LOGINแน๊ก : นายเอกอายุ25ตัวขาวบางสูงผอมคนกรุงเทพรักอิสระและชอบสัตว์ชนิดเดียวคืองู แมว : งูแสงอาทิตย์ตัวสีดำของแน๊กที่ชื่อแมว น้องเป็นตัวเมียนิสัยเรื่อยเปื่อยเหมือนเจ้าของ สมิง : ผู้จัดการหนุ่มอายุ30จากเมืองเลยเป็นคนรอบคอบทำงานไวหล่อเหลาตัวสูงใหญ่ผิวสีน้ำผึ้งมีสัตว์เลี้ยงติดตัวตลอดเป็นหนูแรทสีขาวตาแดงชื่อน้องหนู น้องหนู : หนูแรทสีขาวตัวน้อยมากเท่านิ้วโป้งเล็กจนนายเอกของเราแทบไม่เคยเห็นอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมพระเอกแทบจะตลอดเวลา
View MoreLia:
I didn’t stop running.
My shoes struck dirt and gravel, lungs burning, pulse roaring in my ears as branches snapped back against my jacket. My pants were torn at the knee, streaked with mud and blood I didn’t remember earning. I hadn’t worn dresses in a long time. That version of me had died the night my father cast me out. The night where my whole life had changed.
Alphas weren’t meant to become rogues.
Yet here I was.
Hunted from every side, pushed into a darkness that I didn’t know I could survive.
The forest blurred as I pushed harder, ignoring the sharp protest in my legs. Behind me, somewhere beyond the dark, there were always footsteps. If not wolves sent by the Council, then rogues eager to cash in on my name. An Alpha-born rogue was worth more alive than dead, at least to the right people.
My own blood had decided that much.
The bond hit without warning.
It slammed into my spine, white-hot and violent, stealing the breath from my lungs. I staggered, catching myself against a tree as my vision swam.
No.
My wolf recoiled, snarling in instinctive fury, not submission. I didn’t need the pull tugging at my chest to know what it was. I’d felt bonds before, watched others kneel to them.
This one felt like a challenge.
Like war.
I turned slowly, already knowing who stood there.
Marcel Del Gardi.
The one person who always found me, and yet, always kept me alive despite his reputation.
“You know, running is not going to get you far.” He said, and I scoffed, wanting to run back. But my wolf wouldn’t allow it.
“Then follow up to that reputation of yours and end this.” I said, glaring at him.
“You and I both know that I can.” He said casually. “I am choosing not to for one reason, which you, just like me, feel.”
Even in the dark, he was unmistakable. Power rolled off him in suffocating waves, Alpha dominance honed into something sharp and merciless. This was the man sent to end conflicts the world didn’t want named. The fighter who wiped out rogue camps and never asked questions afterward.
The irony almost made me laugh.
My mate.
His gaze locked onto me, and I felt his wolf surge forward, claiming, demanding, recognizing what the world had decided to make forbidden.
“Well, then… I reject you,” I said, my voice rough but steady. “I won’t be claimed. Not by an Alpha who was meant to destroy me. Not by anyone in this world that knows nothing but death and hypocrisy.”
The bond screamed in protest. But he didn’t speak, not at first.
For the first time since I’d turned around, something flickered across his face. Surprise. Maybe disbelief. His jaw tightened, breath drawing in as if he intended to answer, perhaps to reject me back, perhaps worse. “You are being serious right now?”
“Yes, now… accept the rejection.”
“Say it formally then.” He said, taking a step toward me. “If you mean it, that is…”
“I, Lia Volkov, reject you as my mate.” I said, glaring at him.
He never got the chance to respond, though. And I never got the chance to run.
Growls rose from the trees.
Not one.
Many.
My blood went cold.
Rogues burst from the shadows, eyes wild, movements reckless with hunger and greed. One of them hit me hard from the side, claws ripping across my arm as I went down. Pain tore through me, bright and blinding. I fought back on instinct, kicking, twisting, but another shape lunged…
It never reached me.
The night suddenly turned into something that I could have never imagined.
Marcel moved like something unleashed.
I saw flashes through the pain, bodies crashing into trees, bones breaking, snarls cut off abruptly. He didn’t fight like a man protecting territory. He fought like a weapon fulfilling its purpose, every strike final, every movement devastating.
For me.
By the time the last body hit the ground, the forest had gone deathly quiet.
I tried to push myself up, wanting to run. My strength failed me, not allowing me to take one step forward.
Strong arms caught me, lifting me with effortless ease. His hold was solid, unyielding, nothing like the hesitation I’d expected.
The world tilted, darkness creeping in at the edges of my vision. “Let me go.” I whispered as he held me to his chest, his wolf meeting my own despite the informal rejection.
“You’re safe now,” he said, low and absolute, as if safety were something he could command into existence. “I’ll be sure of it, little wolf…”
I didn’t believe him.
But my body betrayed me anyway as everything went black.
++แถม" ไปเที่ยวเมืองเลยมั้ย? "" ไม่ไปครับต้องเลี้ยงแมว "" นี่มันฤดูผสมพันธุ์นะคุณหาผัวให้มันได้แล้วมั้งตัวเองยังชอบเลย งูมันก็อยากผสมพันธุ์นะครับ "คนกลุ่มหนึ่งที่ยืนล่ำลากันหน้าบริษัทพูดกันราวกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศปกติ พวกพี่ๆ วิศวะช่วยกันขนโหลงูดองมาใส่รถผู้จัดการสมิงแต่แน๊กไม่เข้าใกล้โหลพวกนั้น เลยช่วยเก็บพวกเสื้อผ้าของใช้ให้ถึงคนทั้งคู่จะดูแปลก ๆ ที่เดี๋ยวก็ดูหวานแหว๋วเดี๋ยวก็อึมครึมใส่กันจนคนในบริษัทชินคำพูดที่ทั้งคู่พูดกันนี่ก็ด้วย มันดูเหมือนศัพท์เฉพาะของคนรักสัตว์พูดกัน คนปกติคงเข้าถึงไม่ได้ง่าย ๆ" เดินทางปลอดภัยนะครับผู้จัดการไว้ลงมากรุงเทพฯมาดื่มกันที่ร้านอีกนะครับ "พี่จงยกมือไหว้ผู้จัดการแล้วกล่าวส่งท้ายอย่างสุภาพพวกเราทั้งทีมยืนโบกมือลาเขาที่ส่งยิ้มโบกมือให้แล้วค่อยๆ ขับรถออกไปยังจุดหมายปลายทางบ้านเกิดตนเอง...สองเดือนผ่านไปฝนตกมากกว่าเดิมจนน้ำท่วมซอยมาครึ่งขา" แมวพี่กลับมาแล้ว~ "ผมเปิดประตูเข้ามาในบ้านแล้ววางร่มที่เปียกน้ำฝนไว้หน้าประตูถอดรองเท้าแตะที่เปลี่ยนใส่ออกมาจากบริษัทเพราะน้ำท่วมวางไว้หน้าบ้าน" แม๊ว แมว แมว แมว ~น้องแมวของพี่ออกมาเร้วโมะ โมะ โมะ "ผม
รสจูบของเขายังดีเช่นเดิมจังหวะการบดขยี้ริมฝีปากที่หลอกล่อให้เข้าไปพัวพันก่อนจะถอยริมฝีปากออกเพื่อให้ลิ้นร้อนไล่ตามเข้ามาควานหาความละมุนนุ่มภายในฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างขยำเนินเนื้อสะโพกหนักๆ บดคลึงยกขึ้นให้ส่วนหน้าถูไถกันจนอารมณ์พลุ่งพล่านร่านร้อนจนคนที่ทนไม่ไหวต้องพลิกตัวขึ้นมาทำตามใจตนเอง ด้วยการกลับหัวกลับหางก้มลงใช้ปากกับส่วนแข็งขืนของคนด้านล่างใช้เข่าพยุงตัวแอ่นสะโพกคล่อมหน้าอีกคนให้ปรนเปรอความต้องการของตนด้วยนิ้วเรียวยาวแข็งแรงนั่นกับเรียวลิ้นร้อนที่กระหน่ำผลัดเปลี่ยนเวียนกันเข้ามาภายใน ไม่มีช่องว่างให้พักนิ้วเรียวยาวงอครูดบดเขี่ยจุดกระสันจนอยากจะโหย่งตัวหนี..แต่ทำไม่ได้ เพราะแขนคนด้านล่างใช้ท่อนแขนข้างเดียวยึดโยงไว้ไม่ให้ไปไหน ส่งผลให้คนที่ใช้ปากอมของกลางอยู่รู้สึกเสียวปานจะขาดใจมีเพียงเสียงอู้อี้ที่ดังอยู่ในลำคอแต่ถึงอย่างนั้นคนตัวโตก็ไม่ยอมให้เสร็จสมเปลี่ยนจากดึงนิ้วออกมาใช้มือขยำเนินเนื้อสะโพกฉีกออกราวกับฉีกพลูทุเรียนกดหน้าเข้าหาปากทางเข้าที่ขยับตามแรงหอบหายใจของเจ้าของเพราะถูกบีบตรึงให้อ้าออกส่งปลายลิ้นร้อนเข้าไปสำรวจภายในช่องทางสีอ่อนกดลิ้นแทรกตรงกลางแก้มก้นล้วงไปซ้ำๆ จน
" นี่...คุณ มานอนอะไรตรงนี้ "' เหมือนมีคนบางคนปีนข้ามรั้วเข้ามาเลยแหะ '" เสียงคุ้นจังเลยแหะ แมว... "" แมวคุณใช่ตัวนี้ไหม? "คนบางคนปีนข้ามรั้วมาหาเจ้าของบ้านที่กึ่งนั่งกึ่งนอนถอดเสื้อพิงประตูเมาเละเทะอยู่คนเดียวพร้อมกับบางอย่างที่คุ้นชินผู้จัดการสมิง...หิ้วคอเจ้าแมวจอมเลื้อยหางยาวเฟื้อยมาจ่อตรงหน้าพร้อมกับคำถามที่ชัดขึ้นกว่าครั้งแรก" นี่ใช่แมวคุณไหมถ้าไม่ใช่ผมจะเอาไปดองยา งูแสงอาทิตย์เพศเมียมันหายากเนอะคุณว่าไหม? "" ..... " เชี่ยไรเนี่ย" คุณรู้ไหมว่างูดองยามีสรรพคุณอะไรนอกจากช่วยเรื่องสมรรถภาพทางเพศ "" .... " ผู้จัดการสมิง" มันช่วยรักษาอาการป่วยของแม่ผมที่เรื้อรังมานานยาดองงูช่วยให้แกมีเรี่ยวแรงและยังมีชีวิตอยู่...ถ้าคุณจะคิดว่าผมมันคนต่างจังหวัดจอมป่าเถื่อนที่ไล่ฆ่าสัตว์ที่คุณชอบเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองละก็...คุณคิดถูกแล้ว "" .... " เอ๊า! พูดเหมือนจะดีแต่ดีเหรอวะ?" ผมทำเพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัวของตัวเองและเพื่อคนที่ใช้มันเพื่อช่วยคนที่ตัวเองรัก...มนุษย์ก็เห็นแก่ตัวแบบนี้แหละ ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คุณเข้าใจ "" .... " เออชัดเลย" ไม่คิดจะพูดอะไรกับผมสักคำเลยเหรอ? มันโกร
แน๊กเดินไปหยิบแฟ้มงานบนเตียงของผู้จัดการเร็วๆ แค่ย่างกรายเข้าไปก็แทบอ้วก รู้สึกมวลท้องคลื่นไส้ไปหมดในห้องนี้มีแต่โหลดองงูเยอะมากคนสมัยใหม่แบบเขาชอบงูเพราะความง่ายในการใช้ชีวิตของมัน ทึ่งในความทรหดอดทนของการถือกำเนิดมาอย่างยาวนานของมันไม่ได้บูชาหรือกราบไหว้งูอย่างที่หลายๆ ที่รวมทั้งคนไทยทำศึกษาแค่ต้นกำเนิด สายพันธุ์ นิสัย การอยู่การกิน ความแตกต่างของงูแต่ละชนิดไม่เคยสักครั้งเลยที่จะเข้าไปเป็นสาวกบูชางูใหญ่หรือการเซ่นสังเวยสิ่งต่างๆ ให้งู หรือแม้กระทั่งการกินมันเพราะเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะภาพที่เห็นในห้องผู้จัดการมันมีแต่โหลดองงูเต็มไปหมดนี่มันหมายความว่าไง?แน๊กรีบวิ่งไปหยิบแฟ้มแล้วออกมาจากห้องสมิงลงลิฟท์มาอย่างไวนั่งหอบแฮ่กอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวเองจนพวกจองเข้ามาเห็นอาการตื่นตระหนกของรุ่นน้องจึงเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง" แน๊กมึงเป็นอะไรทำไมเหงื่อแตกหอบแดกแบบนี้วะไม่สบายเหรอ? "พี่จงเอามือมาแตะที่หน้าผากถามผมด้วยความเป็นห่วง" พี่..พวกพี่เคยขึ้นไปห้องผู้จัดการสมิงไหม? "" ทำไมวะ? "" ทำไมในห้องผู้จัดการมีแต่โหลดองงู "" อ้อ ~ข้าลืมเล่าให้ฟังเหรอว่าบ้านหัวหน้าที่จังหวัดเลยเค้าค้าพวกสม
เช้าวันอาทิตย์ติ้ด ติ้ด ติ้ดเสียงนาฬิกาปลุกที่มักจะทำหน้าที่ของมันในยามเก้านาฬิกาของทุกวันส่งเสียงเรียกให้เจ้าของห้องที่นอนคว่ำหลับสนิบนเตียงสีเทาเริ่มขยับเขยื้อนตัวไปมาเล็กน้อยปิ๊บ!ท่อนแขนยาวเอื้อมมากดปิดเสียงที่ดังรบกวนการหลับของตน พลิกตัวตะแคงนอนกอดคนข้างๆ ซุกหน้าลงกับไหล่ที่ยังหลงเหลือกลิ่น
ระบบในบ้านวิศวะกรหนุ่มไม่ธรรมดาเลย อีกทั้งการตกแต่งที่ไม่รู้จะเรียกว่าแบบอะไรเพราะทั้งบ้านมีแต่ต้นไม้เต็มไปหมดมีเตียงอยู่กลางบ้าน โต๊ะเล็กๆ ใกล้ต้นไม้ใหญ่มุมหนึ่งติดผนังกระจกใสน่าจะเป็นที่ดื่มกาแฟ กับบาร์เล็กๆ ที่มีตู้หนังสือและตู้ไวน์อยู่ด้านหลังบนบาร์มีเครื่องชงกาแฟตั้งอยู่ แล้วก็ตู้เย็นเป็นบ้าน
ทั้งคู่ปลดเข็มขัดนิรภัยนั่งนิ่งกันครู่นึงก่อนจะหันหน้ามาสบสายตากำลังจะเอ่ยลากันแต่มือใหญ่ของคนอายุมากกกลับรั้งคอลูกน้องตัวเล็กข้ามคันเกียร์มาประโคมจูบใส่เส้นความอดทนขาดสะบั้นลงยามเห็นสายตาอ้อนวอนขอในสิ่งเร้าอารมณ์ก่อนหน้านี้ให้เสร็จสมทั้งคู่รุกจูบเข้าหากันราวกับสุมฟืนแห้งสนิทใส่กองไฟที่พึ่งจุดติดอ
ในที่จัดเลี้ยงบาร์เหล้านั่งชิลริมน้ำขนาดไม่ใหญ่ประดับประดาด้วยพันธ์ุไม้หนาตาอากาศเย็นสดชื่นผ่อนคลายสบายอารมณ์มีดนตรีโฟล์คซองร่วมสมัยเปิดคลอตลอดเวลาพวกทีมวิศวะก่อสร้างของบริษัทเอกชนรับสร้างบ้านแห่งหนึ่งในเมืองหลวงมักจะมาสังสรรค์กันที่นี่เพราะไม่ไกลจากออฟฟิศและส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ใกล้สถานที่ทำงานกันอ






reviews