Masukวันนี้ฉันเงียบกริบไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่บอกตรง ๆ ว่าวันนี้ฉันรักยายเมเปิ้ลมาก ถึงปกติจะหมั่นไส้มันอยู่ตลอด แต่ก็ทำให้รู้ว่า ที่ช่วงนี้มันไม่ได้กินข้าวที่นี่ ไม่ค่อยได้นอนที่เรือนกำนัน ก็เพราะมันน่าจะไม่ได้สนใจเขาแล้วจริง ๆ
แต่ยอมใจที่มันตอบตรง ๆ ว่าเขาหล่อแล้วก็เกือบตรงสเปก ความจริงฉันเป็นผู้หญิงที่ห้าวและปากแซ่บกว่ามันหลายเท่า แต่ป่านนี้ฉันยังไม่ได้สารภาพกับกำนันเลย การจีบมันถึงได้ช้าอย่างกับสลอธแบบนี้ ชุดออกกำลังกายยั่ว ๆ ในตอนเช้าทุกวัน ก็ไม่รู้ว่าจะทำให้เขารู้สึกอะไรได้บ้างไหม “เฮ้อ ไม่อยากใจเย็นแล้ว” ฉันถอนหายใจกับตัวเอง หนึ่งเดือนใช่ว่ามันจะนาน แป๊บเดียวก็จะหมดเดือนแล้ว แต่ประโยคหนึ่งของเมเปิ้ลก็ทำเอาเจ้าขาหงอย อายุน้อยกว่าลูกสาวเขา แล้วจะคิดกับเขาเกินนั้นได้ยังไง ฉันก็ไม่รู้แต่มันคิดไปแล้วไง เราได้จูบกันแล้วก็จริง แถมเขายังจับหน้าอก เห็นหน้าอกฉันหมดแล้วด้วย แต่เรื่องวันนั้นมันก็เป็นแค่ความผิดพลาด ป่านนี้เขาคงลืมทุกอย่างไปหมดแล้ว แต่กลับกัน ฉันไม่เคยลืมจูบเขาได้เลย “เหม่ออะไร แล้วงานจะเสร็จไหมเนี่ยเจ้าขา” เสียงเมเปิ้ลทำให้เจ้าขาหลุดจากภวังค์ความคิด ฉันสลัดความคิดทุกอย่างทิ้งแล้วกลับมาตั้งใจทำงานอีกครั้ง บ่ายนี้กำนันไม่อยู่ เห็นบอกว่ามีงานอะไรนี่แหละ น่าจะเป็นงานของกำนันนะ เขาไม่ได้พูดอะไรมาก แค่บอกว่าวันนี้มีงานแล้วก็ขับรถทิ้งพวกฉันไว้ที่นี่ แต่ก็ปกติของเขานั่นแหละ มาสอนงานเสร็จก็มา ๆ หาย ๆ งานที่ไร่บ้าง งานกำนันบ้าง ดูเป็นคนที่งานท่วมหัวสุด ๆ “เจ๊ เหม่อลอยอีกแล้ว เดี๋ยวยัยเมเปิ้ลก็กัดหรอก ไม่รู้วันนี้มันหงุดหงิดมาจากไหน หมาบ้าเข้าสิงมั้งน่ะ” “เออ กูรู้แล้ว ทำอยู่นี่ไง” เราทำงานกันถึงสี่โมง ก่อนจะแยกย้ายกันไปพัก แล้วก็ตามเดิม รถยัยเมเปิ้ลไม่อยู่อีกแล้ว และเอวาก็คงไม่อยู่ด้วยเช่นกัน พวกนางไม่ได้กินข้าวเย็นฝีมือป้าบัวเกือบหนึ่งอาทิตย์ได้แล้ว แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจหรอก ถ้าฉันไม่ได้หลงชอบกำนันเจ้าของไร่พักใจ ป่านนี้ก็คงไปแล้วเหมือนกัน ไม่ต้องมารอนั่งกินข้าวมองหน้าเขาหรอก “วันนี้ทำอะไรกินคะป้าบัว” ฉันเอ่ยถาม “วันนี้ทำต้มแซ่บจ้า ชิมเบิงเอา ถูกปากกันบ่” ป้าบัวเองก็เริ่มพูดภาษากลางได้นิดหน่อย แต่ฟังพวกเรารู้เรื่องทุกคำ ฉันตักต้มแซ่บในหม้อใส่ถ้วย ก่อนจะตักซุปขึ้นมาชิม “หืม แซ่บมากเลยค่ะป้าบัว” ทุกครั้งที่ชมอาหารของป้าบัว เธอจะยิ้มอย่างมีความสุขทุกครั้ง บางทีความสุขของคนเราก็มาจากเรื่องง่าย ๆ แบบนี้ แค่คำพูดดี ๆ ก็ทำให้อีกฝ่ายมีความสุขไปทั้งวัน ส่วนลดาคือตักต้มแซ่บใส่ชามไปนั่งกลางวงเรียบร้อย รายนั้นติดรสมือของป้าบัวมาก กินไม่บ่นเบื่อสักวัน จากที่แห้ง ๆ ก็เริ่มมีน้ำมีนวล “ป้าบัวมานั่งกินข้าวกับพวกหนูสิคะ เหงามากมีแค่สองคน” “ได้จ่ะลูก เดี๋ยวป้าตามไปนะ” ไม่นานมาก คนงานก็เริ่มเต็มใต้ถุนบ้าน ป้าบัวทำอาหารเวลาเดิมทุกวัน ทุกคนเลยรู้เวลาทานอาหาร ทานเสร็จก็ไปทำงานต่อ ไม่ต้องรอเจ้าของไร่คอยมาคุมแต่ทุกคนก็รู้หน้าที่ตัวเอง ทุกคนก็คงรักไร่นี้ไม่แพ้กำนัน “ป้าคิดว่า ช่วงนี้กำนันดูมีความสุขคักกว่าแต่ก่อน พวกหนูมาอยู่บนเรือน แกคงไม่เหงา” ป้าบัวพูดแล้วยิ้ม เหมือนเธอเองก็มีความสุขที่กำนันมีความสุข “กำนันอยู่แค่คนเดียว ทำไมบ้านถึงใหญ่โตนักล่ะคะ แถมมีตั้งหลายห้อง” ฉันเอ่ยถาม “เฮ้อ ป้าเองก็สงสารแกนะ ตั้งแต่เมียแกเสียบ้านกะเงียบเหงามาก แกสร้างบ้านหลายห้อง ไว้ให้พี่สาวเมีย แม่เมีย คือว่าหนูญาดาเธอมีแค่แม่กับพี่สาว ถึงอย่างนั้นเธอก็เป็นคนเก่ง รวยเหมือนกัน เป็นหุ้นส่วนไร่พักใจนี่ล่ะ ส่วนอีกสองห้องก็เอาไว้ให้ลูก เพราะทั้งสองอยากมีลูกสองคน แต่มีได้แค่คนเดียว เพราะญาดาร่างกายบ่ค่อยแข็งแรง” ป้าบัวรู้แทบทุกอย่างในชีวิตของกำนัน เพราะเป็นแม่บ้านตั้งแต่ตอนที่หนูญาดาเข้ามาในบ้านจนถึงตอนนี้ เธอเปรียบเหมือนอีกคนในครอบครัวของกำนัน บ้านที่ป้าบัวอยู่กำนันก็เป้นคนสร้างให้ ซึ่งอยู่หลังบ้านของกำนัน เพื่อสะดวกต่อการเดินมาทำงาน ฉันได้รู้จากกำนันอีกหลายมุมเพราะป้าบัว และนั่นยิ่งทำให้ฉันชอบเขามากขึ้นอีก กี่ปากก็บอกแต่ว่ากำนันเป็นคนดี ทำหน้าที่กำนันได้ดีไม่ขาดตกบกพร่อง ตอนนี้ก็หนึ่งทุ่มแล้ว แต่กำนันยังไม่กลับเรือน ฉันที่ลุกมาเข้าห้องน้ำก็คิดดื้ออะไรไม่รู้ถึงแอบเดินมาฝั่งห้องนอนเขา ความจริงฉันไม่เคยเดินสำรวจฝั่งนี้เลย ฉันเดินสำรวจเรือนฝั่งที่กำนันอยู่ พบว่ามีรูปเก่า ๆ ตั้งแต่สมัยกำนันยังเด็ก และถูกอุ้มโดนผู้หญิงกับผู้ชาย ที่น่าจะเป็นพ่อกับแม่ของกำนัน ถัดมาก็เป็นรูปที่เขาเริ่มโตขึ้นเรื่อย ๆ “หน้าเข้มทรงไทยบ้านแต่เด็กเลยนะพ่อคุณ” ฉันยืนยิ้มกับรูปของเขาตอนอายุประมาณสิบแปดสิบเก้า ถัดไปอีกรูป ก็เป็นรูปตอนเขาบวชเป็นพระ ถัดไปอีกก็ คุณญาดา สายตาของกำนันทุกรูปที่มองคุณญาดาอยู่ด้วยมันต่างกับรูปอื่นอย่างสิ้นเชิง สายตาของความรักมันมองออกชัดขนาดนี้เลยเหรอ โดยเฉพาะรูปที่คุณญาดาอุ้มลูก สายตาของกำนันในรูปนั้นเต็มไปด้วยความสุข ฉันยืนยิ้มด้วยความยินดีไปด้วย เข้าใจแล้วว่าทำไมกำนันถึงรักคุณญาดาขนาดนี้ ก็ผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งเยอะนี่นะ “อันนี้รูปแต่งงานเหรอ” ฉันหันไปอีกมุม ก็เห็นรูปแต่งงานของทั้งสองคน มันไม่ได้เป็นรูปที่ใหญ่มาก แต่ก็ไม่เล็กจนเกินไป ทั้งสองยิ้มแย้มกันอย่างมีความสุข “ฉันขอโทษนะคะคุณญาดา ที่ฉันดันหลงรักสามีคุณ คุณจะโกรธฉันไหมคะ ถ้าฉันจะจีบเขา” ฉันคิดคำพวกนี้ในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา แต่ถ้าเธอไม่พอใจจริง ๆ ฉันจะอาจจะสัมผัสอะไรได้บ้าง แต่ทุกอย่างก็ปกติดีนะ “เอ๊ะ หรือว่าจะไปเกิดใหม่แล้ว เรื่องก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้วนะ” “เอ็งทำอะไร” คนตัวเล็กสะดุ้งโหยง หัวใจตกไปถึงตาตุ่ม คิดว่าผีเหอะ แต่อันนี้ก็น่ากลัวไม่ต่างจากผีเท่าไหร่ เพราะนั่นคือเสียงของกำนัน ฉันหันหน้ามาเผชิญกับเขาโดยตรง เพราะมันไม่มีทางหนีแน่ ๆ อยู่แล้ว กำนันใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำตาล ตัวเขามีกลิ่นแอลกอฮอล์หึ่ง “ค..คือว่า” “ห้องเอ็งอยู่ฝั่งนู้น ทำไมเอ็งถึงมาเดินเล่นฝั่งนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต” คนตัวใหญ่ก้าวมาใกล้เธอมากขึ้น จนคนตัวเล็กต้องถอยหลัง “ขอโทษค่ะ” ปกติถ้าเขากลับ ก็ต้องได้ยินเสียงรถสิ แต่พอเห็นสภาพแล้วก็ไม่แปลก คนอื่นน่าจะมาส่งนั่นแหละ “หนูไปพักก่อนนะคะ” ฉันเดินออกมาจากตรงนั้น แต่ก็โดนเขาคว้าแขนไว้ “เดี๋ยว เองยังไม่ได้ตอบ ว่าเอ็งมาเรือนฝั่งข้าทำไม” มือใหญ่กำแขนเธอไว้แน่น จนเธอเจ็บ แรงอย่างกับวัวควาย ผู้ชายคนนี้ “ปล่อยค่ะ เจ้าขาเจ็บ” พอเธอพูด อีกฝ่ายก็ค่อย ๆ ปล่อยมือเธอ “ขอโทษ เอ็งชอบเดินหนี ข้าเลยเผลอออกแรง แล้ว สรุปว่า เอ็งมาฝั่งนี้ทำไม” “ขอโทษค่ะ จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วค่ะ เจ้าขาแค่สอดรู้สอดเห็นไปทั่ว” ฉันพูดตามความจริง มันมาถึงขนาดนี้แล้วก็คงไม่มีข้อแก้ตัว “แล้วเอ็งจะสอดรู้สอดเห็นเรื่องของข้าไปทำไม” อีกฝ่ายคิ้วขมวด เขารู้ว่าเจ้าขาไม่ได้จะขโมยของ เพราะถ้าเธอเป็นคนแบบนั้น ก็คงรับกล่องที่เขาเคยให้ไปแล้ว แค่ไม่เข้าใจว่า ทำไมเธอถึงมาอยู่ฝั่งนี้ ในตอนที่เขาไม่อยู่ “ค...คือว่า” “หรือเอ็งมีใจให้ข้า” เขากล้าพูดออกไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เขาไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง แต่เด็กคนนี้แปลก ๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ทุกเช้าที่เธอออกกำลังกายก็ดูสวยเป็นพิเศษเหมือนว่าตั้งใจแต่งให้เขาดู คำพูดสายตามันไม่เหมือนเด็กคนอื่นที่มองเขา “ถ้าใช่ แล้วจะทำไมคะ” ไหน ๆ เรื่องมันก็มาถึงขนาดนี้แล้ว สารภาพไปตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน “ข้าก็จะได้บอกเอ็งตรง ๆ ว่าให้ตั้งใจฝึกงานแล้วกลับไปเรียน เพราะข้าไม่ได้คิดอะไรกับเอ็ง” จึก มันเจ็บนะ แต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงโล่ง “ตอนนี้ไม่ได้คิด แต่เดี๋ยวอีกไม่นานก็คิดค่ะ” ฉันตอบกลับไปแบบมั่น ๆ “ข้าจะไปคิดอะไรกับเอ็ง เอ็งอายุน้อยกว่าลูกสาวข้าเสียอีก” “แค่ปีเดียวค่ะ” “เลิกคิดเรื่องพวกนี้เถอะ ข้าไม่มีวันคิดอะไรกับเอ็ง แล้วเอ็งก็น่าจะรู้แล้ว ว่าข้าไม่คิดจะมีเมียใหม่ แล้วต่อให้เอ็งหน้าตาเหมือนญ.....” พูดไม่ทันจบ คนตัวเล็กก็เดินเข้ามาใกล้แล้วเขย่งปลายเท้ามอบจุ๊บหวาน ๆ ให้เขาแบบไม่ทันตั้งตัว “ถือว่าหายกันนะคะ คุณกำนันก็เคยจุ๊บเจ้าขาเหมือนกัน ไม่สิคุณกำนันทำมากกว่าจุ๊บอีกค่ะ ตอนนี้ยังไม่ชอบก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่หลังจากนี้ เจ้าขาจะทำให้กำนันหลงรักหัวปักหัวปำเลยคอยดู” พูดจบคนตัวเล็กก็เดินกลับห้องไปดื้อ ๆ ไม่คิดจะหันหลังกลับมามองคนตัวใหญ่ที่ยืนอึ้งอยู่คนเดียวแม้แต่น้อย บอกเลยว่าโล่ง ยัยเจ้าขาคนเดิมกลับมาแล้วค่าข้อความ“เรียบจบแล้วค่า ดีใจกับเจ้าขาไหม” แนบรูปชูสองนิ้วกับชุดครุย(อืม เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าไปรับ)“เย่ คิดถึงจะตายอยู่แล้ว”(คิดถึงเอ็งเหมือนกัน)(ข้าทำงานก่อน)“ค่ะสู้ ๆ นะคะ”คนตัวเล็กหอบดอกไม้ใส่รถ พี่ ๆ กับพ่อแม่เธอก็มากันหมด ยกเว้นเขา แต่เธอไม่ได้โกรธหรอก แต่ก็แอบน้อยใจนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจเพราะเขาบอกว่าติดงานสำคัญ ตั้งแต่เธอขึ้นมานี่เขาก็มาหาเธอแค่สองสามครั้ง แต่เจ้าขาก็เข้าใจ เขางานเยอะจะตาย ถึงอย่างนั้นเราก็โทรคุยกันทุกคืน ถึงเขาจะหลับใส่โทรศัพท์บ่อย ๆ ก็เถอะ“ลูกแม่อยากกินอะไรจ๊ะวันนี้” “อะไรก็ได้ค่ะ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เศร้าเหรอที่เขาไม่มา” “เปล่าค่ะ หนูเข้าใจ เขาติดงาน” ถึงพูดไปแบบนั้นแต่สีหน้าคนตัวเล็กเป็นอีกแบบ“พ่อก็อยู่ตรงนี้ น้อยใจจริง ๆ ที่ลูกสาวทำหน้าเศร้าเพราะผู้ชายคนอื่น” คุณธนพัฒน์ยืนกอดอกอย่างงอน ๆ จนลูกสาวคนเล็กเปลี่ยนสีหน้าแล้วรีบกอดพ่อไว้แน่นอยู่ ๆ พี่ชายที่อยู่ด้านหลังพ่อก็ยิ้มขึ้นมาดื้อ ๆ สีหน้าของคุณณิชากับคุณธนพัฒน์ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน รวมถึงสายตาคนแถวนั้นก็มองมาที่เธอแปลก ๆ จนคนตัวเล็กรีบหันหลังกลับไปมอง ภาพที่เห็นทำให้เจ้าขาน้ำตาคลอ เธอรีบวิ่งไปกระโดดก
“แล้วมาหาพ่อกับแม่อีกนะ ตัวเล็กของแม่” คุณณิชาเดินเข้ามากอดลูกสาวไว้แน่น คนตัวเล็กเองก็กอดแม่ไว้แน่นไม่แพ้กัน แล้วก็เข้าไปก็คุณธนพัฒธ์ไว้แน่นเช่นกัน “ฝากดูแลลูกสาวของพวกเราด้วยล่ะ” คุณธนพัฒน์เอ่ยขึ้น “ผมจะดูแลเจ้าขาให้ดีที่สุดครับ”คนตัวเล็กหลับแทบตลอดทาง ลืมตาตื่นมาอีกทีก็เกือบถึงหนองคายแล้ว เจ้าขาเป็นคนหลับลึกยิ่งถ้าสบายใจจะหลับลึกมาก“เหงาไหมคะ เจ้าขาหลับไปนานเลย”“ไม่เหงา นั่งมองหน้าเอ็งทั้งวัน”“แล้วสวยไหมคะ”“อืม สวย”คนตัวเล็กก้มไปจุ๊บมือใหญ่ด้วยความทะเล้น อีกฝ่ายก็เอียงมาหอมแก้มเธออย่างเอ็นดู“หิวไหม แวะกินข้าวก่อนไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว กินที่เรือนก็ได้ค่ะ”“ไว้หาเวลามาใหม่ เอาวันที่เอ็งเรียนจบแล้วจะได้มาหลาย ๆ วัน” เพราะว่าตราดกับหนองคายมันไกลกันมาก เลยเหมือนได้มีเวลาให้พ่อกับแม่ได้แค่วันเดียว เวลาขับรถยังเยอะกว่าอยู่บ้านเสียอีกสุดท้ายก็ถึงเรือนสักที พี่ๆ นั่งกินข้าวกันอยู่ ลดาเองก็รีบวิ่งมาหาฉันด้วยรอยยิ้มเหมือนน้องสาวรอพี่สาว ทุกคนยกมือสวัสดีทักทายกำนันเหมือนปกติ ฉันกับเขานั่งกินข้าวด้วยกัน ช่วงนี้ฉันเริ่มไม่สนใจสายตาคนอื่นตามที่เขาบอกมาตลอด ทุกคนก็รู้ถ
เวลาประมาณบ่ายโมง ตอนคุณณิชากับคุณธนพัฒน์กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนพี่ชายสี่คนก็นั่งเล่นเกมตะโกนใส่กันอยู่โซฟากลางบ้าน ถือว่าเป็นวันหยุด บ้านนี้มีคุณณิชา คุณธนพัฒน์ เฮียสายลม กับเฮียขุนเขา ความจริงมีฉันด้วย แต่ตอนนี้ไม่น่าจะมีฉันแล้ว เรียนจบก็คงไปอยู่กับเขาเลยนั่นแหละ ก็รักผัวนี่ ใครจะยอมห่าง ส่วนเฮียเติ้ลกับ เฮียเจคอป ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านพ่อกับแม่มาก แต่มีเมียมีครอบครัวแล้วก็เลยแยกออกไป ส่วนเฮียสายลม กับเฮียขุนเขา มีเมียก็คงพามาอยู่ในบ้าน พ่อแม่เริ่มอายุเยอะ ทั้งสองไม่ยอมออกจากบ้านหรอก เจ้าขาเดินขึ้นไปดูว่าเขาตื่นหรือยัง แต่เตียงกลับว่างเปล่า แต่ได้ยินเสียงฝักบัวในห้องน้ำ เธอเลยขึ้นไปนอนรอเสียเลยไม่นานเขาก็ออกจากห้องน้ำ ผ้าขนหนูพันต่ำ กับหยดน้ำที่ไหลผ่านซิกแพคมันฮอตเกินไปแล้ว คนตัวใหญ่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมลวก ๆ หล่อ.. หุ่นแม่เจ้าโว้ยย...“น้ำลายเอ็งจะหกแล้ว” คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นเลยยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำลายอัตโนมัติ แต่มันไม่มี ท่าทางนั้นทำคนตัวใหญ่อดเอ็นดูไม่ได้ จนหัวเราะออกมา“นี่ แกล้งเจ้าขาเหรอคะ”“แต่เอ็งทำได้มากกว่ามองนะ รู้ไหม” คนตัวใหญ่เดินเข้ามาใกล้แล้วก้มมอบจูบอันแสนหวานให้
หลายวันผ่านไปสรุปเรื่องของน้าน้อยวันนั้นเราก็จบกันด้วยดี พอแม่ของน้าน้อยรู้ว่าน้าน้อยก็โกหก อีกวันก็เอากระเช้ามาขอโทษขอโพยกำนันถึงเรือน แต่ถึงยังนั้นเรื่องนี้ก็โดนเอาไปพูดถึงสามบ้านแปดบ้าน เมื่อวานน้าน้อยก็มาขอโทษกำนันและฉัน เธอดูมีสติขึ้นแล้ว ฉันเองก็ให้อภัยเธอ กำนันเองก็ด้วย เห็นแก่ที่ผ่านมาน้าน้อยก็ทำดี และหวังดีกับกำนันมาตลอดส่วนเรื่องที่ฉันคบกับกำนันก็คงรู้ไปทั่วหมู่บ้านเหมือนกัน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนอื่นคิดยังไง แต่พี่ ๆ ในไร่ก็ยังคุยและน่ารักกับฉันเหมือนเดิม ป้าบัวบอกว่าทุกคนเขารู้กันหมดแล้ว แค่ตกใจที่กำนันจับมือเปิดตัวฉัน แล้วทุกคนก็ยินดีมากที่กำนันจะมีความรักมีความสุขกับเขาบ้าง คนตัวใหญ่เข้ามากอดเธอจากด้านหลัง แล้วหอมเธอฟอดใหญ่“เตรียมของเสร็จหรือยังครับ” เขาพูดครับทีไรเธอไม่ชินทุกที “เสร็จแล้วค่ะ ไปกัน”รถออกเวลาห้าโมงเย็นของวันศุกร์ สเปกเท่ากับ คนที่รู้ว่าฉันไม่ชอบเครื่องบินเลยยอมขับรถตั้งแต่หนองคายไปตราดได้ บนสุดถึงใต้สุดเลยนะ มันไม่ใช่ใกล้ ๆ อยู่กับเขาแล้วมันอบอุ่นเหมือนอยู่กับพี่ชาย เหมือนอยู่กับพ่อ เหมือนอยู่กับเพื่อน เหมือนเขาเป็นให้ฉันได้ทุกอย่าง“ถ้าเ
เขาจับมือฉันเดินมาถึงใต้ถุนบ้าน แน่นอนว่าสายทุกคนมองมาเป็นสายตาเดียว แต่ฉันก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นน้าน้อยกับผู้หญิงอายุประมาณเกือบหกสิบนั่งจับมือเธออยู่ “หึ บ่คิดเลย ว่ากำนันสิเป็นคนจั่งซี่ เฮ็ดหยังไว้กับลูกสาวข่อยเมื่อคืน คำขอโทษสักคำกะบ่มี บาดทีนี้มาจูงมือผู้สาวใหม่หน้าตาเฉย ได้ข่าวว่าเป็นเด็กฝึกงานซั้นบ่ สมกันคักเนาะ เจ้าของไร่กับเด็กฝึกงาน ระวังเด้อ... สิถืกเด็กน้อยต้มเอานะกำนัน” คำพูดดูถูกกับสายตาที่มองเจ้าขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมยังชี้หน้าด่ากำนันฉอด ๆ ทำเอาคนตัวเล็กแทบทนไม่ไหว เจ้าขาก้าวขาไปด้านหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่ก็ถูกกำนันดึงไว้เสียก่อน แก่ก็แก่เถอะ พูดจาเหมือนรู้ดีขนาดนี้ มันหน้าตบสักฉาก“แหม ๆ สิตบกูบ่ มึงเอาสิ้ คนเขาจะได้เว้ากันให้ทั่ว ว่าเมียใหม่กำนันตบคนแก่” “พอ ผมบ่ขอเสียเวลา จะเว้าแค่เทือเดียว ผมบ่ได้ทำอีหยังลูกสาวป้าทั้งนั้น ส่วนเรื่องอื่น ผมว่าป้าอย่ามายุ่งสิดีกว่า ต่อหน้าผม กะอย่ามาเว้าดูถูกเมียผม ขีดจำกัดผมมันต่ำ”ประโยคหลังทำทุกคนอึ้ง รวมถึงคนตัวเล็กที่จับมือเขาอยู่ข้างหลัง ตกใจก็จริง แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีมากที่เขาปกป้องเธอแบบนี้“เป็นหยังอ้ายคือกล้าเว้าว่ามัน
หลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยงไปครึ่งชั่วโมงสุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอมคุยกับเขาดี ๆ เพราะดูแล้วยังไงเขาก็ไม่ยอมให้เธอปฏิเสธอยู่ดี“จะพูดอะไรก็พูดมา... เป็นถึงกำนัน ถ้ามีคนมาเห็นว่านอนกอดกับสาวอยู่เดี๋ยวก็เป็นเรื่อง” ใช่แล้ว ตอนนี้เขากำลังนอนกอดเธอไว้แน่ นอนตรงทุ่งหญ้าคัน ๆ นี่แหละ “ช่างหัวมัน ข้าไม่สน” “แล้วแต่”“ข้าไม่ได้มาแก้ตัว แล้วก็ไม่อยากแก้ตัวด้วย ข้าผิดเองเรื่องที่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนไม่มีสติ แต่ว่า... ข้าไม่ได้ทำจริง ๆ ให้ข้าไปสาบานตรงไหนก็ได้ ข้าคิดว่านั่นคือเอ็ง ข้าขอโทษ ต่อจากนี้ข้าจะไม่กินให้เมาอีกแล้ว ข้าสัญญาจากนี้จนวันตายด้วยเกียรติของไอ้พาก” คนตัวใหญ่พูดอย่างหนักแน่นพร้อมชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว“จะไม่ได้ทำได้ไง สภาพน้าน้อยเป็นแบบนั้น”“ข้าไม่รู้ ยัยนั่นจงใจกุเรื่อง พวกเพื่อนเอ็งจัดการมันแล้ว” เป็นครั้งแรกที่กำนันเรียกน้าน้อยแบบนั้น ท่าจะโกรธจริง ๆ นั่นแหละ... ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงฉันก็โกรธมากเหมือนกัน“ถ้าเจ้าขาไปตบ จะว่าไรไหม”“ไม่ ไปตบเลย เดี๋ยวข้าคอยช่วย” เธอพูดเล่น ๆ แต่เขาก็เออออตามแบบจริงจัง“ข้าขอโทษ ให้อภัยข้าได้ไหม ขอโทษเอ็งจากใจ” จากที่นอน เขาก็ลุกขึ้นมาคุกเข่าแล้วยกมือ







