LOGINไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา เสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น และเพียงแค่เธอเปิดประตู ร่างสูงสง่าของพีรวิทย์ในชุดเชิ้ตที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างลวกๆ ก็ก้าวเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเธอทันที เขาดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตร แถมดวงตาคู่ก็เต็มไปด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาเธอ
“คุณต้องการอะไรจากฉันอีก!” มนต์นภาจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง
“ผมต้องการรับผิดชอบ” พีรวิทย์ตอบสั้นๆ ทว่าหนักแน่น
“ฉันไม่ต้องการ!”
“แต่ผมต้องการ...” ชายหนุ่มขยับเข้าหา กดดันด้วยรูปร่างกำยำจนร่างบางต้องถอยกรูดไปจนชิดผนัง
“คุณอยากแต่งงานกับผมไหม?” มนต์นภาอ้าปากค้าง สมองหมุนคว้างไปชั่วขณะ
“หึ!.. ใครจะอยากแต่งกับคนฉวยโอกาสอย่างคุณ!” เธอใช้ฝ่ามือเล็กผลักอกแกร่งหวังจะให้เขาถอยห่าง แต่สัมผัสจากลอนกล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เนื้อผ้าชั้นดีกลับส่งกระแสความร้อนวูบวาบเข้ามาสู่ฝ่ามือจนหน้าเธอร้อนผ่าว
“ถ้าคุณไม่อยากแต่ง ก็ต้องทำตามข้อตกลงเพิ่ม” พีรวิทย์กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้เหนือกว่า
“ข้อตกลงอะไรของคุณอีก”
“ถ้าแม่ผมรู้เรื่องคืนนั้นขึ้นมาละก็ ท่านต้องบังคับเราแต่งงานกันสายฟ้าแลบแน่ ๆ คุณว่ามั้ย”
“คุณต้องการอะไรก็ว่ามา ไม่ต้องอ้อมค้อม”
“ก็ได้ ผมอยากคุณย้ายไปอยู่คอนโดกับผม หรือไม่ก็ให้ผมย้ายมาอยู่กับคุณที่นี่!”
“บ้า! คุณกินยาลืมเขย่าขวดหรือไง!”
“ผมจริงจัง! และถ้าคุณปฏิเสธ... ผมจะเป็นคนเปิดเผยความจริงทั้งหมดเอง” สิ้นคำประกาศิต เขาก็รวบตัวเธอเข้ามากอดอย่างรวดเร็ว มนต์นภาดิ้นรนขัดขืน ทว่าวงแขนแกร่งกลับรัดแน่นขึ้นจนทรวงอกนุ่มหยุ่นบดเบียดไปกับแผงอกกว้าง กลิ่นกายบุรุษเพศที่แสนดึงดูดทำเอาเธอเริ่มใจสั่น
“ปล่อยนะ! ถามจริงเหอะ... ไปตายอดตายอยากมาจากไหน เกิดมาไม่เคยเจอผู้หญิงหรือไง!”
“เอาจริงนะ... ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องอยากรับผิดชอบผู้หญิงปากจัดและมือหนักอย่างคุณ” พีรวิทย์ก้มลงกระซิบชิดใบหูจนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดผิวเนื้ออ่อน
“ทั้งที่แค่ผมกระดิกนิ้ว ผู้หญิงก็พร้อมจะพลีกายให้ผมค่อนประเทศแล้ว”
“หลงตัวเอง! งั้นก็ไปหาผู้หญิงพวกนั้นสิ มายุ่งกับฉันทำไม!”
“พูดแบบนี้... หึงผมล่ะสิ?” พีรวิทย์โน้มหน้าลงมาสบตา แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เปลี่ยนเป็นหวานเยิ้มจนมนต์นภาต้องเบนหน้าหนีด้วยความเขินอายที่พยายามซ่อนไว้
“หยุดกอดได้แล้ว ปล่อยนะ ฉันไม่อยากเล่นสงครามประสาทกับคุณแล้ว!”
“ปล่อยสิ”
“คุณก็หยุดดิ้นก่อนสิ ผมจะได้ปล่อย”
“หัดทำตัวน่ารักกับผมหน่อยสิ!!!” ชายหนุ่มยอมคลายอ้อมกอดอย่างอ้อยอิ่ง แต่ไม่วายเอี้ยวตัวไปกดจมูกโด่งลงบนแก้มเนียนฟอดใหญ่จนเกิดเสียงดังสลับกับความนุ่มนวลที่ตราตรึง
“หอมจัง... ไม่ดื้อแบบนี้สิถึงจะน่ารัก”
“พอใจคุณแล้วใช่มั้ย” มนต์นภารีบกุมแก้มตัวเองพลางทำตาขวางใส่คนเจ้าเล่ห์ที่ทำท่าสดชื่นราวกับผู้ชนะในสงครามรักครั้งนี้
“ยัง”
“คุณจะเอาอะไรจากฉันอีก”
“ไปทานมื้อค่ำกับผมสิ ผมเหงา ขี้เกียจนั่งกินคนเดียว”
“เหอะ!!!..คุณนี่มัน”
“ตกลงนะ... เดี๋ยวผมพาไปเอง รับรองว่าร้านนี้คุณต้องชอบ”
ค่ำคืนนี้พีรวิทย์เลือกร้านอาหารหรูใจกลางกรุงที่มีบรรยากาศโรแมนติกที่สุดเพื่อหญิงสาวข้างกาย เขาดูแลเอาใจใส่มนต์นภาประหนึ่งเจ้าหญิงอย่างที่ไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อน ทว่าร่างบางตรงหน้ากลับดูประหม่าและทานอะไรได้เพียงเล็กน้อย
“อิ่มแล้วเหรอคุณ ทานเยอะๆ สิครับ ผมสั่งแต่ของอร่อยมาให้ทั้งนั้นเลยนะ” พีรวิทย์เอ่ยพลางตักอาหารใส่จานให้เธออย่างอบอุ่น
“ฉันอิ่มแล้วค่ะ...” เธอตอบเสียงอ้อมแอ้ม หัวใจยังคงสับสนกับสถานะที่คลุมเครือ
หลังจากทานข้าวเสร็จ พีรวิทย์ขับรถพาเธอกลับมาส่งที่คอนโด ระหว่างที่กำลังจะก้าวเข้าห้อง โทรศัพท์ของมนต์นภาก็ดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่อของอติรุทแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกรากันไป พีรวิทย์ชะงักกึก รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาทันที
“เปิดสปีกเกอร์โฟน!” เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม มนต์นภาจำใจทำตาม และต้องทนฟังอติรุทพร่ำเพ้อขอคืนดีจนเธอต้องตัดสายทิ้ง
“นี่คุณแทนตัวเองกับมันว่า มนต์ และเรียกไอ้หมอนั่นว่า พี่รุท งั้นเหรอ?” พีรวิทย์ถามด้วยความหงุดหงิดที่ปิดไม่มิด
“ก็เขาเป็นรุ่นพี่นี่คะ”
“แล้วเลิกกับมันหรือยัง!”
“เลิกแล้ว ฉันก็บอกเขาไปชัดเจนแล้วไง คุณไม่ได้ยินหรือไงคะ”
พีรวิทย์ก้าวเข้ามาประชิดตัว ดึงร่างบางเข้าหาอกแกร่ง
“ต่อจากนี้ไป คุณต้องเรียกผมว่าพี่พีร์และแทนตัวเองว่ามนต์เท่านั้น!”
“เผด็จการที่สุด บ้าอำนาจ!”
“ผมแก่กว่าคุณตั้งหลายปี และตอนเด็กๆ คุณก็วิ่งตามเรียกผมว่าพี่พีร์อยู่แล้ว... ลืมไปแล้วหรือไงหืม์” เขาเปลี่ยนโหมดจากดุดันเป็นกวนประสาททันควัน
“ยังมีเรื่องอะไรที่พี่พีร์ต้องการอีกไหมคะ มนต์จะได้ทำรวดเดียวให้จบเลย” มนต์นภาประชดประชัน
“ใจเย็นๆ สิน้องมนต์คนสวย... ตอนนี้พี่พีร์ยังคิดไม่ออกเลยว่าอยากให้ทำอะไร แต่เอ!!! เป็นเรื่องบนเตียงดีม่ะ” เขาจงใจเน้นคำพลางส่งสายตาหยอกเย้าจนหญิงสาวหน้าแดงแป๊ด
“ฝันไปเถอะ เรื่องนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด!”
“มนต์ว่า... ตอนนี้พี่พีร์กลับได้แล้วค่ะ จะสี่ทุ่มแล้ว มนต์จะนอน” เธอเอ่ยเสียงอ่อนลง ทว่าพีรวิทย์กลับทำหน้ามึน
“ไม่กลับได้ไหมที่รัก พี่ขอนอนด้วยนะ คอนโดพี่อยู่ไกล พี่ขี้เกียจขับรถแล้ว”
“ไม่ได้! พี่กลับไปเดี๋ยวนี้เลย มนต์ไม่อยากให้คุณแม่รู้”
“น้าเพ็ญมาที่นี่บ่อยเหรอ?”
“ก็ไม่บ่อยหรอกค่ะ นานๆ ครั้ง”
“งั้นพี่ขอไม่กลับ... เพราะถ้าพี่กลับ ไอ้ผู้ชายคนเมื่อกี้มันต้องมาเคลียร์กับมนต์แน่ๆ พี่ไม่ยอมให้มันเข้าใกล้มนต์หรอก” เขาอ้างเหตุผลสารพัดพลางทำหน้าอ้อนวอน
“เค้าไม่เคยมาที่นี่ค่ะ”
“นะมนต์นะ... พี่สัญญาจะนอนเฉยๆ จะไม่ทำอะไรมนต์เลย พี่สัญญา!” พีรวิทย์ยื่นหน้ามาอ้อนเป็นเด็กๆ มนต์นภาถอนใจเฮือกใหญ่ ในใจแอบคิดว่าถ้าอติรุทบุกมาจริงๆ การมีพี่พีร์อยู่เป็นโล่ก็คงจะดีเหมือนกัน
“แล้วพี่มีชุดเปลี่ยนเหรอคะ?”
“มีสิจ๊ะ! อยู่ในรถ เดี๋ยวพี่มา!” เขาหยิบคีย์การ์ดแล้ววิ่งหายไปเพียงห้านาที ก่อนจะกลับมาพร้อมกับ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่
“เฮ้ย! นี่พี่กะจะย้ายมาอยู่ที่นี่ถาวรเลยเหรอ ทำไมขนมาขนาดนี้!”
“มนต์เข้าใจถูกแล้ว พี่ตั้งใจย้ายมาอยู่กับมนต์” เขาตอบหน้าตาย
“จอมขี้ตู่! มนต์ยังไม่ได้ตกลงให้พี่มาอยู่ที่นี่สักหน่อย!”
“งั้นจะให้พี่ไปบอกน้าเพ็ญตอนนี้เลยไหมเรื่องของเรา?” เขามัดมือชกจนเธอได้แต่ฟัดเหวี่ยง
“มนต์ง่วงแล้ว พี่นอนที่โซฟานะ”
“พี่ต้องนอนบนเตียงเดียวกับมนต์เท่านั้น”
หลังจากที่เสียงสายน้ำในห้องน้ำเงียบลง พีรวิทย์ก็เดินก้าวออกมาในชุดนอนผ้าแพรเนื้อละเอียดสีเข้มที่ขับผิวขาวจัดของเขาให้ดูโดดเด่น หยดน้ำยังคงเกาะพราวตามไรผมและซึมผ่านเนื้อผ้าจนเห็นแผงอกรำไร มนต์นภาที่นั่งรออยู่เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วด้วยความดื้อรั้นแกมเป็นห่วง
“ผมเปียกแบบนั้นห้ามนอนนะคะ เดี๋ยวที่นอนมนต์จะเปียก... มานี่เลยค่ะ!”
มือเรียวเล็กจูงมือหนาให้มานั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะหยิบไดร์เป่าผมขึ้นมาจัดการให้ด้วยท่าทางที่ดูคล่องแคล่ว สายลมร้อนอ่อนๆ พัดพาเอากลิ่นหอมของแชมพูให้กระจายฟุ้ง สัมผัสจากปลายนิ้วเล็กๆ ที่คอยนวดคลึงและสางเส้นผมอย่างเบามือ ทำให้หัวใจที่เคยกร้านโลกของเพลย์บอยตัวพ่อกลับรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ มันเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งและอ่อนโยนเกินกว่าความใคร่ชั่วข้ามคืนที่เขาเคยพานพบมาทั้งชีวิต
“พี่ชอบให้มนต์ดูแลพี่แบบนี้จังเลย... เหมือนเราเป็นสามีภรรยากันจริงๆ เลยนะ” เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางสบตาเธอผ่านเงากระจกด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“มนต์แค่กลัวที่นอนเปียกต่างหากล่ะคะ ไม่ได้คิดจะดูแลอะไรทั้งนั้นแหละ!” เธอสวนกลับแก้เขินพลางรีบวางไดร์เป่าผมแล้วเดินหนีไปที่เตียงทันที
ทว่ายังไม่ทันที่แผ่นหลังจะสัมผัสที่นอน ความร้อนผ่าวจากอ้อมกอดหนาก็สวมทับมาจากทางด้านหลัง พีรวิทย์สอดวงแขนแกร่งรัดเอวบางเอาไว้แน่น พลางซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นจนมนต์นภาขนลุกซู่
“พี่พีร์!... หยุดรุ่มร่ามได้แล้วค่ะ แล้วก็ห้ามให้ใครรู้เรื่องที่พี่มาอยู่นี่เด็ดขาด รับปากมนต์ก่อน” เธอกระซิบเสียงแผ่ว พยายามข่มอารมณ์ที่กำลังเตลิด
“พี่สัญญาครับ... มนต์ตกลงคบกับพี่จริงๆ แล้วใช่ไหม?” น้ำเสียงของเขาดูตื่นเต้นและคาดหวังจนคนฟังใจอ่อนยวบ
“พี่เลิกเจ้าชู้ให้ได้ก่อนเถอะค่ะ” มนต์นภาดักคอพลางถอนหายใจ
พีรวิทย์ชะงักไปเล็กน้อย คำพูดของเธอเหมือนเข็มที่แทงใจดำ เพราะเขารู้ดีว่ายังมีพันธะกับสาว ๆ อีกหลายคน แต่ในนาทีนี้ ความนุ่มนวลของร่างบางที่อยู่ในอ้อมกอดมันสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ชายหนุ่มก้มลงกดจมูกโด่งลงบนพวงแก้มใสฟอดใหญ่
“ฝันดีครับ... ที่รัก”
เขาพลิกกายเธอให้หันมาเผชิญหน้าก่อนจะดึงเข้ามากอดแนบอก กลิ่นกายบุรุษเพศผสมกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาทำให้มนต์นภาถึงกับเคลิ้มไป เธอต่อว่าความใจง่ายของตัวเองในใจ แต่แขนเรียวกลับไม่ยอมผลักไส กลับกันเธอกลับซุกหน้าลงกับแผงอกกว้างนั้นอย่างโหยหา ยอมปล่อยให้คนเจ้าเล่ห์คนนี้ขังเธอไว้ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนั้น
พีรวิทย์ก้าวขึ้นจากอ่างอาบน้ำอย่างสง่างามหยาดน้ำเกาะพราวตามแผงอกกำยำ เขาเดินตรงเข้าไปหาภรรยาสาวก่อนจะวาดแขนโอบรัดเอวบางให้เข้ามาแนบชิดกับกายผู้เป็นสามีร่งที่ยังคงร้อนผ่าว“ไปนั่งที่ขอบอ่างดีกว่าครับ เดี๋ยวพี่สระผมให้เอง”“สัญญานะคะว่าจะสระผมอย่างเดียว... จะไม่ทำอะไรมนต์ในห้องน้ำ” หญิงสาวเอ่ยดักคอพร้อมช้อนสายตาอ้อนวอน พีรวิทย์คลี่ยิ้มเอ็นดูพร้อมก้มลงจุมพิตหน้าผากมนเป็นการยืนยัน“สัญญาครับ”เมื่อจัดการชำระล้างร่างกายจนสะอาดสะอ้าน พีรวิทย์ก็อุ้มร่างนุ่มนิ่มมาวางลงบนเตียงกว้างอย่างเบามือ เขาหยิบไดร์เป่าผมมาบรรจงเป่าให้เธออย่างใจเย็น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูผสมกับกลิ่นกายสาวทำเอาชายหนุ่มแทบเคลิ้ม“ถ้าผมยังไม่แห้งสนิทก็ห้ามนอนเด็ดขาดนะ เดี๋ยวที่นอนจะเปียกชื้นเอาได้”“แน่ะ! จะเอาคืนใช่ไหมคะ” มนต์นภาหันมาเลิกคิ้วถามอย่างรู้ทัน“เปล้า!!...” เขาตอบเสียงสูงพลางทำหน้าซื่อ“จริงเหร่ออออ!!...” หญิงสาวลากเสียงยาวอย่างไม่เชื่อถือ“อื้อ... ก็คืนแรกที่เรานอนด้วยกัน มนต์ก็พูดกับพี่แบบนี้”“พี่รู้นะว่าตอนนั้นมนต์น่ะเป็นห่วงพี่ กลัวพี่จะเป็นหวัด”“เปล่าซะหน่อย มนต์กลัวหมอนเปียกต่างหากล่ะ” เธอเชิดหน้าตอบอย่า
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องสะท้อนผนังห้องเช่าคับแคบ ผสานกับเสียงครวญครางที่แทบไม่เป็นภาษา พริมโรสถูกจองจำอยู่กลางสมรภูมิสวาทที่ร้อนแรงและป่าเถื่อนที่สุดในชีวิต กิตที่ซ้อนอยู่เบื้องหลังอาศัยจังหวะที่เธออ้าปากครางกระเส่า ดันแท่งเนื้อร้อนผ่าวโถมเข้าสู่ช่องทางรักที่บอบบางอย่างหนักหน่วงในคราเดียว“โอ๊ยยย! พี่... เจ็บ! มันเข้าได้ยังไง... โอ้ยยย! อื๊ออออ!”หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวจนหน้าหงายส่ายไปมาด้วยความทรมานปนเสียวซ่าน ร่างกายของเธอสั่นสะท้านราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อความแข็งแกร่งมหาศาลจากชายสองคนสอดประสานเข้าหากันภายในร่างกายของเธอพร้อมกันจนอัดแน่นไปทุกอณูกิตใช้มือหนาขยุ้มเข้าที่กลุ่มผมสลวย กระชากร่างบางให้แอ่นรับแรงกระแทกจากด้านหลังอย่างดุดัน ในขณะที่ชัยซึ่งยืนค้ำอยู่ด้านหน้าก็โถมกายสวนกลับเข้ามาอย่างไม่ลดละ ทุกจังหวะที่พวกเขาสอดประสาน พริมโรสรู้สึกเหมือนร่างกายถูกเติมเต็มจนล้นปรี่ ความรู้สึกคับแน่นจนแทบฉีกขาดในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความกระสันอยากที่รุนแรงอย่างไม่อาจต้านทาน“อาาา!!!...อร๊ายยย!”พริมโรสจำใจยอมรับพายุสวาทที่โหมกระหน่ำจากทั้งสองทางอย่างลืมอาย ผิวขาวเนียนละเอียดอาบไปด้วยห
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูยามค่ำคืนทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวราวกับกลองรบ ภายในห้องเช่าแคบๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและควันบุหรี่จางๆ หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง “หวังว่าคงไม่ใช่ตำรวจนะ” มือเรียวผลักประตูออกเพียงน้อยนิด แต่แล้วดวงตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง“พี่กิต! พี่ชัย!!!...” พริมโรสพึมพำเสียงสั่น ภาพตรงหน้าคือชายฉกรรจ์ร่างกำยำสองคนที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอม เสื้อผ้าขาดวิ่นเปรอะเปื้อนฝุ่นและหยาดเหงื่อ กลิ่นกายที่โชกไปด้วยเหงื่อปะทะเข้าจมูกเธออย่างจัง“เปิดประตูให้สิโรส! จะยืนเซ่ออยู่ทำไม เดี๋ยวตำรวจก็ได้แห่มาลากคอหรอก!” กิตพี่คนโตสบถด้วยความโมโหพลางใช้ร่างดันประตูแล้วแทรกกายเข้ามา ตามด้วยชัยที่หอบหายใจอย่างหนักจนต้องทรุดลงนั่งกับ“พวกพี่หนีตำรวจมาเหรอ” “ก็ใช่น่ะสิ” “เอาค่าจ้างที่เหลือมา” น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความอาฆาต “ค่าจ้างอะไร พวกพี่ทำงานไม่สำเร็จนะ” พริมโรสแย้ง ชัยเงยหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น นัยน์ตาแดงก่ำและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ค้างคาจากการหนีตาย“พวกพี่เกือบโดนเป่าหัวกระจุย! แต่เธอกลับหนีเอาตัวรอดคนเดียว แถมเงินก็ไม่จ่าย มันจะไม่เอาเปรียบกันหน่อยเหรอ” กิตก
พีรวิทย์โน้มกายลงทาบทับร่างอวบอิ่มของแฟนสาว ความปรารถนาที่กักขังไว้ภายในจวนจะระเบิดออกมาผ่านสายตาคมที่เต็มไปด้วยเพลิงราคะอันเร่าร้อน เขาจ้องมองใบหน้าหวานราวกับจะกลืนกินมนต์นภาเข้าไปทั้งตัว“เรามาซ้อมเข้าห้องหอกันมั้ยที่รัก... ” น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด“มนต์ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะคะ... อย่ามาหลอกกันซะให้ยากเลย”“งั้นพี่บอกตรงๆ เลยก็ได้... คืนนี้พี่อดใจไม่ไหวแล้วจริงๆ ขอพี่สักครั้งเถอะนะ” เขาขยับกายเข้าหาจนสัมผัสได้ถึงไอออนร้อนระอุ มือน้อยที่ไร้เรี่ยวแรงพยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่มันกลับเหมือนการเชื้อเชิญ เมื่อผิวเนื้อที่บดเบียดกันทำให้เธอกลับเป็นฝ่ายสั่นสะท้านเสียเอง พีรวิทย์ซุกไซ้จมูกโด่งลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่หอมหวานยิ่งกว่ามวลบุปผชาติ“มนต์จ๋า... พี่ขอนะที่รัก น้องชายของพี่มันปวดไปหมดแล้ว”“พี่พีร์!!!!... แต่มนต์เพิ่งโดนต่อยท้องมานะคะ พี่ยังจะทำเรื่องอย่างว่ากับมนต์อีกแล้วเหรอ” เธอประท้วงเสียงแผ่ว พยายามยกความเจ็บป่วยมาอ้าง“มนต์ยังเจ็บอยู่เหรอ งั้นเดี๋ยวไปเอายามาทายาให้นะ” พีรวิทย์ชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นห่วงใย ก่อนจะลุกไปหยิบยาแก้ฟกช้ำ“ไหน....ให้พี่ดูหน
“มนต์ชอบที่นี่หรือเปล่าจ๊ะ” พีรวิทย์เอ่ยถามพลางโอบร่างบางเข้าหาอ้อมอกกว้าง ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มผ่านเนื้อผ้าชุดนอนเบาบางอย่างแสนรัก“ชอบสิคะ... แต่ชอบเจ้าของห้องมากกว่า” มนต์นภาช้อนสายตาขึ้นมองพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เลียนแบบมาจากคนตรงหน้าไม่มีผิดเพี้ยน“อืม... พูดแบบนี้สงสัยพี่ต้องให้รางวัลสักหน่อยแล้ว” ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาหมายจะประทับจูบ ทว่าหญิงสาวกลับเบี่ยงหลบพร้อมทำท่าหาววอด“มนต์ยังไม่รับตอนนี้ได้ไหมคะ ขอนอนก่อน... ง้วงง่วง!!!”“จะรีบง่วงไปไหน... หืม?” พีรวิทย์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะหยิบรีโมตยื่นให้เธอ “ดูหนังกับพี่ก่อนไหม มนต์เลือกเลยว่าอยากดูเรื่องอะไร”หญิงสาวกดรีโมตไปที่ช่องภาพยนตร์รักโรแมนติก พีรวิทย์แสร้งทำเป็นเอนศีรษะลงบนบ่าเล็ก มือน้อยๆ ช่วยจัดท่าทางให้เขานอนสบายขึ้นจนเธอนึกขำในใจว่าคนชวนดูหนังกลับมาชิงหลับเสียเอง ภาพยนต์ดำเนินไปท่ามกลางความเงียบ ทว่าจังหวะที่หนังถึงฉากตื่นเต้น มนต์นภาก็อุทานลั่นด้วยความตกใจ“ว้าย!” ร่างหนาที่แกล้งหลับรวบกอดเธอไว้ในทันที แผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่งจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมา “ตกใจเหรอที่รัก”“คนเจ้าเล่ห์! ปล่อยมนต์
บรรยากาศภายในบ้านของมนต์นภาเต็มไปด้วยความห่วงใย หลังจากที่คุณเพ็ญศรีได้รับฟังเรื่องราวอันตรายที่ลูกสาวเพิ่งเผชิญมา หัวใจของผู้เป็นแม่ก็สั่นระรัวด้วยความตระหนก เธอจ้องมองรอยฟกช้ำเล็กน้อยบนตัวลูกสาวด้วยความสงสาร ก่อนจะหันไปสบตากับชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้าง“คืนนี้มนต์ไปนอนบ้านพี่พีร์เลยก็ได้นะลูก แม่เป็นห่วง... พรุ่งนี้จะขับรถไปทำงานคนเดียวแม่คงไม่สบายใจ” คุณเพ็ญศรีเอ่ยปากอนุญาตด้วยความเชื่อมั่นในตัวชายหนุ่มที่ช่วยชีวิตลูกสาวเธอไว้“ดีเลยครับคุณน้า ผมเองก็เป็นห่วงมนต์จนแทบไม่เป็นอันทำอะไรเหมือนกัน” พีรวิทย์รีบรับคำพลางฉีกยิ้มกว้าง แววตาคมกริบทอประกายวาววับขณะหันไปมองร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆมนต์นภาหันมาค้อนขวับให้ชายหนุ่มทันที เธอรู้ดีว่าภายใต้ใบหน้าแสนดีที่แสดงต่อหน้าแม่เธอนั้น พีรวิทย์กำลังวางแผนรุกเธออย่างไรบ้างในค่ำคืนนี้ “น้าต้องขอบคุณที่พีร์ช่วยลูกสาวน้าไว้ได้ทันเวลาพอดี” คุณเพ็ญศรีกล่าวด้วยความซาบซึ้ง เธออาบน้ำร้อนมาก่อนทำไมจะดูไม่ออกว่าสายตาที่พีรวิทย์ใช้มองลูกสาวเธอนั้นมันเต็มไปด้วยความรักและเทิดทูนเพียงใดหลังมื้อค่ำจบลงระหว่างที่มนต์นภาเลี่ยงขึ้นไปจัดกระเป๋าด้านบน พีรวิทย์ก







![ตามรักคืนใจ [ลูกแฝด]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)