารถดูแลเขาได้ แต่เมื่อเขาต้องไปใช้ชีวิตตามช่วงวัยโดยที่ไม่มีเราอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา คนเป็นพ่อเป็นแม่ถึงได้นึกเป็นกังวล เป็นห่วงจนไม่เป็นอันกินอันนอนเคนแอบมาร้องไห้ในห้องน้ำคนเดียว เพราะพรุ่งนี้ลูกชายต้องไปโรงเรียนวันแรก ความกังวลใจเกิดขึ้นมากมาย กลัวว่าลูกจะเข้ากับเพื่อนไม่ได้ กลัวว่าเพื่อนจะรังแก กลัวว่าคุณครูจะใจร้าย กลัวว่าลูกจะใช้ชีวิตเองไม่ได้ก๊อก ก๊อก ก๊อก!“พี่เคน เป็นอะไรหรือเปล่า”พลับจีนออกมาตามเคนที่ชั้นล่าง เพราะนอน ๆ อยู่เคนก็บอกว่าจะมาเข้าห้องน้ำ แต่กลับลงมาชั้นล่างทั้งที่ในห้องก็มีห้องน้ำอยู่ในตัว หายไปนานหลายนาทีก็ยังไม่กลับขึ้นมาแกร๊ก!เสียงปลดกลอนประตูดังขึ้น พร้อมกับประตูที่ค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นร่างชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าที่ยืนตาแดงก่ำ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา“เป็นอะไรครับ ร้องไห้ทำไม” พลับจีนเอ่ยถามด้วยความตกใจ“พี่เป็นห่ว
หลังจากผ่านพ้นงานวันเกิดลูกชายไปเมื่อห้าเดือนที่แล้ว เคนก็เสนอให้พลับจีนทำขนมมาขายที่ร้าน โดยมีน่านน้ำเป็นคนช่วยอีกแรง มีการปรับปรุงต่อเติมแยกออกมาเป็นเหมือนคาเฟ่เล็ก ๆ ข้าง ๆ ร้านอาหาร ยกเคาน์เตอร์บาร์มาไว้ที่นี่ ส่วนในร้านก็เพิ่มโต๊ะเพื่อรองรับลูกค้ามากขึ้น พนักงานเสิร์ฟลาออกเพราะเรื่องส่วนตัวกระทันหัน วันนี้เคนเลยมาช่วยงานที่ร้าน ส่วนเด็ก ๆ ก็ไปอยู่กับคุณปู่คุณย่า หากพามาที่นี่มีหวังไม่เป็นอันทำอะไรน่านน้ำปลีกตัวไปช่วยเคนรับออร์เดอร์ ส่วนพลับจีนช่วยพนักงานจัดการพวกเครื่องดื่ม เพราะเพิ่งต่อเติมได้ไม่นาน เรื่องของพนักงานเลยยังไม่ลงตัว ตอนนี้ได้มีการประกาศรับสมัครไปแล้ว ระหว่างนี้เจ้าของก็ต้องมาช่วยงานไปก่อนพลับจีนคิดว่าที่ลูกค้าได้เยอะแบบนี้คงเป็นเพราะทำเลที่เคนเลือกดี ป้ายหน้าร้านก็เด่นหรา ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องเห็น แถมระแวกนี้ ไม่มีเสียงรบกวน เหมาะแกการนั่งทานอาหารชิล ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ อัปลงโซเชียลในช่วงเช้าพวกกาแฟกับขนมจะขายดี ตอนเที่ยงพวกพนักงานหรือคนที่สัญจรไปมาก็จะแวะพักทานข้าว ตกเย็นก็จะมีเด็กวัยรุ่น หนุ่ม ๆ สาว ๆ มานั่งเล่นทุก ๆ วันที่พลับจีนได้เห็นภาพนี้ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย
23 เมษา ชื่อร้านอาหารที่ถูกตั้งขึ้นโดยพลับจีน หลังจากได้ร้านอาหารมาพลับจีนก็ใช้เวลาคิดอยู่ไม่นานก็ได้ชื่อร้านมา ตั้งตามวันเกิดของมาวิน เพราะไม่ว่าอ่านชื่อร้านกี่ครั้งก็จะมีเราทั้งสามคนรวมอยู่ในนั้น มันอาจจะดูลึกซึ้งนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้เข้าใจยากเลยสักนิดเปิดร้านมาได้สามดือนกว่า ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางจนคล่องมือ เคนจ้างพนักงานให้มาคอยช่วยที่ร้าน อีกทั้งยังมีเชฟชื่อดังถึงสองคน นับวันลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น พลับจีนก็ไม่เคยขี้เกียจเลยสักวัน หลังจากส่งเคนไปทำงานแล้ว ก็พาลูกชายมาที่ร้านอาหารขลุกตัวอยู่ที่นี่ทั้งวันจนเลิกงานเคนถึงมารับภายในร้านยังมีมุมเล็ก ๆ ไว้ให้พลับจีนได้นั่งวาดภาพเล่นตามที่เจ้าตัวชอบ เคนทำทุกอย่างไว้ละเอียดตามที่สเก็ตช์ภาพเอาไว้จริง ๆ ส่วนมาวินก็มีเพื่อนเล่นถึงสองคน นอกจากมีคุณแล้วยังมีมีเธอ ลูกชายคนเล็กของน่านน้ำที่มีอายุห่างกับมาวินเพียงปีเดียว แม้ว่ามาวินจะอายุมากกว่ามีเธอ แต่มีเธอมีศักดิ์เป็นพี่เพราะพ่อของมีเธอเป็นพี่ชายของพ่อมาวิน แบบนี้จึงเหมือนกับว่ามาวินเป็นน้องเล็กสุดพี่ชายคนโตอย่างมีคุณนอกจากจะพาน้องเล่นแล้ว ยังต้องคอยดูแลน้อง ๆ ไปด้วย กระนั้นก็ยังมีน่านน้ำที่เป
คืนวันผ่านไป ย่างเข้าปีที่สองของอายุลูกชาย เด็กน้อยในวันนั้น ตอนนี้เดินเตาะแตะได้แล้ว แถมยังกินเก่งขึ้นทุกวัน คนเป็นพ่อก็ดูจะเห่อลูกยิ่งกว่าเดิม เมื่อก่อนเคนไม่เคยเข้าใจคินทร์เลยว่าทำไมต้องตามใจลูกทุกอย่างขนาดนั้นไม่ว่าลูกอยากได้อะไรก็หามาให้ พอเจอกับตัวถึงได้รู้ว่าไม่ใช่แค่สิ่งของที่ให้ได้เพราะแม้แต่ชีวิตก็ยอมแลกมันเพื่อลูกได้เช่นกัน“มาวินของป๊า”พอชีวิตเริ่มมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เคนจึงผันตัวจากคนรักอิสระมาเป็นหัวหน้าอย่างแท้จริง ผับ Black butterfly ถูกปิดเป็นตัวลง แม้ว่าธุรกิจจะรุ่งเรือง แต่เคนคงทำต่อไม่ได้ คงไม่มีเวลามากพอเข้าไปดูแลที่นั่น เหลือเพียงร้านอาหารที่ขยายสาขาไปแล้วถึงห้าจังหวัดคนที่บอกว่าไม่อยากทำงานบริษัท ไม่อยากรับช่วงต่อจากที่บ้านตอนนี้กลับเริ่มเรียนรู้งานจากพี่ชาย อย่างน้อยก็เป็นอีกทางที่ทำให้มีรายได้อย่างมั่นคง และตอนนี้กำลังวางแผนจะสร้างร้านอาหารให้พลับจีน ซึ่งเป็นความฝันของที่เจ้าตัวเคยพูดเอาไว้กับน้อง เคนเลยอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความฝันนั่นสำเร็จ“น้ำครับ”“ขอบคุณครับ”ร่างสูงอุ้มลูกชายเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะรับแก้วน้ำจากคนรักพร้อมทั้งโน้มไปหอม
ตื่นเช้ามาพลับจีนก็เห็นเคนกำลังนั่งทำอะไรสักอย่างที่ตู้เสื้ออยู่นานสองนาน ก่อนจะเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา ออกมาก็ตรงไปที่เคนนั่งอยู่“ทำอะไรอยู่ครับ”ครั้นลุกขึ้นเดินไปดูก็เห็นว่าอีกคนนั่งดูรูปคู่ของเจ้าตัวกับเพื่อนสนิท หรือที่ไม่เคยพูดคำนั้นออกมาเลย เพราะยังไม่ลืมรักแรก เผลอ ๆ คงยังรักอีกฝ่ายอยู่หรือจริง ๆ เขาไม่ควรหวังอะไรไปตั้งแต่แรก ในเมื่อเคนก็เคยพูดว่าจะทำหน้าที่พ่อให้ลูก มันก็คงจะแค่นั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นได้คนตัวเล็กเดินกลับไปอุ้มลูกชายที่ตื่นแล้วลงไปด้านล่าง ปล่อยให้เคนมองตามหลัง เมื่อรู้สึกตัวก็รีบตามลงมา“พลับ”“หิวแล้วครับ รบกวนตั้งโต๊ะให้หน่อย”พลับจีนอุ้มลูกมานั่งที่โต๊ะกินข้าว เลิกเสื้อขึ้นเพื่อให้ลูกกินนม ส่วนตัวเองก็นั่งรอเคนเอาข้าวต้มที่ตื่นมาทำตั้งแต่เช้ามาให้คนที่รู้ตัวว่าทำให้อีกฝ่ายระแคะระคายใจพยายามที่จะอธิบาย ทว่าพลับจีนไม่แม้แต่จะมองหน้ากัน เพียงแต่ตักข้าวกินเงียบ ๆ ทั้งที่บอกว่าหิวแต่กินไปไม่กี่คำก็วางช้อนไปเสียแล้ว ก่อนจะอุ้มลูกชายไปอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เคนหยิบเอาถ้วยไปจัดการล้างเสร็จเรียบร้อยถึงได้ตามมานั่งอยู่ใกล้ ๆ“พลับ”“...”“เธอโกรธฉันเหรอ”“เปล
มาวิน เมธาวิน วิรุฬห์โยธิน เด็กน้อยที่เพิ่งลืมตาออกมาดูโลกเป็นวันแรกในวันที่ 23 เมษายน 2566 หลานชายคนที่สองของตระกูล ทุกคนดูจะเห่อหลานไม่ต่างจากคนแรก แม้แต่มีคุณเองก็ดูจะตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตัวเองได้น้องชาย จะได้มีเพื่อนเล่นเพิ่มตั้งแต่ออกจากห้องคลอดพลับจีนก็สลบไสลไปเพราะความเจ็บ โดยที่มีพ่อของลูกนั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง ฝ่ามือใหญ่วางลงบนหน้าท้องพลับจีนแผ่วเบาเกลี่ยนิ้วลูบผ่านเสื้อ น้ำตาเอ่อรื้นขึ้นมาด้วยความสงสาร แผลผ่าคลอดคงทำให้พลับจีนเจ็บมากถึงได้นอนหลับไปนานจนพยาบาลเอาลูกมาให้ พลับจีนก็ยังไม่ตื่นขึ้นมา“คืนนี้เดี๋ยวน่านเฝ้าพลับให้เองครับ”“ไม่เป็นไร เฮียอยู่ได้ เฮียอยากอยู่กับพลับ”“เอางั้นเหรอครับ แล้วเฮียจะดูลูกได้เหรอครับ”“อือ พยาบาลสอนไว้แล้ว เฮียทำได้”“ก็ได้ครับ แต่ถ้าไม่ไหวรีบโทรหาน่านนะ”“ครับ”น่านน้ำนึกเป็นห่วง ไม่รู้ว่าเคนจะทำได้อย่างที่พูดจริง ๆ หรือเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากขัดใจคนเป็นพ่อ“งั้นกลับกันก่อนดีไหมครับป๊าม๊า พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”“ถ้าอย่างนั้น ป๊ากับม๊ากลับก่อนนะเคน”“ครับ”“พรุ่งนี้ปู่กับย่ามาหาใหม่นะครับมาวิน”หญิงชราเอ่ยกับหลานชายด้วยใบหน้าอิ่มเอ
ตั้งแต่รู้ว่าเคนเป็นเจ้าของผับ Black butterfly ก็กลายเป็นว่าพลับจีนได้เจอบ่อยขึ้น ทั้งที่ทำงานที่นี่มาตั้งนานแต่ไม่เคยเจอกันมาก่อนเลยสักครั้ง ครั้นอยากหลบหน้าก็ทำไม่ได้ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นเจ้านายของตัวเองสืบเนื่องจากเหตุการณ์ครั้งที่แล้วที่โดนวางยา ผู้จัดการที่ได้รับคำสั่งมาอีกทีให้พลับจีนหยุดรับลู
เจ้าของร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาล-ทองราคาแพงจากแบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศ ความนุ่มของมันทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าเหลือเชื่อ ศีรษะทุยเอนพิงไปกับพนักโซฟา หลับตาลง คิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ หลายสิ่งที่เขายังไม่เข้าใจ และยังหาคำตอบไม่ได้ปกติแล้วเคนมักจะหลับนอนที่ชั้นบนสุดของผับตัวเอง
“ลองชิมดูไหมครับ”“ไม่ ฉันท้องเสียขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ”คนฟังกลอกตามองบน พลางถอนหายใจออกมาอย่างเอือม ๆ ไม่ชิมก็ไม่ต้องชิมสิ ไม่เห็นต้องพูดอะไรแบบนี้ เขาไม่ได้บังคับสักหน่อยหลังจากเล่นกับเด็ก ๆ มาเกือบสองชั่วโมง พลับจีนจึงขอไปช่วยทำมื้อเย็นในครัว เคนที่ไม่รู้ว่าจะไปไหนก็เลยทำได้แค่เดินตามมาเงียบ ๆ
ภายในรถเงียบสนิทไม่มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคน จนกระทั่งรถเลี้ยวมาจอดหน้าร้านขายของชำที่พลับจีนเองก็เคยมาอยู่หลายครั้ง“ลงสิ”พลับจีนหันมองเจ้าของรถด้วยความสงสัย ทว่าไม่ทันได้ถามอะไรอีกฝ่ายก็ลงจากรถไปเสียแล้ว ดวงตากลมกลอกมองบนพลางเป่าลมออกจากปากจนผมหน้าม้าเสียทรงร่างสมส่วนเดินตามหลังค







