LOGINเขาตื่นมาพร้อมความทรงจำที่ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่ก็พอจำทุกอย่างได้ มือใหญ่เลื่อนขึ้นมากุมขมับ เมื่อคืนไม่น่าดื่มไปขนาดนั้น ความรู้สึกของเจ้าขาจะเป็นยังไง จะพังขนาดไหน เขาไม่ได้ตั้งใจ แค่นึกว่าเธอคือ....ญาดา คนรักคนแรกและคนเดียว แต่เธอเสียไปได้สิบปีแล้ว
เขาตัดสินใจจะไม่มีใครอีกแล้วตั้งแต่เธอเสียไป เขารักเธอมากที่สุด และไม่มีใครที่จะมาแทนที่เธอได้ แรก ๆ ที่เธอจากไป ยอมรับว่าเขาแทบบ้า กินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่ด้วยความที่มีลูกสาว แน่นอนเขาไม่มีวันแสดงความอ่อนแอให้ลูกเห็น ลูกสาวไม่เคยเห็นน้ำตาเขาสักหยดตั้งแต่แม่ของเขาเสียไป และเขาสัญญากับญาดาและตัวเองว่าจะเลี้ยงอิงดาวให้ดีที่สุด จนตอนนี้เธอก็โตจนมีครอบครัว มีหลานสองคน อิงดาวอยากให้เขามีเมียใหม่ เพราะอยากให้มีคนมาดูแล เพราะกลัวว่าจะเหงา แต่เขาก็ทำแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ ก่อนญาดาจะเสีย เธอบอกว่าให้มีเมียใหม่ได้เลย อย่าจมปลัก คำขอนั้นของเธอ เขาทำให้ไม่ได้จริง ๆ ทุกอย่างมันผ่านมานานมาก ความเจ็บปวดเริ่มจางหายไปจากใจ เหลือเพียงความคิดถึง ไม่มีวันลืมเธอได้หรอก แต่ยอมรับและไม่ได้เจ็บปวดอีกแล้ว จนกระทั่ง เด็กฝึกงานที่ชื่อเจ้าขาโผล่มาในชีวิต เธอคล้าย คล้ายญาดามากจนน่าตกใจ ครั้งแรกที่เห็นเธอ หัวใจมันปวดไปหมด เขากลับมาคิดถึงและโหยหาญาดาอีกครั้ง บุหรี่ที่เลิกสูบ ก็กลับมาสูบอีกครั้ง ยิ่งเห็นหน้าเด็กคนนั้น ก็ยิ่งคิดถึงญาดา ยิ่งเธอร้องเพลง ก็ยิ่งเหมือนญาดา เธอเป็นคนกรุงเทพเหมือนกัน สาเหตุที่ทำให้เขาพูดภาษากลางได้คล่อง ญาดาชอบร้องคาราโอเกะมาก แล้วก็ร้องเพราะมากด้วย แต่แล้วก็คิดถึงเธอจนทำอะไรบ้า ๆ และทำให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งมีปม คนตัวใหญ่ลงไปอาบน้ำและทำเมนูไข่น้ำ ให้เด็ก ๆ กินแก้แฮงค์ เมื่อคืนน่าจะดื่มกันหนักทุกคน เขายืนอยู่หน้าประตูห้องเจ้าขา แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะเคาะ เธอจะหลับอยู่หรือเปล่า เดี๋ยวเธอตื่นมากินข้าวจะเรียกเธอมาคุย และขอโทษจากใจจริง ถ้าเธอจะเอาเรื่องหรือเรียกร้องอะไรเขาก็ยอมหมด ครั้งนี้เขาผิดจริง ๆ ผิดอย่างไม่น่าให้อภัย เวลาผ่านไปจนสิบโมง เด็ก ๆ ก็ลงมากินข้าว ยกเว้นเจ้าขา “วันนี้มีไข่น้ำ จะได้แก้แฮงค์ แต่อุ่นด้วยมันน่าจะเย็นหมดแล้ว” “กำนันทำเองเลยเหรอคะ น่ากินจัง” “อืม แล้วเพื่อนเอ็งไม่ลงมากินข้าวหรือไง สิบโมงแล้วเดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะพอดี” “ลดาเคาะประตูแล้วค่ะ แต่ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับเลย สงสัยเจ๊อยากนอนตื่นสายมั้งคะ” ยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิม ไม่ใช่ว่าคิดสั้นไปแล้วนะ สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเคาะประตู ยืนเคาะแบบนั้นอยู่สามสี่ครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ ถ้าไขกุญแจเข้าไปมีหวังโกรธกว่าเดิมแน่ ๆ ก๊อก ก๊อก เขาตัดสินใจเคาะครั้งสุดท้าย ถ้าเธอยังไม่เปิดคงต้องหาทางคุยตอนค่ำ “จะนอน หยุดเคาะสักที” แค่มีเสียงตะโกนออกจากห้องก็โล่งใจ ดีกว่าเธอคิดสั้น “ข้าเอง เอ็งออกมาคุยกับข้าได้ไหม” เธอเงียบไม่ได้ตอบอะไรกลับ “ข้ารู้ว่าสิ่งที่ข้าทำมันเลวระยำไม่น่าให้อภัย แต่ข้าจะบอกเองว่า ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ เองจะโกรธจะเกลียดข้า หรือจะเอาเรื่องข้าให้ถึงที่สุด จะทำอะไรข้าก็จะไม่โกรธเคือง แต่แค่อยากมาขอโทษจากใจ ข้าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ถึงอย่างนั้นเอ็งก็ไม่ต้องให้อภัยข้าหรอก ข้าเข้าใจ ถ้ามีคนมาทำแบบนี้กับลูกสาวข้า ข้าอาจจะยิงมันตายไปแล้ว ถ้าเอ็งอยากเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ข้าจะพาเองไปสถานีตำรวจเอง แล้วข้าจะรับโทษตามที่เอ็งต้องการ หรืออยากได้เงินชดเชยกี่ล้าน ข้าก็จะไปหามาให้ ไว้เอ็งพร้อมแล้วมาคุยกับข้าได้ทุกเมื่อ ตอนกลางคืนข้าก็ว่าง เคาะประตูได้ตลอด ไม่ต้องเกรงใจ ข้าขอโทษจากใจจริง ๆ ที่ล่วงเกินเอ็งแบบนั้น ขอโทษนะเจ้าขา” เขาพูดทุกอย่างออกไปจากใจ ไม่ว่าเธอจะให้รับโทษอะไร ก็จะไม่โกรธไม่เคือง เขายืนคุยกับประตูที่ไม่มีเสียงตอบกลับ แต่แค่เธอรับฟังก็รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว กลัวว่าเพื่อนเธอจะขึ้นมาเขาเลยต้องเดินออกมาจากหน้าห้องเสียก่อน แต่ถ้าเธอจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง ก็คงต้องยอมรับ เพราะเมื่อคืนการกระทำของเขามันเลวทรามจริง ๆ แม้แต่เขายังไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ “กำนัน เป็นไข้บ่ครับ เซาพักก่อนบ่” ไอ้แหนมเอ่ยทัก “แม่นความเจ้า หน้ากำนันซีดคักแท้ แถมคือจั่งใจลอยอยู่ตลอด” แม้แต่ป้าจันทร์ยังเห็นด้วย “สงสัยเมื่อคืนจัดหนักไปหน่อย” เขาหัวเราะแห้ง ๆ แล้วหันไปโฟกัสการให้ปุ๋ยต่อ เขาชอบต้นไม้ มันทำให้สบายใจ เขารักต้นไม้ทุกต้นในไร่ และตั้งใจเลี้ยงเหมือนลูก วันนี้วันหยุดเด็ก ๆ ฝึกงาน ไม่รู้ว่าจะได้เจอหน้าเจ้าขาหรือเปล่า และไม่รู้เลยว่าเธอจะมาคุยด้วยไหม หรืออาจจะลาออกจากการฝึกงานที่ไร่พักใจ แต่ถ้าเธอทำแบบนั้นก็เข้าใจเธอดี คนตัวใหญ่ทำงานตั้งแต่เช้าโดยไม่ได้มองนาฬิกา แล้วตอนนี้ก็ปาไปหกโมงเย็นแล้ว ป่านนี้ป้าบัวคงทำกับข้าวเสร็จแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้เจ้าขาออกจากห้องมากินข้าวกินปลาบ้างหรือยัง คนงานนั่งกินข้าวเต็มใต้ถุนบ้าน แต่ไม่มีวี่แววของเด็กคนนั้น เขาจึงตัดสินใจเดินตรงไปที่ลดาที่นั่งกินข้าวอยู่คนเดียว “แล้วเพื่อนเอ็งไปไหนกันหมด” “เอวากับเปเอิ้ลออกไปตั้งแต่เที่ยงแล้วค่ะ เห็นบอกว่าจะไปเที่ยวไหนนี่แหละ น่าจะกลับมาอีกทีพรุ่งนี้เย็นเลยค่ะ ส่วนเจ๊เจ้าขาเป็นอะไรก็ไม่รู้ ยังไม่ออกจากห้องตั้งแต่เช้า พอฉันไปเคาะประตูบ่อย ๆ ก็ตวาดใส่ บอกอยากอยู่คนเดียว บอกแต่ จะนอน จะนอน” ลดาเล่าคอตก เธอเองก็คงเป็นห่วงเพื่อนมาก ถ้ารู้ว่าเขาเป็นต้นเหตุทำให้เจ้าขาเป็นแบบนี้ คงรังเกียจเขาไม่ต่างจากเจ้าขา “งั้นเหรอ” คนตัวใหญ่ไปเคาะประตูห้องเจ้าขาเหมือนตอนเช้า แต่ไม่ว่าจะเคาะกี่ครั้งเธอก็ไม่ตอบอะไรกลับมา “ทำไมเอ็งไม่ลงไปกินข้าว ไม่กินอะไรทั้งวันไม่หิวหรือไง เดี๋ยวจะป่วยเอา” เขาพูดใส่ประตูแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ “ข้าผิดเองเรื่องทั้งหมด เอ็งเกลียดข้าได้เต็มที่ แต่เอ็งไม่ควรอดข้าวอดน้ำทำร้ายร่างกายตัวเอง มาเอาเรื่องข้าเถิด ถ้าเอ็งไม่อยากฝึกงานที่นี่แล้ว ข้าจะช่วยหาที่ใหม่ให้เอง” ไม่มีเสียงตอบกลับ “กำนัน ทำอะไรคะ” ลดาเดินขึ้นมาตอนไหนไม่รู้ ไม่รู้ว่าได้ยินที่ผมพูดหรือเปล่า “เรียกเพื่อนเอ็งมากินข้าวไง ยังไม่ได้กินอะไรแต่เช้าไม่ใช่ เดี๋ยวก็ป่วยพอดี” “นั่นสิ เจ๊ ออกมากินข้าวได้แล้ว มีปัญหาอะไรก็คุยกับลดาสิ ปกติเราก็คุยกันทุกเรื่องไม่ใช่” ลดาตะโกนเสียงดังเข้าไปในห้อง “หยุดยุ่งกับฉันได้แล้ว ออกไปจากหน้าห้องเดี๋ยวนี้ บอกว่าจะนอนไง” สุดท้ายเจ้าขาก็ตะโกนกลับมา “โอ้ย นอนหรือซ้อมตาย นอนอะไรทั้งวัน เป็นบ้าหรือไง” ลดาตะโกนใส่ประตู แต่ประโยคหลังพูดเบา ๆ “ปล่อยมันไปเถอะกำนัน เดี๋ยวหิวก็คงออกมาเองแหละ คงไม่ปล่อยให้ตัวเองเน่าตายในห้องหรอก” คนตัวใหญ่พยักหน้า แล้วปล่อยไปตามนั้นก่อน มือใหญ่คว้าผ้าขนหนูแล้วเดินลงไปอาบน้ำชั้นล่าง ใต้ถุนไม่มีใครแล้ว เขาหยิบขันตักน้ำแล้วสาดใส่ตัวเองหลายครั้ง สองมือกดขมับด้วยความเครียด ทำอะไรของมึงวะ ไอ้พาก! เขาสบถด่าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังแต่ให้เจ้าขามาชี้หน้าด่าสักครั้ง ดีกว่าเธอเงียบไปแบบนี้ สาดคำหยาบคายใส่หน้าเขาได้เลยเต็มที่ อะไรก็ได้ กราบเท้าก็ได้ ทำได้หมดทุกอย่าง ต่อให้เรียกเงินร้อยล้าน เขาก็จะหามาให้แล้วเอาไปวางไว้ตรงหน้าเธอ อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การเงียบแบบนี้ ตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่มแล้ว คนตัวใหญ่ได้แต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมา รอเสียงเคาะประตูจากเจ้าขา เพราะเขาคงไปเคาะห้องเธอไม่ได้แล้ว เพราะลดาอยู่ห้องใกล้ ๆ ก๊อก ก๊อก พอได้เสียงเคาะประตู คนตัวใหญ่ก็รีบลุกขึ้นไปเปิดทันที เขาเปิดประตูไปเจอกับเด็กหัวฟูหน้าซีด และตาเธอบวมมาก ๆ ไม่รู้ว่าร้องไห้กี่ชั่วโมง เขาคว้าตัวเธอมากอดทันทีโดยลืมไปเลยว่ามันจะล่วงเกินเจ้าตัวหรือเปล่า แต่เขาก็เลิกคิดมากเมื่อมือและแขนเรียวประสานกอดเขาไว้แน่นไม่แพ้กัน “ขอโทษจากใจ ต่อให้เอ็งจะทำอะไรข้าสัญญาว่าจะไม่โกรธเคือง” “อึก...รู้แล้ว เลิกพูดแบบนี้สักที”ข้อความ“เรียบจบแล้วค่า ดีใจกับเจ้าขาไหม” แนบรูปชูสองนิ้วกับชุดครุย(อืม เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าไปรับ)“เย่ คิดถึงจะตายอยู่แล้ว”(คิดถึงเอ็งเหมือนกัน)(ข้าทำงานก่อน)“ค่ะสู้ ๆ นะคะ”คนตัวเล็กหอบดอกไม้ใส่รถ พี่ ๆ กับพ่อแม่เธอก็มากันหมด ยกเว้นเขา แต่เธอไม่ได้โกรธหรอก แต่ก็แอบน้อยใจนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจเพราะเขาบอกว่าติดงานสำคัญ ตั้งแต่เธอขึ้นมานี่เขาก็มาหาเธอแค่สองสามครั้ง แต่เจ้าขาก็เข้าใจ เขางานเยอะจะตาย ถึงอย่างนั้นเราก็โทรคุยกันทุกคืน ถึงเขาจะหลับใส่โทรศัพท์บ่อย ๆ ก็เถอะ“ลูกแม่อยากกินอะไรจ๊ะวันนี้” “อะไรก็ได้ค่ะ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เศร้าเหรอที่เขาไม่มา” “เปล่าค่ะ หนูเข้าใจ เขาติดงาน” ถึงพูดไปแบบนั้นแต่สีหน้าคนตัวเล็กเป็นอีกแบบ“พ่อก็อยู่ตรงนี้ น้อยใจจริง ๆ ที่ลูกสาวทำหน้าเศร้าเพราะผู้ชายคนอื่น” คุณธนพัฒน์ยืนกอดอกอย่างงอน ๆ จนลูกสาวคนเล็กเปลี่ยนสีหน้าแล้วรีบกอดพ่อไว้แน่นอยู่ ๆ พี่ชายที่อยู่ด้านหลังพ่อก็ยิ้มขึ้นมาดื้อ ๆ สีหน้าของคุณณิชากับคุณธนพัฒน์ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน รวมถึงสายตาคนแถวนั้นก็มองมาที่เธอแปลก ๆ จนคนตัวเล็กรีบหันหลังกลับไปมอง ภาพที่เห็นทำให้เจ้าขาน้ำตาคลอ เธอรีบวิ่งไปกระโดดก
“แล้วมาหาพ่อกับแม่อีกนะ ตัวเล็กของแม่” คุณณิชาเดินเข้ามากอดลูกสาวไว้แน่น คนตัวเล็กเองก็กอดแม่ไว้แน่นไม่แพ้กัน แล้วก็เข้าไปก็คุณธนพัฒธ์ไว้แน่นเช่นกัน “ฝากดูแลลูกสาวของพวกเราด้วยล่ะ” คุณธนพัฒน์เอ่ยขึ้น “ผมจะดูแลเจ้าขาให้ดีที่สุดครับ”คนตัวเล็กหลับแทบตลอดทาง ลืมตาตื่นมาอีกทีก็เกือบถึงหนองคายแล้ว เจ้าขาเป็นคนหลับลึกยิ่งถ้าสบายใจจะหลับลึกมาก“เหงาไหมคะ เจ้าขาหลับไปนานเลย”“ไม่เหงา นั่งมองหน้าเอ็งทั้งวัน”“แล้วสวยไหมคะ”“อืม สวย”คนตัวเล็กก้มไปจุ๊บมือใหญ่ด้วยความทะเล้น อีกฝ่ายก็เอียงมาหอมแก้มเธออย่างเอ็นดู“หิวไหม แวะกินข้าวก่อนไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว กินที่เรือนก็ได้ค่ะ”“ไว้หาเวลามาใหม่ เอาวันที่เอ็งเรียนจบแล้วจะได้มาหลาย ๆ วัน” เพราะว่าตราดกับหนองคายมันไกลกันมาก เลยเหมือนได้มีเวลาให้พ่อกับแม่ได้แค่วันเดียว เวลาขับรถยังเยอะกว่าอยู่บ้านเสียอีกสุดท้ายก็ถึงเรือนสักที พี่ๆ นั่งกินข้าวกันอยู่ ลดาเองก็รีบวิ่งมาหาฉันด้วยรอยยิ้มเหมือนน้องสาวรอพี่สาว ทุกคนยกมือสวัสดีทักทายกำนันเหมือนปกติ ฉันกับเขานั่งกินข้าวด้วยกัน ช่วงนี้ฉันเริ่มไม่สนใจสายตาคนอื่นตามที่เขาบอกมาตลอด ทุกคนก็รู้ถ
เวลาประมาณบ่ายโมง ตอนคุณณิชากับคุณธนพัฒน์กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนพี่ชายสี่คนก็นั่งเล่นเกมตะโกนใส่กันอยู่โซฟากลางบ้าน ถือว่าเป็นวันหยุด บ้านนี้มีคุณณิชา คุณธนพัฒน์ เฮียสายลม กับเฮียขุนเขา ความจริงมีฉันด้วย แต่ตอนนี้ไม่น่าจะมีฉันแล้ว เรียนจบก็คงไปอยู่กับเขาเลยนั่นแหละ ก็รักผัวนี่ ใครจะยอมห่าง ส่วนเฮียเติ้ลกับ เฮียเจคอป ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านพ่อกับแม่มาก แต่มีเมียมีครอบครัวแล้วก็เลยแยกออกไป ส่วนเฮียสายลม กับเฮียขุนเขา มีเมียก็คงพามาอยู่ในบ้าน พ่อแม่เริ่มอายุเยอะ ทั้งสองไม่ยอมออกจากบ้านหรอก เจ้าขาเดินขึ้นไปดูว่าเขาตื่นหรือยัง แต่เตียงกลับว่างเปล่า แต่ได้ยินเสียงฝักบัวในห้องน้ำ เธอเลยขึ้นไปนอนรอเสียเลยไม่นานเขาก็ออกจากห้องน้ำ ผ้าขนหนูพันต่ำ กับหยดน้ำที่ไหลผ่านซิกแพคมันฮอตเกินไปแล้ว คนตัวใหญ่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมลวก ๆ หล่อ.. หุ่นแม่เจ้าโว้ยย...“น้ำลายเอ็งจะหกแล้ว” คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นเลยยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำลายอัตโนมัติ แต่มันไม่มี ท่าทางนั้นทำคนตัวใหญ่อดเอ็นดูไม่ได้ จนหัวเราะออกมา“นี่ แกล้งเจ้าขาเหรอคะ”“แต่เอ็งทำได้มากกว่ามองนะ รู้ไหม” คนตัวใหญ่เดินเข้ามาใกล้แล้วก้มมอบจูบอันแสนหวานให้
หลายวันผ่านไปสรุปเรื่องของน้าน้อยวันนั้นเราก็จบกันด้วยดี พอแม่ของน้าน้อยรู้ว่าน้าน้อยก็โกหก อีกวันก็เอากระเช้ามาขอโทษขอโพยกำนันถึงเรือน แต่ถึงยังนั้นเรื่องนี้ก็โดนเอาไปพูดถึงสามบ้านแปดบ้าน เมื่อวานน้าน้อยก็มาขอโทษกำนันและฉัน เธอดูมีสติขึ้นแล้ว ฉันเองก็ให้อภัยเธอ กำนันเองก็ด้วย เห็นแก่ที่ผ่านมาน้าน้อยก็ทำดี และหวังดีกับกำนันมาตลอดส่วนเรื่องที่ฉันคบกับกำนันก็คงรู้ไปทั่วหมู่บ้านเหมือนกัน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนอื่นคิดยังไง แต่พี่ ๆ ในไร่ก็ยังคุยและน่ารักกับฉันเหมือนเดิม ป้าบัวบอกว่าทุกคนเขารู้กันหมดแล้ว แค่ตกใจที่กำนันจับมือเปิดตัวฉัน แล้วทุกคนก็ยินดีมากที่กำนันจะมีความรักมีความสุขกับเขาบ้าง คนตัวใหญ่เข้ามากอดเธอจากด้านหลัง แล้วหอมเธอฟอดใหญ่“เตรียมของเสร็จหรือยังครับ” เขาพูดครับทีไรเธอไม่ชินทุกที “เสร็จแล้วค่ะ ไปกัน”รถออกเวลาห้าโมงเย็นของวันศุกร์ สเปกเท่ากับ คนที่รู้ว่าฉันไม่ชอบเครื่องบินเลยยอมขับรถตั้งแต่หนองคายไปตราดได้ บนสุดถึงใต้สุดเลยนะ มันไม่ใช่ใกล้ ๆ อยู่กับเขาแล้วมันอบอุ่นเหมือนอยู่กับพี่ชาย เหมือนอยู่กับพ่อ เหมือนอยู่กับเพื่อน เหมือนเขาเป็นให้ฉันได้ทุกอย่าง“ถ้าเ
เขาจับมือฉันเดินมาถึงใต้ถุนบ้าน แน่นอนว่าสายทุกคนมองมาเป็นสายตาเดียว แต่ฉันก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นน้าน้อยกับผู้หญิงอายุประมาณเกือบหกสิบนั่งจับมือเธออยู่ “หึ บ่คิดเลย ว่ากำนันสิเป็นคนจั่งซี่ เฮ็ดหยังไว้กับลูกสาวข่อยเมื่อคืน คำขอโทษสักคำกะบ่มี บาดทีนี้มาจูงมือผู้สาวใหม่หน้าตาเฉย ได้ข่าวว่าเป็นเด็กฝึกงานซั้นบ่ สมกันคักเนาะ เจ้าของไร่กับเด็กฝึกงาน ระวังเด้อ... สิถืกเด็กน้อยต้มเอานะกำนัน” คำพูดดูถูกกับสายตาที่มองเจ้าขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมยังชี้หน้าด่ากำนันฉอด ๆ ทำเอาคนตัวเล็กแทบทนไม่ไหว เจ้าขาก้าวขาไปด้านหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่ก็ถูกกำนันดึงไว้เสียก่อน แก่ก็แก่เถอะ พูดจาเหมือนรู้ดีขนาดนี้ มันหน้าตบสักฉาก“แหม ๆ สิตบกูบ่ มึงเอาสิ้ คนเขาจะได้เว้ากันให้ทั่ว ว่าเมียใหม่กำนันตบคนแก่” “พอ ผมบ่ขอเสียเวลา จะเว้าแค่เทือเดียว ผมบ่ได้ทำอีหยังลูกสาวป้าทั้งนั้น ส่วนเรื่องอื่น ผมว่าป้าอย่ามายุ่งสิดีกว่า ต่อหน้าผม กะอย่ามาเว้าดูถูกเมียผม ขีดจำกัดผมมันต่ำ”ประโยคหลังทำทุกคนอึ้ง รวมถึงคนตัวเล็กที่จับมือเขาอยู่ข้างหลัง ตกใจก็จริง แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีมากที่เขาปกป้องเธอแบบนี้“เป็นหยังอ้ายคือกล้าเว้าว่ามัน
หลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยงไปครึ่งชั่วโมงสุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอมคุยกับเขาดี ๆ เพราะดูแล้วยังไงเขาก็ไม่ยอมให้เธอปฏิเสธอยู่ดี“จะพูดอะไรก็พูดมา... เป็นถึงกำนัน ถ้ามีคนมาเห็นว่านอนกอดกับสาวอยู่เดี๋ยวก็เป็นเรื่อง” ใช่แล้ว ตอนนี้เขากำลังนอนกอดเธอไว้แน่ นอนตรงทุ่งหญ้าคัน ๆ นี่แหละ “ช่างหัวมัน ข้าไม่สน” “แล้วแต่”“ข้าไม่ได้มาแก้ตัว แล้วก็ไม่อยากแก้ตัวด้วย ข้าผิดเองเรื่องที่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนไม่มีสติ แต่ว่า... ข้าไม่ได้ทำจริง ๆ ให้ข้าไปสาบานตรงไหนก็ได้ ข้าคิดว่านั่นคือเอ็ง ข้าขอโทษ ต่อจากนี้ข้าจะไม่กินให้เมาอีกแล้ว ข้าสัญญาจากนี้จนวันตายด้วยเกียรติของไอ้พาก” คนตัวใหญ่พูดอย่างหนักแน่นพร้อมชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว“จะไม่ได้ทำได้ไง สภาพน้าน้อยเป็นแบบนั้น”“ข้าไม่รู้ ยัยนั่นจงใจกุเรื่อง พวกเพื่อนเอ็งจัดการมันแล้ว” เป็นครั้งแรกที่กำนันเรียกน้าน้อยแบบนั้น ท่าจะโกรธจริง ๆ นั่นแหละ... ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงฉันก็โกรธมากเหมือนกัน“ถ้าเจ้าขาไปตบ จะว่าไรไหม”“ไม่ ไปตบเลย เดี๋ยวข้าคอยช่วย” เธอพูดเล่น ๆ แต่เขาก็เออออตามแบบจริงจัง“ข้าขอโทษ ให้อภัยข้าได้ไหม ขอโทษเอ็งจากใจ” จากที่นอน เขาก็ลุกขึ้นมาคุกเข่าแล้วยกมือ







