Masukเช้า
กรุบ กรุบ กรุบ กลางวัน กร๊วม~ กร๊วม~ กร๊วม~ เย็น โครกกก~ ครากกกก~ โอยยย.. พึ่งวันที่สิบเองทำไมมันทรมาณแบบนี้ อยากกินเนื้อ อยากกินกุ้งอยากกินแซลมอลโว้ยยย! การต้องนั่งตัวแห้งกินผักผลไม้ที่ย่าส่งมาให้หลายถุงแทนอาหารทุกมื้อจนแทบจะสังเคราะห์แสงได้เป็นความกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก จากที่เคยนัดดินเนอร์ในเลาจ์หรูหรือเข้าร้านที่มีโอมากาเสะบ่อยๆ ก็กลายเป็นคนเก็บตัวเพื่อนชวนไปไหนก็ไม่ไป ช๊อปปิ้งไม่ได้ ขับรถไปเที่ยวไม่ได้ วันหยุดนั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในห้อง สามเดือนแล้วหลังจากการคุยกันกับคุณย่าวันนั้นที่เคยพูดหนักแน่นไว้กับท่านตอนนี้ไม่มีอะไรใกล้เคียงกับคำว่าดีขึ้นสักนิด ชีวิตขัดสนถึงเพียงนี้คุณย่าก็คล้ายจะรู้ส่งเสบียงเป็นของแห้งผักผลไม้แยมที่กวนเองมาให้ พักหลังๆ ย่าเริ่มส่งของใช้ยังชีพที่สวนผลิตเองอย่างแฟซ่าสบู่น้ำยาล้างจานมาให้แต่ไม่ได้ส่งเงินมา นี่แหละวิธีสอนการใช้ชีวิตโดยไม่ใช้เงินของท่าน ย่าคงกำลังลุ้นว่าผมจะไหวไหมกับการเดินคอตั้งสับขาหน้าเชิดราวกับลูกคุณหนูดูดีมีชาติตระกูลในเมืองหลวงแม้ภายในร่างกายจะอ่อนแรงเต็มทีก็ตาม เมื่อก่อนกินแต่เนื้อดีๆ จนติดนิสัยพอมากินผักผลไม้สดๆ คลีนๆ กลับรู้สึกเหมือนคนจนมากๆ ทั้งที่ตอนเด็กออกจะชอบ ชีวิตไร้การสังสรรค์อวดชีวิตดีๆ เหมือนปีแรกที่เข้าทำงานทำให้รู้สึกห่อเหี่ยวความมั่นใจลดฮวบฮาบลงมาก ไม่กล้าสู้หน้าเพื่อนร่วมจนงานกลายเป็นปัญหาการประสานงานตามมามากขึ้นๆ สมองเบลอหนักเพราะคิดมากกลัวคนจับได้ว่าไม่มีเงิน กลัวคนมองไม่ดีกลัวถูกนินทากลัวไปหมดจนทำงานพลาด ตึ้งงง! ห้องผู้บริหารมีเสียงวางแฟ้มงานกระแทกโต๊ะดังสนั่นทำเอาพนักงานดีเด่นสะดุ้งโหยงก้มหน้างุดลงกว่าเดิม "คุณเลขา สองเดือนมานี้คุณเป็นอะไร! ทำงานสำคัญพลาดขนาดนี้ได้ยังไง! คุณแปลสารคู่ค้าผิดได้ยังไงนี่มันศัพท์ที่ใช้บ่อยมากในการทำงานนะ!" อีกแล้ว..ทำงานพลาดอีกแล้ว โดนเรียกมาตำหนิอีกแล้ว..แถมยังถูกหักเงินเดือนเพราะกฎบริษัทที่ห้ามผิดพลาดงานสำคัญเกินสามครั้งแต่นี่ทำงานพลาดเป็นสิบครั้งถูกสอบสวนหนึ่งครั้ง... จะไม่ไหวแล้วนะ "ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณทั้งที่ผมเป็นคนทาบทามคุณให้เข้ามาร่วมงานด้วยกันตั้งแต่เรียนในมหาวิทยาลัยเพราะหวังว่าคนรุ่นใหม่ไฟแรงหัวสร้างสรรค์แบบคุณจะพาบริษัทเราพุ่งทะยานไปด้วยกันแต่ดูสิ่งที่คุณทำสิ..สองปีแรกทำมาดีๆ แต่พอเข้าปีที่สามคุณกลับทำลายมันลงด้วยตัวเอง คุณกำลังพังบ้านตัวเองรู้ตัวบ้างไหม!!" กึก ... ร่างเบาหวิวเซไปมาด้านหลังผู้บริหารมือขาวกอดแฟ้มงานแน่นเหงื่อผุดพรายไหลซึมตามกรอบหน้าในกานร้อนวูบวาบท้องไส้ปั่นป่วนราวกับมีเครื่องปั่นอาหารอยู่ภายใน อึ่กกก! ....วูบบบ... ตุ้บบบ!! ร่างเบาหวิวโหวงเหวงร่วงพลอยไม่ต่างจากใบไม้แห้งถูกลมพัดปลิวตกจากที่สูง ไม่ไหว.. ไม่ไหวแล้วครับย่า.. เลเหนื่อยเหลือเกิน "เห้ยยยย!! ช่วยด้วย ใครอยู่ข้างนอกเข้ามาทีเลขาช็อคไปแล้ว!!" เสียงแว่วของผู้บริหารคนดีร้องเรียกใครต่อใครดังลั่นตามมาด้วยเสียงจอแจของผู้คนและในที่สุดก็ไม่ได้ยินอะไรอีกเลย จบแล้วเหรอการใช้ชีวิตของผู้ใหญ่ในโลกของความเป็นจริง..ทำไมมันช่างสั้นนัก ที่อุตส่าเพียรพยายามร่ำเรียนมาตลอด พยายามผลักตัวเองออกมาจากสังคมชาวสวนมาเป็นสิบปี.. มันว่างเปล่าแล้วสินะ .. .. . 'หิวจัง..ย่าครับเลหิวไม่รู้ทำไมรู้สึกแสบท้องไปหมด นี่ผมต้องอดตายในกรุงเทพฯหรือเปล่า? ตอนนี้อยากกินกับข้าวฝีมือคุณย่าที่สุดเลยไม่อยากกินซูชิแซลมอลสเต๊ก..ไม่อยากกินอะไรพวกนั้นอีกแล้ว ขอแค่ข้าวไข่เจียวกับกะเพราไก่ก็ได้ ผมหิว' จะมีใครในประเทศที่เป็นเมืองส่งออกอาหารทั่วโลก ตายด้วยการอดอาหารบ้างไหมนะ.. คงมี..แต่น้อยมากแน่ๆ ถ้านอนแห้งตายในห้องแล้วมีคนมาพบร่างผอมโซของผมนักข่าวต้องเขียนข่าวประมาณว่าโปรไฟล์เลิศหรูแต่ลำไส้ไม่มีอาหารหลงเหลือคาดว่าไม่มีอะไรจะแดกจึงตายก่อนวัยอันควร บ้าชะมัดขายขี้หน้าแย่ "เลขา.. " "เล..ขา" "คุณเล" "...คุณขา" "อือออ.." ร่างขาวสว่างซูบผอมส่งเสียงครางเครือในลำคอตอบรับเสียงเรียกให้ตื่นลืมตาขึ้นมา "ฟื้นแล้วเหรอครับ?" เปลือกตาแดงช้ำบ่งบอกความอ่อนล้ากระพริบถี่ปรับรับแสงสว่างในห้องคุ้นเคย คอนโดสีขาวสไตล์มินิมอลแต่งโทนเรียบหรูดูดีถูกดวงตากลมโตกวาดรอบๆ ก่อนจะมาหยุดมองที่หลังมือ ความรู้สึกเจ็บหน่วงของร่องรอยปลายเข็มทำเอาสติฟื้นคืนกลับมา ร่างกายไร้เรี่ยวแรงชนิดที่พยุงตัวลุกนั่งไม่ไหวจึงเปลี่ยนไปสนใจคนในห้องแทน ว่าแต่ทำไมถึงมาอยู่ในสภาพนี้ได้..แล้วงานล่ะ? หัวหน้าพูดอะไรลืมไปหมดแล้วด้วย กว่าจะสลัดความมึนออกจากหัวมองคนตัวโตผิวสีคล้ำแดดไว้หนวดเครารุงรังสวมหมวกปีกสีมอซอดูคล้ายโจรไหนจะเสื้อลายตารางสวมทับเสื้อยืดสีดำนั่นอีก.. รปภให้เข้ามาได้ยังไง?"ผมปวดเอว วันนี้ช่วยอยู่ดูแลผมด้วยนะครับ~ "ดูมันพูดเข้า..หลังทะลวงรูคนอื่นเอาเป็นเอาตายจนคนโดนแทงหน้ามืด มันยังมีหน้ามาอ้อนให้ดูแลราวกับตัวเองเป็นฝ่ายรับซะงั้น แต่จะทำไงได้มันบอกยังไม่หายงอน?แบบนี้ก็ได้เหรอ!"ด้าย ได้สิครับ ได้เล้ย"กูประชด! แต่แม่งใช้จริงใช้แบบจริงจังมากด้วย!"คุณขาผมหิวน้ำ""...""คุณขาผมเหนียวตัว""...""คุณขาผมปวดฉี่พยุงหน่อย""...""คุณขาอยากดูหนัง""...""คุณขา""คุณ""ขา..""โอ้ยยยย นี่มันกี่ทุ่มกี่ยามแล้วไอ้เด็กบ้า!""มานอนบนเตียงเร้ว~ ""อย่าแกล้งฉันอีกเลยนะฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว หายงอนสักทีเถอะ ฉันยอมนายทุกอย่างแล้วเนี่ยเจ็บตูดมากนะขาสั่นจะตายอยู่แล้ว~""ดีครับว่าง่ายๆ ก็ดีผมเป็นแฟนคุณขาต่อไปต้องดื้อให้น้อยลงนะ ""ห๊ะ? นายจะหายงอนฉันแล้วใช่ไหม?""ครับ ถ้าคุณรับปากว่าจะเชื่อฟังผม""เอ่อ.. เออ กะ.. ก็ได้""พูดซิครับว่าจะขอผมเป็นแฟน""หะ? เออๆ เรามาเป็นแฟนกันนะ""ประโยคขอร้องครับไม่ใช่ประโยคชักชวน""หึ่ยย! น้องแมงปอครับช่วยมาเป็นแฟนกับพี่เลขานะได้โปรดเถอะ""หึ หึ โอเคต่อไปนี้เราเป็นคนรักกันแล้วนะคุณเลขา ถ้าใครถามก็ต้องบอกว่ามีแฟนแล้วแฟนชื่อแมงปอเจ้าของสวนปาล
พรึ่บบร่างบางถูกอุ้มเข้าเอวหลังติดกับต้นไม้ ขายาวเกี่ยวไขว้เอวแกร่งของร่างสูงไว้แน่นราวกับกลัวตก แขนเรียวเกาะบ่ากว้างเป็นที่ยึดท่าทางล่อแหลมกับน้ำเสียงกระเส่าของหนุ่มหล่อมีพลังทำลายล้างเสียจนยากจะหลุดออกจากกับดักที่คนบางคนวางไว้ทุกทิศทางได้"ไม่รู้สิครับใครมีความผิดก็ต้องถูกลงโทษไม่ใช่หรือไง~"คนห่ามเหลือบมองรอบๆ ด้วยหางตาก่อนจะค่อยๆ ปลดซิบด้านหน้าลงปล่อยความเป็นชายออกมานอกกางเกงแนบกลางกายเบียดสีช่วงร่างร่องรักที่เคยลิ้มลอง ไม่ว่าจะพยายามอดทนไม่สนใจสักแค่ภายนอกริ่งสนิทแต่ภายในร่อนเราแทบบ้ายามใกล้ชิดกันคนพี่มึนเมากับการถูกเล้าโลมล่อลวงไม่ทันคนเจ้าเล่ห์ที่คิดว่าใสๆ กับบางเรื่องคนบางคนก็มีไหวพริบเสียเหลือเกินคนน้องเลื่อนกางเกงด้านหลังเลขาลงมาจนช่วงสะโพกเปลือยเปล่า ร่างหนาบดบังร่างเล็กกว่ากักขังไว้กับต้นไม้ถ้าเผลอมีใครมองผ่านก็ไม่มีใครรู้ถ้าไม่สังเกตดีๆ ปลายจมูกโด่งซุกไซร้ใบหูขาวสลับบดจูบริมฝีปากบางที่พยายามเบี่ยงหลบเพื่อจะอธิบายให้ชายหนุ่มตัวโตฟัง"กะ ก็ตอนนั้นมันชุลมุน..จะให้บอกยังไงทัน นายนอนหลับเป็นตาย ..ที่กรุงเทพฯ ก็โทรมาตามตัว ตะวันก็ชวนไปเที่ยว. .คนมันเคยอยากอยู่ที่นั่นก็ต้องมี
อยู่มาวันหนึ่ง"กูคงจะแบ่งขายที่ดินสวนนี้ให้มึงไม่ได้แล้วล่ะตะวัน กูว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่ถาวรแล้ว""มึงว่าไงนะ จะกลับมาทำสวนเนี่ยนะนี่มึงคิดอะไรอยู่ แล้วที่วิ่งโล่กลับไปสัมภาษงานที่กรุงเทพ นั่นเขาไม่รับหรือไงทำไมถึงถอดใจง่ายอย่างนี้ พ่อกูมีเส้นสายในเมืองนะถ้ามึงจะไปจริงๆ ให้พ่อกูฝากให้ก็ได้ แค่มึงแบ่งขายสวนให้กูแค่นันเอง""กูไม่อยากขายจริงๆ ว่ะตะวัน และคงไม่กลับไปอยู่ในเมืองแล้วเพราะกูขายคอนโดกับรถที่กรุงเทพฯ ไปแล้ว ""กูไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนฉลาดๆ อย่างมึงจะทิ้งเงินก้อนโตมาทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำที่สวนชนบท เรียนมาสูงซะเปล่านะมึงคราวหลังมีอะไรมึงไม่ต้องมาขอให้กูช่วยเลยนะกูไม่อยากคบตนโง่ๆ แบบมึง!""อือ "วันนี้ตะวันเข้ามาคุยกับผมทันทีที่เห็นว่าผมสวมชุดทำสวนเดินไปเดินมาแล้วเอ่ยถามเรื่องแบ่งขายที่ดินขึ้น วันนี้แมงปอก็ยืนอยู่ด้วยแค่ยืนอยู่ด้านหลังเงียบๆ ไม่พูดอะไร ก็ดีเหมือนกันเพราะอยากพิสูจน์ให้เด็กนี่รู้ว่าผมจริงจังจริงใจแค่ไหนในการกลับคืนสู่รากเหง้าของตนเอง ผมปฏิเสธเงินหลายสิบล้านไปเพื่อจะได้อยู่กับที่แห่งความทรงจำแห่งนี้กับคนที่ผมรัก"วันนี้ฉันเท่ใช่ไหม ฉันจริงใจขนาดนี้แล้วไม่ได้ทำเล่นๆ
ทำไมแมงปอไม่มากินข้าวเย็น.."ย่าครับนี่ก็เลยเวลาอาหารเย็นมามากแล้วผมขอไปดูหมอนั่นหน่อยนะครับ""จ้ะ"โทรศัพท์ก็ไม่รับเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ยขับรถมอไซค์ไฟฟ้าไปดีกว่าเร็วดีบรื้นนนนน~เอี้ยดดด~ปึ้งๆๆๆ "ปอ "ปึ้งๆๆๆ " แมงปอ"กึ่กก.."อ้าวไม่ได้ล็อคไปไหนของเขาน้า?"ร่างสูงนอนแผ่บนโซฟาริมหน้าต่างใบหน้าซีดเซียวที่หน้าท้องถูกุมไว้ด้วยมือคู่ใหญ่ใบหน้าคมคายมีเหงื่อซึมออกมาปากซีดจนดูน่าเป็นห่วง เลขาปรี่เข้าไปนั่งยองข้างโซฟายื่นมือเล็กๆ แตะตามใบหน้าตามตัวด้วยความเป็นห่วงคิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อเห็นคนที่เคยแข็งแรงนอนนิ่งไม่ไหวติงคางมนเกยกับท่อนแขนแกร่งแผ่วเบาเอ่ยเสียงอ่อยกับเจ้าของร่าง"ปอ..แมงปอ เป็นอะไรทำไมมานอนตรงนี้ไม่สบายเหรอ?""คุณ..ขา?" เสียงทุ้มแผ่วเรียกชื่อคนตัวขาวหน้าหงอยข้างกายไม่ต่างจากแมวดื้อที่ชอบอ้อน"อื้อฉันเองนายป่วยเหรอให้พาไปหาหมอไหม?""ไม่ต้อง ผมไม่เป็นไร..คุณช่วยหยิบยาแก้ท้องเสียกับเกลือเเร่ให้ผมหน่อยกล่องยาบนโต๊ะ""นี่นาย..ปวดท้องจนเป็นแบบนี้เลยเหรอ" คนพี่มีสีหน้ากังวลมากกว่าเดิมเมื่อรู้สาเหตุการนอนซมของคนตัวโต ร่างบางเดินเตาะแตะไปไปหยิบของที่คนน้องขอนำยามาป้อนให้"..อืม""เพร
..."ย่าณีไปไหน?""มีนัดตรวจนิดหน่อยที่โรงพยาบาลบอกจะแวะหาเพื่อนในตัวเมืองด้วย""ทำไมคุณไม่ไปกับท่าน?''"ย่าบอกไม่ต้องนี่""แล้วนี่ซากอะไรอย่าบอกนะว่าทำเอง?""..เออ"พออยู่กันสองคนก็คุยกันจริงๆ แค่มันยังห้วนและอึมครึมเหมือนเดิม แถมเรายังไม่สบตากัน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปสักวันพวกเราคงมองหน้ากันไม่ติดจริงๆตั้งแต่ไปกรุงเทพฯ ก็นั่งคิดนอนคิดตลอดว่ารู้สึกอย่างไรกับการเป็นสวนและรู้สึกอยากเป็นคนเมืองเหมือนเดิมไหม คำตอบของมันมีแต่ภาพคุณย่า ภาพผมกับแมงปออยู่เต็มหัวภาพในสวนของเราภาพการเดินดูสวนถ่าย vlog ไลฟ์สดขายของความสุข..มันคือความสุขของจริงยิ่งพอกลับมาเจอเด็กงอนถึงรู้ใจตัวเองมากขึ้นว่ารักเขาไปแล้วทั้งใจ..แค่ไม่รู้จะง้ออย่างไรถ้าเป็นคนคบเก่าๆ ในสังคมเมืองแค่ซื้อของแบรนด์เนมให้ดอกไม้นอกช่อโตๆ ดินเนอร์หรูจบด้วยเรื่องบนเตียงแค่นั้นแต่กับคนสวนหน้านิ่งซื่อๆ ปากเก่ง ไม่รู้จะเริ่มจากไหนรู้แค่ว่าแมงปอให้ความสนใจเรื่องปากท้องก็เลยทำอาหารง้อ แต่สภาพมัน..เละไปหน่อย..ไอ้ห่ามต้องรู้แน่ว่าผมทำก็หน้าตามันเหมือนที่ย่าทำซะที่ไหน ไม่เอามาเสิร์ฟก็ไม่ได้กลัวมันไม่มีแรงทำงาน แมงปอใช้ช้อนซ้อมตักอาหารหน้าตาแปลกๆ
ดูเหมือนทุกอย่างจะคลี่คลายจบลงด้วยดีกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม เริ่มรู้สึกว่าการตื่นเช้าเดินรดน้ำต้นไม้เก็บผักอ้อยอิ่งรอบบ้านเหมือนเดินอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ตธรรมชาติอากาศเต็มไปด้วยอ๊อกซิเจนเย็นสบาย~คือความสุข..ย่าณีตื่นเช้ากว่าเดินกวาดบ้านช้าๆ เตรียมหุงข้าวทำกับข้าวเผื่อหลานชายกับหลานนอกไส้ที่มากินข้าวด้วยกันทุกมื้อด้วยความปราณีตการปรุงอาหารง่ายๆ ชูรสชาติวัตถุดิบสดใหม่ทานกับผักสดกระจาดใหญ่ๆ ทุกมื้อมันดีต่อภายในจนรู้สึกได้ว่าลำไส้กระเพาะระบบเครื่องในแข็งแรงขึ้นผมสดใสแข็งแรงขึ้น ย่าณีสดใสขึ้น ก่อนนอนเรานั่งดูดาวหน้าระเบียงด้วยกัน ได้พูดคุยกันถึงความหลัง ความรักความอบอุ่นลอยฟุ้งอยู่ในใจไม่มีอะไรหนักหัวจนเบลอเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้วผมไม่รู้เลยว่าสองวันที่เข้าเมืองย่าเป็นลมไปอีกแล้ว ผมเองก็รู้สึกไม่ดีคล้ายจะเป็นไข้แต่ดูเหมือนร่างกายจะดีขึ้นมากเมื่อได้มาอยู่บ้านสวนนานนับเดือนทำให้ร่างกายคล้ายมีภูมิคุ้มกันนมากขึ้นจึงเป็นแค่ไข้ธรรมดาไม่หนักมาก..แต่ไอ้คนที่แปลกกลับเป็นไอ้หมอนี่!แมงปอไอ้คนหน้านิ่งมันมากินข้าวด้วยทุกมื้อเพราะย่าขอร้องแต่มันไม่พูดกับผม!มันพูดแค่กับย่าและบ่อยครั้งก็เมินผมไป







