LOGINวันนี้ฉันใส่ชุดออกกำลังกายวันพีซสีน้ำตาลเข้มรัดรูป ด้านหลังเว้าลึก เป็นสายไขว้แผ่นหลัง รับรองว่าแซ่บที่สุดที่เคยใส่มา ยังไงก็ต้องหวั่นไหวบ้างแหละ เขาก็เป็นผู้ชายนะ ถ้าไม่รู้สึกอะไรเลยก็ให้มันรู้ไป
เสียงเท้ากระทบบันไดเวลาหกโมงเช้า ทำให้เจ้าขารู้ได้ทันทีว่าเป็นเขา แต่ผ่านมาสักพักแล้วเขาก็ยังไม่เดินผ่านหน้าที่เสียที เจ้าขาจึงหันไปมองตรงบันได หน้าหล่อตอนนี้คิ้วขมวดมองมาที่เธออย่างคาดโทษ เธอยักไหล่ แล้วออกกำลังกายต่อ ถ้าจะยืนตรงนั้นจนสายก็เอาสิคะคุณกำนัน เสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้งจนรู้อีกทีคนตัวใหญ่มายืนอยู่ต่อหน้าเธอ “เอ็งแต่งตัวอะไรของเอ็ง” “ก็ชุดออกกำลังกายไงคะ ทำไม ไม่สวยเหรอ” คนตัวเล็กหันหลังโชว์หุ่นและหลังขาวเนียน แต่คนตัวใหญ่หันหน้าหนี “ชุดมันโป๊ไปไหม ข้าเป็นผู้ชาย มันไม่เหมาะถ้าคนมาเห็นเอ็งแต่งตัวแบบนี้อยู่ในเรือนข้า” “ใครจะมาเห็นคะ นี่มันหกโมงเช้านะ ออกกำลังกายแป๊บเดียวก็ขึ้นไปอาบน้ำแล้วค่ะ” “ข้าไม่อนุญาตให้เอ็งแต่งตัวแบบนี้ในเรือน” “ทำไมคะ หรือว่า กำนันมีอารมณ์” ฉันพูดไม่อายปาก พร้อมกับเอาตัวเองไปไว้ใกล้ ๆ เขา “พูดจาทะลึ่งตึงตัง ผู้หญิงเขาไม่พูดกันแบบนี้” เขาว่า “ขอโทษค่ะ คราวหลังจะไม่แต่งตัวแบบนี้แล้ว แค่นี้กำนันก็ไม่ว่าอะไรแล้วใช่ไหมคะ” เขาไม่ตอบ “เจ้าขาชอบกำนันจริง ๆ นะคะ” เธอพูดย้ำอีกครั้ง เขาก็เหมือนจะอึ้งหน่อย ๆ จากที่สบตา ก็เบนสายตาไปทางอื่น “ข้าจะไปอาบน้ำ แล้วเอ็งก็อย่าพูดจาแบบวันนี้อีก มันไม่งาม” พูดจบคนตัวใหญ่ก็เดินตรงไปที่ห้องน้ำ ปล่อยให้คนตัวเล็กได้แต่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว “แบบนี้สนุกกว่าเยอะเลย ดีกว่าแอบชอบไปวัน ๆ ล่ะวะ” คนตัวเล็กขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงาน วันนี้เสื้อซื้อยีนคลุมเพราะแดดน่าจะแรง วันนี้เธอตั้งใจแต่งหน้าเป็นพิเศษ ก๊อก ก๊อก “เสร็จยังเจ๊” ฉันเงยหน้ามองนาฬิกาก็ยังไม่สายสักหน่อย ขาเรียวก้าวไปเปิดประดูให้เพื่อนสนิท แล้วกลับมาดัดขนตาต่อ “ทำไมมาตามเร็วนัก ยังไม่ถึงเวลาสักหน่อย” “เปล่าเจ๊ แค่คิดถึง” ฉันทำหน้าแหวะออกมา จนอีกฝ่ายหลุดหัวเราะ “เจ๊จะแต่งสวยทำไม ไม่รู้เหรอว่าวันนี้กำนันไม่ได้สอนเรา” “ห้ะ” ฉันวางเครื่องสำอางลงทันที “เมื่อเช้าลดาเดินผ่านกำนัน เขาบอกว่าวันนี้ไปเรียนรู้โรงเรือนผลิต เดี๋ยวจะมีคนงานมาสอนแทน เพราะวันนี้กำนันมีงาน แต่ไม่ได้บอกว่างานอะไรนะ น่าจะงานกำนันนั่นแหละ” “ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ ไม่แต่งละ” ฉันวางเครื่องสำอางอย่างอารมณ์เสีย การฝึกงานโดยไม่มีเขามันน่าเบื่อขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย วันนี้ฉันทำงานแบบแทบไม่มีพลัง ฉันหาวตั้งแต่เริ่มทำงาน จนถึงตอนเที่ยง เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย แถมยังต้องตื่นเช้ามาอ่อยเขาทุกวันอีก นอนไม่พอแล้วเนี่ย “หิวข้าว ง่วง แอบไปงีบที่ห้องดีกว่า” ฉันหันไปพูดกับลดา “เอาจริงดิ” ฉันพยักหน้า “วันนี้มึงอยู่กับเอวาเมเปิ้ลไปแล้วกัน เดี๋ยวกูไปซื้อไก่ย่างแล้วจะไปนอนละ อย่างน้อยก็มีเวลาพักชั่วโมงครึ่ง” คนตัวเล็กพูดจริงทำจริง เจ้าขาวานให้คนงานขับรถไปส่งเธอที่เรือนกำนัน แล้วก็ซื้อไก่ย่างที่อยู่ไม่ไกลจากเรือนกิน กินไปคอตกไป เปือกตามันจะปิดเอาให้ได้ หลังจากกินเสร็จก็ยิ่งง่วงกว่าเดิม เพราะที่เธอกินไปมันคือข้าวเหนียวไง ก่อนจะนอนก็เดินไปเปิดประตูห้องทิ้งไว้ เพราะกลัวผี ยังไงเวลานี้ก็ไม่มีใครอยู่เรือนหรอก ตอนนี้คนตัวเล็กเข้าสู่ห้วงนิทราเรียบร้อยแล้ว... กลิ่นหอม ๆ ของมะลิหอมจนเจ้าขาต้องเดินตามทางกลิ่นนั้นไป เธอไม่เห็นอะไรเลยนอกจากแสงสีขาว แต่ขาก็เหมือนถูกบังคับให้เดินไปด้านหน้า ที่นี่มันคือที่ไหน.... ดอกมะลิหนิ เรียวขารีบก้าวไปที่ต้นดอกมะลิ เธอก้มลงไปดมสูดเข้าเต็มปอด “หอมมาก...” “ชอบดอกมะลิเหรอคะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง เจ้าขาลุกขึ้นไปสบตากับเธอโดยตรง “สวยจัง” ผู้หญิงผมตรง เธอปล่อยผม หน้าตาสวยมาก ตาจมูกปาก สวยทุกอย่าง และเธอ คล้ายฉันมาก แต่ดูอ่อนหวาน... อย่าบอกนะ “คุณ ญาดาเหรอคะ” เธอยิ้มอ่อน ๆ “รู้จักฉันด้วยเหรอคะ” เธอเด็ดดอกมะลิออกมาดมหนึ่งดอก ก่อนจะยื่นให้ฉัน “รับไปสิคะ” ฉันยื่นมือไปรับดอกมะลิจากมือเขา “ขอบคุณค่ะ” อยู่ ๆ ภาพก็ตัดมาที่ ธารน้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งฉันไม่รู้ว่าที่ไหน รู้แค่ว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่กับเธอ กับคุณญาดา “ฉันเป็นห่วงเขาจังค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่พูดแบบนี้ แต่ว่ามันอดห่วงไม่ได้จริง ๆ ไม่อยากให้เขาจมปลักแบบนี้เลยค่ะ” “หมายถึงกำนันใช่ไหมค่ะ” ฉันถามเธอ “ค่ะ พากเป็นคนดีนะคะ ไม่อยากให้เขาต้องเหงาแบบนี้เลยค่ะ ทั้งที่ฉันอุตส่าห์พูดไปแล้วแท้ ๆ ว่าอย่าจมปลักอยู่กับฉัน ชีวิตเขามีค่าเกินกว่าที่จะลงโทษตัวเองแบบนี้” ฉันได้แต่ฟังเธอพูดเงียบ ๆ “ฉันนี่แย่จังนะคะ ผิดสัญญา และทำให้คนที่ฉันรักไม่มีความสุขแบบนี้” “อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ คุณญาดาเองก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้นี่คะ” ฉันยื่นมือไปปาดน้ำสีใสให้เธอ “งั้นคุณช่วยอะไรฉันสักอย่างได้ไหมคะ” เธอดึงมือฉันไปกุมไว้ สายตาของเธอดูเศร้ามากเสียจนฉันร้องไห้ตาม “ช่วยอะไรคะ” “ช่วยฉันหน่อยนะคะ” อยู่ ๆ เธอก็หายไป ฉันหันทุกทิศทางเพื่อหาเธออีก ขาเรียวลุกขึ้นวิ่งไปทุกทิศทาง “คุณ ญาดา คุณอยู่ไหน” “ช่วยฉันหน่อยนะคะ....ทำให้เขามีความสุขที” เสียงประโยคหลังแผ่วเบาจนคนตัวเล็กแทบไม่ได้ยิน เจ้าขา เจ้าขา เจ้าขา ฉันสะดุ้งจนหลุดจากความฝัน มือเล็กยกขึ้นจับแก้มอัตโนมัติ แล้วมันก็มีน้ำตาอยู่จริง ๆ “เจ้าขา” พอตั้งสติได้ก็เห็นว่ากำนันกำลังเขย่าตัวฉันอยู่ พอฉันเห็นเขาก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม ร่างกายมันขยับไปกอดเขาไว้แน่น น้ำตาของฉันไหลอย่างห้ามไม่ได้ “ทำไมเอ็งถึงมานอนอยู่นี่ได้” อีกฝ่ายไม่ได้ผลักฉันออก และยังตบหลังฉันเบา ๆ “ง่วง ก็เลยมากลับมางีบค่ะ” ฉันพูดไปตามความจริง “แล้วทำไมเอ็งถึงเปิดประตูนอน ไม่กลัวหรือไง ถ้าคนอื่นที่ไม่ใช่ข้าหรือเพื่อนเอ็งขึ้นมาจะทำยังไง” “อึก...อย่าพึ่งดุได้ไหมคะ” ฉันกอดเขาไว้แน่น “แล้วทำไมกำนันถึงมาอยู่ในห้องเจ้าขาล่ะคะ” “ข้าเห็นประตูมันเปิดทิ้งไว้เลยจะเดินมาปิด แต่แล้วก็เห็นเอ็งนอนร้องไห้ ข้าเลยปลุก” ฉันค่อย ๆ คลายอ้อมกอดออกจากเขา “ฉันฝันถึงคุณญาดาค่ะ” พอพูดไปนั้นอีกฝ่ายก็ดูอึ้งนิดหน่อย “ฝันว่าไง” “จำได้ราง ๆ นะคะ เหมือนเธอจะเป็นห่วงกำนันมาก ๆ ไม่อยากให้จมปลัก แล้วก็โทษตัวเอง และสุดท้ายก็ขอให้ฉันช่วย แต่ไม่รู้ให้ช่วยอะไร ประมาณนี้ค่ะ” “อืม” เขานิ่งไป ไม่ได้พูดอะไรต่อ “แล้วทำไมกำนันถึงอยู่เรือนล่ะคะ ไหนว่าไปทำงาน” “ข้ามาเอาของ ทำงานเสร็จแล้ว กำลังจะเข้าไร่ เอ็งไปล้างหน้าล้างตาให้ดีแล้วไปด้วยกัน” ฉันพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนเดินออกจากห้องไปเข้าห้องน้ำข้อความ“เรียบจบแล้วค่า ดีใจกับเจ้าขาไหม” แนบรูปชูสองนิ้วกับชุดครุย(อืม เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าไปรับ)“เย่ คิดถึงจะตายอยู่แล้ว”(คิดถึงเอ็งเหมือนกัน)(ข้าทำงานก่อน)“ค่ะสู้ ๆ นะคะ”คนตัวเล็กหอบดอกไม้ใส่รถ พี่ ๆ กับพ่อแม่เธอก็มากันหมด ยกเว้นเขา แต่เธอไม่ได้โกรธหรอก แต่ก็แอบน้อยใจนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจเพราะเขาบอกว่าติดงานสำคัญ ตั้งแต่เธอขึ้นมานี่เขาก็มาหาเธอแค่สองสามครั้ง แต่เจ้าขาก็เข้าใจ เขางานเยอะจะตาย ถึงอย่างนั้นเราก็โทรคุยกันทุกคืน ถึงเขาจะหลับใส่โทรศัพท์บ่อย ๆ ก็เถอะ“ลูกแม่อยากกินอะไรจ๊ะวันนี้” “อะไรก็ได้ค่ะ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เศร้าเหรอที่เขาไม่มา” “เปล่าค่ะ หนูเข้าใจ เขาติดงาน” ถึงพูดไปแบบนั้นแต่สีหน้าคนตัวเล็กเป็นอีกแบบ“พ่อก็อยู่ตรงนี้ น้อยใจจริง ๆ ที่ลูกสาวทำหน้าเศร้าเพราะผู้ชายคนอื่น” คุณธนพัฒน์ยืนกอดอกอย่างงอน ๆ จนลูกสาวคนเล็กเปลี่ยนสีหน้าแล้วรีบกอดพ่อไว้แน่นอยู่ ๆ พี่ชายที่อยู่ด้านหลังพ่อก็ยิ้มขึ้นมาดื้อ ๆ สีหน้าของคุณณิชากับคุณธนพัฒน์ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน รวมถึงสายตาคนแถวนั้นก็มองมาที่เธอแปลก ๆ จนคนตัวเล็กรีบหันหลังกลับไปมอง ภาพที่เห็นทำให้เจ้าขาน้ำตาคลอ เธอรีบวิ่งไปกระโดดก
“แล้วมาหาพ่อกับแม่อีกนะ ตัวเล็กของแม่” คุณณิชาเดินเข้ามากอดลูกสาวไว้แน่น คนตัวเล็กเองก็กอดแม่ไว้แน่นไม่แพ้กัน แล้วก็เข้าไปก็คุณธนพัฒธ์ไว้แน่นเช่นกัน “ฝากดูแลลูกสาวของพวกเราด้วยล่ะ” คุณธนพัฒน์เอ่ยขึ้น “ผมจะดูแลเจ้าขาให้ดีที่สุดครับ”คนตัวเล็กหลับแทบตลอดทาง ลืมตาตื่นมาอีกทีก็เกือบถึงหนองคายแล้ว เจ้าขาเป็นคนหลับลึกยิ่งถ้าสบายใจจะหลับลึกมาก“เหงาไหมคะ เจ้าขาหลับไปนานเลย”“ไม่เหงา นั่งมองหน้าเอ็งทั้งวัน”“แล้วสวยไหมคะ”“อืม สวย”คนตัวเล็กก้มไปจุ๊บมือใหญ่ด้วยความทะเล้น อีกฝ่ายก็เอียงมาหอมแก้มเธออย่างเอ็นดู“หิวไหม แวะกินข้าวก่อนไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว กินที่เรือนก็ได้ค่ะ”“ไว้หาเวลามาใหม่ เอาวันที่เอ็งเรียนจบแล้วจะได้มาหลาย ๆ วัน” เพราะว่าตราดกับหนองคายมันไกลกันมาก เลยเหมือนได้มีเวลาให้พ่อกับแม่ได้แค่วันเดียว เวลาขับรถยังเยอะกว่าอยู่บ้านเสียอีกสุดท้ายก็ถึงเรือนสักที พี่ๆ นั่งกินข้าวกันอยู่ ลดาเองก็รีบวิ่งมาหาฉันด้วยรอยยิ้มเหมือนน้องสาวรอพี่สาว ทุกคนยกมือสวัสดีทักทายกำนันเหมือนปกติ ฉันกับเขานั่งกินข้าวด้วยกัน ช่วงนี้ฉันเริ่มไม่สนใจสายตาคนอื่นตามที่เขาบอกมาตลอด ทุกคนก็รู้ถ
เวลาประมาณบ่ายโมง ตอนคุณณิชากับคุณธนพัฒน์กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนพี่ชายสี่คนก็นั่งเล่นเกมตะโกนใส่กันอยู่โซฟากลางบ้าน ถือว่าเป็นวันหยุด บ้านนี้มีคุณณิชา คุณธนพัฒน์ เฮียสายลม กับเฮียขุนเขา ความจริงมีฉันด้วย แต่ตอนนี้ไม่น่าจะมีฉันแล้ว เรียนจบก็คงไปอยู่กับเขาเลยนั่นแหละ ก็รักผัวนี่ ใครจะยอมห่าง ส่วนเฮียเติ้ลกับ เฮียเจคอป ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านพ่อกับแม่มาก แต่มีเมียมีครอบครัวแล้วก็เลยแยกออกไป ส่วนเฮียสายลม กับเฮียขุนเขา มีเมียก็คงพามาอยู่ในบ้าน พ่อแม่เริ่มอายุเยอะ ทั้งสองไม่ยอมออกจากบ้านหรอก เจ้าขาเดินขึ้นไปดูว่าเขาตื่นหรือยัง แต่เตียงกลับว่างเปล่า แต่ได้ยินเสียงฝักบัวในห้องน้ำ เธอเลยขึ้นไปนอนรอเสียเลยไม่นานเขาก็ออกจากห้องน้ำ ผ้าขนหนูพันต่ำ กับหยดน้ำที่ไหลผ่านซิกแพคมันฮอตเกินไปแล้ว คนตัวใหญ่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมลวก ๆ หล่อ.. หุ่นแม่เจ้าโว้ยย...“น้ำลายเอ็งจะหกแล้ว” คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นเลยยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำลายอัตโนมัติ แต่มันไม่มี ท่าทางนั้นทำคนตัวใหญ่อดเอ็นดูไม่ได้ จนหัวเราะออกมา“นี่ แกล้งเจ้าขาเหรอคะ”“แต่เอ็งทำได้มากกว่ามองนะ รู้ไหม” คนตัวใหญ่เดินเข้ามาใกล้แล้วก้มมอบจูบอันแสนหวานให้
หลายวันผ่านไปสรุปเรื่องของน้าน้อยวันนั้นเราก็จบกันด้วยดี พอแม่ของน้าน้อยรู้ว่าน้าน้อยก็โกหก อีกวันก็เอากระเช้ามาขอโทษขอโพยกำนันถึงเรือน แต่ถึงยังนั้นเรื่องนี้ก็โดนเอาไปพูดถึงสามบ้านแปดบ้าน เมื่อวานน้าน้อยก็มาขอโทษกำนันและฉัน เธอดูมีสติขึ้นแล้ว ฉันเองก็ให้อภัยเธอ กำนันเองก็ด้วย เห็นแก่ที่ผ่านมาน้าน้อยก็ทำดี และหวังดีกับกำนันมาตลอดส่วนเรื่องที่ฉันคบกับกำนันก็คงรู้ไปทั่วหมู่บ้านเหมือนกัน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนอื่นคิดยังไง แต่พี่ ๆ ในไร่ก็ยังคุยและน่ารักกับฉันเหมือนเดิม ป้าบัวบอกว่าทุกคนเขารู้กันหมดแล้ว แค่ตกใจที่กำนันจับมือเปิดตัวฉัน แล้วทุกคนก็ยินดีมากที่กำนันจะมีความรักมีความสุขกับเขาบ้าง คนตัวใหญ่เข้ามากอดเธอจากด้านหลัง แล้วหอมเธอฟอดใหญ่“เตรียมของเสร็จหรือยังครับ” เขาพูดครับทีไรเธอไม่ชินทุกที “เสร็จแล้วค่ะ ไปกัน”รถออกเวลาห้าโมงเย็นของวันศุกร์ สเปกเท่ากับ คนที่รู้ว่าฉันไม่ชอบเครื่องบินเลยยอมขับรถตั้งแต่หนองคายไปตราดได้ บนสุดถึงใต้สุดเลยนะ มันไม่ใช่ใกล้ ๆ อยู่กับเขาแล้วมันอบอุ่นเหมือนอยู่กับพี่ชาย เหมือนอยู่กับพ่อ เหมือนอยู่กับเพื่อน เหมือนเขาเป็นให้ฉันได้ทุกอย่าง“ถ้าเ
เขาจับมือฉันเดินมาถึงใต้ถุนบ้าน แน่นอนว่าสายทุกคนมองมาเป็นสายตาเดียว แต่ฉันก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นน้าน้อยกับผู้หญิงอายุประมาณเกือบหกสิบนั่งจับมือเธออยู่ “หึ บ่คิดเลย ว่ากำนันสิเป็นคนจั่งซี่ เฮ็ดหยังไว้กับลูกสาวข่อยเมื่อคืน คำขอโทษสักคำกะบ่มี บาดทีนี้มาจูงมือผู้สาวใหม่หน้าตาเฉย ได้ข่าวว่าเป็นเด็กฝึกงานซั้นบ่ สมกันคักเนาะ เจ้าของไร่กับเด็กฝึกงาน ระวังเด้อ... สิถืกเด็กน้อยต้มเอานะกำนัน” คำพูดดูถูกกับสายตาที่มองเจ้าขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมยังชี้หน้าด่ากำนันฉอด ๆ ทำเอาคนตัวเล็กแทบทนไม่ไหว เจ้าขาก้าวขาไปด้านหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่ก็ถูกกำนันดึงไว้เสียก่อน แก่ก็แก่เถอะ พูดจาเหมือนรู้ดีขนาดนี้ มันหน้าตบสักฉาก“แหม ๆ สิตบกูบ่ มึงเอาสิ้ คนเขาจะได้เว้ากันให้ทั่ว ว่าเมียใหม่กำนันตบคนแก่” “พอ ผมบ่ขอเสียเวลา จะเว้าแค่เทือเดียว ผมบ่ได้ทำอีหยังลูกสาวป้าทั้งนั้น ส่วนเรื่องอื่น ผมว่าป้าอย่ามายุ่งสิดีกว่า ต่อหน้าผม กะอย่ามาเว้าดูถูกเมียผม ขีดจำกัดผมมันต่ำ”ประโยคหลังทำทุกคนอึ้ง รวมถึงคนตัวเล็กที่จับมือเขาอยู่ข้างหลัง ตกใจก็จริง แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีมากที่เขาปกป้องเธอแบบนี้“เป็นหยังอ้ายคือกล้าเว้าว่ามัน
หลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยงไปครึ่งชั่วโมงสุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอมคุยกับเขาดี ๆ เพราะดูแล้วยังไงเขาก็ไม่ยอมให้เธอปฏิเสธอยู่ดี“จะพูดอะไรก็พูดมา... เป็นถึงกำนัน ถ้ามีคนมาเห็นว่านอนกอดกับสาวอยู่เดี๋ยวก็เป็นเรื่อง” ใช่แล้ว ตอนนี้เขากำลังนอนกอดเธอไว้แน่ นอนตรงทุ่งหญ้าคัน ๆ นี่แหละ “ช่างหัวมัน ข้าไม่สน” “แล้วแต่”“ข้าไม่ได้มาแก้ตัว แล้วก็ไม่อยากแก้ตัวด้วย ข้าผิดเองเรื่องที่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนไม่มีสติ แต่ว่า... ข้าไม่ได้ทำจริง ๆ ให้ข้าไปสาบานตรงไหนก็ได้ ข้าคิดว่านั่นคือเอ็ง ข้าขอโทษ ต่อจากนี้ข้าจะไม่กินให้เมาอีกแล้ว ข้าสัญญาจากนี้จนวันตายด้วยเกียรติของไอ้พาก” คนตัวใหญ่พูดอย่างหนักแน่นพร้อมชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว“จะไม่ได้ทำได้ไง สภาพน้าน้อยเป็นแบบนั้น”“ข้าไม่รู้ ยัยนั่นจงใจกุเรื่อง พวกเพื่อนเอ็งจัดการมันแล้ว” เป็นครั้งแรกที่กำนันเรียกน้าน้อยแบบนั้น ท่าจะโกรธจริง ๆ นั่นแหละ... ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงฉันก็โกรธมากเหมือนกัน“ถ้าเจ้าขาไปตบ จะว่าไรไหม”“ไม่ ไปตบเลย เดี๋ยวข้าคอยช่วย” เธอพูดเล่น ๆ แต่เขาก็เออออตามแบบจริงจัง“ข้าขอโทษ ให้อภัยข้าได้ไหม ขอโทษเอ็งจากใจ” จากที่นอน เขาก็ลุกขึ้นมาคุกเข่าแล้วยกมือ







