LOGINรายงานข่าวโทรทัศน์
"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้น
ภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ "
กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออก
นายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สัมภาษณ์นักข่าวด้วยสีหน้าสลด ประกาศลั่นไม่เกี่ยวกับตัวเอง แต่เป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ว่าจ้างให้ดูแลบ้าน กระทำการข่มขืนและทำร้ายร่างกายหลานสาวคนโปรด ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษ
ผู้ชายคนนี้เลวร้ายจริงๆ แต่ละเรื่องที่นายวิโรจน์ให้ข้อมูลกับเขาดูปลอมไปหมด มีอะไรต่อมิอะไรซุกใต้พรมอีกเยอะ ที่ผ่านมาเขายอมเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายให้ ก็เพราะต้องการงัดข้อกับบิดา โกรธที่ถูกจับแต่งงานกับทิพย์อาภา
"ทิพย์"
เผลอเรียกชื่อภรรยาขึ้นมา ตั้งแต่เธอไม่อยู่บ้าน เขาก็คิดถึง และทบทวนเรื่องราววันนั้นใหม่ เธอต้องการช่วยโรส ไม่ใช่เมริกา แต่เขาไม่รับฟัง ทั้งที่ถ้าไม่ได้ทิพย์ คนที่จะเป็นข่าวหน้าหนึ่งคงเป็นโรส ที่ผ่านมาไม่ใช่ไม่เคยพยายามง้อ แต่ไม่เคยเข้าถึงภรรยาเลย
เพิ่งรู้ตัวว่ามีพ่อตาดุ ทั้งที่เมื่อก่อนออกอาการปลื้มที่ได้เขาเป็นลูกเขย กฤษณ์ยอมรับคิดถึงทิพย์อาภามากขึ้นผิดปกติ แต่ตอนนี้เขาไม่ค่อยว่างแล้ว หลังยอมมารับตำแหน่งรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยของคุณตา ระหว่างนั่งคิดอะไรหลายเรื่องอยู่นั้น
"ท่านรองคะ มีแขกมาขอพบค่ะ"
"อาจารย์เกตให้เขาเข้ามาได้เลยครับ"
แปลกใจไม่น้อย ไม่ได้นัดไว้ไม่รู้ว่าใครกันมาขอพบเขา ประตูแง้มออกพร้อมหนุ่มบอดี้การ์ด ที่เคยเจอกันแล้วสองครั้งก้าวเข้ามาในห้องทำให้ชายหนุ่มหน้าบึ้งในทันที
"มีธุระอะไร? " น้ำเสียงไม่มิตรเอ่ยถาม ถ้าจำไม่ผิดไอ้หมอนี่เป็นคนใช้ปืนจ่อหัวเขา แล้วยังใช้ด้ามปืนตบปากด้วย นึกถึงแล้วยังเจ็บใจไม่หาย
"ผมมาในฐานะตัวแทนคุณมาร์กพี่ชายคุณเอเดรียน เราอยากได้ข้อมูลของนายวิโรจน์ ที่คุณเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายอยู่"
"ผมมีจรรยาบรรณมากพอ คงให้ข้อมูลพวกคุณไม่ได้ อีกอย่างผมไม่ได้ทำงานกับนายวิโรจน์แล้ว"
"มันเป็นคดีฆาตกรรม เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ก็ออกหมายเรียกคุณเข้าให้ปากคำอยู่ดี"
"งั้นผมก็จะรอคุยกับเจ้าหน้าที่เอง หมดธุระของคุณแล้วใช่ไหม"
"ยังครับ ผมมีเรื่องจะบอกคุณ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมบังเอิญเจอภรรยาคุณหัดขับรถอยู่ มีอุบัติเหตุนิดหน่อยผมเลยไปส่งเธอที่บ้าน เธอน่ารักจังเลยนะครับ"
พูดไปยิ้มไปอย่างกับคนตกหลุมรัก ยิ่งเห็นว่าคนฟังถลึงตาใส่ พร้อมกับริมฝีปากแสดงอาการไม่พอใจ ก็ยิ่งยิ้มร่าทำสีหน้าหลงใหลยิ่งน่าหมั่นไส้ อีกใจก็ห่วงภรรยา เพราะได้ยินว่าอุบัติเหตุ
"แล้วมาบอกผมทำไม? " ถามเสียงแข็งเบือนหน้ามองทางอื่น ไม่อยากแสดงท่าทางหวงก้างให้เสียหน้า ทั้งที่หลายวันก่อนเขาเองก็ไปด้อมๆ มองๆ หน้าบ้านพ่อตาเช่นกัน
"ผมว่าคุณทิพย์น่าสนใจดี แต่ติดว่าเธอไม่ใช่คนตัวเปล่า ไม่อย่างนั้นผมคงจะจีบเธอแน่"
"ถ้าหมายถึง เธอแต่งงานแล้วล่ะก็ ไม่ต้องห่วงเลยเพราะเรากำลังจะหย่า"
‘ก็ลองดูสิไอ้ฝรั่งหน้าหนวด เมียฉัน ฉันกล่อมแป๊บเดียวก็ได้แล้ว แกจะต้องผิดหวัง เอาให้เจ็บกว่าที่แกเอาด้ามปืนตบปากฉันอีก’
"ถ้าคุณไม่มีปัญหาก็ดีครับ ผมหวังว่าคุณทิพย์คงจะยินยอมให้ผมเป็นพ่อของลูก"
‘พ่อของลูก’
ซันนี่เน้นหนักคำนี้ พลางจ้องตาคู่สนทนาเพื่อดูปฏิกิริยาตอบโต้ ประกายดวงตาวาววาบจากอาการตกใจ พลันหัวใจก็เต้นดังตึก ตึก แต่พูดไม่ออกเพราะความตื้นตันใจ แบบนี้ทิพย์อาภารอต้อนรับสามีได้เลย
"งั้นผมเดินหน้าจีบภรรยาคุณเลยนะครับ"
หนุ่มต่างชาติเดินจากไปทั้งรอยยิ้ม เพราะรู้ดีว่าภายใต้ท่าทางเย่อหยิ่งทำเป็นไม่สนใจของกฤษณ์ แท้ที่จริงแล้วหวั่นไหวกับภรรยาไปแล้ว ขนาดเขาเองยังประทับใจในตัวเธอตั้งแต่วันแรกที่ได้พูดคุย แม้จะไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับโรส แต่ก็มีเสน่ห์ในแง่ของความอ่อนโยน
"ถือว่าชดใช้ที่เคยเอาปืนตบปากคุณนะ ดอกเตอร์กฤษณ์"
ซันนี่กระตุกยิ้มเขาอยากให้หญิงสาวแสนดีสมหวัง ให้กฤษณ์ได้ทำหน้าที่แดดดี้ให้กับลูก ดูเหมือนที่เขาทำได้ผล ได้ยินเสียงหัวใจคนที่กำลังจะเป็นพ่อเต้นแรง
กฤษณ์นั่งไม่ติด เอาแต่คิดถึงภรรยา ทิพย์อาภากำลังท้องอย่างนั้นหรือ เขากำลังจะมีลูก การจะได้เป็นพ่อคนมันช่างตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก กฤษณ์คว้ากระเป๋าแมคบุ๊ค ต้องไปตามภรรยากลับบ้าน
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







