تسجيل الدخول“ลูกหญิงจ๊ะ แม่จะไปทักทายแขก พวกลูกช่วยกันทำแซนด์วิชและจัดชุดน้ำชาให้หน่อยได้มั้ยจ๊ะ มาแต่เช้า เกรงว่าอาจจะยังไม่ได้ทานอะไรกัน ทำให้สุดฝีมือนะลูก”
หญิงกุ้ง หญิงเก๋ หญิงแก้ม และหญิงก้อยตอบรับพร้อมกัน แล้วรีบเข้าไปในครัวเตรียมของรับแขกตามที่หม่อมไฉไลสั่ง
“พี่หญิงกุ้งคะ แขกของท่านแม่เป็นใครหรือ เหตุใดมาแต่เช้า ต้องมีธุระอะไรสำคัญเป็นแน่”
หญิงแก้ม พี่สาวคนที่สามเอ่ยถามระหว่างที่มือจัดเตรียมชุดแซนด์วิช
“พี่จะไปรู้เรื่องผู้ใหญ่ได้อย่างไร อ้าว... หญิงเก๋จ๊ะ น้ำร้อนแล้ว เทใส่กาได้เลยจ้ะ”
หญิงกุ้งบอกหญิงเก๋พี่สาวคนที่สอง ขณะที่มือก็จัดการพับผ้าเช็ดปากไปด้วย
หญิงก้อยผู้ไม่สันทัดงานบ้านงานเรือนเหมือนพวกพี่สาว ก็ได้แต่ช่วยจับจานชามช้อนส้อมเท่านั้น
“ทำไมหม่อมแม่ไม่ให้บ่าวทำหรือคะ มาใช้พวกเราทำไม”
หญิงก้อยบ่นสงสัย ปกติแล้วเธอจะลงมาในครัวเพราะต้องการหาอะไรกินเท่านั้น ไม่ใคร่จะได้ช่วยงานครัวสักเท่าใด
“หญิงก้อยละก็ หม่อมแม่ใช้นิดใช้หน่อยทำเป็นบ่น เอาน่าอีกเดี๋ยวเสร็จแล้ว ยกไปให้แขกเรียบร้อย เธอก็กลับไปอ่านหนังสือได้แล้วแหละจ้ะ”
พี่หญิงทั้งหลายส่งสายตาเอ็นดูมาที่หญิงก้อยน้องสุดท้อง เธอเป็นลูกคนเล็กอายุห่างจากพี่ ๆ ค่อนข้างมาก พี่ชายพี่หญิงจึงตามใจให้ความเอ็นดูมาตั้งแต่เด็ก
เมื่อของว่างน้ำชาจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อย เหล่าคุณหญิงจึงได้เดินนำบ่าวพากันยกเข้าไปในห้องรับรอง ดูแลตั้งสำรับให้แขกแล้วกำลังจะพากันออกไป แต่หม่อมไฉไลเรียกขึ้นมาเสียก่อน
“ลูกหญิงจ๊ะ เข้ามากันก่อนสิ”
หญิงก้อยผู้อยู่ท้ายแถว คิดว่าตัวเองยังเป็นเด็กผู้น้อยอยู่เสมอ ไม่คิดว่าผู้ใหญ่จะเรียกตนให้อยู่ด้วยดังที่เป็นเช่นทุกครั้ง กำลังจะเดินผละออกไป ทว่าครั้งนี้หม่อมแม่รั้งให้อยู่เสียด้วยกันทั้งหมด
ด้วยเหตุนี้คุณหญิงทุกคนจึงเดินเรียงแถวตามอาวุโสเข้าไป หญิงก้อยจึงได้เห็นแขกที่มาเยี่ยมเยียนแต่เช้าชัด ๆ เธอคือผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันกับหม่อมไฉไลแต่อ้วนกว่ามาก หน้าขาวเนียน คิ้วโก่ง ปากเรียวทาสีชมพูสด ใส่เสื้อผ้าไหมคอจีนสีขาวลายดอกท้อแดง กางเกงผ้าแพรสีแดงเข้าชุดกัน
เมื่อคุณหญิงพากันเดินเข้ามาเธอก็ยิ้มให้อย่างใจดี คลี่พัดออกแล้วพัดให้ตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเริ่มใช้สายตาสำรวจหญิงสาวแต่ละคนอย่างพึงใจ
หม่อมไฉไลเรียกให้ลูกสาวนั่งลงที่ตั่งตัวใหญ่ด้านหน้าชุดโซฟารับแขก แล้วแนะนำทีละคนตามอาวุโส จนมาถึงหญิงก้อย
“ลูกหญิงสุดท้องของดิฉันค่ะ คุณหญิงกชกรจรัสศรี เพิ่งจะอายุ 18 ปี เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง เรียกหญิงก้อยก็ได้นะคะ รายนี้การบ้านการเรือนไม่สันทัดเท่าพวกพี่หญิงสักเท่าไหร่ ชอบแต่อ่านหนังสือ ในชั้นเรียนก็มักจะได้อันดับต้นเสมอค่ะ”
หญิงก้อยยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ผู้หญิงคนนั้นมองเธออย่างพิจารณาซึ่งสายตาไม่เหมือนกับที่มองพี่หญิงคนอื่น หญิงก้อยรู้สึกประหม่าไม่น้อย ต่างจากพี่สาวที่คุ้นชินกับการออกงานสังคมมากกว่า อีกทั้งหม่อมแม่ยังบรรยายสรรพคุณของเธอต่างจากพวกพี่หญิงเสียแบบนั้น อายจะแย่
“ทุกอย่างล้วนผ่านไปแล้ว บัดนี้ปัญหากำลังคลี่คลาย ลูกดีใจเหลือเกินที่ได้กลับบ้าน ท่านพ่อกับหม่อมแม่โปรดอย่าได้เป็นทุกข์อีกเลย ต่อไป...วังชินภัทรจะต้องมีแต่เรื่องดีๆเป็นแน่เพคะ”หญิงก้อยยิ้มหวานแล้วเข้าไปสวมกอดคนทั้งสองอย่างคิดถึง เธอมิถือโทษโกรธเคืองพ่อแม่ แม้พวกเขาต้องการให้เธอแต่งงานกับคนมั่งมีเพื่อผลประโยชน์ แต่อย่างไรเสียพวกเขาก็หวังให้เธอมีความสุข ได้ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทอง มิได้อยากให้เธอต้องพบเจอความทุกข์เสียเมื่อไหร่ พระยาแก่เจ้าเล่ห์มีแผนการณ์แต่แรก อีกทั้งยังเก่งเรื่องสร้างภาพปิดบัง ย่อมไม่แปลกหากจะถูกหลอกให้ตายใจ“น้องหญิงก้อย ซูบผอมลงไปมาก ดูซิ...มอมแมมเสียด้วย ไปเถอะ...พี่จะพาเธอขึ้นไปข้างบน จะได้อาบน้ำผลัดผ้า พี่ให้บ่าวเตรียมห้องของน้องไว้แล้ว”เป็นหญิงกุ้งที่ช่วยเปลี่ยนเรื่องคลายบรรยากาศ กลัวว่าทั้งหม่อมแม่และท่านพ่อจะพากันโศกจนเป็นลมไปอีก เรียกบ่าวเข้ามาดูแลท่านชายกรเดช แล้วจึงพยักเพยิดพาหญิงก้อยออกไป“แล้วพี่ชายใหญ่กับพี่ชายกฤต ไปไหนเสียล่ะคะ”หญิงก้อยชวนหญิงกุ้งพูดคุยขณะเดินไปยังห้องของเธอ
รุ่งสางหลังมื้อเช้านายเด่นออกไปรอคนที่ท่าน้ำ มีนายเรืองมาอยู่รอเป็นเพื่อน“ไหนเอ็งบอกว่าแถววังมีคนของไอ้พระยาอยู่ ออกไปเช่นนี้ก็มิเท่ากับว่าเข้าถ้าเสือหรอกรึ”“ฉันกำลังรอคนมายืนยันว่าได้จัดการไอ้พวกนั้นแล้ว ต้องแน่ใจว่าไม่มีอันตราย จึงค่อยพาคุณหญิงกลับไป”ชายกฤตตกลงกับนายเด่นว่าเขาจะนำหลักฐานที่รวบรวมเก็บไว้ในที่ปลอดภัยไปหาผู้ใหญ่ที่พอจะเชื่อในตัวเขาเพื่อยืนยันว่าตนนั้นบริสุทธิ์มิได้สมคบอั้งยี่ เป็นพระยาธนบดีพี่เขยต่างหากที่ค้าอาวุธ สมคบอั้งยี่ อีกทั้งใส่ร้ายตน เมื่อทุกอย่างกระจ่างแจ้งเพียงพอ ก็หวังว่าผู้ใหญ่ท่านนั้นจะเชื่อแล้วช่วยเจรจากับนครบาลให้ดำเนินการ และช่วยเก็บกวาดนักเลงหัวไม้ที่คอยรังควาน รวมทั้งคุ้มครองคนที่วังชินภัทรกับพยานปากเอกทุกคนด้วยรออีกพักใหญ่ ในที่สุดก็มีเรือตรงมายังท่าที่พวกเขาอยู่ เป็นเรือที่มีตรากำกับเสียด้วย เมื่อเรือจอดนิ่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งในชุดสีกากีเอ่ยถาม“นายเด่นใช่หรือไม่”“ขอรับ กระผมเอง”“ท่านสารวัตรให้พวกฉันมาคุ้มครองคุณหญิงหม่อมราชวงศ์กชกรจรัสศรี
อีกแล้ว....ทั้งสัมผัส ทั้งความรู้สึก แปลกใหม่สำหรับหญิงก้อยอีกแล้ว ความเสียดเสียวทำให้ท้องน้อยของเธอต้องบิดเกร็งเป็นระยะ อยากจะขยับหนีไปเสียให้พ้น ทว่ามือหนาก็รั้งตรึงเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้ตามอำเภอใจ“พอเถิด อื้อออ!”กระทั่งอารมณ์ไต่เกือบถึงขีดสุด อาการคล้ายมีกระแสไฟแล่นไปทั่วร่างผุดขึ้นมาอีกครา หญิงสาวจึงอ้อนวอนขอ ด้วยเพราะว่าสัมผัสนั้นทำให้เธอทั้งเกร็งทั้งกระตุกมิอาจจะบังคับตัวเองได้ ทว่าชายหนุ่มอยากจะเย้าหญิงสาวให้หนักขึ้น จากแผ่วเบา ก็เปลี่ยนมาระรัวถี่ยิบ“อ๊ะ! อย่าทำเช่นนั้น... นายเด่น... อ๊า!”สัมผัสทุกสิ่งผสานเคล้าจังหวะ หญิงสาวสุขสมปนทรมาน ตัวบิดกระเส่าเข่าแทบจะหนีบเข้าหากัน ทว่าชายหนุ่มก็คอยแต่จะแยกออกให้กว้างขึ้น มือของเธอปัดป้องพยายามจะดันหัวของเขาออกให้พ้นจากหว่างขา ทว่าเขากลับจะไสหน้าไสลิ้นเข้ามาให้หนักขึ้น เขาก็ช่างรู้ไปหมดว่าตรงไหนจุดไหนต้องทำอย่างไรที่จะทำให้เธอไปถึงจุดสุดยอดหญิงสาวต้านทานไม่ไหว กระตุกเกร็งตัวก่อนจะหายใจหอบ บัดนี้ผ้าถุงที่เจิ่งนองหาได้เพราะเป็นเพียงแต่น้ำจากโอ่งไม่ เมื่อเธอได้สุขสมดั
“แล้วนายเด่นเล่า... รักฉันหรือไม่”หญิงสาวถามกลับ สายตาจ้องมอง ชายหนุ่มเคยเอ่ยให้เธอฟังตอนหลับเพราะมิกล้าเอ่ยคำนั้นต่อหน้า ไม่คิดเลยว่า กลับเป็นเธอที่คาดคั้นให้เขาต้องพูดออกมาเสียนี่ นายเด่นยิ้มอ่อนให้แก่หญิงอันเป็นที่รัก เป็นครั้งแรกที่เขาแพ้ทางให้แก่เธอ“รักเสมอ รักมาโดยตลอด รักเสียยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง”หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มละมุน นำมือสวยไปประคองหน้าชายหนุ่ม แล้วขยับเอื้อมตัวขึ้นไปจุมพิตอย่างอ่อนหวานหญิงก้อยทำให้ชายหนุ่มใจเต้นระทึกนัก เธอช่างน่ารักช่างเอาใจอะไรเช่นนี้ นายเด่นกำลังจะโถมจูบกลับไป ทว่า....โครกกก... ครากกกเสียงท้องดังลั่นไปทั้งเรือน ทำเอาหญิงก้อยหัวเราะเสียงดัง นอกจากน้ำแล้วก็มิได้มีสิ่งใดตกถึงท้องตั้งแต่บ่าย ไหนจะต้องวิ่งหนีเตะต่อยใช้แรงไปอีกมากโข ถ้าไม่หิวก็คงแปลกยิ่งนักหญิงก้อยลุกขึ้นไปจัดแจงสำรับให้เขา ตนเองก็ยังไม่ได้กินเช่นกัน สำรับเย็นวันนั้นที่ประกอบไปด้วยแกงส้มผักบุ้งกับปลาย่าง จึงได้หมดลงไปอย่างรวดเร็วหญิงก้อยเก็บของแล้วก็คิดจะไปอาบน้ำ ผลัดผ้านุ่งกระโจมอกไปย
หญิงก้อยฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะขำดีหรือจะกลัวดี นายเด่นคนทะเล้นเล่าเรื่องใดก็พาลให้เป็นเรื่องตลกไปเสียหมด ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่หญิงก้อยคิด เพราะอันที่จริงแล้วที่นายเด่นต้องหนีมิใช่กลัวเรื่องต่อยตี ทว่ามันมีอาวุธมีดสั้นมาด้วย เขาไม่ควรมุทะลุ หากถูกจ้วงแทงแล้วเจ็บตัวมีแต่จะทำให้เสียงาน อีกทั้งควรเบี่ยงเบนให้มันออกจากชายกฤตให้มากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงใช้วิธีเผ่นแน่บไปอีกทาง ให้มันวิ่งตามและไม่มีเวลาเรียกพวกพ้องมาเพิ่มเติมนายเด่นพยายามล่อมันให้ไกลจากทิศทางที่ชายกฤตจะไปมากที่สุด โชคร้ายหน่อยที่ดันไปเจอพวกมันอีกสองคน กว่าจะหลุดพ้นจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตามตัวแล้วก็เย็นย่ำจนป่านนี้ จึงกล้าที่จะกลับมาหาหญิงก้อยได้ในที่สุด“คุณหญิงเตรียมตัวเก็บข้าวของไว้เถิดขอรับ เวลานี้คุณชายกฤตรวบรวมหลักฐานทุกอย่างครบถ้วนแล้ว กำลังติดต่อกับผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ เพื่อนำทุกสิ่งส่งมอบแก่นครบาลในวันพรุ่งนี้”ทางฝั่งพระยาธนบดีกลัวเรื่องนี้เป็นที่สุด จึงได้เฝ้าดักทุกทางที่คิดออก ไม่ว่าจะควานหาตัวหญิงก้อยด้วยกลัวว่าจะส่งหลักฐานเรื่องการซื้อขายอาวุธปืนให้แก่พี่ชาย ทั้งนายเด่นที่จะพาพยานมาแ
“คุณชายกฤต! เหตุใดจึงออกจากวังมาเช่นนี้เล่าขอรับ! หากพวกมันพบตัวเข้าจะเป็นอันตรายได้!”คนที่มาหานายเด่นกลับเป็นชายกฤตเสียเอง เขาแต่งตัวคล้ายกับชาวบ้านมิต่างอันใดกับนายเด่นเลย“ทันทีที่แม่แดงเอาจดหมายมาให้ก็นั่งแทบไม่ติด ฉันคิดว่านายเด่นจะเป็นอะไรไปเสียแล้ว แล้วไหนจะน้องหญิงอีก เป็นเพราะฉันแท้ๆ พวกนายถึงต้องลำบากเช่นนี้ ฉันต้องมาได้เห็นกับตาว่านายปลอดภัยดีและต้องมาขอโทษนายโดยตรง ถึงจะรู้สึกผิดต่อแม่แดงน้อยลง”คนทั้งคู่พากันหาที่หลบมุมห่างไกลผู้คนได้พูดคุย กว่าที่ชายกฤตจะออกมาได้มิใช่เรื่องง่าย มีนักเลงเดินว่อนอยู่รอบวังเต็มไปหมด จึงใช้เวลาอยู่มากโขกว่าจะมาถึงที่นี่ได้“ตอนที่บ่าวจิกจากบ้านพระยาธนบดีพาเด็กสร้อยมาพร้อมกับหลักฐานกองโต ฉันกับพี่ชายใหญ่ก็ร้อนใจนัก อุตส่าห์เตือนหญิงก้อยแล้วว่าอย่าได้ทำการใดสุ่มเสี่ยงก็หาฟังไม่ ลองสอบถามกับบ่าวจิกและเด็กสร้อยก็มิได้ความอันใด โชคดีนักที่บ่าวจิกอาสากลับไปสืบความที่บ้านของพระยาธนบดีให้“ตกเย็นจึงได้รู้ว่าหญิงก้อยหายตัวไปเสียแล้ว ฉันนี่แทบขาดใจ คิดหาทางกับพี่ชายใหญ่อยู







