LOGINอยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไง
หลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา
"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้
"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ"
"พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"
ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู
"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์"
"อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม"
เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว
"พี่รักทิพย์นะ"
เสียงบอกรักแผ่วเบา แต่กลับมีอานุภาพมหาศาลต่อใจดวงน้อย น้ำตาแต่ความตื้นตันรื้นขึ้นมา
"รักหรือคะ? "
มากมายคำถามในหัว รักจริงหรือ รักแค่ไหน รักเมื่อใหญ่ รักกว่าโรสหรือไม่ เธอยังไม่ไว้ใจและไม่เชื่อใจเขา ผู้ชายใจร้ายคนนั้นจะเปลี่ยนป็นคนละคนจริงหรือ
"ไม่เชื่อ! วันที่พี่ไล่ทิพย์ พี่ยังเปรียบเทียบทิพย์ไร้ค่ากว่าตุ๊กตาหมีเน่าอยู่เลย"
เธอย้อนคำพูด ทำกฤษณ์สะเทือนใจ เขาปากร้ายจังเลย ทำไมถึงคิดคำแบบนั้นขึ้นมาเหยียบย่ำจิตใจเมียได้ ทั้งที่ก่อนจะเกิดเรื่องจับตัวโรส เขาก็เริ่มมีใจให้เธอแล้ว
"ทิพย์จ๋า พี่ขอโทษ"
หน้าด้านเข้าไว้ไม่อด ถือคตินี้เผด็จศึกเธอก่อน ถ้าภรรยายอมอภัยเสีย พ่อตาก็คงหมดท่าที่จะกลั่นแกล้งให้เขานอนห้องหมาต่อไป ทางแม่ยายก็พร้อมกำราบสามีให้เขาอยู่แล้ว
"พี่กฤษณ์ปล่อยนะ อืม"
กฤษณ์ตะโบมจูบหนักหน่วง ไม่สนคำคัดค้าน
"พะ พี่ กฤษณ์ อา อย่านะ"
กางเกงชุดนอนเป็นสิ่งแรกที่ถูกจู่โจมถอดทิ้ง ใบหน้าคมซุกลงที่เกสรกลางกายของเธอ รัวลิ้นเข้าใส่ จนร่างเล็กอ่อนปวกเปียก ยอมให้สามีถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด แอ่นกายรับสัมผัสของเขาด้วยความถวิลหา
กลางความเป็นหญิงอันแสนบอบบางฉ่ำไปด้วยน้ำแห่งความปรารถนา ต้องการให้เขาเติมเต็มเป็นที่สุด คิดถึงร่างกายนี้ คิดถึงสามีของเธอ เขากำลังง้อ และเธอกำลังใจอ่อน
"ทิพย์จ๋า เมียพี่ คิดถึงรู้ไหมคนดี"
"อา พี่กฤษณ์"
จะง้อสำเร็จหรือไม่ไว้ทีหลัง เพราะเวลานี้สามีก็เข้ามาในกายเธอแล้ว กระแทกกระทั้นเข้าใส่ จนหญิงสาวครางไม่เป็นภาษา เพราะเขารู้ว่าคนอ่อนหวานอย่างเธอ เร่าร้อนบนเตียงแค่ไหน รู้ว่าทิพย์อาภาพร้อมจะตอบสนองเขาทุกเมื่อ เพราะเธอรักเขา
"ดีไหม บอกพี่สิทิพย์ คิดถึงไหมหืม? "
"ค่ะ พี่กฤษณ์คะ อา เสียวจัง" กฤษณ์ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเขาต้องการเธอ จากการมาทนอยู่ที่บ้าน
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เสียงในห้องยังดังไม่หยุด เกรียงไกรเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องอย่างแค้นใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ กว่าจะเอะใจย่องลงมาดูที่ห้องลูกเขย ก็มาได้ยินเสียง ฟาดฟันกันออกรสออกชาติเสียแล้ว กลัวลูกสาวอายเลยต้องปล่อยไป ไม่ได้ตั้งใจแอบฟังหรอก แต่มันโกรธที่ลูกไม่เป็นใจเอาเสียเลย
เช้าวันต่อมากฤษณ์รีบขนข้าวของทิพย์อาภาขึ้นรถ ชวนภรรยาไปปรับความเข้าใจที่บ้านต่อ นี่สินะที่เขาว่าสามีภรรยาทะเลาะกันเราเข้าไปยุ่งสุดท้ายก็เป็นหมา
กลับถึงบ้านกฤษณ์เก็บของใช้ของภรรยาเข้าที่เข้าทาง โดยให้เธอนั่งสั่งเท่านั้น ทั้งที่เมื่อวานเขายังไข้ขึ้นสูง
"หายป่วยแล้วจริงๆ หรือคะ"
"หายแล้วจ้ะ ก็เมื่อคืนเมียรีดพิษไข้ให้แล้ว พี่ห่วงกลัวทิพย์จะติดหวัดมากกว่า แล้ววันนี้ไม่เวียนหัวเหรอ"
ปากหวานอย่างที่ไม่เคยพูด แววตาอบอุ่นละมุน แบบที่ไม่เคยแสดงออกต่อเธอ
"ไม่เวียนหัวค่ะ ไม่ติดหวัดด้วย ทิพย์ฉีดวัคซีนไข้หวัดรวมแล้ว"
"ดีจัง"
ชายหนุ่มหอมแก้มภรรยา ก่อนนั่งลงโอบกอดเธอขึ้นมาบนตัก มือหนาโอบศีรษะภรรยามาแนบกับหน้า
"ทิพย์จ๋า พี่ขอโทษกับเรื่องที่ผ่านมา พี่เสียใจเหลือเกินที่เคยทำร้าย ทั้งร่างกายและจิตใจ จากนี้ไปพี่จะไม่ทำอีกแล้ว"
"ทิพย์อภัยให้ แต่ถ้าใจร้ายอีก จะไม่ยกโทษให้เลยค่ะ"
"ไม่มีแน่นอน พี่รู้ตัวแล้วว่ารักทิพย์มากขนาดไหน เราจะช่วยกันเลี้ยงลูก และรีบมีลูกอีกสักสองสามคนนะ"
"ไม่รับปากนะคะ เพราะพี่ยังพิสูจน์ตัวเองไม่เต็มร้อย"
"พี่จะพิสูจน์เดี๋ยวนี้แหละ"
พูดแล้วกดหญิงสาวลงบนเตียงกว้าง มอบจูบแสนหวานให้แก่เธอ ความผิดพลาดในอดีต คือบทเรียนสำหรับเขา การผิดหวังในครั้งนั้น ทำให้ได้คนรักที่แสนดีมาแทน โรสอาจงามสง่าน่าหลงใหล แต่เธอไม่ได้เกิดมาเพื่อเขาจึงแคล้วคลาดกัน
จากนี้ไปเขาจะมีแค่ปัจจุบันและอนาคตกับทิพย์อาภา อยู่อย่างมีความสุข และจะเดินหน้าปั๊มลูกสักสามคนให้ปู่ย่าตายายสมใจ และลูกๆ จะได้เป็นเพื่อนกัน ไม่เหมือนเขาที่ไม่มีพี่มีน้อง เลยถูกตั้งความหวังไว้สูง ไม่ชอบเรียนกฎหมาย ไม่ชอบงานการเมือง หรือแม้แต่งานบริหารมหาวิทยาลัยที่ทำอยู่ตอนนี้ แต่ไม่มีสิทธิ์เลือกชีวิตตามเส้นทางของตัวเอง
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







