LOGINวิญญาณหนุ่มลอยตัวไปมา ตั้งท่าจะลองยื่นมือไปแตะบานประตูอยู่หลายหน ทว่ายังไม่ทันจะตัดสินใจได้ เสียงกลไกปลดล็อกจากด้านในก็ดังขึ้น ทำให้เขาจำต้องล่าถอยกลับเข้าสู่มุมมืดมุมเดิมไปก่อน
"อ๊าย ฉดฉื่นนนน~"
เสียงหวานใสดังนำ ก่อนที่อึดใจต่อมาร่างอรชรจะเดินนวยนาดตามหลัง ในสภาพที่ทำเอาสิ่งที่แอบเร้นกายอยู่ ณ มุมหนึ่งของห้องถึงกับตาลีตาเหลือก ยกมือขึ้นตะปบปิดปาก
หนึ่งเพื่อป้องกันเสียงที่อาจเผลอทำเล็ดลอด และสองคือตรวจเช็กว่าจมูกของเขายังอยู่ดี ไม่มีของเหลวอะไรไหลออกมา แต่เอ๊ะ เขาตายไปแล้วนี่หว่า มันจะมีเลือดออกมาได้ไง
ผีหื่นพยายามสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านอย่างหนัก แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาสติที่มีอยู่น้อยนิดก็กระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทางพร้อมกับมือที่ร่วงผล็อยตกลงมาอยู่ข้างลำตัว
เมื่อมองเห็นผ้าขนหนูสีเหลืองนวลที่เคยพันรอบกายของเจ้าของห้อง ลอยละลิ่วเฉียดใบหน้าเขาไปเพียงนิด ก่อนจะหล่นลงพาดอยู่บนพนักของโซฟาในเวลาต่อมา
เดี๋ยวนะ ถ้าผ้าขนหนูอยู่นี่ แล้วเธอเอาอะไรนุ่งวะ
และเมื่อวิญญาณหนุ่มหันไปมองคำตอบเต็ม ๆ ตา ร่างก็ถึงกับซวนเซ เสียหลัก
มะ..แม่ แม่เจ้าโว้ยยย #@%$^%&^%*& (#%@$
ปึก!
เสียงข้างของหล่นทำเอาคนที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะของเพลงที่ร้องฮัมสะดุ้งโหยง เอี้ยวหน้าไปมองด้านหลังพลางรูดเสื้อยืดตัวโคร่งที่คาอยู่รอบคอให้สวมลงคลุมร่างเปลือยเปล่า
พลันคิ้วเรียวก็เลิกสูง แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ หลังพบว่าต้นตอของเสียงนั้นมาจากกล่องทิชชูซึ่งมีร่องรอยของการแกะใช้งาน
"แต่เอ๊ะ เราใช้มันไปแล้วเหรอ ทำไมจำไม่เห็นได้ แล้วอีกอย่างนะ แกหล่นลงมาได้ยังไงก่อน?"
ยิ่งเพ่งมองจุดที่เคยวางสลับกับจุดที่มันนอนแอ้งแม้งอยู่ ณ ปัจจุบัน วรัชญาก็ยิ่งขมวดคิ้วงุนงง เพราะทิชชูที่ไหนมันจะบินได้ สไลด์จากโต๊ะมาตกอยู่กลางห้องไกลเป็นเมตร
ครั้นพอนึกถึงความเป็นไปได้อีกหนึ่งอย่างเธอก็ถอนหายใจพรืด กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง สีหน้าเหนื่อยล้าเต็มประดา
"นี่~ ว่านเพิ่งเข้ามาอยู่ได้วันแรกเองนะ ขนของมาเหนื่อยมาก ๆ ด้วย ไม่แกล้งกันไม่ได้เหรอ นะ ๆ ถ้าทำดีอยู่กับอย่างสงบสุข เดี๋ยวพรุ่งนี้จะแวะไปทำบุญกรวดน้ำให้ โอเคไหม?"
ถามว่าเธอหวังใจจะให้บรรดาผี ๆ เข้าใจในสิ่งที่เธอพูดทั้งหมดไหม ก็ไม่ถึงขนาดนั้น เพราะเธอเองก็พอเข้าใจธรรมชาติของสิ่งเหล่านี้อยู่บ้าง
บางตนพูดง่าย ที่มาวอแวเพราะแค่อยากได้ส่วนบุญ ขณะที่บางตนโนสนโนแคร์ ฉันแค่อยากมาหยอก มาแสดงอิทธิฤทธิ์เล่นไปวัน ๆ
แถมที่นี่ก็คงจะชุมน่าดู เพราะเล่นเอาเธอขนลุกขนชันได้นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าผ่านเข้ามา ดังนั้นกึ่งหนึ่งจึงเธอทำใจเอาไว้แล้วว่าคงไม่แคล้วถูกรบกวน เพียงแต่จะมาบ่อยแค่ไหนเท่านั้นเอง
แต่เธอขอเว้นวันนี้สักวันได้มะ การเดินทางตามล่าหาหอพักเล่นดูดพลังงานของเธอไปจนเกือบหมด ขนาดแค่รื้อของออกมาจัดเข้าตู้เธอยังทำไม่ไหว ฉะนั้นไหว้ล่ะ เธอต้องการพักผ่อนจริง ๆ
ฝากความในใจไปกับลมกับฟ้าเรียบร้อยแล้ว วรัชญาก็พาตัวเองคลานขึ้นเตียง ส่วนกล่องทิชชู...ฝากมันไว้ตรงนั้นไปก่อน เธอขี้เกียจเดินแล้ว
ไฟในห้องทยอยมืดดับ ขณะที่โคมไฟใกล้หัวเตียงเป็นสิ่งเดียวที่ถูกเปิดทิ้งไว้เยี่ยงทุกคืน
ดวงตาคู่สวยปรือมองตัวเลขที่ปรากฎบนหน้าจอเพียงนิดก่อนปล่อยให้ความง่วงงุนฉุดเธอลงสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง ไม่นานเสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็ดังลอยออกมาจากร่างเล็กที่นอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มผืนนุ่ม
ผู้บุกรุกรั้งรอกระทั่งแน่ใจแล้วว่าหญิงสาวหลับสนิทจึงคืบคลานออกมาจากที่ซ่อนตัว สองมือยังคงวางแปะอยู่บนใบหน้า หากแต่นิ้วมือกลับกางห่าง
ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะบังเอิญเห็นภาพยั่วเย้าอะไรเข้าอีก แต่เป็นเพราะตอนนี้เขายังคงสัมผัสได้ถึงความร้อนวูบวาบบนใบหน้าทุกอณู
จนวูบหนึ่งเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า ... หากเขามาเจอภาพนี้ตอนยังเป็นคนอยู่ ป่านนี้คงได้เกิดเหตุเลือดไหลนอง ท่วมเต็มห้อง!
หลังพ้นประตูห้องออกมาได้การจับจูงก็เปลี่ยนมาเป็นการโอบประคอง พาเดินเข้าลิฟต์ ซึ่งแม้วรัชญาจะพยายามขืนตัวแล้วบิดกายออกทว่าอีกคนก็มือเหนียวเหลือหลาย หากแต่สิ่งที่ทำให้เธอจำต้องหยุดกลับเป็นประโยคที่เขาโน้มเข้ามากระซิบข้าง ๆ หู“อย่าดิ้นแรงครับ เดี๋ยวลูกตกใจ”“ลูกเพิ่งเดือนกว่าเองมั้งคะ จะตกใจได้ยังไง”“นั่นไง แสดงว่ารู้ตัวมาก่อนใช่ไหมว่าหนูท้องน่ะ ทำไมไม่บอกพี่ละครับ”เท่านี้คนเผลอหลุดปากพูดเองก็รีบตะปบปิดปาก ครั้นพอสบเข้ากับแววตาระยับระยับของคนเจ้าเล่ห์เธอก็ค้อนขวับ“พี่หลอกให้หนูพูด”“พี่หลอกตอนไหน หนูหลุดพูดเองทั้งนั้น แล้วถามจริงเถอะ ถ้าไม่เพราะป้านิ่มไปบังเอิญเห็นไอ้นี่ในถังขยะเมื่อเช้าแล้วเอามาให้พี่ดู หนูคิดจะบอกพี่เมื่อไรกันฮึ”ณัฐวีร์ทำเสียงขึ้นจมูกใส่ นาทีที่รู้ว่าไอ้ขีดแดง ๆ สองขีดมันแปลว่าอะไร เขาถึงกับเข่าอ่อน ความรู้สึกมากมายตีรวนในช่องอก ทั้งดีใจที่กำลังจะได้เป็นพ่อคนทั้งห่วงใยว่าป่านนี้ว่าที่คุณแม่จะแอบไปเวียนหัวคลื่นไส้ที่ไหน ทั้งน้อยใจที่ทำไมรู้ผลแล้วเก็บเงียบ แถมยังออกจากบ้านไปก่อน ทิ้งไว้เพียงข้อความหนึ่งประโยคว่า ‘เจอกันที่ออฟฟิตนะคะ จุ๊บ’“หนูตั้งใจจะเก็บไว้เซอ
“เอ่อ ทะ..ท่านประธานคะ”วรัชญาร้องเรียกพลางพยายามบิดกายออก อีกฝ่ายกลับกระชับวงแขนแน่นขึ้นจนเธอนิ่วหน้า หายใจลำบาก“ไม่เอาคำนี้แล้ว”ไม่เอาคำนี้แล้วจะเอาคำไหน ถ้าจะเอาคำที่เรียกประจำ ช่วยรอตอนอยู่กันแค่สองคน ไม่ใช่อยู่กันทั้งแผนกแบบนี้ได้ไหมวรัชญาโอดครวญในใจแล้วแบะปากอยากจะร้องไห้ มือก็ลนลานตบเอวชายหนุ่มเป็นการใหญ่“พี่เลย์ ปล่อยหนูก่อนค่ะ มีอะไรค่อยกลับไปคุยกันที่บ้านนะ”เหมือนจะได้ผล คนใจร้อนยอมคลายวงแขนหากกลับยังโอบเธอไว้ไม่ยอมปล่อย ดวงตาแดง ๆ ฉ่ำรื้นไปด้วยน้ำตาจนคนถูกจ้องหัวใจหล่นวูบ ร้อนรนตามไปด้วย“พี่...”“เมื่อไรหนูถึงจะบอกพี่ครับ?”“คะ?”เห็นหญิงสาวหน้าฉงนอย่างไม่ได้แสร้งทำ ณัฐวีร์ก็พรูลมหายใจแรง แล้วยกสิ่งที่ทำให้เขามาหาเธอถึงที่นี่ ดึงเธอมากอดอย่างไม่แคร์สายตาใครขึ้นสูง“นี่ไง เมื่อไรจะบอกพี่ หรือต้องรอให้ถึงวันคลอดก่อน?”เท่านั้นเสียงอุทานก็ดังระงมอีกหน เพราะแม้จะมองเห็นเจ้าแท่งสีขาวคาดชมพูในมือของท่านประธานไม่ชัด ทว่าสองหูนั้นได้ยินคำพูดชายหนุ่มอย่างชัดเจน ไม่มีตกหล่นสักคำนานหลายวินาทีทีเดียวกว่าวรัชญาจะรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้เข้าที่ได้ และเมื่อตระหนักได้ว่าตอนนี้พ
สังสรรค์กันได้ราวสองชั่วโมงว่าที่คุณแม่ก็ขอตัวกลับไปก่อน ภายในร้านคนเริ่มบางตาจนเหลือเพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้น“พี่เลย์”น้ำเสียงอ่อนหวานและสัมผัสนุ่มนิ่มที่ขยับเข้ามาบดเบียดดึงให้ณัฐวีร์ละสายตาจากผืนน้ำสีเข้มมาหาคนของใจ ครั้นพอเห็นสิ่งที่รออยู่ รอยยิ้มที่มีก็กว้างจนเกือบถึงใบหู ลืมข้อกังขาในใจไปเสียสนิท“อะ อ้าม~”หญิงสาวทำเสียงน่ารักใส่ ชายหนุ่มเองก็เต็มใจอ้าปากรับข้าวเหนียวมะม่วงที่เธอบรรจงป้อนให้แล้วเคี้ยวช้า ๆ ราวกับต้องการดื่มด่ำกับความหวานหอมของมันจวบจนวินาทีสุดท้ายถึงค่อยกลืนมันลงไป“อร่อยใช่ไหมคะ?”“ก็โอครับ”“ตอบซะข้าวเหนียวมะม่วงน้อยใจเลย”วรัชญาท้วงปนหัวเราะคิกคัก“แต่แบบนี้แสดงว่าพี่เลย์ต้องเคยกินอันที่อร่อยกว่านี้มาสิคะ ที่ไหนอะ พาหนูไปกินบ้างสิ”“งั้นหนูก็ต้องกินตัวเองแล้วสิ”หญิงสาวนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งอย่างตั้งรับไม่ทัน ครั้นพอเข้าใจในมุกหยอดใบหน้าก็เห่อร้อนขึ้นมาทันควัน เธอผินหน้าหนีอย่างเขินอาย แต่เพียงครู่เดียวก็ถูกเขาจับหันให้กลับมารับจูบหนัก ๆ“ฮื่อ พี่เลย์ อายคนอื่นเขาค่ะ”ดวงตาคู่สวยถลึงดุ แต่คงเป็นเพราะตอนนี้มันซับสีแดงไปทั้งหน้าทั้งใบหู ภาพที่ออกมาจึงน่าเอ็นดูมาก
ลมทะเลพัดโบกจนผมเงาสลวยพลิ้วสะบัดหากผู้เป็นเจ้าของกลับไม่นึกรำคาญ ใบหน้าหวานเกลื่อนด้วยรอยยิ้ม สะท้อนถึงความสุขจนคนมองพลอยยิ้มไม่หุบตามไปด้วย“เอาอีกไหมครับ?”ณัฐวีร์เอ่ยถามเสียงหวาน แววตาเปี่ยมด้วยเอ็นดูขณะทอดมองคนข้างกายอ้าปากรับเอากุ้งเผาตัวที่เท่าไรเขาก็ไม่ได้นับเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ แก้มพองหญิงสาวยิ้มจนตาหยี พยักหน้าแรง ๆ แทนคำตอบว่าเอาเพราะปากไม่ว่าง เขาเลยหยิบตัวใหม่ขึ้นมาแกะรอโดยไม่สนใจเลยว่าตอนนี้ภาพตอนเขาเอาอกเอาใจแฟนสาวกำลังตกอยู่เป็นเป้าสายตากี่คู่ไม่สนใจด้วยว่าจะถูกมองว่าเป็นพวกคลั่งรัก เพราะที่เขาทำก็เพราะอยากทำ อยากเห็นคนที่รักมีรอยยิ้มและความสุข“อะ อ้า~”ทว่าในจังหวะที่ยื่นไปจ่อหลังจุ่มกุ้งตัวโตลงในน้ำจิ้มรสเด็ดที่หญิงสาวชื่นชอบแล้ว อีกฝ่ายกลับไม่ยอมอ้าปาก เธอคว้าหมับเข้าที่ข้อมือแล้วดันให้กุ้งย้อนกลับมาชิดปากของคนแกะแทน“ป้อนตัวเองบ้างสิคะ อย่ามัวแต่ป้อนหนู”“แต่พี่ไม่อยากกินกุ้งตัวนี้นี่ครับ พี่อยากกินตัวนี้มากกว่า”ประโยคแรกทำเอาใบหน้าหวานหงิกงอ แต่พอได้ยินประโยคหลังซึ่งมาพร้อมการตวัดเลียไปตามเรียวนิ้วและแววตาร้อนแรง หญิงสาวก็หน้าร้อนฉ่า ลนลานหดมือที่ถูกโจมตีแ
ตอนสองเท้าแตะพื้นที่สนามบินว่าตื่นเต้นมากแล้ว หากก็ยังเทียบไม่ติดเลยกับตอนได้เห็นที่พักเต็ม ๆ ตา“พี่เลย์ นะ..นี่ นี่คือห้องที่เราจะพักกันคืนนี้เหรอคะ?”วรัชญาเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจนักเพราะจำได้ว่าตอนกดจองมาเป็นห้องพักบนตึก ทว่ารถกอล์ฟของโรงแรมกลับพาพวกเธอมาส่งที่หน้าพลูวิลล่าติดริมทะเลครั้นพอได้คำตอบเป็นการพยักหน้าพร้อมผลักประตูอย่างเชื้อเชิญ เธอก็หวีดร้องออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่มือเรียวโยนกระเป๋าใบเล็กที่ถือติดมือทิ้งไว้ตรงโซฟาก่อนวิ่งเหยาะ ๆ ออกไปเกาะขอบระเบียง โอ๊ย สวยจัง สวยแบบไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดยังไงดีหญิงสาวระบายยิ้มกว้าง ดวงตาทอประกายระยิบระยับพอ ๆ กับผืนน้ำที่ต้องแสงสีส้มของดวงอาทิตย์ซึ่งคล้อยลงต่ำจนเกือบแตะเส้นขอบฟ้า ยามมีสายลมพัดเอากลิ่นอายมาปะทะผิวกายก็หรี่โค้ง สะท้อนถึงความสุขที่ล้นปรี่และยิ่งสุขขึ้นไปอีกเมื่อได้รับอ้อมกอดอบอุ่นจากคนด้านหลัง“เป็นไงครับ ที่รักชอบไหม?”“ชอบค่ะ ชอบมาก ๆ เลยค่ะ ว่าแต่พี่เลย์เอาห้องนี้มาได้ยังไงคะ หนูจำได้ว่าวันนั้นกดจองห้องอีกแบบ แถมพลูวิลล่าที่นี่ก็เต็มหมดเลยด้วย”“พี่ใช้เงินแก้ปัญหาครับ”ได้ยินแบบนั้นวรัชญาก็หัวเราะร่วน ณัฐวีร์เลย
หญิงสาวค้อนอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะโค้งตัวลงไปหาหน้าท้องที่บัดนี้นูนกลมจนสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า“โตวันโตคืนนะลูก โอ๊ะ!”ฉับพลันดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้าง ทอประกายวาววับเมื่อได้รับแรงแตะตอบกลับมา“นะ..น้อง น้องแตะว่านด้วยอะพี่หยี!”วรัชญาตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ ยอบกายลงนั่งประชิดหน้าท้องนูนแล้วพูดหยอกล้ออีกหลายคำ ซึ่งเธอได้การตอบกลับทุกคำ กระทั่งหนที่ห้าว่าที่คุณแม่ก็งอตัว ก้าวถอยเป็นเชิงว่าไม่ไหว“พี่จุก”“โอ๊ะ ขอโทษทีจ้ะ ว่านลืมคิดไป” วรัชญายิ้มแหย ยอมผละห่างหากแต่สายตายังคงไม่ละไปไหน “ว่าแต่ธุระหนนี้เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายจ๊ะ?”“ยังไม่รู้เลย รอลุ้นเอาวันคลอด”ว่าที่คุณแม่ตอบพลางลูบหน้าท้องนูนป่องอย่างทะนุถนอม น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความสุขจนคนฟังยังสัมผัสได้ พลอยทำให้วรัชญาเผลอเลื่อนมือขึ้นมาวางทาบบนหน้าท้องแบนราบของตัวเองด้วยเช่นกัน“หือ อย่านะว่าว่าน...”ยาหยีทำหน้าตื่นเต้น แต่เพียงไม่กี่วินาทีทุกความคาดหวังก็ถูกดับลงเมื่อวรัชญาอมยิ้มแล้วส่ายหน้า“ยังหรอกจ้ะ ว่านยังไม่พร้อม”พร้อมของเธอในที่นี้คือเพียบพร้อมด้วยทรัพย์สิน เวลา และวุฒิภาวะ เพื่อที่เจ้าตัวน้อยของเธอจะได้เติบโตขึ้นมาท
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






