Masukณัชรินทร์ส่ายหน้าระรัว หลับตาปี๋เมื่อรับรู้ถึงนิ้วแข็งแรงที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ เขาสัมผัสตัวตนของเธอผ่านกางเกงชั้นใน ลูบแตะมันช้าๆ แต่เชื่อไหมว่าสร้างแรงกำหนัดอัดแน่นในร่างนี้เหลือเกิน
เลฟได้ใจเมื่อเห็นแม่สาวร่างเล็กหลับตาปี๋และบิดร่างไปมาด้วยความเสียวสะท้าน จากที่เพียงลูบแตะที่เนินเนื้ออวบอูมก็กลายเป็นถูไถแรงขึ้น จนณัชรินทร์ครางอืออาไม่เป็นภาษา เขาจับขาหล่อนให้ตั้งชันไว้ ก่อนจะเลิกชายกระโปรงไปกองที่สะเอว ความงดงามที่ถูกซ่อนไว้ใต้กางเกงชั้นในตัวจ้อยจิ๋วช่างน่าปรารถนายิ่ง เขาไม่รอช้า โน้มหน้าลงไปหา พาริมฝีปากไปจุมพิต ทั้งอ้าปากงับเอาความอวบอูมนั้น กางเกงชั้นในสีขาวสะอาดเริ่มเปียกชื้นด้วยการกระทำของเขา พอๆ กับเสียงหอบหายใจหล่อนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“ให้ตายสิ! ไม่เคยรู้สึกอยากมีเซ็กซ์กับใครมากขนาดนี้มาก่อน ฉันคงตายแน่ๆ ถ้าไม่ได้เข้าไปอยู่ในตัวเธอ ฉันจะเล่นกับเธอให้หนำใจ จะจูบ จะเลียทุกส่วนบนร่างนี้ จะดมให้กลิ่นเธอติดจมูกไปสามวันสามคืนเลย”
ณัชรินทร์ได้แต่กลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ คำพูดเขาทำไมทำให้ร่างกายเธอสั่นสะท้านได้นะ มันรู้สึกเหมือนถูกกระตุ้นด้วยยาปลุกเซ็กซ์ทีเดียว
เลฟดึงกางเกงตัวเล็กจ้อยออกมาตามเรียวขา หมายว่าจะพาปากลงไปสัมผัสกลีบสาวที่ยังเบียดชิดราวกับดอกไม้ตูมเต่ง เขากรีดนิ้วผ่านรอยแยกอันชุ่มฉ่ำที่กำลังรอตัวตนเขาให้เข้าไปเติมเต็ม ความรู้สึกเหมือนพบเจออาหารจานหายากแต่ไม่อาจจ้วงชิมอย่างตะกละตะกลาม เขาพยายามใจเย็นอยู่ เขาจะละเลียดชิมหล่อนอย่างช้าๆ ดูดชิมลิ้มรสหล่อนให้รู้ซึ้งถึงรสชาติอันหวานหอม จะไม่ยอมให้ความดิบเถื่อนในร่างนี้ทำลายความสดใหม่จนยับเยินจนสิ้นรสแห่งพรหมจรรย์อย่างแน่นอน
ปลายนิ้วเรียวของเลฟสอดแทรกเข้าสู่ร่องรูอันเล็กจ้อย ณัชรินทร์บิดร่างไปมาเมื่อสิ่งแปลกปลอมคืบคลานเข้าสู่ร่าง เธอส่ายหน้าระรัวเมื่อรับรู้ถึงนิ้วอันแข็งแรง หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน ทั้งกัดฟันแน่นหนึบ ทุกการกระทำของเลฟล้วนอยู่ในสายตา ไม่ไหวแล้ว มันเจ็บแปลบแต่ก็เสียวประหลาด มันรู้สึกคับตึง จนอยากให้เขาทำอะไรสักอย่างให้เธอหายจากอาการที่เป็น
“อ๊ะ!”
“ชู่ว์...ใจเย็นๆ ที่รัก นิ้วของฉันไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย ยังมีให้เธอได้ตื่นตะลึงมากกว่านี้ เชื่อฉันสิ หึๆๆ”
ณัชรินทร์หายใจไม่ทั่วท้อง เสียงหัวเราะของเลฟช่างฟังดูเจ้าเล่ห์นัก เขายังเล่นกับส่วนนั้นของเธอ สอดนิ้วเข้าๆ ออกๆ เร็วบ้างช้าบ้างสลับกัน ร่างกายเธอเริ่มมีปฏิกิริยา มันรู้สึกวูบวาบชอบกล เส้นขนบนร่างลุกซู่ชูชัน บางคราก็ทนไม่ไหว ส่งเสียงครางอย่างน่าละอาย
แล้วพอเธอส่งเสียงคราง เลฟก็ยิ่งได้ใจ เขาโน้มหน้าลงไปหาส่วนนั้นของเธอ จ้องมอง ลูบแตะ และกำลังจะใช้ปลายลิ้นไล้เลีย
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูทำเอาเลฟต้องเม้มปากแล้วหลับตาแน่นหนึบ ทำไมเสียงเคาะประตูบ้าๆ นั่น ต้องมาดังขึ้นในตอนนี้ทุกที
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง
“บอสครับ ผมเอง”
เลฟจำต้องดึงชายกระโปรงของณัชรินทร์ลงมาเมื่อได้ยินเสียงฟีโอดอร์
ณัชรินทร์ถอนหายใจอย่างโล่งอก พวงแก้มที่แดงเถือกค่อยๆ ลดระดับลงมา เลฟยังมองเธอสลับกับบานประตู ก่อนที่เขาจะโน้มหน้าลงมาอีกครั้ง แล้วกดจูบลงมาแรงๆ บดบี้ขยี้ปากให้สมกับการที่เขาต้องละทิ้งสิ่งที่ต้องการ เธอไม่ได้อยากลุ่มหลงในจูบของซาตาน ทว่าเมื่อความหวานของปลายลิ้นแตะต้องสัมผัสกัน สำนึกส่วนดีใดๆ ก็หายไปชั่วพริบตา เธอเผยออ้าริมฝีปากให้เขา ยอมให้เขาจูบแต่โดยดี จุมพิตครานี้ช่างหวานหอมยิ่งนัก
ก๊อกๆๆ
สองมือของเลฟผละจากแก้มของณัชรินทร์ ปลายนิ้วโป้งลูบไล้ที่ริมฝีปากล่างของหล่อนอย่างแสนเสียดาย
“ถ้าไม่ใช่ฟีโอดอร์ อย่าหวังว่าฉันจะหยุด เธอทำให้ฉันคลั่งได้ยังไงนะชาช่า”
คนถูกถามได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธ เธอไม่ได้ทำอะไรเลย เธอแค่นั่งโง่ๆ ให้เขาจูบเอา...จูบเอา!
เลฟลงจากเตียงตรงไปที่ประตู กระชากมันออกอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
“ถ้าเรื่องที่จะรายงานไม่สำคัญละก็ นายโดนดีแน่”
ฟีโอดอร์ทำตาโตแต่ไม่ได้นึกกลัวแม้แต่น้อย กับเจ้านายผู้นี้ เขาเป็นทั้งเจ้านาย เป็นเพื่อนต่างวัย และเป็นเหมือนคนในครอบครัวก็ว่าได้
“ลูก้ากลับมาแล้วครับ พร้อมกับมิสพาขวัญ”
“อะไรนะ? ยัยขวัญเหรอ เจอน้องฉันแล้วใช่ไหม!”
บุรุษทั้งสองหันมองคนบนเตียง เลฟเดินกลับไปหาหล่อน ปลดเอาสายโซ่ออกจากข้อมือข้างหนึ่งให้ แต่ปากยังเอ่ยกับฟีโอดอร์
“ลูก้าไม่เป็นไรใช่ไหม”
“ครับบอส”
เขาพยักหน้าเมื่อได้รับคำตอบ ลูก้าเป็นมือขวาของเขา หากทุกสิ่งในคฤหาสน์หลังนี้เรียบร้อยลงได้ด้วยการจัดการของฟีโอดอร์ เมื่ออยู่นอกรั้วคฤหาสน์ ทุกสิ่งที่เขาสั่ง ย่อมเรียบร้อยลงได้ด้วยมือของชายที่ชื่อลูก้า
“ปล่อยสิ! อีกข้างน่ะ อีกข้าง!”
เธอท้วงเมื่อเขาไม่ยอมปลดพันธนาการที่ร้อยรัดข้อมือข้างขวา
“อยู่นี่ อย่าไปไหน นอนพักซะ” เขาสั่งแล้วโน้มร่างไปหากระต่ายน้อย ดึงเอาสายสร้อยที่รอบคอหล่อนมาครอบครอง
“อย่านะ! เอาสร้อยฉันคืนมา!”
“ขอยืมก่อน”
“นี่! สัญญาสิว่าจะไม่ทำอะไรน้องสาวฉัน เลฟ!?”
ณัชรินทร์ร้องเสียงขรม กลัวว่าเลฟจะทำอะไรพาขวัญเข้า
“ต้องดูก่อนว่าน้องเธอรู้เรื่องเพชรหรือเปล่า และถ้ารู้แล้วตุกติกละก็ คงเหลือแค่ศพกลับเมืองไทยละชาช่า”
คนถูกขู่อ้าปากค้าง เขาพูดเล่นใช่ไหม เขาไม่ทำจริงๆ หรอกน่า
“เลฟ! ขอร้อง...ได้โปรด...”
“ฉันไม่ใช่คนดีเลยลูก้า ฉันร้ายกาจที่สุด”“แน่นอน แต่ฉันเอาคืนเธอเรื่องนั้นไปแล้ว เรา...หายกันดีไหม”“หายกันเหรอ”“ใช่...เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ ฉันไม่รู้ว่าจะรักเธอได้ไหม เพราะฉันก็ไม่เคยรักใคร ความรักมันห่างไกลตัวฉันมาก แต่ฉันจะเรียนรู้มันกับเธอนะ ขออย่างเดียว ขอให้เธอซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ของเรา มีแค่ฉัน มองแค่ฉัน อย่าหักหลังฉัน เท่านั้นก็พอ”“แน่นอนค่ะลูก้า ฉันจะรักษาไว้ให้ดี ทั้งแหวนวงนี้ แล้วก็...คุณ”เหมือนคำสัญญาสาบาน ตราบใดที่เธอยังได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆ เขา เธอจะทำทุกอย่างเพื่อเขาและลูก จนกว่าจะถึงวันที่เขาไม่ต้องการเธอลูก้ายื่นมือลงมาหา เธอวางมือเธอใส่มือเขา ให้เขาดึงเธอขึ้นจากผืนเสื่อ ก่อนที่เขาจะพาเดินเข้าบ้าน ทุกจังหวะการก้าวเดิน เธอประคองท้องกลมโต ในขณะที่ทุกจังหวะการก้าวเดินของเขา ประคองร่างเธอไว้ ไม่ให้ล้มลงไปเพราะแรงดูดของผืนทรายท่ามกลางสายลมและคลื่นทะเล หนุ่มสาวคู่หนึ่งประคองกันเดินขึ้นจากหาด ในขณะที่อีกคู่ ยืนมองแล้วยิ้มยินดี“คุณว่าพวกเขารักก
ลูก้ายืนอยู่ไม่ไกล เหมือนเขาจะตามเธออยู่ เขาควรไปตามดูเจ้านายสิ จะมาตามเธอทำไม“กลับกันเถอะ ลมมันแรงแล้วนะ” เขาชวน“อีกนิดน่า ให้พระอาทิตย์ตกดินก่อน เด็กๆ ยังไม่ขึ้นบ้านเลย” บอกเขาแล้วมองไปยังเด็กๆ ทว่ามาดามกลับกำลังปัดเศษทรายออกจากแข้งขาของเด็กน้อยแล้วพาจูงมือขึ้นบ้านไป“นั่นไง ขึ้นบ้านกันแล้ว เราก็ขึ้นบ้างเถอะ”เธอทำหน้ายุ่งเมื่อเขาสั่ง ก็ยังอยากดูพระอาทิตย์ตกนี่นา“โอ๊ะ! เจ็บ! โอย...” แรงบีบรัดที่น่องขวา ทำเอาเธอเกือบพาร่างทรุดลงผืนทราย ดีที่ลูก้าอุ้มไว้ทัน“เจ็บท้องเหรอ!”“ไม่! ตะคริวน่ะ ขาฉัน!” พอร้องบอก เขาก็อุ้มเธอไปยังเสื่อที่มาดามทิ้งไว้ สองมือเพียรนวดท่อนขาให้อาการเธอทุเลา เธอเจ็บมาก พักนี้มันเป็นบ่อยตอนกลางคืน และเธอต้องต่อสู้กับมันเพียงลำพัง“โอ...ดีขึ้นเยอะเลย”“เธอต้องไปหาหมอหรือเปล่า”“ไม่ต้อง มันเกิดขึ้นได้ พักนี้เป็นบ่อย ตอนกลางคืนที่อากาศเย็นๆ น่ะ”“แล้วเธอทำยังไง”
“อะไรกันชาช่า เมื่อคืนไม่พอเหรอ อยากเล่นสนุกอีกแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่น่า ทำไมคุณหื่นตลอดเลยนะ”“ต้องหื่นให้เสมอต้นเสมอปลายสิ หื่นเป็นพักๆ เดี๋ยวเมียไม่ร้ากกก”จุ๊บๆๆๆเสียงจุ๊บดังขึ้นรัวๆ ณัชรินทร์จุ๊บปลายคางเขาอย่างเอ็นดู“ไม่หื่นก็รัก แต่หื่นก็ดี บอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ต้องลดนะคะ”“นั่นไง ว่าแล้วเชียว ทำไมคุณน่ารักอย่างนี้นะชาช่า ถอดดีกว่า ถอดเสื้อเร็ว จัดกันสักรอบแล้วค่อยลงไปกินมื้อเช้า”“ไม่เอาน่า เดี๋ยวมันนาน”“ไม่นานหรอก นะๆๆ” แล้วเลฟก็จับมือเมียไปทาบกับเป้ากางเกง เมียรักส่ายหัวรัวๆ เหมือนจะปฏิเสธ แต่มือนี่ลูบเจ้าเลฟน้อยไม่หยุดเลย“คุณจะทำให้เราสาย”“จะสายสักเท่าไหร่กัน อควาเรียยังไม่เปิดหรอกน่า อีกอย่าง นั่งเรือข้ามไปฝั่งโน้นแค่ไม่กี่นาทีเอง” เลฟออดอ้อน หอมแก้มเมีย จุ๊บปากเมียแล้วซุกจมูกคมๆ ลงกับซอกคอหอมกรุ่น ก็อยากทำต่อ ก็อยากจับเมียเปลื้องผ้า แต่ว่า...“แม่ค้าบ!! เฉ็จอ๊ะยัง ลุกซ์เฉ็จแล้ว
เลฟลุกมายืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เปิดตู้แล้วแลหากางเกงว่ายน้ำ ทว่ามีแต่สีทึมทึบที่ใส่จนเบื่อแล้ว “เอ...ของอเล็กเซย์ยังมีไหมนะ” ว่าพลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของอเล็กเซย์ มีกางเกงว่ายน้ำสีสันสดใสอยู่หลายตัว“ต้องอย่างนี้สิ เผื่อเป็นอะไรอยู่กลางทะเล จะได้หาเจอง่ายๆ”เลฟยิ้มอย่างนึกสนุก ดึงกางเกงว่ายน้ำสีส้มแสบทรวงมาสวม เขาออกจากห้องมา เดินลงมาข้างล่าง เสียงคลื่นยิ่งชัดเจน ฟีโอดอร์ตื่นแล้ว ตื่นเช้าเสมอเลย“อรุณสวัสดิ์ครับบอส กาแฟสักแก้วดีไหม”“ก็ดีนะ ว่าแต่...บ้านเรามีเซิร์ฟบอร์ดหรือเปล่า”“เซิร์ฟบอร์ด?”“ใช่ อเล็กเซย์เคยมีนี่นา ไม่ได้เอามาด้วยเหรอ”“ไม่ครับ ที่นี่คลื่นไม่แรงพอจะเล่นเซิร์ฟได้”“เอ้า...แย่จริง”“บอส...อยากเล่นหรือครับ”“ใช่”“แต่ว่า...”“อะไร?”พอเห็นหน้างงๆ ของคนเป็นเจ้านาย ฟีโอดอร์ก็ไม่คิดเอ่ยสิ่งที่รู้ออกมา“ไม่มีอะไรครับ จะไปเ
...........ตอนพิเศษเลฟ & ชาช่า...........เหนือหัวเตียงของณัชรินทร์คือหน้าต่างบานใหญ่ เธอชอบห้องนี้เพราะพอเปิดหน้าต่างไว้แล้วลมเย็นๆ จะพัดเข้ามา มันได้ยินเสียงคลื่นด้วย เสียงคลื่นทำให้เธอหลับสบาย แถมดวงจันทร์วันนี้ก็กลมโตเชียว ถ้าปิดไฟในห้อง แสงจันทร์ข้างนอกคงสาดส่องเข้ามา ที่นี่บรรยากาศดีมาก ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือต้องส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนทุกเช้า แม้ว่าเรือของเราจะขับอย่างปลอดภัย แต่เธอก็ยังกังวลเลฟบอกว่าจะหาครูมาสอนให้ เรียนที่บ้านก็ดี แต่มันออกจะเกินไปหน่อย เธออยากให้ลูกๆ พบเจอผู้คนมากกว่าอุดอู้อยู่ในบ้าน ยิ่งสมัยนี้ผู้คนไม่ได้ใจดีทุกคน ก็อยากให้ลูกเรียนรู้ จะได้มีประสบการณ์มากพอในการรับมือกับคนที่เข้ามาในชีวิตวันนี้เธอส่งลูกเข้านอนแต่หัววัน ในห้องของคนเป็นย่า ห้องเด็กที่เลฟจัดไว้ให้ สองแสบเลยได้ใช้แค่ตอนไปอาบน้ำแต่งตัว มาดามคนงามสดใสขึ้นมากเมื่อมีหลานอยู่ใกล้ๆ เธอเลยปล่อยเต็มที่ และรู้สึกว่ามีอิสระเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวตั้งแต่ลูกไม่ติดแม่ แต่ไปติดย่าแทน“
“ลูก้าล่ะ” ณัชรินทร์ถามเมื่อลูก้าไม่ยอมเดินตามมา“ไม่รู้สิ ไปเข้าห้องน้ำมั้ง”ตอบพี่แล้วแลหาเขา ทว่าไม่เจอ ทำไมหายตัวเก่งจังนะ“เขาดีกับเธอไหม”“อือ...ดี...พี่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ใช้ชีวิตของพี่ไปเถอะ ฉันโอเค”“ขอให้จริง ถ้าเขากล้าทำร้ายเธอละก็ พี่จะฆ่าเขาเอง”คนเป็นพี่ชูหมัดให้น้องดูว่าเอาจริง ให้ลูก้าทำร้ายเมียกับลูกสิ เธอนี่แหละจะเอาปืนยิงหัวให้กระจุยเลย เธอยิงปืนแม่นนะ อย่าลืม“จ้า...คุณนายมาเฟียนี่โหดจริงๆ”“พูดจริงนะ ไม่ได้ล้อเล่น พ่อของลูกเธอน่ะ ต้องโดนหนักๆ”“ก็ว่าไป เขาก็ดีของเขาแล้วพี่ ไม่ได้รักกันชอบกัน เขายังช่วยฉันขนาดนี้”“ไม่ช่วยก็เรื่องของเขาสิ พี่เลี้ยงหลานได้น่า ตอนเจ้าแฝดคลอดน่ะ เธอยังช่วยเลี้ยงเลย เป็นเธอที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนมให้ เลี้ยงหลานแค่คนเดียว สบายเลย พี่เลี้ยงได้แน่”“จ้าๆๆ คุณนายเลี้ยงได้ ฉันรับรู้แล้ว โอเคไหม”“โอเค! ถ้าเขารังแกเธอ ถ้าเขาทำให้เธอเจ็
เจ้าลุกซ์รับคำ เลนี่วิ่งไปหาพี่ชาย ช่วยดึงแขนเจ้าเด็กพุงพลุ้ยให้เข้ามาชิดถนนฝั่งขวา ก่อนจะโดนรถเฉี่ยวเอาพาขวัญสลับมือที่ใช้หิ้วของกิน เธอซื้อมามากโข ก็ช่วงนี้ไม่ได้ทำงาน ซื้อของกินไปเก็บไว้สักมื้อสองมื้อ จะได้ไม่ต้องลงมาซื้อบ่อยๆ เดินอีกไม่กี่สิบเมตรก็ถึงตึกที่เธอเช่าอยู่ ทุกอย่างยังเหมือ
พาขวัญมองคุณพ่อบ้านอย่างตำหนิ เธอยังอยากสานสัมพันธ์กับผู้มาใหม่นี่นา ไม่แน่ว่าเขาอาจจะพาเธอออกไปจากที่นี่ โดยที่ ‘เพชรของเธอ’ ยังอยู่ครบก็ได้“ไม่เอาน่าฟีโอดอร์ นายจะเข้มงวดอะไรนักหนา เลฟไม่อยู่ซะหน่อย แล้วฉันก็ไม่ได้จะทำเรื่องไม่ดี ฉันแค่อยากคุยกับเพื่อนใหม่ก็แค่นั้น อย่าให้ฉันโมโหแล้วเผลอเล่าเรื่
“อย่านะเลฟ...อย่า...”“ชู่ว์...คราวนี้หนีฉันไม่พ้นหรอกชาช่า มาดูซิว่าสาวพรหมจรรย์จะรสชาติดีสมคำร่ำลือหรือเปล่า หึๆๆ”“อย่านะ! ฉันรู้นะว่าคุณโรคจิตแค่ไหน อเล็กซ์บอกฉันหมดแล้ว คุณชอบทรมานผู้หญิง...บนเตียงนี่!”“อา...เอาแล้วไง เขาไม่ใช่น้องที่ดีนะ เธอว่าไหม” เขาลุกจากฟูกนุ่มไปยืนข้างเตียง สองมือดึงเสื
เสียงอะไรสักอย่างกระแทกหมอนนุ่มฟูของเลฟ ณัชรินทร์ชักมึนศีรษะ เมื่อกี้นั่นแขนหรือขากันนะที่ผลักร่างเธอลงมา“จาทิ้งกันเหรอ ห้าม! ห้ามเลย เราต้องดื่ม เอื๊อก! ดื่มให้หมดขวด! อึกๆๆ”แล้วอเล็กเซย์ก็ยกขวดเหล้ากระดกอึกๆ ณัชรินทร์ปรือตามอง อยากจะยกขวดขึ้นดื่ม แต่ทำไม่ได้ แขนมันหนักอึ้งไม่ต่างจากกระบอกตา เธอ







