Share

บทที่ 3

Author: Night Starry
last update publish date: 2026-09-10 15:58:28

“ลูกหญิงจ๊ะ แม่จะไปทักทายแขก พวกลูกช่วยกันทำแซนด์วิชและจัดชุดน้ำชาให้หน่อยได้มั้ยจ๊ะ มาแต่เช้า เกรงว่าอาจจะยังไม่ได้ทานอะไรกัน ทำให้สุดฝีมือนะลูก”

หญิงกุ้ง หญิงเก๋ หญิงแก้ม และหญิงก้อยตอบรับพร้อมกัน แล้วรีบเข้าไปในครัวเตรียมของรับแขกตามที่หม่อมไฉไลสั่ง

“พี่หญิงกุ้งคะ แขกของท่านแม่เป็นใครหรือ เหตุใดมาแต่เช้า ต้องมีธุระอะไรสำคัญเป็นแน่”

หญิงแก้ม พี่สาวคนที่สามเอ่ยถามระหว่างที่มือจัดเตรียมชุดแซนด์วิช

“พี่จะไปรู้เรื่องผู้ใหญ่ได้อย่างไร อ้าว... หญิงเก๋จ๊ะ น้ำร้อนแล้ว เทใส่กาได้เลยจ้ะ”

หญิงกุ้งบอกหญิงเก๋พี่สาวคนที่สอง ขณะที่มือก็จัดการพับผ้าเช็ดปากไปด้วย

หญิงก้อยผู้ไม่สันทัดงานบ้านงานเรือนเหมือนพวกพี่สาว ก็ได้แต่ช่วยจับจานชามช้อนส้อมเท่านั้น

“ทำไมหม่อมแม่ไม่ให้บ่าวทำหรือคะ มาใช้พวกเราทำไม”

หญิงก้อยบ่นสงสัย ปกติแล้วเธอจะลงมาในครัวเพราะต้องการหาอะไรกินเท่านั้น ไม่ใคร่จะได้ช่วยงานครัวสักเท่าใด

“หญิงก้อยละก็ หม่อมแม่ใช้นิดใช้หน่อยทำเป็นบ่น เอาน่าอีกเดี๋ยวเสร็จแล้ว ยกไปให้แขกเรียบร้อย เธอก็กลับไปอ่านหนังสือได้แล้วแหละจ้ะ”

พี่หญิงทั้งหลายส่งสายตาเอ็นดูมาที่หญิงก้อยน้องสุดท้อง เธอเป็นลูกคนเล็กอายุห่างจากพี่ ๆ ค่อนข้างมาก พี่ชายพี่หญิงจึงตามใจให้ความเอ็นดูมาตั้งแต่เด็ก

เมื่อของว่างน้ำชาจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อย เหล่าคุณหญิงจึงได้เดินนำบ่าวพากันยกเข้าไปในห้องรับรอง ดูแลตั้งสำรับให้แขกแล้วกำลังจะพากันออกไป แต่หม่อมไฉไลเรียกขึ้นมาเสียก่อน

“ลูกหญิงจ๊ะ เข้ามากันก่อนสิ”

หญิงก้อยผู้อยู่ท้ายแถว คิดว่าตัวเองยังเป็นเด็กผู้น้อยอยู่เสมอ ไม่คิดว่าผู้ใหญ่จะเรียกตนให้อยู่ด้วยดังที่เป็นเช่นทุกครั้ง กำลังจะเดินผละออกไป ทว่าครั้งนี้หม่อมแม่รั้งให้อยู่เสียด้วยกันทั้งหมด

ด้วยเหตุนี้คุณหญิงทุกคนจึงเดินเรียงแถวตามอาวุโสเข้าไป หญิงก้อยจึงได้เห็นแขกที่มาเยี่ยมเยียนแต่เช้าชัด ๆ เธอคือผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันกับหม่อมไฉไลแต่อ้วนกว่ามาก หน้าขาวเนียน คิ้วโก่ง ปากเรียวทาสีชมพูสด ใส่เสื้อผ้าไหมคอจีนสีขาวลายดอกท้อแดง กางเกงผ้าแพรสีแดงเข้าชุดกัน

เมื่อคุณหญิงพากันเดินเข้ามาเธอก็ยิ้มให้อย่างใจดี คลี่พัดออกแล้วพัดให้ตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเริ่มใช้สายตาสำรวจหญิงสาวแต่ละคนอย่างพึงใจ

หม่อมไฉไลเรียกให้ลูกสาวนั่งลงที่ตั่งตัวใหญ่ด้านหน้าชุดโซฟารับแขก แล้วแนะนำทีละคนตามอาวุโส จนมาถึงหญิงก้อย

“ลูกหญิงสุดท้องของดิฉันค่ะ คุณหญิงกชกรจรัสศรี  เพิ่งจะอายุ 18 ปี เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง เรียกหญิงก้อยก็ได้นะคะ รายนี้การบ้านการเรือนไม่สันทัดเท่าพวกพี่หญิงสักเท่าไหร่ ชอบแต่อ่านหนังสือ ในชั้นเรียนก็มักจะได้อันดับต้นเสมอค่ะ”

หญิงก้อยยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ผู้หญิงคนนั้นมองเธออย่างพิจารณาซึ่งสายตาไม่เหมือนกับที่มองพี่หญิงคนอื่น หญิงก้อยรู้สึกประหม่าไม่น้อย ต่างจากพี่สาวที่คุ้นชินกับการออกงานสังคมมากกว่า อีกทั้งหม่อมแม่ยังบรรยายสรรพคุณของเธอต่างจากพวกพี่หญิงเสียแบบนั้น อายจะแย่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คืนใจกชกร   บทที่ 14

    วันต่อมาหลังจากคืนวันแต่งงาน ตั้งแต่ตื่นนอนกระทั่งหัวค่ำ หญิงก้อยก็มิได้พบหน้าผู้ใดเลยนอกจากบ่าวรับใช้สองคน มิได้ลงจากตึก ไปไกลที่สุดก็เพียงระเบียงนั่งเล่นบริเวณหน้าห้องของเธอเท่านั้นเมื่อตะวันเริ่มลับฟ้าบ่าวจะมาปรนนิบัติหญิงก้อยอาบน้ำขัดผิวอบร่ำให้หอมฟุ้ง จัดยาจีนมาให้ดื่ม ตกดึกก็จะมีบ่าวถือโคมแดงมาตามหญิงก้อยไปที่ห้องนอนของพระยาธนบดีเพื่อร่วมหลับนอนเวลาพูดคุยกัน พระยาธนบดียังคงมีท่าทีเอ็นดูปากหวานเช่นเคย ทว่าตอนร่วมรักท่านเจ้าคุณก็ยังคงตะกละตะกลามจนบางครั้งหญิงก้อยก็รู้สึกรำคาญใจ กิจแต่ละครั้งลุล่วงอย่างรวดเร็วโดยที่หญิงสาวมิทันได้สัมผัสกับความอิ่มเอมเสียทุกครากิจวัตรเช่นนี้ผ่านมาได้สามวัน ทุกคืนเมื่อสามีเสร็จสมอารมณ์หมาย หญิงก้อยก็จะขอท่านเจ้าคุณกลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง ซึ่งเขาก็มิได้ขัดข้องประการใด ครั้งนี้หญิงก้อยกำลังจะลุกใส่เสื้อผ้าเพื่อกลับห้องเช่นเคย ทว่าพระยาธนบดีเอื้อมไปหยิบสิ่งหนึ่งที่โต๊ะข้างเตียงส่งให้เธอเสียก่อน“พี่ให้น้องหญิงเป็นรางวัล”หญิงก้อยรับกล่องบุผ้าสักหลาดออกมาเปิดดู ก็พบสร้อยทองเส้นโตพร้อมต่า

  • คืนใจกชกร   บทที่ 13

    งานมงคลสมรสระหว่างพระยาธนบดีและหม่อมราชวงศ์หญิงกชกรจรัสศรี เป็นที่อื้ออึงไปทั่วพระนคร ด้วยความแปลกใหม่ที่มีทั้งแบบไทย จีน ฝรั่งเช้าทำพิธีแบบไทยให้พระสงฆ์มาเจริญพร เลี้ยงเพล รดน้ำสังข์ จัดที่บ้านเจ้าสาว ตกบ่ายเป็นพิธีแบบจีน กราบไหว้ฟ้าดินและบรรพบุรุษ ยกน้ำชาญาติผู้ใหญ่ จัดที่บ้านเจ้าบ่าว ส่วนตอนค่ำเป็นการเลี้ยงค็อกเทลแบบฝรั่งหรูหรา บ่าวสาวแต่งตัวอย่างสากลสวยงาม จัดที่สมาคมท่าเรือ ทว่าเสียงอื้ออึงมีเพียงชื่นชมยินดีอย่างเดียวเสียที่ไหน‘น่าสงสารคุณหญิงก้อยได้ผัวแก่คราวพ่อ จะไหวเร้อ’‘แต่งใหม่ทั้งทีได้เมียเด็กทั้งสวยทั้งชาติตระกูลก็ดี ขึ้นสวรรค์ชัดๆ’‘คุณหญิงกชกรจรัสศรี ตกถังข้าวสารใบโตเชียวนะ’‘เห็นว่าท่านเจ้าคุณช่วยล้างหนี้ให้ด้วย มิน่าถึงได้เป็นเขยขวัญของวังชินภัทร’จะปิดหูปิดตาเช่นไรก็ต้องมีเล็ดลอดมาให้ได้ยินอยู่ตลอด หญิงก้อยเหนื่อยล้าเกินกว่าจะมีเวลาให้คิดน้อยใจ ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ทำผมเปลี่ยนเสื้อผ้าไปสามสี่ชุด ข้าวปลาก็ได้รับแค่นิดๆ หน่อย&

  • คืนใจกชกร   บทที่ 12

    ตกค่ำหญิงก้อยก็ผลัดผ้านอนเล่นเพื่อรอเวลาให้คนในเรือนเข้านอน กลางดึกสงัดก็ลงมารับลมเช่นเคย เดินไปจนถึงศาลาริมสระบัวพบกับนายเด่นนั่งรออยู่ตรงท่าน้ำ ถัดออกไปมีเรือลำเล็กผูกติดกับเสาอยู่ด้วยหนึ่งลำ“คุณหญิงก้อยขอรับ เปลี่ยนจากเดินเล่นมาพายเรือเล่นกันดีหรือไม่”หญิงก้อยยิ้มรับและยอมให้นายเด่นจับมือเพื่อประคองให้ลงไปนั่งในเรือได้อย่างมั่นคง เขาพายไปเรื่อย ต่างคนต่างไม่พูดอะไรกันมากนักตั้งแต่เด็กจนโตคุณหญิงก้อยของนายเด่นก็เป็นคนร่าเริงแจ่มใส ไม่ถือตัวกับลูกบ่าวอย่างเขา อีกทั้งเธอยังมีพระคุณช่วยสอนหนังสือให้พอได้อ่านออกเขียนได้ เลยทำให้มีโอกาสติดตามคุณชายใหญ่ไปทำงานเล็กๆ น้อยๆ ที่กระทรวง ถือว่ามีภาษีดีกว่าลูกบ่าวคนอื่นมากนัก หากขยันร่ำเรียนให้รู้ความมากกว่านี้ ไม่แน่ว่าอนาคตอาจได้เป็นเสมียนเล็กๆ ของกรมกองสักแห่งก็เป็นได้นายเด่นรู้ดีว่าการแต่งงานของหญิงก้อยนั้นเธอมิได้เต็มใจ คนที่ถูกเลี้ยงดูมาให้เป็นผู้ดีสูงศักดิ์อยู่เสมอกลับต้องไปเป็นเมียใช้หนี้ของชายแก่คราวพ่อเช่นนั้น แต่บ่าวอย่างนายเด่นจะทำอะไรได้มากไปกว่าทำให้เธอหั

  • คืนใจกชกร   บทที่ 11

    แช่มกัดฟันร้องครางเบาๆ ก่อนคนทั้งคู่จะพากันล้มฟุ่บไปหลังพุ่มไม้ หญิงก้อยอยู่ดูถึงแค่นั้นก็รีบเบี่ยงตัวออกมาวิ่งกลับขึ้นเรือน เข้าห้องแล้วมุดเข้ามุ้งทันที หญิงสาวหน้าแดงพลุ่งพล่าน รู้สึกประหลาดแบบไม่เคยเป็นมาก่อนในความเงียบสงัด เมื่อความตื่นเต้นคลายลงแล้วลองได้หวนคิดถึงเรื่องที่ได้พบเจอเมื่อครู่ น่าประหลาดที่หญิงสาวเกิดความประทับใจในความรักของแช่มกับก้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้นแช่มเป็นลูกของช้อยที่ทำหน้าที่ซักผ้า ใครๆ ก็ต่างรู้ว่าแม่ช้อยนั้นตระหนี่ขี้งกขนาดไหน หากจะเลือกลูกเขยสักคน สู้ยกให้เป็นเมียน้อยอีกคนของอาแปะที่มีแผงขายปลาในตลาด ดีกว่ายกให้กุลีที่ดีแต่ใช้แรงงานอย่างนายก้อนเป็นไหนๆหญิงก้อยหวนกลับไปคิดถึงชะตาชีวิตของตัวเอง แช่มต้องแต่งงานกับอาแปะเพื่อมีค่าสินสอดดีๆ ให้กับแม่ช้อย ช่างคล้ายกับตนนัก ทว่าแช่มมีนายก้อน ชายรักที่ตัวเองสมัครใจยอมพลีกายเป็นเมีย เขาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของแช่มและยอมสู้ตายเพื่อมิให้คนรักต้องตกไปเป็นของคนอื่นส่วนตัวเองเล่า... มีใคร ในชีวิตของหญิงก้อยก็อยากมีคนรักที่ใคร่ปรารถนาร้อนแรงอย่างนายก

  • คืนใจกชกร   บทที่ 10

    ด้วยเพราะฤกษ์มงคลนั้นค่อนข้างกระชั้น แต่ละวันหม่อมแม่และบรรดาพี่สาวจึงได้วิ่งวุ่นตระเตรียมทุกสิ่งเพื่อให้พร้อมทันวันงาน ทุกคนทั้งนายบ่าวล้วนกระตือรือร้นดีใจที่วังนี้จะได้จัดงานมงคล เว้นไว้เสียแต่คุณหญิงก้อยผู้เป็นว่าที่เจ้าสาวเท่านั้นระหว่างนี้หญิงก้อยได้พบหน้าพระยาธนบดีสองครั้ง เห็นหน้าทีไรเวลาไหว้สาทักทายก็หาได้รู้สึกว่านี่คือว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเองไม่ ยิ่งเวลาที่พระยาธนบดีเจรจาหารือกับท่านพ่อก็ยิ่งตอกย้ำความสูงวัยของเขายิ่งไปอีก แต่งงานกันไปก็ไม่รู้ว่าจะได้ทันมีลูกสมใจอยากหรือจะหมดแรงหมดลมไปเสียก่อน นี่หรือคือชีวิตคู่ของหญิงสาวอายุสิบแปดหมาด ๆ อย่างเธอกระนั้นหญิงก้อยก็รู้ถึงความจำเป็นในการออกเรือนของตนดี ถึงจะใช้คำพูดสวยหรูอย่างไรแต่การแต่งงานนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับขายลูกสาวใช้หนี้ แล้วก็รู้ดีว่าคนจีนชอบผู้หญิงอวบอิ่มสะโพกผายเพื่อที่จะสามารถผลิตลูกชายให้ได้หลาย ๆ คน หากมิเพราะเหตุนี้ ผู้ที่จะต้องออกเรือนก่อนคงเป็นพี่หญิงคนใดคนหนึ่งของเธอเป็นแน่บ่ายคล้อยวันหนึ่งหญิงก้อยหนีความวุ่นวายมานั่งเล่นกินขนมที่ศาลาริมสระบัว ได้ยินเสียงอะไรสักอย่างอยู่ที่ท่าน้ำ เดินออกไปดูก็เลยพบเข้ากับนายเด่น

  • คืนใจกชกร   บทที่ 9

    “หมั้นหมาย? ของลูก? กับ... กับใครหรือคะ?”“กับท่านพระยาธนบดีที่ดูแลการท่าเรือ คนที่... ลูกหญิงเต้นรำด้วยเมื่อคืนนี้อย่างไร”ราวกับมีสายฟ้ามาฟาดก็ไม่ปาน หญิงก้อยไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าออกไปเช่นไรเพราะหม่อมไฉไลถึงกับหลบสายตาไม่ยอมมองหน้าเธอตรง ๆของสวยงามที่หญิงก้อยชื่นชมเมื่อสักครู่ คือของหมั้นหมายของตัวเองกับพระยาธนบดีอย่างนั้นหรือ ชายที่คิดว่าไม่เหมาะจะมาเป็นพี่เขยของเธอ คนที่เป็นหม้ายและมีเมียบ่าวเต็มบ้าน ชายคู่เต้นรำคนแรกของเธอที่แก่คราวพ่อ...เขาคนนั้น...คือคู่หมั้นของหม่อมราชวงศ์หญิงกชกรจรัสศรีที่เพิ่งจะเป็นสาวสะพรั่ง... อย่างนั้นหรือตะวันสายโด่งแล้วหญิงก้อยก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องนอน จนหม่อมไฉไลผู้เป็นแม่ต้องมาเคาะประตูเรียก เธอถึงได้ยอมเปิดประตูเสียที“หญิงก้อยทำไมไม่ไปรับมื้อเช้ากับแม่กับพี่ ไม่สบายหรือ”หม่อมแม่ผู้ใจดีของหญิงก้อยเอามือไปอังที่หน้าผาก ความอ่อนโยนนี้ทำให้เธอต้องปลดปล่อยความอัดอั้นในใจที่มีมาตลอดตั้งแต่เมื่อวาน โผเข้ากอดผู้เป็นแม่และปล่อยโฮ“หม่อมแม่... หม่อมแม่คะ ลูกไม่อยากออกเรือน ลูกไม่อยากแต่งงานเป็นภรรยาของพระยาธนบดี!”หม่อมไฉไลได้ยินดังนั้นก็กอดปลอบโยนจนลูก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status