LOGINเอเดียนอุ้มหญิงสาวเข้าไปในห้องน้ำ แล้ววางเธอลงอ่างสุดหรู และกระหน่ำรักใส่เธอในนั้นเป็นนาน ก่อนอุ้มออกมาต่อบนเตียง โรสไม่ได้กินอะไรเลย เธออ่อนแรงหิวโหย แล้วยังถูกใช้งานร่างกายเยี่ยงทาส แต่ก็นั่นแหละเขาจุดเมื่อไหร่ก็ติดไฟเมื่อนั้น เผาผลาญกายไหม้เป็นจุณ
บทรักมาราธอนทำให้สองกายอ่อนแรง ในอ้อมกอดกันและกัน ไม่มีลูกน้องคนไหนกล้าเข้าใกล้ห้องถ้าไม่ได้รับคำสั่ง แม่บ้านโรงแรมเตรียมอาหารเก้อตั้งแต่มื้อเช้า และต้องเตรียมมื้อเย็นใหม่อย่างรีบเร่ง หลังเอเดรียนเรียกสั่งด่วน เพราะโรสที่รักของเขาหิวจนเป็นตะคิว ดูจากร่างผอมบางจนเห็นซี่โครงแล้วเธอน่าจะไม่ได้กินข้าวมาหลายมื้อ
แต่ที่สั่งคือเกาเหลาข้าวเปล่าหนึ่งทัพพี และสลัดแซลมอนย่างหนึ่งชิ้น ตามด้วยแอปเปิลเพียงเสี้ยวเดียว เธอกินอย่างช้าๆ เคี้ยวละเอียดทุกคำ ดื่มน้ำเข้าไปอีกสองแก้ว แล้วนั่งลูบพุงบ่นว่ากินเยอะ ถ้าเธอเป็นคนควบคุมน้ำหนักขนาดนี้ แล้วที่เมาจนน็อกไปคืออะไร
เอเดรียนมองหญิงสาวอย่างเอ็นดู ทีแรกเขานึกว่าเธอจะสั่งอาหารที่หรูและแพงที่สุด เหมือนอย่างพวกผู้หญิงที่เคยพามา แต่โรสเลือกกินเท่าที่จำเป็น หรือไม่ก็อาจจะเป็นตารางลดน้ำหนักของเธอ
กินข้าวอิ่มแล้วสาวสวยก็ทำบึ้งตึงใส่เขา เพราะก่อนหน้านี้เธอกรีดร้องกับร่องรอยแดงช้ำรอบคอ คงต้องใช้ครีมปกปิดริ้วรอยเกือบครึ่งหลอด พยายามเอาชุดของตัวเองมาสวม แต่ชายหนุ่มยื้อแย่งบอกว่าสกปรก แล้วโยนลงชักโครกให้เปียก ตอนนี้เธอต้องใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของเขาไปพลางๆ
สักพักมาร์ตินก็เข้ามาพร้อมชุดสวย ยาคุมฉุกเฉินและยาแก้ปวดแก้อักเสบ โรสเร่งรีบกินยาสำคัญก่อนอย่างอื่น ในใจก็ภาวนาให้ไม่สายเกินไป อย่างน้อยครั้งหลังๆ เขาก็หลั่งข้างนอกบ้าง เธอทานยาแก้ปวดแก้อักเสบตามลงไปด้วย เพราะเจ็บระบมทั้งภายในและตามเนื้อตัว แล้วจึงเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ แต่งกายเรียบร้อยจึงออกมา บอดี้การ์ดหน้าคมยื่นเครื่องมือสื่อสารให้
"มือถือคุณครับ รปภ.เก็บมาจากโซฟา เมื่อคืนผมว่าจะเอามาให้แต่ไม่ทัน" ไม่ทัน เพราะถ้าเอเดรียนล็อกห้องแล้ว ทุกคนห้ามรบกวนเด็ดขาด
"ขอบคุณค่ะสุดหล่อ"
หญิงสาวยิ้มหวานแกล้งยั่วให้อีกคนหมั่นไส้ เธอเริ่มทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้แล้ว เพราะชีวิตต้องดำเนินต่อไป จากนี้ไปจะทำให้ผู้ชายคนนี้ได้เห็นว่าเธอสตรองแค่ไหน เงินของเขาไม่มีความหมายกับเธอหรอก
เอเดรียนตาเขียวใส่ลูกน้อง หมั่นไส้แค่ผู้หญิงของเขาทำปากหวานใส่ ก็ทำเป็นยิ้มเขินอยู่ได้ บอดี้การ์ดคนหล่อหุบยิ้มจากอาการขวยเขิน เปลี่ยนมากลั้นขำเจ้านายตัวเอง เขาถูกเธอคนนี้ร่ายมนตร์ใส่หรืออย่างไร ทำไมหนุ่มเพลย์บอยถึงได้ดูหลงและหวง อย่างที่ไม่เคยทำกับผู้หญิงคนไหน
"กลับออกไปได้มาร์ติน"
สั่งลูกน้องเสียงเข้ม ขัดเคืองใจไม่อยากให้เธอชื่นชมใครนอกเขาตัวเอง
"ยังกลับไม่ได้ค่ะ คุณไปส่งฉันหน่อยนะคะ"
ไม่พูดเปล่าเดินเข้าหา ทำท่าทีอ้อนวอนเขย่าแขนหนุ่มบอดี้การ์ด มาร์ตินถอยห่าง เพราะรู้ว่าเอเดรียนไม่ชอบ และก็จริงแววตาคมกริบแผ่รังสีเหี้ยมโหด
"ใครอนุญาตให้คุณไปไม่ทราบ"
ไม่ใช่คำถามแต่เขากำลังสั่งว่าเธอต้องอยู่ที่นี่ ถ้าเป็นสาวนางอื่นคงยิ้มร่า หรือทำท่าระริกระรี้ แต่โรสตวัดสายตาเหี้ยมยิ่งกว่าเข้าใส่ และทำให้หนุ่มผู้มีอำนาจสูงสุดสะดุ้งหน้าหงอลง
"คุณมีสิทธิ์อะไรมากักขังฉัน" เธอโต้กลับเสียงแข็ง
"ผม... ก็แค่... แค่มีเรื่องตกลงกับคุณก่อน"
พูดอย่างคนไม่มั่นใจในตัวเอง แบบนี้ใช่เอเดรียนหรือ? มาร์ตินสะใจเล็กๆ เจ้านายชอบเย้ยเขากับซันนี่เรื่องกลัวเมียนัก สุดท้ายตัวเองก็คงไม่พ้นเข้าสู่สมาคมพ่อบ้านใจกล้าเช่นกัน
"งั้นคุณพูดมาตอนนี้เลย" เธอจ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว
"ผมออกไปรอคำสั่งเจ้านายข้างนอกก่อนดีกว่านะครับ"
มาร์ตินโน้มศีรษะแล้วก้าวออกจากห้อง ยิ้มขำกับท่าทางของชายผู้ชายที่ไม่เคยแคร์ผู้หญิงคนไหน เปลี่ยนไปเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ใครกันนะที่เคยว่าพวกเขากลัวภรรยาเกินเหตุ แต่กับผู้หญิงที่เพิ่งรู้จักกันแค่คืนเดียวเป็นไปได้ถึงเพียงนี้
"ฉันจะแจ้งความดำเนินคดีกับคุณ โทษฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจ และจะปรึกษาทนายว่า จะเอาผิดข้อหาไหนได้อีกบ้าง"
โรสชิงพูดก่อนเมื่ออยู่กันตามลำพัง เอเดรียนมองสำรวจหญิงสาว ยืนสง่าหน้าเชิด น้ำหนักเสียงมั่นใจในตัวเองสูง เธอคนนี้ดูไม่ทำธรรมดา ต่างจากภาพผู้หญิงเมามายเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่เห็นก่อนหน้านี้ คงเป็นอาการของคนอกหัก หรือสะเทือนใจรุนแรงจากเรื่องอะไรสักอย่าง
คนตัวใหญ่เดินเข้าหาเพ่งมองสบตา จากที่ทำแข็งแกร่งตอนนี้แววตาหญิงสาวไหวระริก เธอใจสู้แต่ก็กลัวเขาเพราะสู้แรงไม่ได้
"ครั้งแรกอาจจะใช่ แต่ถ้าตำรวจรู้ว่าคุณเองก็ชอบใจ ตอนที่ขย่มบนตัวผมล่ะก็ คดีอาจจะพลิกได้นะ ผมคงต้องปรึกษาทนายส่วนตัวเหมือนกัน"
เอเดรียนกระตุกยิ้มอย่างมีชัย เมื่อเธอทำหน้าเหวี่ยง เพราะที่ชายหนุ่มพูดเป็นความจริง ในอ่างอาบน้ำนั่น เขายกตัวเธอกดกลืนส่วนแข็งแกร่ง และเธอก็โยนตัวเข้ากับมันอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ แต่นั่นเพราะเขาเริ่มก่อนนี่ ยังไม่ทันได้โต้เถียง สายเรียกเข้ามือถือของหญิงสาวก็ดังขึ้น
"ว่าไงคะเจ๊แซมมี่" หญิงสาวกล่าวทักถามสาวสองโปรดิวเซอร์ช่องรายการขายสินค้า
[โอ๊ยหล่อน เจ๊โทร.หาสายจะไหม้ จนตอนนี้เปลี่ยนตัวพิธีกรแล้ว] ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงโมโห
"พิธีกรอะไรหรือคะ โรสไม่มีคิวถ่ายรายการนี่หน่า"
[ก็ใช่ย่ะ แต่เป็นรายการของแม่บุษรินทร์ต่างหาก เจ๊ว่าจะให้หล่อนมาแทน ตอนนี้ได้มาช่ามาแทนแล้ว]
"แล้วทำไมต้องเปลี่ยนตัวบุษด้วยคะ"
โรสตกใจและแปลกใจมาก ปกติแล้วบุษรินทร์ไม่เคยขาดงาน เพราะต้องหาเงินตัวเป็นเกลียวส่งช่วยครอบครัวน้าสาว
[เจ๊ต้องถามหล่อนไหม ว่าแม่บุษรินทร์หนีหนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่]
"ห๋า... หนีหนี้อะไรกันคะ?! "
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







