تسجيل الدخولจากการพูดคุย หญิงก้อยพอจะจับความได้ว่า ผู้หญิงที่ชื่อ ‘คุณม่วย’ คนนี้มาทำธุระแทนใครสักคน แต่ก่อนจะรู้ว่าเรื่องอะไร หม่อมไฉไลก็ให้ลูกหญิงทั้งหลายไปทำโน่นทำนี่อีกแล้ว ดีหน่อยที่หญิงก้อยไม่มีเรื่องให้หม่อมแม่ใช้ เธอจึงจะพาหนังสือเล่มโปรดไปอ่านตอนต่อที่ยังค้างเติ่งที่ศาลาริมสระบัวที่ประจำ
บ่ายวันต่อมาพวกพี่หญิงและพี่สะใภ้เรียกช่างให้นำผ้าเข้ามาเลือกเพื่อที่จะจัดชุดไปงาน คราวนี้หม่อมไฉไลจะให้หญิงก้อยวัดตัวเตรียมตัดชุดด้วย
“มาได้เสียทีนะหญิงก้อย ดูสิ... ผ้ามากมาย เธอชอบลายไหน”
หญิงเก๋ที่กำลังพิจารณาผ้าลูกไม้ เห็นหญิงก้อยเดินเข้ามาเลยรีบกวักมือเรียก ในห้องปีกหนึ่งของตึกติดกับสวน เป็นที่ที่พวกพี่หญิงชอบมานั่งเล่นทำโน่นทำนี่กัน ตอนนี้ในห้องมีพับผ้าหลากสีสันเรียงรายเต็มไปหมด ทั้งผ้าพื้นผ้าลาย อีกทั้งยังมีหมวกเก๋ ๆ ถุงมือ และเข็มกลัดอีกมากมายวางไว้ในถาดให้ทุกคนได้เลือกชม
เป็นธรรมดาที่สาว ๆ จะรู้สึกสนุกสนานเมื่อมีของแต่งตัวสวยงามมาให้เลือกละลานตาแบบนี้ หญิงก้อยก็เช่นกัน แม้จะได้แต่งตัวสวยออกไปข้างนอกอยู่บ้าง แต่ก็มิค่อยได้รับอนุญาตให้แต่งตัวสำหรับไปงานเต้นรำหรืองานปาร์ตี้
หญิงก้อยชอบดูพี่สาวแต่งชุดราตรีสวย ๆ ทำผมแต่งหน้าด้วยสีสันที่ต่างจากวันปกติ ปีนี้หญิงสาวอายุ ๑๘ ปีแล้ว หม่อมแม่คงอนุญาตให้เธอได้แต่งตัวสวยงามไปงานสังคมได้แล้วกระมัง
“ผ้าที่นำมาในวันนี้สวยแปลกแตกต่างจากทุกที”
หม่อมไฉไลเลือกผ้าไหมที่แวววับเพราะปักด้วยดิ้นเงินขึ้นมาดู พร้อมเอ่ยปากถามช่างตัดเสื้อ
“สายตาของหม่อมแหลมคมเช่นเคยนะคะ ผ้าชุดนี้เป็นแบบใหม่ล่าสุดที่เพิ่งนำเข้ามาจากฮ่องกง ดิฉันยังมิได้ไปนำเสนอกับใคร นำมาให้หม่อมกับคุณหญิงได้เลือกก่อน รับรองว่าไม่มีที่ไหนซ้ำอย่างแน่นอนค่ะ”
“ราคาก็คงสูงด้วยใช่ไหมคะ”
“ไม่ต้องกังวลนะคะ หม่อมกับคุณหญิงพอใจพับไหน ชอบของชิ้นไหน ก็เลือกได้ตามสบายเลยค่ะ”
หม่อมไฉไลเลิกคิ้วสงสัย แต่เมื่อสบสายตากับช่างตัดเสื้อประจำที่ยิ้มกว้างพยักหน้าให้ ก็เหมือนกับเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องเอ่ยอะไรให้มากความ
“ถ้าเช่นนั้น ดิฉัน ลูกหญิง และลูกสะใภ้ ฝากขอบพระคุณในน้ำใจของท่านเจ้าคุณที่กรุณาพวกดิฉันเป็นอย่างยิ่งค่ะ”
ทุกคนเลือกผ้าและของตกแต่งไปได้หลายชิ้น เปิดนิตยสารของฝรั่งหาแบบชุดที่เข้ากับตัวเองแล้วส่งให้ช่างจัดการ คาดว่าเร่งมือทำให้ก็จะเสร็จทันงานเต้นรำอาทิตย์หน้า หญิงก้อยรู้สึกเป็นสาวมากขึ้น สามารถพูดคุยเรื่องแต่งตัวทำหน้าทำผมกับพวกพี่สาวได้อย่างสนุกสนานต่างจากแต่ก่อนที่ได้แต่ฟังเท่านั้น
“ทุกอย่างล้วนผ่านไปแล้ว บัดนี้ปัญหากำลังคลี่คลาย ลูกดีใจเหลือเกินที่ได้กลับบ้าน ท่านพ่อกับหม่อมแม่โปรดอย่าได้เป็นทุกข์อีกเลย ต่อไป...วังชินภัทรจะต้องมีแต่เรื่องดีๆเป็นแน่เพคะ”หญิงก้อยยิ้มหวานแล้วเข้าไปสวมกอดคนทั้งสองอย่างคิดถึง เธอมิถือโทษโกรธเคืองพ่อแม่ แม้พวกเขาต้องการให้เธอแต่งงานกับคนมั่งมีเพื่อผลประโยชน์ แต่อย่างไรเสียพวกเขาก็หวังให้เธอมีความสุข ได้ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทอง มิได้อยากให้เธอต้องพบเจอความทุกข์เสียเมื่อไหร่ พระยาแก่เจ้าเล่ห์มีแผนการณ์แต่แรก อีกทั้งยังเก่งเรื่องสร้างภาพปิดบัง ย่อมไม่แปลกหากจะถูกหลอกให้ตายใจ“น้องหญิงก้อย ซูบผอมลงไปมาก ดูซิ...มอมแมมเสียด้วย ไปเถอะ...พี่จะพาเธอขึ้นไปข้างบน จะได้อาบน้ำผลัดผ้า พี่ให้บ่าวเตรียมห้องของน้องไว้แล้ว”เป็นหญิงกุ้งที่ช่วยเปลี่ยนเรื่องคลายบรรยากาศ กลัวว่าทั้งหม่อมแม่และท่านพ่อจะพากันโศกจนเป็นลมไปอีก เรียกบ่าวเข้ามาดูแลท่านชายกรเดช แล้วจึงพยักเพยิดพาหญิงก้อยออกไป“แล้วพี่ชายใหญ่กับพี่ชายกฤต ไปไหนเสียล่ะคะ”หญิงก้อยชวนหญิงกุ้งพูดคุยขณะเดินไปยังห้องของเธอ
รุ่งสางหลังมื้อเช้านายเด่นออกไปรอคนที่ท่าน้ำ มีนายเรืองมาอยู่รอเป็นเพื่อน“ไหนเอ็งบอกว่าแถววังมีคนของไอ้พระยาอยู่ ออกไปเช่นนี้ก็มิเท่ากับว่าเข้าถ้าเสือหรอกรึ”“ฉันกำลังรอคนมายืนยันว่าได้จัดการไอ้พวกนั้นแล้ว ต้องแน่ใจว่าไม่มีอันตราย จึงค่อยพาคุณหญิงกลับไป”ชายกฤตตกลงกับนายเด่นว่าเขาจะนำหลักฐานที่รวบรวมเก็บไว้ในที่ปลอดภัยไปหาผู้ใหญ่ที่พอจะเชื่อในตัวเขาเพื่อยืนยันว่าตนนั้นบริสุทธิ์มิได้สมคบอั้งยี่ เป็นพระยาธนบดีพี่เขยต่างหากที่ค้าอาวุธ สมคบอั้งยี่ อีกทั้งใส่ร้ายตน เมื่อทุกอย่างกระจ่างแจ้งเพียงพอ ก็หวังว่าผู้ใหญ่ท่านนั้นจะเชื่อแล้วช่วยเจรจากับนครบาลให้ดำเนินการ และช่วยเก็บกวาดนักเลงหัวไม้ที่คอยรังควาน รวมทั้งคุ้มครองคนที่วังชินภัทรกับพยานปากเอกทุกคนด้วยรออีกพักใหญ่ ในที่สุดก็มีเรือตรงมายังท่าที่พวกเขาอยู่ เป็นเรือที่มีตรากำกับเสียด้วย เมื่อเรือจอดนิ่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งในชุดสีกากีเอ่ยถาม“นายเด่นใช่หรือไม่”“ขอรับ กระผมเอง”“ท่านสารวัตรให้พวกฉันมาคุ้มครองคุณหญิงหม่อมราชวงศ์กชกรจรัสศรี
อีกแล้ว....ทั้งสัมผัส ทั้งความรู้สึก แปลกใหม่สำหรับหญิงก้อยอีกแล้ว ความเสียดเสียวทำให้ท้องน้อยของเธอต้องบิดเกร็งเป็นระยะ อยากจะขยับหนีไปเสียให้พ้น ทว่ามือหนาก็รั้งตรึงเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้ตามอำเภอใจ“พอเถิด อื้อออ!”กระทั่งอารมณ์ไต่เกือบถึงขีดสุด อาการคล้ายมีกระแสไฟแล่นไปทั่วร่างผุดขึ้นมาอีกครา หญิงสาวจึงอ้อนวอนขอ ด้วยเพราะว่าสัมผัสนั้นทำให้เธอทั้งเกร็งทั้งกระตุกมิอาจจะบังคับตัวเองได้ ทว่าชายหนุ่มอยากจะเย้าหญิงสาวให้หนักขึ้น จากแผ่วเบา ก็เปลี่ยนมาระรัวถี่ยิบ“อ๊ะ! อย่าทำเช่นนั้น... นายเด่น... อ๊า!”สัมผัสทุกสิ่งผสานเคล้าจังหวะ หญิงสาวสุขสมปนทรมาน ตัวบิดกระเส่าเข่าแทบจะหนีบเข้าหากัน ทว่าชายหนุ่มก็คอยแต่จะแยกออกให้กว้างขึ้น มือของเธอปัดป้องพยายามจะดันหัวของเขาออกให้พ้นจากหว่างขา ทว่าเขากลับจะไสหน้าไสลิ้นเข้ามาให้หนักขึ้น เขาก็ช่างรู้ไปหมดว่าตรงไหนจุดไหนต้องทำอย่างไรที่จะทำให้เธอไปถึงจุดสุดยอดหญิงสาวต้านทานไม่ไหว กระตุกเกร็งตัวก่อนจะหายใจหอบ บัดนี้ผ้าถุงที่เจิ่งนองหาได้เพราะเป็นเพียงแต่น้ำจากโอ่งไม่ เมื่อเธอได้สุขสมดั
“แล้วนายเด่นเล่า... รักฉันหรือไม่”หญิงสาวถามกลับ สายตาจ้องมอง ชายหนุ่มเคยเอ่ยให้เธอฟังตอนหลับเพราะมิกล้าเอ่ยคำนั้นต่อหน้า ไม่คิดเลยว่า กลับเป็นเธอที่คาดคั้นให้เขาต้องพูดออกมาเสียนี่ นายเด่นยิ้มอ่อนให้แก่หญิงอันเป็นที่รัก เป็นครั้งแรกที่เขาแพ้ทางให้แก่เธอ“รักเสมอ รักมาโดยตลอด รักเสียยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง”หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มละมุน นำมือสวยไปประคองหน้าชายหนุ่ม แล้วขยับเอื้อมตัวขึ้นไปจุมพิตอย่างอ่อนหวานหญิงก้อยทำให้ชายหนุ่มใจเต้นระทึกนัก เธอช่างน่ารักช่างเอาใจอะไรเช่นนี้ นายเด่นกำลังจะโถมจูบกลับไป ทว่า....โครกกก... ครากกกเสียงท้องดังลั่นไปทั้งเรือน ทำเอาหญิงก้อยหัวเราะเสียงดัง นอกจากน้ำแล้วก็มิได้มีสิ่งใดตกถึงท้องตั้งแต่บ่าย ไหนจะต้องวิ่งหนีเตะต่อยใช้แรงไปอีกมากโข ถ้าไม่หิวก็คงแปลกยิ่งนักหญิงก้อยลุกขึ้นไปจัดแจงสำรับให้เขา ตนเองก็ยังไม่ได้กินเช่นกัน สำรับเย็นวันนั้นที่ประกอบไปด้วยแกงส้มผักบุ้งกับปลาย่าง จึงได้หมดลงไปอย่างรวดเร็วหญิงก้อยเก็บของแล้วก็คิดจะไปอาบน้ำ ผลัดผ้านุ่งกระโจมอกไปย
หญิงก้อยฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะขำดีหรือจะกลัวดี นายเด่นคนทะเล้นเล่าเรื่องใดก็พาลให้เป็นเรื่องตลกไปเสียหมด ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่หญิงก้อยคิด เพราะอันที่จริงแล้วที่นายเด่นต้องหนีมิใช่กลัวเรื่องต่อยตี ทว่ามันมีอาวุธมีดสั้นมาด้วย เขาไม่ควรมุทะลุ หากถูกจ้วงแทงแล้วเจ็บตัวมีแต่จะทำให้เสียงาน อีกทั้งควรเบี่ยงเบนให้มันออกจากชายกฤตให้มากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงใช้วิธีเผ่นแน่บไปอีกทาง ให้มันวิ่งตามและไม่มีเวลาเรียกพวกพ้องมาเพิ่มเติมนายเด่นพยายามล่อมันให้ไกลจากทิศทางที่ชายกฤตจะไปมากที่สุด โชคร้ายหน่อยที่ดันไปเจอพวกมันอีกสองคน กว่าจะหลุดพ้นจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตามตัวแล้วก็เย็นย่ำจนป่านนี้ จึงกล้าที่จะกลับมาหาหญิงก้อยได้ในที่สุด“คุณหญิงเตรียมตัวเก็บข้าวของไว้เถิดขอรับ เวลานี้คุณชายกฤตรวบรวมหลักฐานทุกอย่างครบถ้วนแล้ว กำลังติดต่อกับผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ เพื่อนำทุกสิ่งส่งมอบแก่นครบาลในวันพรุ่งนี้”ทางฝั่งพระยาธนบดีกลัวเรื่องนี้เป็นที่สุด จึงได้เฝ้าดักทุกทางที่คิดออก ไม่ว่าจะควานหาตัวหญิงก้อยด้วยกลัวว่าจะส่งหลักฐานเรื่องการซื้อขายอาวุธปืนให้แก่พี่ชาย ทั้งนายเด่นที่จะพาพยานมาแ
“คุณชายกฤต! เหตุใดจึงออกจากวังมาเช่นนี้เล่าขอรับ! หากพวกมันพบตัวเข้าจะเป็นอันตรายได้!”คนที่มาหานายเด่นกลับเป็นชายกฤตเสียเอง เขาแต่งตัวคล้ายกับชาวบ้านมิต่างอันใดกับนายเด่นเลย“ทันทีที่แม่แดงเอาจดหมายมาให้ก็นั่งแทบไม่ติด ฉันคิดว่านายเด่นจะเป็นอะไรไปเสียแล้ว แล้วไหนจะน้องหญิงอีก เป็นเพราะฉันแท้ๆ พวกนายถึงต้องลำบากเช่นนี้ ฉันต้องมาได้เห็นกับตาว่านายปลอดภัยดีและต้องมาขอโทษนายโดยตรง ถึงจะรู้สึกผิดต่อแม่แดงน้อยลง”คนทั้งคู่พากันหาที่หลบมุมห่างไกลผู้คนได้พูดคุย กว่าที่ชายกฤตจะออกมาได้มิใช่เรื่องง่าย มีนักเลงเดินว่อนอยู่รอบวังเต็มไปหมด จึงใช้เวลาอยู่มากโขกว่าจะมาถึงที่นี่ได้“ตอนที่บ่าวจิกจากบ้านพระยาธนบดีพาเด็กสร้อยมาพร้อมกับหลักฐานกองโต ฉันกับพี่ชายใหญ่ก็ร้อนใจนัก อุตส่าห์เตือนหญิงก้อยแล้วว่าอย่าได้ทำการใดสุ่มเสี่ยงก็หาฟังไม่ ลองสอบถามกับบ่าวจิกและเด็กสร้อยก็มิได้ความอันใด โชคดีนักที่บ่าวจิกอาสากลับไปสืบความที่บ้านของพระยาธนบดีให้“ตกเย็นจึงได้รู้ว่าหญิงก้อยหายตัวไปเสียแล้ว ฉันนี่แทบขาดใจ คิดหาทางกับพี่ชายใหญ่อยู







